- หน้าแรก
- เป็นเทพมันเหนื่อย ขอถอนเงินมาใช้เล่นหน่อยแล้วกัน
- บทที่ 10 ปีศาจ
บทที่ 10 ปีศาจ
บทที่ 10 ปีศาจ
บทที่ 10 ปีศาจ
"อืม"
เย่หมิงพยักหน้า ชำเลืองมองโม่จู๋แวบหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ "ฉันมารอแฟน มีปัญหาอะไรไหม?"
"ไม่มีปัญหาครับลูกพี่! นึกไม่ถึงเลยว่าลูกพี่จะเป็นแฟนกับเจ๊โม่จู๋ ผู้น้อยเลื่อมใสยิ่งนัก!"
ขณะพูด ถังเฟิงหยวนก็ลดลำดับอาวุโสของตัวเองลงไปอีกครึ่งขั้น
เขาเลิกเรียกเย่หมิงว่า 'พี่ชาย' แล้วเปลี่ยนเป็น 'ลูกพี่' ทันที
เย่หมิงเห็นดังนั้นก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองโม่จู๋แล้วอดถามไม่ได้ว่า "เธอเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเขาจริงๆ เหรอ?"
ไม่อย่างนั้นมันก็ดูไม่สมเหตุสมผล ทำไมหมอนี่ถึงมีท่าทีแบบนี้?
"ถ้าจะให้พูดแบบนั้น ก็คงใช่"
โม่จู๋ไม่ได้ปฏิเสธ
"อะแฮ่ม เอาเถอะ"
แม้เย่หมิงจะไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้านัก แต่เขารู้ดีว่าโม่จู๋ไม่มีวันโกหกเขา
ดังนั้นเขาจึงหันกลับไปมองถังเฟิงหยวนแล้วถามว่า "แล้วนายทำอะไรอยู่ตอนนี้?"
"ผมก็รออยู่ตรงนี้ต่อน่ะสิครับ แฟนผมก็อยู่ข้างบนเหมือนกัน"
ถังเฟิงหยวนพูดราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่สุดในโลก
เย่หมิงนึกถึงช่อดอกไม้ในรถเปิดประทุนของถังเฟิงหยวน น่าจะเป็นของขวัญขอโทษแฟนสาวนั่นแหละ
โดนนางจิ้งจอกยั่วยวน แล้วโดนจับได้ จากนั้นก็มาตามง้อขอคืนดีกับแฟน... อืม พล็อตเรื่องนี้สมเหตุสมผลดี
แต่ทำไมโม่จู๋ถึงกลายเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตเขาได้ล่ะ?
"เดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟัง อยู่ข้างนอกคุยไม่สะดวก"
โม่จู๋สังเกตเห็นสีหน้าของเย่หมิง เธอไม่มีอะไรปิดบัง จึงพูดออกมาตรงๆ
"โอเค งั้นไปหาอะไรกินกันก่อน อยากกินอะไร?"
ถึงเย่หมิงจะเต็มไปด้วยคำถาม แต่เขาก็ไม่เซ้าซี้ต่อ ในเมื่อโม่จู๋บอกว่าเดี๋ยวค่อยคุย ก็ตามนั้น
"อะไรก็ได้ที่ปริมาณเยอะๆ"
"ปริมาณเยอะๆ... บุฟเฟต์ไหม?"
"ก็ได้"
โม่จู๋ไม่ค่อยเรื่องมากเท่าไหร่ ปกติคุยกันไม่กี่คำก็ได้ข้อสรุปแล้ว
นี่คือความรู้ใจแบบไม่ต้องพูดของเพื่อนสมัยเด็ก และเป็นวิธีการสื่อสารระหว่างเย่หมิงกับโม่จู๋ พวกเขาไม่มีความลับต่อกัน
เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นความลับที่บอกไม่ได้จริงๆ
ถังเฟิงหยวนที่ยังยืนรออยู่ที่เดิม มองดูวิธีการสื่อสารที่เรียบง่ายเป็นธรรมชาติและบรรยากาศที่กลมกลืนกันอย่างเหลือเชื่อของทั้งสองคน อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเคารพนับถือเย่หมิงจากก้นบึ้งหัวใจ
นี่สินะผู้ชายที่เอาเจ๊โม่จู๋อยู่? ลูกผู้ชายตัวจริงกระทิงแดง!
