- หน้าแรก
- จ้าวแห่งทะเล ราชากู้สมบัติ
- บทที่ 3 ซากเรืออับปางแห่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
บทที่ 3 ซากเรืออับปางแห่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
บทที่ 3 ซากเรืออับปางแห่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
บทที่ 3 ซากเรืออับปางแห่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
แดเนียลขับเรือพาพวกเขามายังจุดดำน้ำยอดนิยมแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือเก่ามาร์กเซย ที่นี่อยู่ห่างจากชายฝั่งมาร์กเซยประมาณสี่สิบกว่าไมล์ทะเล ใต้น้ำมีซากเรือโบราณลำหนึ่งที่สร้างขึ้นในสไตล์ยุคอียิปต์โบราณ ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับดำน้ำ
ตามแนวชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับดำน้ำแบบนี้อยู่มากมาย
ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเป็นเส้นทางการค้าของสามทวีปคือเอเชีย แอฟริกา และยุโรปมาตั้งแต่สมัยโบราณ ที่นี่จึงมีซากเรืออับปางนับไม่ถ้วน ปัจจุบันซากเรือหลายลำได้กลายเป็นจุดชมวิวให้นักท่องเที่ยวได้ดำน้ำเข้าชม
“แดเนียลบอกว่า วันนี้คุณจะพาเราไปดำน้ำในจุดที่มีซากเรือโบราณใช่ไหมคะ?” ผู้หญิงที่สูงกว่าชื่อเหมียวเพ่ย เธอไม่ค่อยเชื่อว่าแดเนียลจะพาพวกเธอไปดำน้ำในที่ที่มีซากเรือโบราณจริงๆ
เซียวเผิงกำลังตรวจสอบอุปกรณ์ดำน้ำอยู่ พอได้ยินคำถามของเหมียวเพ่ยก็ยิ้มแล้วอธิบายว่า “ใช่แล้วครับ! น่าจะเป็นเรือสินค้าโบราณอายุหลายร้อยปี”
เหมียวเพ่ยไม่เข้าใจจึงถามว่า “ของโบราณแบบนี้ไม่ควรจะได้รับการอนุรักษ์ไว้เหรอคะ? ทำไมถึงปล่อยให้นักท่องเที่ยวดำน้ำดูได้ตามใจชอบล่ะ?”
เซียวเผิงหัวเราะอย่างขมขื่น “ของที่มีมากเกินไปย่อมไม่ถือเป็นของล้ำค่าแล้วล่ะครับ! ในมหาสมุทรทั่วโลกมีซากเรืออับปางอยู่ประมาณสามล้านลำ และที่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแห่งนี้ เนื่องจากเป็นเส้นทางการค้ามาแต่สมัยโบราณ จึงมีเรือจากยุคต่างๆ จมอยู่ที่นี่อย่างน้อยห้าแสนลำ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย”
เหมียวเพ่ยเบิกตากว้าง “คุณบอกว่าเรือลำนี้มีอายุหลายร้อยปี งั้นบนเรือก็ต้องมีของเก่าแก่เยอะแยะเลยสิ ใช่ไหมคะ?”
เซียวเผิงหัวเราะจนตัวงอ “เก่าก็เก่าจริงอะครับ แต่ท่าจะบอกว่าของบนเรือเป็นของโบราณล้ำค่า...อือ อันนี้คงไม่ถึงขนาดนั้น มีคำกล่าวว่ายังไงนะ? ขยะทิ้งไว้หนึ่งพันปีมันก็ยังเป็นขยะ เรือที่อยู่ข้างล่างนั่นเป็นแค่เรือบรรทุกสินค้าชั้นเดียวลำเล็กๆ คล้ายๆ กับเรือสำปั้นที่ชาวประมงริมทะเลบ้านเราใช้กัน ลูกเรือกับสินค้าต้องอยู่บนดาดฟ้า สินค้าบนเรือก็เป็นพวกไหดินเผาสูงหนึ่งเมตร ซึ่งมีคุณค่าทางโบราณคดีแต่ไม่มีคุณค่าในการสะสม ถ้ามันมีค่าจริง พวกเขาคงเก็บกวาดไปจนหมด แล้วคงไม่ปล่อยให้คุณมาเที่ยวชมอย่างนี้หรอกครับ?”
