- หน้าแรก
- เส้นทางสู่เจ้าพ่อธุรกิจรถยนต์ เริ่มต้นที่การแต่งงานกับราชินีเมืองลับแล
- บทที่ 13 ขยะอุตสาหกรรม?
บทที่ 13 ขยะอุตสาหกรรม?
บทที่ 13 ขยะอุตสาหกรรม?
ในปี 1978 ร้านเฉวียนจวี้เต๋อยังไม่ได้เปลี่ยนชื่อกลับเป็นอย่างเดิม แต่ใช้ชื่อว่า 'ร้านเป็ดปักกิ่งแห่งเมืองหลวง'
ร้านตั้งอยู่ที่ทางเข้าทิศเหนือของโรงน้ำชากวงเหอ ถนนตลาดเนื้อเฉียนเหมิน
ถ้าออกจากหอพักสถานีอนามัยของสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ ถือว่าใกล้มาก
แต่ขากลับไปสถาบันเทคโนโลยีแห่งเมืองหลวงนี่สิ คงต้องปั่นจักรยานไกลโข
ทั้งสองต่างคนต่างปั่นจักรยานไปถึงเฉียนเหมินในเวลาไม่ถึงยี่สิบนาที
จูหลินคงเคยมาที่นี่แล้ว เธอพาเจียงฮุยไปจอดรถแล้วเดินเข้าร้านเป็ดปักกิ่งแห่งเมืองหลวงอย่างคล่องแคล่ว
พ่อตากับแม่ยายมาถึงก่อนแล้ว ดูเหมือนว่าการแวบออกจากงานก่อนเวลาจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสินะ
"พ่อครับ แม่ครับ!"
เจียงฮุยทักทายพร้อมกับจูหลิน เขาเลื่อนเก้าอี้ให้จูหลินนั่งก่อน แล้วค่อยนั่งลงตรงข้ามพ่อตา
คู่สามีภรรยาอาวุโสสังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ นี้ หันมาสบตากันแล้วยิ้มออกมา
"เสี่ยวเจียง เริ่มงานอาทิตย์แรกเป็นยังไงบ้าง ชินหรือยัง?"
ในฐานะอาจารย์และพ่อตา จูเจี้ยนเซิงย่อมคุ้นเคยกับเจียงฮุยเป็นอย่างดี
แม้แต่แม่ยายอย่างฟางเจิน ก็เป็นคนที่เขาเคยเจอหน้าค่าตาบ่อยๆ
เพราะเจียงฮุยมักหาโอกาสไปถามคำถามที่บ้านอาจารย์ และเนียนกินข้าวฟรีอยู่บ่อยครั้ง
"มีพี่เหลียวคอยช่วยดูแล ทุกอย่างราบรื่นมากครับ"
เจียงฮุยเล่าสถานการณ์ในสัปดาห์ที่ผ่านมาสั้นๆ แต่จูหลินรีบเสริมขึ้นมาว่า "เขาช่วยโรงงานแก้ปัญหาใหญ่ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มงานเลยนะคะ"
เห็นเจียงฮุยไม่มีทีท่าจะโอ้อวด จูหลินเลยเล่าเรื่องวีรกรรมปั๊มน้ำมันเครื่องอย่างออกรสออกชาติ
แล้วถือโอกาสเล่าเรื่องที่เจียงฮุยจะได้ไปอบรมที่โรงงานเครื่องยนต์สันดาปภายในอาทิตย์หน้าด้วย
"โอกาสนี้อาจเป็นกับดักสำหรับคนอื่น แต่สำหรับนาย มันอาจเป็นโอกาสทองจริงๆ ก็ได้"
"ใช้เวลาช่วงนั้นไปฝึกฝนที่โรงงานลูกข่ายต่างๆ แล้วงัดจุดแข็งเรื่องการออกแบบรถยนต์และชิ้นส่วนของนายออกมาใช้ให้เต็มที่"
ในฐานะอาจารย์ จูเจี้ยนเซิงรู้ซึ้งถึงความสามารถของเจียงฮุยดี
เขาถึงขนาดรู้สึกว่าในบรรดาคนที่เขารู้จัก ไม่มีใครมีความรู้เรื่องการออกแบบรถยนต์กว้างขวางไปกว่าเจียงฮุยอีกแล้ว
ในฐานะอาจารย์ เขาคงได้พลอยรับอานิสงส์ชื่อเสียงไปด้วยไม่ช้าก็เร็ว
"แม่คะ สั่งอาหารหรือยัง?"
