เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 สองชีวิตหนึ่งศพ

บทที่ 23 สองชีวิตหนึ่งศพ

บทที่ 23 สองชีวิตหนึ่งศพ


ครรภ์กว่าเจ็ดเดือนของลู่ชิงโตขึ้นมากจนนางมองไม่เห็นปลายเท้าตัวเองแล้ว

ในกระจกทองเหลือง หญิงงามร่างอวบอัดขมวดคิ้วถามสาวใช้ข้างกาย "หหม่านตงข้าอ้วนขึ้นมากเลยหรือ? หน้าข้าบานขึ้นตั้งเป็นกอง"

"ไม่เลยสักนิด บ่าวว่าดูดีกว่าเดิมเสียอีก!" หมั่นตงวิเคราะห์ด้วยท่าทีจริงจัง "อี๋เหนียงโครงร่างเล็ก ผอมเกินไปดูไม่สวยหรอกเจ้าค่ะ มีเนื้อมีหนังหน่อยแบบนี้แหละ งามนักแล!"

หมั่นตงพูดจาขึงขังไม่มีแววโกหกแม้แต่น้อย ลู่ชิงมองอย่างคลางแคลงใจ ยกมือขึ้นลูบแก้มยุ้ยๆ ของตัวเอง

ทำไมนางยังรู้สึกเหมือนหมั่นตงโกหกอยู่ดีนะ?

"ข้าเห็นด้วยกับหมั่นตงนะเจ้าคะ อี๋เหนียงดูงามขึ้นทุกวันจริงๆ" จี้ฉินเอ่ยขึ้นขณะเดินผ่านด้านหลังลู่ชิง

ลู่ชิงนั้นงามอยู่แล้ว แม่นมจงถึงได้เลือกนางมาเป็นสาวใช้อุ่นเตียง แต่ตอนนั้นนางยังดูอ่อนเยาว์และไม่ประสีประสา ต่างจากตอนนี้ที่เปรียบเสมือนลูกท้อสุกงอม อวบอิ่ม กลมกลึง และเปล่งปลั่งด้วยสีชมพูระเรื่อชวนหลงใหล

ลู่ชิงไม่รู้หรอกว่าในสายตาจี้ฉิน นางกลายเป็นลูกท้อไปเสียแล้ว แต่คำพูดของสองสาวก็ทำให้นางสบายใจขึ้น

นางประคองเอวลุกขึ้น แล้วค่อยๆ เดินออกไปยังห้องโถงด้านนอก "อย่างนั้นก็ดี ข้าค่อยโล่งใจหน่อย"

หมั่นตงเดินตามหลังอย่างระมัดระวัง "ไม่ต้องกังวลหรอกเจ้าค่ะ ทั้งอี๋เหนียงและนายน้อยแข็งแรงสมบูรณ์ดีทุกอย่าง"

หมอหญิงเจียงมาตรวจชีพจรลู่ชิงตามปกติ พอได้ยินหมั่นตงบ่นเรื่องลู่ชิงกังวลเรื่องหุ่น ก็อดหัวเราะไม่ได้ "อี๋เหนียงไม่ต้องกังวลไปเจ้าค่ะ หลังคลอดข้าจะสอนวิธีฟื้นฟูหุ่นให้กลับมาเหมือนเดิมเอง ตอนนี้เป้าหมายสำคัญที่สุดของเราคือคลอดนายน้อยออกมาอย่างปลอดภัย"

คำพูดของหมอหญิงเจียงทำให้ลู่ชิงเลิกคิดมาก

นางพยักหน้าอย่างเชื่อฟังแล้วถามว่า "วันคลอด ท่านจะเป็นคนทำคลอดให้ข้าใช่ไหม?"

"แม่นมจงจะจัดหาหมอตำแยมาให้เจ้าค่ะ ข้าจะคอยกำกับดูแลอยู่ใกล้ๆ"

สำหรับเรื่องการคลอดลูก ลู่ชิงทั้งคาดหวังและหวาดกลัว นางเคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับผู้หญิงที่ตายเพราะคลอดยากมานับครั้งไม่ถ้วน สมัยก่อนตอนเป็นเรื่องคนอื่นนางก็ได้แต่ถอนหายใจสงสาร แต่พอถึงคราวตัวเองต้องตั้งท้อง ความกลัวก็แวบเข้ามาในใจเป็นพักๆ

เหมือนจะรับรู้ถึงความกังวลของลู่ชิง หมอหญิงเจียงกุมมือนางอย่างอ่อนโยน "อี๋เหนียงทำได้ดีมากตั้งเริ่มตั้งครรภ์ ทั้งนายน้อยและร่างกายของท่านแข็งแรงมาก ข้าเชื่อว่าการคลอดก็จะราบรื่นเช่นกัน อย่ากลัวไปเลยนะเจ้าคะ"

คำปลอบโยนที่นุ่มนวลแต่หนักแน่นช่วยคลายความตึงเครียดของลู่ชิงลงได้

"ถ้าเช่นนั้นคงต้องรบกวนหมอหญิงเจียงแล้ว" ลู่ชิงยิ้ม รั้งตัวหมอหญิงเจียงไว้ดื่มชาสักถ้วยก่อนจะปล่อยนางกลับไป

