เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42 เรือชน! ช่วยเหลือ! ใจสู้แต่แรงไม่มี

บทที่ 42 เรือชน! ช่วยเหลือ! ใจสู้แต่แรงไม่มี

บทที่ 42 เรือชน! ช่วยเหลือ! ใจสู้แต่แรงไม่มี


บทที่ 42 เรือชน! ช่วยเหลือ! ใจสู้แต่แรงไม่มี

“มองซิเออร์เดริดา? เรือหมูป่าบาวาเรีย?” เซียวเผิงงงเป็นไก่ตาแตก เกิดอะไรขึ้น ทำไมสัญญาณถึงได้ขาดหายไปดื้อๆ?

เขายื่นศีรษะออกจากห้องโดยสารเรือเพื่อมองดูสถานการณ์ไกลๆ แล้วก็ต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ “ให้ตายสิวะ! นั่นมันเรือชนกันนี่หว่า?”

บนผิวน้ำ เรือกลุ่มนั้นใช้ลำเรือของตัวเองสร้างเป็นแนวป้องกันเพื่อสกัดเรือบรรทุกสินค้าขนาดเล็ก แต่ถึงแม้เรือบรรทุกสินค้าจะชะลอความเร็วแล้ว ก็ยังควบคุมไม่อยู่จนพุ่งเข้าชนกับเรือท่องเที่ยวลำหนึ่ง

เรือลำนั้นเป็นเรือที่ใช้พานักท่องเที่ยวชมวิวใกล้ชายฝั่งของท่าเรือเก่ามาร์กเซย ในบรรดาเรือที่ร่วมประท้วงถือว่าเป็นเรือลำใหญ่ แต่เมื่อเทียบกับเรือบรรทุกสินค้าแล้วก็เหมือนไม้จิ้มฟัน บนเรือยังมีผู้ประท้วงถือป้ายอยู่หลายคน พอถูกชนเข้าอย่างจัง เรือก็เอียงวูบอย่างรุนแรง ผู้คนต่างกรีดร้องและร่วงหล่นลงไปในทะเล!

เรือที่อยู่ใกล้เคียงอยากจะเข้าไปช่วย แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี เรือของพวกเขาส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่เรือลำใหญ่ บนเรือมีแค่เสื้อชูชีพ ไม่มีเรือชูชีพ การจะขับเรือเข้าไปใกล้ๆ ในสถานการณ์แบบนั้นถือว่าอันตรายมาก

บนเรือท่องเที่ยวมีเรือชูชีพอยู่ลำหนึ่ง แต่โชคร้ายที่มันดันไปอยู่ตรงจุดที่ถูกชนพอดี ทำให้มันพังเสียหายใช้การไม่ได้ตั้งแต่แรก

ตอนนี้เรือบรรทุกสินค้าได้ทอดสมอแล้ว มันขยับไปไหนไม่ได้อีก ไม่อย่างนั้นต้องมีคนตายเพิ่มแน่! ถ้าแค่เรือชนยังมีบริษัทประกันภัย แต่ถ้ามีคนตายขึ้นมาล่ะก็เรื่องใหญ่เลย สำหรับเรือบรรทุกสินค้าแล้ว ตอนนี้ยิ่งทำยิ่งผิด อยู่เฉยๆ คือทางเลือกที่ถูกต้องที่สุด

แต่กระแสน้ำวนในบริเวณนั้นทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้าย ไม่ว่าจะเป็นคนหรือเรือ การเข้าไปใกล้จุดเกิดเหตุตอนนี้ถือว่าอันตราย

คนบนเรือเหล่านี้ล้วนเป็นชาวเรือผู้ช่ำชอง ใครๆ ก็รู้ถึงอันตรายข้อนี้ดี ดังนั้นจึงไม่มีใครกล้าลงน้ำไปช่วย ได้แต่โยนห่วงยางกับเสื้อชูชีพไปให้คนที่ลอยคออยู่ในน้ำจากระยะไกล เซียวเผิงเห็นมองซิเออร์เดริดากับมาดามกำลังผูกเชือกเข้ากับห่วงยาง แล้วโยนลงทะเลเพื่อให้คนที่ตกน้ำจับเชือกแล้วดึงพวกเขากลับมา

ในสถานการณ์แบบนี้ นี่คือวิธีที่ดีที่สุดแล้ว แต่พวกเขาก็โยนไปได้ไม่ไกลพอ ทำได้แค่ตะโกนเรียกให้คนที่อยู่ในน้ำรีบว่ายเข้ามาหาห่วงยาง

