เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9 ผู้มีพระคุณช่วยชีวิต

บทที่ 9 ผู้มีพระคุณช่วยชีวิต

บทที่ 9 ผู้มีพระคุณช่วยชีวิต


บทที่ 9 ผู้มีพระคุณช่วยชีวิต

"อืม"

โม่จู๋ หญิงสาวผู้มีท่าทีเย็นชาขานรับในลำคอแผ่วเบา

ก่อนจะยกกระบี่เรียวในมือขึ้นชี้ไปที่หุ่นไม้เบื้องหน้าอีกครั้ง แผ่นเหล็กที่หุ้มหุ่นไม้เต็มไปด้วยรอยกระบี่ไขว้ไปมาอย่างชัดเจน ทว่าส่วนอื่นๆ ของหุ่นกลับไร้ริ้วรอย

นี่แสดงให้เห็นถึงความวิจิตรพิสดารของเพลงกระบี่และความแม่นยำในการลงมือของเธอ...

หลังจากขับรถตามระบบนำทางอยู่นาน ในที่สุดเย่หมิงก็มาถึงหน้าประตูมหาวิทยาลัยจวินหนาน

เมื่อมองดูซุ้มประตูใหญ่ที่ดูโอ่อ่ากว่ามหาวิทยาลัยของตนเองหนึ่งระดับ เย่หมิงก็อดถอนหายใจไม่ได้

ตอนกรอกใบสมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัย คะแนนเขาขาดไปเพียงนิดเดียว ทำให้พลาดโอกาสที่จะได้เรียนที่เดียวกับเพื่อนสมัยเด็กที่สอบติดไปก่อน

มหาวิทยาลัยจวินหนานกับมหาวิทยาลัยจวินเจียว แม้ชื่อจะต่างกันแค่อักษรเดียว แต่อีกแห่งอยู่ใจกลางเมืองจวินหนาน ส่วนอีกแห่งอยู่ชานเมือง

พอพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ มันก็แทบไม่ต่างอะไรกับรักทางไกลเลย

ไม่อย่างนั้นเย่หมิงจะยังนอนอู้อยู่ในหอพักทุกวันหรือ? ป่านนี้เขาคงไปเกาะแกะเพื่อนสมัยเด็กสุดน่ารัก คอยอวดความหวานไปทั่วแล้ว

โชคดีที่ตอนนี้เขามีรถแล้ว ระยะทางที่ห่างไกลนี้จึงดูไม่ไกลอีกต่อไป

"ขอโทษนะครับ ตึกห้าไปทางไหนครับ?"

หลังจากหาที่จอดรถได้แล้ว เย่หมิงก็รีบวิ่งไปถามทางทันที

เขานึกในใจว่าช่างบังเอิญจริงๆ ที่มหาวิทยาลัยจวินหนานเขาก็ต้องไปตึกห้าเหมือนกัน คงไม่ใช่ว่าในตึกห้าของที่นี่ก็มีโรงยิมศิลปะการต่อสู้เหมือนกันหรอกนะ?

แน่นอนว่าไม่มีใครมาช่วยตอบคำถามในใจข้อนี้

หลังจากได้เส้นทางแล้ว เย่หมิงก็รีบตรงดิ่งไปที่ใต้ตึกห้าพร้อมกับช่อกุหลาบที่แวะซื้อระหว่างทาง จากนั้นจึงโทรหาโม่จู๋ บอกว่าเขาถึงแล้ว ให้ลงมาได้เลย

ตอนที่เย่หมิงไปถึงใต้ตึกห้า โม่จู๋ยังลงมาไม่ถึง กลับมีหนุ่มหน้ามนคนหนึ่งยืนพิงรถสปอร์ตเปิดประทุนสีแดงเพลิง ราวกับกำลังรอใครบางคนอยู่เช่นกัน

"พวกเดียวกันสินะ"

เย่หมิงนึกสนใจขึ้นมา เขาชะโงกหน้าไปดูแล้วก็เห็นว่าบนเบาะข้างคนขับรถเปิดประทุนมีดอกไม้วางอยู่จริงๆ ด้วย

หรือจะเป็นนายน้อยบ้านรวยมาดักรอจีบสาว?