เห็นพ่อกับเจียงฮุยคุยกันเพลิน จูหลินเลยเริ่มห่วงเรื่องปากท้องมื้อนี้
"สั่งเป็ดย่างมาตัวนึง กุ้งใหญ่ทอดกรอบหนึ่งที่ ปลิงทะเลตุ๋นหนึ่งที่ แล้วก็เห็ดหอมผัดผักกาดขาว เดี๋ยวให้ร้านเขาเอาโครงเป็ดไปต้มซุปใส่ฟักเขียวเพิ่มอีกอย่าง น่าจะกำลังดี"
"อาหารหลักมีหมั่นโถวสี่เหลียงกับแป้งห่อเป็ดหกเหลียง สำหรับสี่คนน่าจะพอนะ"
ฟางเจินไม่เกรงใจลูกสาวกับลูกเขย เธอสั่งอาหารล่วงหน้าไว้เรียบร้อยแล้ว
ระยะทางจากหอพักสถานีอนามัยมาที่นี่ใกล้มาก เธอเลยกะเวลาได้แม่นยำว่าจูหลินกับเจียงฮุยจะมาถึงเมื่อไหร่
อากาศร้อนขนาดนี้ ต่อให้อาหารมาเสิร์ฟก่อนไม่กี่นาที ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเย็นชืด
"แม่คะ จัดเต็มขนาดนี้ เงินเดือนหนูครึ่งเดือนหายวับไปกับตาเลยนะเนี่ย!"
จูหลินไม่คิดว่าวันนี้แม่จะสั่งแต่อาหารหรูๆ
เป็ดย่างตัวละ 8 หยวน กุ้งใหญ่ทอดกรอบ 4.80 หยวน ปลิงทะเลตุ๋นยิ่งแพงเข้าไปอีกตั้ง 5.20 หยวน
บวกกับเห็ดหอมผัดผักกาดขาวอีก 1.50 หยวน รวมแล้วก็ปาเข้าไป 19.50 หยวน
กินเป็ดร้านนี้เขาคิดค่าต้นหอมกับน้ำจิ้มเพิ่มอีกชุดละ 20 เฟินด้วย
รวมๆ แล้วเกิน 20 หยวนแน่ๆ
ตอนนี้จูหลินเงินเดือน 46 หยวน ถือว่าไม่น้อยแล้ว
มิน่าเธอถึงรู้สึกว่าวันนี้แม่ใจป้ำเป็นพิเศษ
"พ่อแกพกเหล้ามาด้วยขวดนึง ถ้ารวมราคานั้นด้วย เงินเดือนแกครึ่งเดือนก็ไม่พอหรอก"
ฟางเจินมาจากตระกูลร่ำรวย สมัยสาวๆ ไม่เคยลำบาก
กลับกัน แต่งงานกับจูเจี้ยนเซิงแล้วคุณภาพชีวิตตกลงด้วยซ้ำ
ในเมื่อวันนี้เธอเป็นคนสั่งอาหาร จะให้มานั่งขี้เหนียวเหมือนแม่บ้านทั่วไปได้ยังไง
"พ่อก็แค่อยากดื่มเองไม่ใช่เหรอคะ?"