ส่วนคนที่ตกน้ำก็ถูกคลื่นซัดจนลอยขึ้นลงอย่างน่าหวาดเสียว ใครที่สวมเสื้อชูชีพอยู่แล้วก็ยังพอเอาตัวรอดได้ แต่คนที่ไม่ได่สวมนี่สิอาการน่าเป็นห่วง ต่อให้ว่ายน้ำเป็น คลื่นแรงขนาดนี้ก็บั่นทอนพละกำลังได้อย่างรวดเร็ว

“น้ำเข้าเรือท่องเที่ยวแล้ว!” จู่ๆ ก็มีคนตะโกนขึ้น

เนื่องจากเรือเอียงอย่างหนัก ทำให้น้ำเริ่มทะลักเข้าไปในเรือท่องเที่ยวที่ถูกชน ทุกคนถึงกับใจหายวาบ: ในสถานการณ์แบบนี้ คนบนเรือไม่มีทางช่วยตัวเองได้เลย! นี่มันกำลังจะจมแล้วใช่ไหม?

มองซิเออร์เดริดาเห็นเซียวเผิง เขาโบกมือให้สุดแรงจากบนเรือ เป็นสัญญาณบอกว่าอย่าเข้ามาเด็ดขาด---เรือใบเล็กของเซียวเผิงควบคุมได้ยาก ในสภาพน้ำแบบนี้เข้าไปก็มีแต่จะเป็นภาระเปล่าๆ

เซียวเผิงรู้ดี แต่เรื่องความเป็นความตายมันรอไม่ได้ เขาจึงเริ่มลดใบเรือและทอดสมอพร้อมกันในทีเดียว

ปกติแล้วนี่ควรจะเป็นสองขั้นตอน คือลดใบเรือเพื่อชะลอความเร็วก่อนแล้วค่อยทอดสมอ แต่ตอนนี้เซียวเผิงไม่มีเวลาขนาดนั้น สมอเรือลากครูดไปกับพื้นทะเล เสียงตัวเรือดังลั่นเอี๊ยดอ๊าดจากการถูกแรงกระแทกอย่างรุนแรง!

เซียวเผิงไม่สนใจแล้วว่าเรือจะทนแรงดึงไหวหรือไม่ เขาแค่ปรับทิศทางหัวเรือเล็กน้อยเพื่อให้มันชะลอความเร็วด้วยตัวเอง ส่วนตัวเขาก็พุ่งดำดิ่งลงสู่ใต้ทะเลทันที

คนอื่นไม่กล้าลงน้ำในกระแสคลื่นแบบนี้เหรอ? แต่ฉันกล้า!

“เซียว! นายบ้าไปแล้วเหรอ? อันตรายนะ! รีบขึ้นมาเดี๋ยวนี้!” มาดามเดริดาเห็นเซียวเผิงว่ายเข้ามาก็ตกใจจนแทบสิ้นสติ ตะโกนลั่นจากกราบเรือ

เซียวเผิงตะโกนตอบกลับไป “มาดามเดริดา! โยนห่วงยางมาให้ผม ปล่อยเชือกยาวๆ เลย เวลานาทีชีวิตแบบนี้อย่ามัวพูดเรื่องไร้สาระอยู่เลย!”

มาดดามเดริดาได้ยินดังนั้นก็กัดฟัน โยนห่วงยางไปทางเซียวเผิง “ขอพระเจ้าคุ้มครองเธอ!”

เซียวเผิงคว้าห่วงยางไว้แล้วหันกลับไปว่ายน้ำเข้าหาคนที่ตกน้ำทันที เขาอยากจะบอกมาดามเดริดาใจจะขาดว่าเขาไม่เชื่อในพระเจ้า แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาต่อปากต่อคำ มีคนตกน้ำมากมาย ทุกวินาทีมีค่า

คลื่นซัดกระหน่ำร่างของเซียวเผิงไม่หยุดหย่อน นี่คือบททดสอบพละกำลังของเขาอย่างแท้จริง!

เขาพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะส่งห่วงยางให้คุณยายคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด คุณยายน่าจะอายุหกสิบกว่าแล้ว อายุขนาดนี้แล้วจะมาหาเรื่องเสี่ยงตายทำไมกันฟะ? ต้องให้ได้จบชีวิตลงกลางทะเลก่อนถึงจะพอใจรึไง หืม?

เซียวเผิงช่วยสวมห่วงยางให้คุณยายแล้วส่งสัญญาณให้สองสามีภรรยาเดริดาดึงเชือก

ตอนนั้นเองที่เขาเพิ่งจะเข้าใจคำว่า ‘ใจสู้แต่แรงไม่มี’ ก็ตอนนี้เอง ที่นี่มีคนตกน้ำเยอะเกินไป! ห่วงยางอันเดียวไม่มีทางช่วยได้ทัน!

“ช่วยด้วย! ฉันว่ายน้ำไม่เป็น!”

“ช่วยด้วย! ขาฉันเป็นตะคริว!”

