- หน้าแรก
- ร้านนี้ขายความเทพ เชิญเสพความแกร่ง
- บทที่ 5 กลิ่น... อหังการ
บทที่ 5 กลิ่น... อหังการ
บทที่ 5 กลิ่น... อหังการ
บทที่ 5 กลิ่น... อหังการ
ระหว่างทางลงจากเขา ลู่ชวนก้าวเดินด้วยท่าทีสงบนิ่ง แตกต่างจากตอนขามาที่ร้อนรนค้นหาสมุนไพรอย่างสิ้นเชิง
ในใจของเขา การจะหาเจอหรือไม่นั้นกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเสียแล้ว
ดั่งคำกล่าวที่ว่า ได้มาคือวาสนา เสียไปคือโชคชะตา
ชีวิตคนเราไม่ควรยึดติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนเกินไป
เฉกเช่นหนุ่มสาวที่มัวเมาในความรักเหมือนที่เห็นในละครโทรทัศน์
จะมีประโยชน์อะไร? ความรักเป็นสิ่งสวยงามก็จริง แต่ชีวิตไม่ได้มีแค่ความรักเพียงอย่างเดียว
แน่นอนว่าลู่ชวนไม่เคยมีความรัก แต่เขารู้สึกว่าคำเปรียบเปรยนี้ช่างเหมาะสมเหลือเกิน
ทว่าโชคชะตามักเล่นตลก
ยามที่เราไขว่คว้าตามหาสิ่งใดแทบตาย มันกลับดื้อดึงไม่ยอมปรากฏตัว
แต่พอเราปล่อยวางจนหมดสิ้น มันกลับโผล่พรวดพราดออกมาให้เห็นในชั่วพริบตา
ลู่ชวนหยุดฝีเท้า จ้องมองดอกไม้ที่บานสะพรั่งอย่างงดงามริมทางด้วยความประหลาดใจ
เขาไม่รู้จักชื่อของดอกไม้นี้ แต่สัญชาตญาณบอกเขาว่า นี่แหละคือเป้าหมายที่เขาตามหามาตลอด
ลู่ชวนเงยหน้ามองดงดอกไม้นิรนามที่ทอดยาวไปตามเส้นทาง
ทันใดนั้น เขาก็ส่ายหน้าแล้วระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
กว่าจะกลับถึงบ้าน ดวงจันทร์ก็ลอยเด่นอยู่กลางเวหาแล้ว
ลู่ชวนเทดอกไม้ออกจากตะกร้าไม้ไผ่ จากนั้นตักน้ำสะอาดมาหนึ่งกะละมังเพื่อล้างดินโคลนที่ติดอยู่ออกจนหมดจด
เริ่มจากกลีบดอก ใบเขียว ก้านดอก และสุดท้ายคือราก
ลู่ชวนคัดแยกตัวอย่างด้วยความพิถีพิถันและระมัดระวัง ราวกับกำลังทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์
เมื่อผนวกเข้ากับความรู้จากสูตรอาหาร เขาจึงแยกแยะได้อย่างละเอียดว่าส่วนไหนของดอกไม้ที่เหมาะแก่การนำมาทำยาที่สุด และต้องใช้สัดส่วนเท่าไหร่
เนื่องจากลู่ชวนไม่สามารถหาชื่อที่แท้จริงของดอกไม้นี้ได้จากอินเทอร์เน็ต เขาจึงไม่รู้สรรพคุณทางยาที่แน่ชัด
ต้องเข้าใจว่าสมุนไพรจีนมีความซับซ้อนมาก
อย่างเช่น 'เหอโสวอู' รากที่ผ่านการแปรรูปแล้วเป็นยา แต่ถ้านำมาใช้สดๆ จะเป็นพิษ
หรืออย่าง 'ยี่โถ' ใบใช้ทำยาได้ แต่ทั้งต้นกลับมีพิษร้ายแรง โดยเฉพาะในน้ำหวานและยาง
จากความรู้ในสูตรอาหาร ลู่ชวนรู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าดอกไม้นิรนามชนิดนี้เหมาะที่จะนำมาแปรรูปเป็นสารปรุงแต่งจากธรรมชาติ
แต่ถ้าเขาใช้ทั้งต้นอย่างโง่เขลา ก็มีแนวโน้มสูงที่จะได้ยาพิษมาแทน
เขาคงไม่อยากให้ลูกค้าต้องหามส่งโรงพยาบาลเพียงเพราะมากินเต้าหู้เหม็นที่แผงของเขาหรอกนะ
หลังจากผ่านค่ำคืนแห่งการกลั่นกรองและทดลองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในที่สุดลู่ชวนก็เลือกใช้ก้านดอกส่วนบนหนึ่งในสาม และผสมสูตรในอัตราส่วนที่น่าพอใจได้สำเร็จ
"ฟู่ว..."