**

เรือนเฮ่อหมิง

แม่นมจงรวบรวมหมอตำแยมากประสบการณ์มาได้หลายคน ในช่วงก่อนที่ลู่ชิงจะคลอด หมอตำแยเหล่านี้จะเริ่มเข้ามาพักในจวนเพื่อเตรียมการทุกอย่างให้พร้อม

แม่นมจงอบรมและกำชับพวกนางอย่างเคร่งครัด ก่อนจะนำทางพาไปที่พัก

"นี่เป็นทายาทคนแรกของเว่ยอี๋เหนียง ท่านอ๋องรับสั่งให้ข้าไปตามตัวพวกเจ้ามาเผื่อไว้ พวกเจ้าต้องดูแลให้นายน้อยคลอดออกมาอย่างราบรื่น ถึงเวลาพวกเจ้าจะได้รับรางวัลอย่างงามแน่นอน..."

แม่นมจงผู้เคร่งขรึมเดินไปสอนสั่งไป จนมาป๊ะหน้าเข้ากับเสวี่ยเจียว กวนซาซา ฉวีตงเอ๋อร์ และเฉียวซูอี๋ ที่ออกมาเดินเล่นสูดอากาศ

"คารวะอี๋เหนียงทุกท่าน" แม่นมจงย่อกายคารวะและหลีกทางให้

ฉวีตงเอ๋อร์บอกให้นางลุกขึ้นอย่างนุ่มนวลและถามไถ่อย่างอบอุ่น "แม่นมจะไปไหนหรือ?"

แม่นมจงตอบ "มีหมอตำแยชุดใหม่เข้ามาในจวน บ่าวกำลังจะพาไปที่พักเจ้าค่ะ"

กวนซาซาขมวดคิ้ว "สำหรับเรือนฉีอวิ๋นหรือ?"

พอได้ยินดังนั้น เสวี่ยเจียวก็เข้าใจทันที สายตาของนางกวาดมองกลุ่มคนที่ยืนอยู่ด้านหลังแม่นมจงไปมา แล้วเอ่ยเสียงเบา "อ๋อ หมอตำแยที่เตรียมไว้ให้เว่ยอี๋เหนียงนี่เอง"

เฉียวซูอี๋ทำท่าเหมือนธุระไม่ใช่ นางยืนมองด้วยสายตาเย็นชา ไม่คิดจะร่วมวงสนทนาด้วย

แม่นมจงไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด พูดคุยตามมารยาทอีกไม่กี่คำก็ขอตัวไปทำธุระต่อ

พอคล้อยหลังแม่นมจง กวนซาซาก็หมดอารมณ์เดินเล่น นางแค่นเสียงอย่างหมั่นไส้ "เดือนหน้าก็ถึงวันอภิเษกสมรสของท่านอ๋องแล้ว คนทั้งจวนตั้งแต่บนลงล่างเห็นมีแต่เฉินเช่อเฟยวิ่งวุ่นจัดแจงงานอยู่คนเดียว ดูท่าท่านอ๋องจะไม่สนใจงานแต่งของตัวเองเลยสักนิด ใจคงไปอยู่ที่นังจิ้งจอกในเรือนฉีอวิ๋นหมดแล้ว!"

วาจาช่างเผ็ดร้อนและลามปาม

ฉวีตงเอ๋อร์กระตุกแขนเสื้อนาง กระซิบเตือน "หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง อย่าวิจารณ์เรื่องของท่านอ๋องจะดีกว่านะ"

เสวี่ยเจียวที่ปกติพูดน้อย เอ่ยปากช่วยกวนซาซา "พี่ฉวี โปรดเข้าใจพี่กวนด้วยเถอะ นางไม่ใช่คนไม่รู้ความหรอก แค่กำลังน้อยใจเท่านั้น ขืนให้นางเก็บกดไว้ เดี๋ยวจะพาลป่วยเอาเปล่าๆ"

เฉียวซูอี๋ที่หมดความอดทนมานานแล้ว แสยะยิ้มเยาะ "ถ้าเก็บไว้แล้วจะอกแตกตาย ก็กล้าๆ ไปพูดต่อหน้าท่านอ๋องสิ! จะได้รู้ว่าทางไหนลงนรกเร็วกว่ากัน!"

พูดจบ นางก็สะบัดมือเดินหนีไป "ข้าบอกแล้วว่าไม่อยากออกมา แต่พวกเจ้าก็คะยั้นคะยอ ลากออกมาไม่พอ ยังต้องมาทนฟังเสียงนกเสียงกา น่ารำคาญชะมัด!"

แม้ฉวีตงเอ๋อร์จะพอรู้นิสัยของเฉียวซูอี๋อยู่บ้าง แต่ก็อดอึ้งไปไม่ได้

หน้ากวนซาซาบิดเบี้ยว อารมณ์เสียจากการเจอหมอตำแยอยู่แล้ว ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ "นางจะมาวางมาดสูงส่งใส่ใครกัน?! พูดให้ดูดีก็เป็นถึงคุณหนูรองสายตรงของขุนนางขั้นสี่ในเมืองหลวง แต่ความจริงแม่ของนางก็ไต่เต้ามาจากอนุภรรยาขึ้นเป็นภรรยาเอกนั่นแหละ เชิดหน้าชูตาไปก็เท่านั้น!"