เหมียวเพ่ยได้ยินดังนั้นก็เอามือปิดปากหัวเราะคิกคัก “คิกๆๆ คุณพูดถูก แต่เรือแบบนี้พวกเขาเอามาใช้เป็นเรือค้าขายได้ยังไงกันคะ? มันดูไม่ปลอดภัยเลย”
เซียวเผิงอธิบายว่า “ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเป็นทะเลปิด นอกจากช่องแคบยิบรอลตาร์ที่เชื่อมต่อกับมหาสมุทรแอตแลนติกแล้ว ที่นี่แทบจะถูกล้อมรอบด้วยแผ่นดินทั้งหมด ดังนั้นที่นี่จึงมีสิ่งที่เรียกว่า ‘ภูมิอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียน’ ฤดูร้อนแทบจะไม่มีคลื่นลมในทะเล ส่วนฤดูหนาวจะมีลมแรง คลื่นสูง และฝนตกหนัก คุณดูพวกผู้ลี้ภัยสิ นั่งแค่แพยางยังกล้าข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนก็เพราะเหตุผลนี้แหละ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไปนะครับ ไม่อย่างนั้นที่นี่คงไม่มีซากเรืออับปางเยอะขนาดนี้หรอก ถูกต้องไหม? อย่าเห็นว่าตอนนี้มีซากเรืออับปางเยอะแยะนะครับ จริงๆ แล้วอย่างน้อย 99% ของซากเรือยังไม่เคยมีใครค้นพบเลย! ทะเลมันใหญ่เกินไปจริงๆ!”
เหมียวเพ่ยได้ฟังแล้วก็ทำหน้าเคลิบเคลิ้ม “ตามที่คุณพูดมา ในซากเรือพวกนี้ต้องมีความมั่งคั่งมหาศาลซ่อนอยู่แน่ๆ! ถ้ากู้ซากเรือได้คือต้องรวยเละแน่เลย!”
เซียวเผิงได้ฟังแล้วก็ส่ายหน้ายิ้มๆ “คุณผู้หญิงครับ อย่างน้อยๆ คุณน่าจะเป็นนักศึกษาสินะ ทำไมอ้าปากทีไรก็มีแต่เรื่องเงินล่ะครับ?”
เหมียวเพ่ยกลับแย้งว่า “ตอนนี้ทำอะไรไม่ใช้เงินบ้างล่ะคะ? ถ้าไม่มีเงินฉันก็มาเที่ยวฝรั่งเศสไม่ได้ไม่ใช่เหรอ? คุณเองก็มาทำงานที่มาร์กเซยเพื่อเงินเหมือนกันไม่ใช่หรือไง หืม?”
เซียวเผิงพยักหน้า “โอเค คุณพูดถูก เงินสำคัญจริงๆ แต่คุณคิดเรื่องง่ายเกินไปน่ะ”
“ง่ายเหรอ?” เหมียวเพ่ยไม่เข้าใจความหมายของเซียวเผิง
เซียวเผิงอธิบายว่า “อืม ในมุมมองของนักดำน้ำเก่าๆ อย่างผมแล้ว ไอ้ที่เรียกว่า ‘ล่าสมบัติใต้ทะเล’ น่ะ จริงๆ แล้วมันก็แค่เรื่องหลอกคนนอกวงการเท่านั้นแหละ ซากเรือที่รู้จักกันในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนนี่ถูกคนรื้อค้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ของมีค่าบนเรือถูกกวาดไปจนเกลี้ยงแล้ว”
“งั้นก็หาซากเรือที่ยังไม่มีใครค้นพบสิ! คุณไม่ใช่เหรอที่บอกว่ามีซากเรืออีกมากมายที่ยังไม่ถูกค้นพบน่ะ” เหมียวเพ่ยโต้กลับ
เซียวเผิงได้ฟังแล้วก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี “การจะหาซากเรือที่ยังไม่มีใครค้นพบน่ะ มันยากยิ่งกว่าบินขึ้นสวรรค์ซะอีก! คุณต้องใช้พลังงานและเวลามหาศาลในการค้นคว้าข้อมูลทางประวัติศาสตร์ เพราะซากเรือมันเยอะมาก คุณต้องสืบค้นเพื่อจะยืนยันได้ว่าซากเรือลำไหนมีค่า นอกจากนี้ ต่อให้คุณเจอข้อมูลซากเรือที่มีค่าแล้ว การจะหาตำแหน่งที่มันจมนั้นยากยิ่งกว่า อย่างที่พูดว่า ‘งมเรือในมหาสมุทร’ กับ ‘งมเข็มในมหาสมุทร’ น่ะ โดยเนื้อแท้แล้วมันก็เหมือนกัน เวลาเฉลี่ยที่บริษัทกู้ซากเรือแห่งหนึ่งใช้ในการค้นหาซากเรือที่ไม่รู้จักคือเจ็ดปี! และถ้าซากเรืออยู่ลึกกว่าสามร้อยเมตร ก็ต้องใช้อุปกรณ์ไฮเทค! ซึ่งอุปกรณ์พวกนี้ราคาสูงมาก พูดง่ายๆ เลยนะ ถ้าคุณอยากจะตั้งบริษัทกู้ซากเรือใต้ทะเล ถ้าไม่มีเงินสักยี่สิบสามสิบล้านยูโรก็อย่าหวังเลยครับ---นี่ผมพูดถึงขั้นต่ำสุดนะ ถ้าจะเอาเรือดำน้ำลึกมาด้วย สามร้อยล้านยูโรก็ยังเอาไม่อยู่!”