หลังจากเพ่งสมาธิอยู่นาน พอผ่อนคลายลง ลู่ชวนก็เพิ่งรู้ตัวว่าร่างกายปวดเมื่อยไปหมด
เขายันโต๊ะเพื่อลุกขึ้นยืน แต่กลับรู้สึกหน้ามืดตาลาย ภาพตรงหน้าดับวูบไปชั่วขณะ
เมื่อเป็นเช่นนั้น ลู่ชวนจึงรีบสูดหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้ง
"—หายใจออก—หายใจเข้า—"
เมื่ออากาศบริสุทธิ์ยามเช้าไหลเข้าสู่ปอดและขับไล่อากาศเสียออกมา ลู่ชวนก็รู้สึกว่าอาการวิงเวียนทุเลาลงบ้าง
"เวลาเป็นเงินเป็นทอง"
ลู่ชวนมองดูดวงอาทิตย์สีแดงฉานที่โผล่พ้นเมฆหมอกไกลๆ อารมณ์ของเขาผ่อนคลายลง เขาบีบนวดเอวและขาเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มง่วนกับการทำงานอีกครั้ง
เขาเดินเข้าครัว เตรียมโม่หินและอุปกรณ์ทำเต้าหู้ที่จัดหาไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมกับทบทวนขั้นตอนการทำเต้าหู้เหม็นในหัวอย่างรวดเร็ว
เมื่อพิจารณาทุกรายละเอียดอย่างถี่ถ้วนและมั่นใจว่าไม่มีอะไรตกหล่น เขาจึงเริ่มจากการโม่ถั่วเหลือง
เต้าหู้เหม็นที่อร่อยมักเริ่มต้นจากการคัดเลือกสายพันธุ์ถั่วเหลืองชั้นเลิศ
ลู่ชวนตระเวนไปตามซูเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ ในเมืองหลายแห่ง
จนกระทั่งได้ถั่วเหลืองพันธุ์ดีที่ไม่ผ่านการตัดต่อพันธุกรรมจากทะเลสาบต้งถิงมาจากซูเปอร์มาร์เก็ตเครือใหญ่แห่งหนึ่ง
แน่นอนว่าถั่วเหลืองจากแหล่งอื่นก็ใช้ได้
แต่ถ้าเลือกได้ ลู่ชวนย่อมแสวงหาความสมบูรณ์แบบที่สุด
ถั่วเหลืองที่แช่น้ำไว้ทั้งคืนถูกโม่หินบดละเอียดจนกลายเป็นของเหลวข้น น้ำนมถั่วเหลืองไหลซึมผ่านร่องโม่ลงสู่ถังไม้ด้านล่าง
เมื่อได้กลิ่นหอมเข้มข้นของถั่วเหลือง ลู่ชวนก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย
น้ำนมถั่วเหลืองข้นคลั่ก เพียงเติมน้ำเล็กน้อยแล้วนำไปต้มก็ได้น้ำเต้าหู้แล้ว
มีพ่อครัวอยู่ทั้งคน เรื่องอดอยากปากแห้งย่อมไม่มีทางเกิดขึ้น
ลู่ชวนต้มน้ำเต้าหู้อย่างง่ายๆ เติมน้ำตาลทรายลงไปคนให้เข้ากัน
แถมเขายังวิ่งไปซื้อปาท่องโก๋จากร้านขายอาหารเช้าในหมู่บ้านมาด้วย
พอกลับถึงบ้าน เขาก็กัดปาท่องโก๋คำโต เคี้ยวแป้งที่กรอบนอกนุ่มใน หอมกรุ่น สัมผัสถึงความกรุบกรอบ
ลิ้มรสความหอมในปากแล้วตามด้วยการจิบน้ำเต้าหู้สีขาวข้นหอมมัน
เขายังไม่กลืนลงไปทันที แต่ปล่อยให้น้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ค่อยๆ ผสมผสานกันในปาก
จนกระทั่งน้ำเต้าหู้หวานๆ ซึมซาบเข้าไปในเนื้อปาท่องโก๋ที่ยังคงความกรอบ รสชาติของทั้งสองสิ่งผสานเข้ากันอย่างลงตัว
ความอร่อยพุ่งทะยานขึ้นไปอีกระดับทันที
"อร่อยเหาะ!"