“พระเจ้า! ใครก็ได้ช่วยฉันที!”

“นี่มันฆาตกรรมชัดๆ! ฉันจะแจ้งตำรวจ! ไม่เอาแล้ว ไม่แจ้งแล้ว ช่วยฉันขึ้นไปก่อนเถอะ!”

รอบตัวเซียวเผิงเต็มไปด้วยเสียงร้องขอความช่วยเหลือ แต่เขามีแค่ตัวคนเดียว ไม่มีทางช่วยได้หมดทุกคน แถมกระแสน้ำที่นี่ยังเชี่ยวกรากจนน่ากลัว การว่ายน้ำทั้งเหนื่อยและช้า แบบนี้ไม่ไหวแน่ ต้องหาทางอื่น

ในสถานการณ์แบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นความสามารถของปลาหมึกหรือแมงกะพรุนก็ช่วยอะไรไม่ได้ สัตว์สองชนิดนี้ไม่ได้ขึ้นชื่อเรื่องการว่ายน้ำอยู่แล้ว ปลาหมึกยังพอถูไถไปได้ แต่แมงกะพรุนส่วนใหญ่ก็แค่ลอยไปตามกระแสน้ำ จะเคลื่อนที่อย่างจริงจังก็ต่อเมื่อมีพายุไต้ฝุ่นเข้ามาเพื่อหนีลงสู่ทะเลลึก

หืม?

ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัวของเซียวเผิง

ทำไมแมงกะพรุนถึงหลบพายุไต้ฝุ่นได้ทุกครั้ง? นั่นก็เพราะแมงกะพรุนมีประสาทการได้ยินที่น่าทึ่ง อวัยวะรับเสียงในตัวมันสามารถตรวจจับคลื่นเสียงความถี่ต่ำ (Infrasound) ได้ ซึ่งเป็นคลื่นที่เดินทางได้ไกลที่สุด ทำให้มันรับรู้ถึงพายุได้ล่วงหน้าแล้วดำดิ่งลงสู่ทะเลลึกเพื่อหลบภัย

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สุด ประเด็นคือ: ทำไมมันต้องดำลงทะเลลึก? ก็เพราะว่าทะเลลึกมันปลอดภัย! นอกจากบริเวณที่มีภูมิประเทศใต้ทะเลที่พิเศษหรือมีกระแสน้ำมหาสมุทรไหลผ่านแล้ว โดยทั่วไปแล้วใต้ทะเลลึกจะสงบนิ่งอยู่เสมอ ต่อให้บนผิวน้ำจะมีพายุโหมกระหน่ำคลื่นซัดสาด แต่ลึกลงไปแค่ไม่กี่สิบเมตรกลับสงบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น คลื่นแรงขนาดนี้ แค่ดำลงไปสักสามถึงห้าเมตรก็แทบจะไม่รู้สึกแล้ว

ถ้าว่ายน้ำแบบนั้นได้ มันจะสบายและประหยัดแรงไปได้ขนาดไหน? แถมการมองเห็นใต้น้ำของเขาก็ดีกว่า จะได้ไม่พลาดถ้ามีใครกำลังตกอยู่ในอันตราย!

เอาแบบนี้แหละ!

เมื่อคิดได้ดังนั้น เซียวเผิงก็ดำดิ่งลงสู่ใต้ทะเลทันที

แต่พอลงมาถึงใต้ทะเล เขาก็ยังไม่ลงมือทันที แต่ใช้สายตาพิเศษใต้น้ำของเขากวาดมองไปรอบๆ เพื่อประเมินสถานการณ์ ดูว่ามีใครกำลังตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงหรือไม่

ข้างๆ เขาคือซากเรือที่พลิกคว่ำ ถัดไปคือร่างของผู้คนที่ลอยขึ้นลงตามแรงคลื่น โชคยังดีที่แม้บางคนจะดูเหนื่อยล้าและดิ้นรนอย่างหนัก แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครจมลงไปจนถึงขั้นวิกฤต

ไกลออกไปคือท้องเรือของเหล่าเรือประท้วง แล้วเรือใบของเขาล่ะ?

เขาหันไปอีกทางก็เห็นเรือใบของตัวเอง ในที่สุดสมอเรือก็เกี่ยวเข้ากับโขดหินใต้ทะเลจนหยุดนิ่งได้สำเร็จ

แต่เงาดำทะมึนใต้ท้องเรือกลับทำให้เซียวเผิงถึงกับพูดไม่ออก... นี่มัน ‘ไนติงเกล’ ฉลามพยาบาลตัวนั้นนี่หว่า?

มันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?

จบบทที่ บทที่ 42 เรือชน! ช่วยเหลือ! ใจสู้แต่แรงไม่มี

คัดลอกลิงก์แล้ว