ด้วยความโมโห กวนซาซาเหล่ตามอง พาลโกรธไปถึงเสวี่ยเจียว "ขนาดนางกำนัลยังได้เป็นอี๋เหนียงเลย นางจะมาวางมาดลูกสาวขุนนางไปทำไม?"

เสวี่ยเจียวซึ่งมีพื้นเพมาจากนางกำนัลนั้นมีความอดทนเป็นเลิศ นางไม่โกรธเลยสักนิด กลับยิ้มตอบด้วยใบหน้าซื่อๆ ท่าทางไร้พิษสงของนางทำให้กวนซาซาหาเรื่องต่อไม่ถูก

ดีจริง ไล่เฉียวซูอี๋ไปยังไม่พอ กวนซาซาก็หนีกลับไปอีกคน

กลุ่มเดินเล่นสี่คนเหลือกันอยู่แค่สอง ฉวีตงเอ๋อร์ผู้ใจดีกับเสวี่ยเจียวผู้ขี้ขลาดและอ่อนแอ

ฉวีตงเอ๋อร์รู้สึกขัดเขินเล็กน้อย "เรา... เดินต่อกันไหม?"

เพราะเหยียนฟู่กวนไม่ค่อยแวะเวียนไปหาพวกนางทั้งสี่ และพวกนางก็เข้าจวนมาพร้อมกัน ตามหลักแล้วก็น่าจะสนิทกันมากกว่าคนอื่น โดยไม่รู้ตัว พวกนางมักจะนัดเดินเล่นกันสี่คนเพื่อแก้เหงาและฆ่าเวลา

เสวี่ยเจียววางตัวต่ำต้อยเสมอ แม้จะมีตำแหน่งอี๋เหนียงเหมือนกัน แต่นางไม่เคยแก่งแย่งชิงดีกับใครในกลุ่มสี่คนนี้ เมื่อครู่ที่โดนกวนซาซาค่อนขอด นางก็แค่หัวเราะกลบเกลื่อน ทำให้ภาพลักษณ์คนขี้ขลาดหัวอ่อนฝังลึกในใจผู้คน

นางไม่กล้าแม้แต่จะล่วงเกินฉวีตงเอ๋อร์ผู้ใจดี ทำตัวนอบน้อมราวกับไม่ใช่เจ้านายคนหนึ่ง "แล้วแต่พี่ฉวีเลย ข้าเชื่อฟังท่านทุกอย่าง"

ฉวีตงเอ๋อร์ไม่มีทางเลือกนอกจากเดินเล่นต่อ

หลังจากเดินวนรอบสวนหลังบ้านหนึ่งรอบ พวกนางก็กลับมาที่ริมสระน้ำ จากตรงนี้มองเห็นมุมหนึ่งของเรือนฉีอวิ๋น บทสนทนาจึงวกกลับมาที่เรื่องของลู่ชิง

สายตาของเสวี่ยเจียวลึกล้ำ จ้องมองไปยังมุมนั้นเขม็ง

ฉวีตงเอ๋อร์นั่งลงบนม้านั่งหิน รับลมเย็นๆ นางเท้าคางพูดอย่างอิจฉา "เว่ยอี๋เหนียงกำลังจะมีลูกเป็นของตัวเองแล้ว ต่อไปชีวิตนางคงมีสีสันน่าดู!"

"อย่างนั้นหรือ?" เสวี่ยเจียวเอ่ยเสียงเบา คำพูดปลิวหายไปกับสายลม "ของที่เป็นของเรา สักวันมันก็ต้องมา แต่ของที่ไม่ใช่ อย่าไปฝืนเลยดีกว่า"

จะไม่มีเด็กคนไหนถือกำเนิดขึ้นในจวนอ๋องจิ้น การที่เว่ยอี๋เหนียงตั้งครรภ์ก่อนกำหนดนั้นอยู่นอกเหนือแผนการของพวกนาง

นางเคยคิดว่าเจ้านายคงจะสั่งให้นางกำจัดทารกในครรภ์ของเว่ยอี๋เหนียงตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ไม่นึกเลยว่าเจ้านายจะมองการณ์ไกลกว่านั้น นางถึงได้สงบปากสงบคำมาจนถึงตอนนี้

ต้องรู้ไว้ว่าสำหรับผู้หญิงแล้ว การคลอดลูกก็ไม่ต่างจากการก้าวเท้าเข้าไปในประตูนรก จะเจอกับภูตผีปีศาจตนใดก็สุดแท้แต่เวรแต่กรรม

และมีเพียง "สองชีวิตหนึ่งศพ" เท่านั้น ที่จะแก้ปัญหาได้อย่างถอนรากถอนโคน

จบบทที่ บทที่ 23 สองชีวิตหนึ่งศพ

คัดลอกลิงก์แล้ว