ลู่ชวนกินอย่างมีความสุขจนตาหยี
อาหารเช้าที่เรียบง่ายแต่อร่อยล้ำจบลงอย่างรวดเร็ว
ลู่ชวนลูบหน้าเรียกความสดชื่นแล้วเริ่มงานขั้นตอนต่อไป
เขาหยิบถุงผ้าเนื้อหนาออกมาเพื่อกรองกากถั่วเหลือง
จากนั้นนำน้ำเต้าหู้ที่กรองแล้วไปต้ม ช้อนฟองออก แล้วทยอยเติมน้ำเจียะกอลงไปเพื่อให้จับตัวเป็นเนื้อเต้าฮวย
ต่อมาเขาก็ตักเต้าฮวยใส่ลงในบล็อกไม้ ปิดฝาไม้กระดาน แล้วใช้หินหนักทับไว้หลายชั่วโมงเพื่อรีดน้ำออกและอัดให้เป็นก้อนเต้าหู้สีขาวเนื้อแน่น
กว่าขั้นตอนเหล่านี้จะเสร็จสิ้น ก็ล่วงเลยไปจนบ่ายคล้อย
ลู่ชวนนำเต้าหู้ขาวที่อัดแน่นแล้วออกมาหั่นเป็นก้อนสี่เหลี่ยม จากนั้นนำไปแช่ในน้ำเย็นเพื่อลดอุณหภูมิและกำจัดกลิ่นเหม็นเขียวของถั่ว
เมื่อเสร็จขั้นตอนนี้ ลู่ชวนมองดูเต้าหู้ขาวนวลตรงหน้า ยืดคอที่เมื่อยขบ แล้วสูดหายใจลึกๆ อีกสองสามครั้ง
จากนั้นเขาหยิบภาชนะสะอาดมาใบหนึ่ง ใส่เต้าหู้ขาวลงไปจนเต็ม แล้วเทน้ำหมักสูตรพิเศษราดลงไป
สุดท้าย เขาหยิบสารปรุงแต่งธรรมชาติที่สกัดจากดอกไม้นิรนามและสมุนไพรจีนอีกชุดหนึ่ง ค่อยๆ เติมลงในน้ำหมักตามลำดับอย่างแม่นยำ
"ฟู่ว"
ลู่ชวนมองดูเต้าหู้ขาวที่จมอยู่ในน้ำหมักสูตรพิเศษ รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏบนใบหน้า
"จะหมู่หรือจ่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็รู้กัน"
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้ามืดมิดภายนอก ไม่มีกะจิตกะใจจะพักผ่อน
แต่กลับฉวยโอกาสนี้เริ่มทำซอสและผงปรุงรสสำหรับเต้าหู้เหม็นต่อทันที
ขั้นตอนนี้ไม่กินแรงลู่ชวนเท่าไหร่นัก เขาเพียงแค่ทำตามสูตรในคู่มือ
เต้าหู้เหม็นสูตรดั้งเดิมจะเสิร์ฟพร้อมซอสหลากหลายชนิด โดยทั่วไปแบ่งเป็น น้ำมันพริก ซอสน้ำมันกระเทียม ซอสเต้าเจี้ยวหวาน ซอสถั่วปากอ้า รวมถึง 'ซอสรสพิสดาร' ที่เน้นรสเปรี้ยว หวาน เผ็ด และชาลิ้นที่ซับซ้อน
ส่วนท็อปปิ้งแปลกใหม่ที่นิยมกันในช่วงหลังอย่างชีส อาหารทะเล ผลไม้ กะทิ หรือข้าวหอม ลู่ชวนตัดสินใจตัดออกไปก่อนเพราะต้นทุนสูงเกินไป
ตลอดทั้งคืนนั้น จากโรงงานเล็กๆ ของลู่ชวน มีกลิ่นหอมสดชื่นอันเป็นเอกลักษณ์ของซอสสูตรพิเศษลอยออกมาเป็นระยะ
สายลมยามค่ำคืนพัดพามันกระจายไปสู่ทุกครัวเรือนในหมู่บ้าน
จากนั้น จู่ๆ มันก็แปรเปลี่ยนเป็นปีศาจพราวเสน่ห์ที่ทำให้ชาวบ้านที่กำลังหลับใหลต้องน้ำลายสอ
เช้าวันรุ่งขึ้น ชาวบ้านที่นอนหลับไม่เต็มตื่นต่างมองขอบตาดำคล้ำของกันและกัน แล้วตกอยู่ในห้วงความคิดอย่างพร้อมเพรียง
ขณะที่ลู่ชวน ต้นเหตุของเรื่องราว ยังคงเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ง่วนอยู่กับการทำเต้าหู้เหม็น
ในเวลานี้ เขาถูมือด้วยความประหม่า ก่อนจะเปิดฝากล่องออกดูทันที
เขาเห็นว่าหลังจากแช่มาทั้งคืน เต้าหู้ก้อนสีขาวนวลบัดนี้ได้เปลี่ยนเป็นสีฟ้าอ่อนดูลึกลับ ราวกับมหาสมุทรอันกว้างใหญ่
เต้าหู้แต่ละก้อนงดงามราวกับงานศิลปะ ดูสวยประหลาดล้ำค่า
แต่ลู่ชวนเพียงแค่ชำเลืองมอง สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที เขาปิดฝากล่องไม้อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
ทว่า... สายไปเสียแล้ว
วินาทีถัดมา กลิ่นเหม็นที่รุนแรงอย่างเหลือเชื่อก็ตลบอบอวลไปทั่วโรงงานเล็กๆ แห่งนั้น
"อุ๊บ!"