จูหลินมองพ่อเปิดขวดเหล้าแล้วพูดไม่ออก
เธอก็ดื่มเป็นคอแข็งกว่าเจียงฮุยซะด้วยซ้ำแต่เธอไม่ดื่มในที่สาธารณะ
ส่วนแม่ที่เป็นหมอ ไม่แตะแอลกอฮอล์เลยสักหยด
แต่สำหรับสามคนแบ่งกันดื่มเหล้าขวดเดียว ไม่ต้องกลัวว่าจะเมามายอะไร
"พรุ่งนี้พ่อหยุด ดื่มนิดหน่อยไม่เป็นไรหรอก"
เหล้าขวดละแปดหยวน เจียงฮุยอยากจะซื้อตุนไว้บ้าง แต่น่าเสียดายที่กระเป๋าเขาสะอาดกว่าหน้าซะอีก
"เดี๋ยวขากลับต้องปั่นจักรยานกันเป็นชั่วโมง เพลาๆ กันหน่อยนะ"
ถ้าจูเจี้ยนเซิงดื่มคนเดียว ฟางเจินคงยึดเหล้าไปแล้ว
แต่ในเมื่อลูกเขยกับลูกสาวร่วมวงด้วย เธอก็ยอมปล่อยเลยตามเลย
ระหว่างคุยกัน พนักงานก็เข็นรถเข็นเป็ดย่างมาเสิร์ฟ
เป็ดย่างที่ร้านเป็ดปักกิ่งแห่งเมืองหลวงต่างจากร้านทั่วไปตรงที่จะแล่หนังเป็ดให้ดูสดๆ ต่อหน้า
เป็ดย่างหนึ่งตัวแล่ได้ประมาณ 108 ชิ้น เริ่มจากหนังส่วนอกประมาณ 20% เอาไว้จิ้มกินกับน้ำตาลทรายขาว
เนื้อเป็ดที่เหลืออีก 80% จะแล่เป็นชิ้นๆ เอาไว้ห่อกินกับแผ่นแป้ง ต้นหอม และซอสหวาน
หรือจะห่อรวมกันทั้งหนัง เนื้อ ต้นหอม และซอสก็ได้
ไม่ว่าจะกินแบบไหน รสชาติก็ยอดเยี่ยมจริงๆ
นี่เป็นครั้งแรกที่จูหลินมากินที่นี่กับเจียงฮุย กลัวเขาจะกินไม่เป็น เธอเลยบรรจงห่อให้เจียงฮุยคำหนึ่ง ทำเอาจูเจี้ยนเซิงอิจฉาตาร้อน
เขาไม่เคยได้รับการปรนนิบัติแบบนี้มาก่อนเลย
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะยุคนี้ขาดแคลนอาหารดีๆ หรือเพราะเชฟที่ร้านนี้ฝีมือเทพจริงๆ เจียงฮุยกินอย่างเอร็ดอร่อย
"พ่อครับ ผมขอดื่มคารวะพ่อสักแก้ว!"
พอมีอาหารตกถึงท้อง ก็ได้เวลาดื่ม
จากอาจารย์กลายเป็นพ่อตา เหมือนยิ่งผูกพันแน่นแฟ้นขึ้นไปอีกชั้น
"หนูด้วย~"
จูหลินยกแก้วขึ้นชนกับชายสองคนที่รักเธอที่สุด
พอเหล้าเข้าปาก จูเจี้ยนเซิงก็เริ่มพูดเก่งขึ้น
อาหารจานอื่นๆ ทยอยมาเสิร์ฟ
กินไปดื่มไปคุยไป บรรยากาศรื่นรมย์
"โรงงานผลิตรถยนต์แห่งเมืองหลวงผลิตแต่ BJ212 มาตลอดหลายปีนี้ ช่วงแรกๆ รถรุ่นนี้ก็ถือว่าดีใช้ได้ แต่ผ่านไปเป็นสิบปีไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เริ่มจะไม่ตอบโจทย์หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วสิ"
แม้จูเจี้ยนเซิงจะเป็นอาจารย์ในสถาบัน แต่เขาก็ไม่ได้ตกข่าว
เขาอุตส่าห์ไปสืบสถานการณ์โรงงานของลูกเขยมาเป็นพิเศษ
ในฐานะศาสตราจารย์สถาบันเทคโนโลยีแห่งเมืองหลวง ข้อมูลข่าวสารเขาแน่นปึ้ก
"จริงครับ BJ212 มีจุดบอดร้ายแรงหลายอย่าง"
"ไม่นับเรื่องเสียบ่อย หลังคารั่วฝนสาดเป็นเรื่องปกติ เสียงดังน่ารำคาญนี่ยิ่งทนไม่ได้"
"ถ้าไม่ปรับปรุงครั้งใหญ่ อนาคตอาจจะโดนโละทิ้งได้"
เจียงฮุยรู้ดีว่าจุดอ่อนของ BJ212 อยู่ตรงไหน
ถ้าเอามาตรฐานรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในยุคหลังมาวัด BJ212 รุ่นปัจจุบันก็คือ 'ขยะอุตสาหกรรม' ดีๆ นี่เอง
เขาต้องรีบหาวิธีทำให้มันสวยขึ้น นั่งสบายขึ้น และขับดีขึ้น
ไม่อย่างนั้น อีกไม่กี่ปีพอรถร่วมทุนเริ่มเข้ามาตีตลาด BJ212 คงเสียส่วนแบ่งการตลาดไปมหาศาลแน่