เย่หมิงไม่มีทางรู้ถึงความชื่นชมของถังเฟิงหยวน
แต่ตอนที่เขาพาโม่จู๋มาที่รถสปอร์ต เย่หมิงสัมผัสได้ถึงแววตาที่เปลี่ยนไปของโม่จู๋อย่างชัดเจน
"รถคันนี้ของนายเหรอ? เอามาจากไหน?"
"เล่นหุ้นน่ะ ได้กำไรมานิดหน่อย"
เย่หมิงใช้ข้ออ้างที่เตรียมไว้ตั้งแต่แรก แถมยังหยิบโทรศัพท์ออกมาโชว์ด้วย
ช่วยไม่ได้จริงๆ เรื่องที่เขาได้ระบบมานั้นพูดออกไปไม่ได้จริงๆ
แต่นอกเหนือจากนั้น เย่หมิงก็ไม่ได้ปิดบังอะไร
โม่จู๋รู้รหัสผ่านโทรศัพท์ของเขา มันเป็นวันเกิดของเธอมาตลอดและไม่เคยเปลี่ยน
เขาบอกว่าได้จากหุ้น โม่จู๋ก็แค่ปรายตามองแวบเดียว ไม่ใช่ว่าเธอไม่เข้าใจ แต่ไม่จำเป็นต้องดูละเอียด
"ได้มาเท่าไหร่?"
ถามตรงๆ ง่ายกว่า
"ตอนนี้เหลืออยู่ในมือประมาณสี่ล้านกว่าๆ"
เย่หมิงถูจมูก ไม่ปิดบังแม้แต่น้อย บอกจำนวนเงินที่เขาสามารถหามาแสดงให้ดูได้จริงๆ
โม่จู๋เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า "ขึ้นรถก่อนเถอะ"
เธอคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าเพื่อนสมัยเด็กที่ดูธรรมดามาตลอด และเป็นคนที่จะใช้ชีวิตร่วมกันไปตลอดชีวิต จู่ๆ ก็ทำเงินได้เงียบๆ กว่าสี่ล้าน
และดูจากทรงแล้ว นี่น่าจะเป็นแค่จุดเริ่มต้น อนาคตยังไม่รู้ว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน
ส่วนเรื่องที่เย่หมิงบอกว่าเล่นหุ้น พูดตามตรง โม่จู๋ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่เธอก็จะไม่ถาม
เพราะเธอเชื่อใจเย่หมิง และรู้ดีว่าถ้าเรื่องนี้พูดได้ เย่หมิงไม่มีวันปิดบังเธอ
ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องซักไซ้ไล่เลียงให้ถึงที่สุด
หลังจากทั้งคู่ขึ้นรถ โม่จู๋เป็นฝ่ายเปิดปากถามก่อน "เงินนี้ปลอดภัยใช่ไหม?"
นี่เป็นคำถามที่จำเป็นต้องถาม เธอไม่สนว่าเงินมาจากไหน แต่กระบวนการต้องถูกกฎหมาย
ยังไงซะนี่ก็เป็นสังคมที่มีกฎหมาย จะทำเรื่องผิดกฎหมายหรืออาชญากรรมไม่ได้เด็ดขาด
"แน่นอนสิ โม่จู๋ เธอไม่รู้เหรอว่าฉันเป็นคนยังไง?"
"รับประกันได้เลยว่าเป็นรายได้ที่ถูกกฎหมายร้อยเปอร์เซ็นต์"
เย่หมิงพูดพลางตบหน้าอกรับรอง
โม่จู๋พยักหน้าและกล่าว "งั้นฉันก็ไม่มีอะไรจะถามแล้ว นายมีอะไรอยากถามก็ถามมาสิ"
พูดจบ เธอก็เห็นเย่หมิงจับพวงมาลัย ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามอย่างลังเล "ไอ้นางจิ้งจอกที่เธอพูดถึงเมื่อกี้นี้... คงไม่ใช่จิ้งจอกแบบที่ฉันคิดใช่ไหม?"