เหมียวเพ่ยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า “โอเค ฉันคงคิดง่ายเกินไปจริงๆ แต่มีเรื่องหนึ่งที่ฉันไม่เข้าใจ ทำไมเมื่อกี้คุณถึงบอกว่าการกู้ซากเรือที่ความลึกต่ำกว่าสามร้อยเมตรต้องใช้อุปกรณ์ไฮเทคล่ะคะ?”
เซียวเผิงอธิบายว่า “ปัจจุบันชุดดำน้ำลึกส่วนบุคคลที่ดีที่สุดสามารถลงไปได้แค่ 322 เมตร อย่างพวกคุณที่เป็นมือใหม่ไม่เคยผ่านการฝึกอย่างเป็นระบบ ผมพาลงไปได้มากสุดแค่ 15 เมตรก็ไม่กล้าพาลงไปลึกกว่านี้แล้ว พูดให้ถูกก็คือ 99.99% ของนักดำน้ำสมัครเล่นบนโลกนี้จะไม่ดำลึกเกินสี่สิบเมตร”
เหมียวเพ่ยเป็นนักศึกษา พอได้ฟังถึงตรงนี้เธอถึงเข้าใจ “เป็นเพราะแรงดันน้ำในมหาสมุทรใช่ไหมคะ?”
เซียวเผิงพยักหน้า “ใช่แล้วครับ ถ้าคุณดำลึกเกินสามร้อยเมตร แรงดันที่คุณต้องรับจะเทียบเท่ากับมีคนอ้วนน้ำหนัก 270 กิโลกรัมกำลังเขย่งปลายเท้าเต้นบัลเลต์อยู่บนผิวหนังของคุณทุกตารางนิ้ว ถ้าคุณดำลึกเกินหนึ่งพันห้าร้อยเมตร แรงดันที่ต้องรับจะเทียบเท่ากับทหารทั้งกองพลกำลังเล่นต่อตัวอยู่บนร่างกายคุณ ถ้าเกินสามพันเมตรล่ะ? ฮ่าฮ่า นั่นเทียบเท่ากับมีเทพีเสรีภาพพร้อมฐาน 13 ชิ้นทับอยู่บนตัวคุณ! คุณลองคิดดูสิครับ หากการกู้ซากเรือในทะเลลึกโดยไม่ใช้อุปกรณ์ไฮเทคมันจะทำได้ไหม?”
เหมียวเพ่ยแลบลิ้น “น่ากลัวเกินไปแล้ว คุณพูดซะฉันไม่กล้าลงทะเลเลย!”
เซียวเผิงหัวเราะ “ไม่ต้องห่วงครับ จุดที่เราจะไปน้ำลึกแค่สิบกว่าเมตรเอง ขอแค่พวกคุณทำตามที่ผมสอน ก็จะไม่มีอันตราย ถึงจะเกิดอุบัติเหตุก็ยังมีผมอยู่ พวกคุณวางใจได้เลย ผมรับรองว่าจะไม่เกิดปัญหาแน่นอน!”
เหมียวเพ่ยยิ้ม “มีคำพูดนี้ของคุณฉันก็สบายใจแล้วค่ะ คำพูดของคุณทำให้รู้สึกปลอดภัยมาก”
“พวกเธอคุยอะไรกันสนุกจัง?” ผู้หญิงที่เตี้ยกว่าซึ่งยืนดูแดเนียลขับเรือใบอยู่ท้ายเรือถามด้วยความสงสัย
เธอชื่อหวังส่วง เป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยกับเหมียวเพ่ย ครั้งนี้ทั้งสองคนมาเที่ยวด้วยกันในช่วงวันหยุด
เหมียวเพ่ยตอบว่า “เรากำลังถกกันเรื่องความลี้ลับของมหาสมุทรอยู่จ๊ะ!”
หวังส่วงเกาะห้องเคบินเดินมาหาเหมียวเพ่ยอย่างระมัดระวัง แล้วกระซิบข้างหูเหมียวเพ่ยเบาๆ “เดี๋ยวพอถึงที่แล้ว เธอกับเซียวเผิงลงไปดำน้ำก่อนนะ ฉันจะอยู่บนเรือกับแดเนียลสักพัก ฉันว่าฉันตกหลุมรักเขาแล้วล่ะ!”
เหมียวเพ่ยทำหน้าเซ็งมองหวังส่วง “นี่หวังส่วง ตลอดทริปนี้เธอตกหลุมรักไปอย่างน้อยหกครั้งแล้วนะ?”
“ครั้งนี้ของจริง!”
“ทุกครั้งเธอก็พูดแบบนี้แหละ!”