ที่ถามแบบนี้ เพราะเย่หมิงปะติดปะต่อจากคำพูดที่ได้ยินมาก่อนหน้านี้
โดยเฉพาะประโยคที่ถังเฟิงหยวนพูดก่อนโม่จู๋จะลงมา
"อย่างน้อยก็มั่นใจได้ว่าแฟนคนปัจจุบันของนายเป็นมนุษย์..."
ประโยคแบบนั้นมันชวนให้จินตนาการเตลิดเปิดเปิงจริงๆ
ถ้ามันเป็นจิ้งจอกแบบที่เขาคิดจริงๆ โลกทัศน์ของเขาคงได้พังทลายแน่
ทว่า โม่จู๋ไม่เคยชอบอ้อมค้อม สำหรับคำถามของเย่หมิง เธอพยักหน้าเบาๆ อย่างเป็นธรรมชาติ
"มันคือจิ้งจอกแบบที่นายคิดนั่นแหละ"
"เธอหมายความว่า..."
เย่หมิงสูดหายใจเข้าลึกๆ ทันที พยายามเตรียมใจอย่างสุดความสามารถ
แต่น่าเสียดาย เกราะป้องกันจิตใจของเขาถูกทำลายย่อยยับด้วยคำพูดเพียงคำเดียวของโม่จู๋
"ปีศาจ!"
ในวินาทีนี้ เย่หมิงควบคุมสีหน้าไม่ได้จริงๆ และที่ซับซ้อนยิ่งกว่าสีหน้าคืออารมณ์ของเขา
ปีศาจ? ปีศาจเนี่ยนะ!
โลกนี้มีสิ่งมีชีวิตอย่าง 'ปีศาจ' อยู่จริงๆ เหรอ?!
หรือว่าชีวิตที่ผ่านมาของฉันคือความฝัน? ทำไมเรื่องไร้เหตุผลพรรค์นี้ถึงโผล่มาได้?
"โม่จู๋ ที่ว่าปีศาจ หมายถึงพวกปีศาจในตำนานงั้นเหรอ?"
เย่หมิงยังพยายามดิ้นรนเฮือกสุดท้าย
แต่ในใจเขาก็ไม่ได้หวังอะไรมากแล้ว
เพราะก่อนหน้านี้ จากมุมมองของคนปกติ เขาไม่เคยคิดไปในทิศทางนั้นเลย
แต่เมื่อคนที่เขาเชื่อใจที่สุดพูดเรื่องแบบนี้ออกมาอย่างชัดเจน...
บวกกับความจริงที่ว่าเย่หมิงเองก็ได้ครอบครอง 'ระบบมหาเศรษฐี' ซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับสามัญสำนึกอย่างสิ้นเชิง...
ดังนั้นในระดับจิตใต้สำนึก เย่หมิงจึงเลือกที่จะเชื่อ
ในเมื่อ 'ระบบ' ยังมีได้ ทำไม 'ปีศาจ' จะมีไม่ได้ล่ะ?
และประโยคที่เย่หมิงอยากตะโกนออกไปมากที่สุดในตอนนี้ก็คือ...
เขาได้ระบบมหาเศรษฐีนะ ไม่ใช่ระบบเทพเจ้าสงคราม ทำไมโลกถึงจ้องเล่นงานเขาแบบนี้?
เดิมทีเย่หมิงคิดว่าพอได้ระบบมหาเศรษฐีมา เขาจะสามารถพึ่งพาพลังของระบบเพื่อก้าวสู่จุดสูงสุดของชีวิตได้อย่างสบายๆ
ทว่าความจริงอันโหดร้ายกลับตบหน้าเขาฉาดใหญ่และบอกว่า...
เลิกฝันซะ!
แม้แต่เพื่อนสมัยเด็กที่อยู่ตรงหน้าก็ยังบอกเขาว่า...
"ถึงจะต่างจากปีศาจในตำนานนิดหน่อย แต่โดยเนื้อแท้แล้วก็ไม่ต่างกันมากหรอก"