รถเปิดประทุนสีแดงฉูดฉาด หน้าตาหล่อเหลาสำอางของเจ้าหมอนี่ บวกกับดอกกุหลาบสดสวย

ถ้าหยอดคำหวานอีกนิดหน่อย พลังทำลายล้างต่อสาวน้อยไร้เดียงสาคงรุนแรงระดับความเสียหายจริงแน่นอน!

จังหวะนั้นเอง หนุ่มหน้ามนก็หันมาเห็นเย่หมิง และเห็นดอกกุหลาบในมือเขาด้วย

เขาแสดงความสนใจทันที "เพื่อน มารอคนเหมือนกันเหรอ?"

"ใช่"

เย่หมิงพยักหน้ายอมรับอย่างตรงไปตรงมา ก่อนจะถามกลับ "นายก็มารอคนเหมือนกันเหรอ? จัดเต็มขนาดนี้ คงมาจีบสาวล่ะสิ"

"จีบสาว?"

ทันทีที่หนุ่มหน้ามนได้ยินคำนี้ หน้าเขาก็ซีดเผือด ราวกับนึกถึงความทรงจำอันเลวร้ายบางอย่าง เขารีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน

"ไม่กล้าหรอก ฉันไม่ทำเรื่องพรรค์นั้นอีกแล้ว"

เห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่าย เย่หมิงเดาว่าหมอนี่คงพยายามคบซ้อนแล้วรถไฟชนกันจนยับเยินแน่ๆ

แต่ว่าไป พวกนี้ปกติบริหารเวลาเก่งไม่ใช่เหรอ?

หรือว่าไม่ใช่แค่สับรางสองคน แต่เป็นขบวนรถไฟชนกันวินาศสันตะโร?

ยังไม่ทันที่เย่หมิงจะเอ่ยปาก หนุ่มหน้ามนก็พูดเตือนด้วยความหวังดี "เพื่อน ฟังคำแนะนำฉันนะ ถ้ามีแฟนก็รักถนอมเธอให้ดี อย่าคิดว่ามันไม่สำคัญ"

"อย่างน้อยนายก็มั่นใจได้ว่าแฟนคนปัจจุบันของนายเป็นคน..."

"???"

ได้ยินแบบนั้น เย่หมิงก็งงเป็นไก่ตาแตก

หมายความว่าไงที่บอกว่า 'อย่างน้อยแฟนคนปัจจุบันก็เป็นคน'?

จะบอกว่าแฟนเก่าๆ ของนายไม่ใช่คนงั้นเหรอ?

พ่อหนุ่มหน้ามน นายรสนิยมวิไลเหลือเกินนะ ไม่ใช่แค่รสรนิยมแปลกประหลาด แต่ความกล้าหาญก็น่านับถือจริงๆ

"เปล่า นายเข้าใจผิดแล้ว... ช่างเถอะ เรื่องมันยาว พูดไปก็ไม่จบ"

"เอาเป็นว่าจงถนอมชีวิตปัจจุบันให้ดีเถอะ"

หนุ่มหน้ามนเห็นสีหน้าเย่หมิงก็เข้าใจว่าคิดไปไกล จึงได้แต่ถอนหายใจคล้ายกำลังอาลัยอดีต

แต่ไม่ถึงสามวินาที สีหน้าของเขาก็เคร่งขรึมขึ้นทันควัน

เย่หมิงรู้สึกถึงอะไรบางอย่างจึงหันกลับไปมอง ก็เห็นโม่จู๋เดินออกมาจากตึกห้า

แต่ยังไม่ทันที่เย่หมิงจะขยับตัว หนุ่มหน้ามนข้างกายกลับพุ่งเข้าไปหาเธอก่อน

"???"

เย่หมิงงงหนักกว่าเก่า

สรุปคนที่นายรอจนแทบคลั่งคือคนเดียวกับที่ฉันรอเนี่ยนะ?

แต่พอเย่หมิงจะอ้าปากถาม อีกฝ่ายกลับชิงพูดขึ้นก่อน

"พี่โม่จู๋ พี่ก็อยู่ที่นี่เหรอเนี่ย! คราวก่อนพี่ยังไม่เปิดโอกาสให้ผมขอบคุณที่ช่วยชีวิตเลยนะ"

น้ำเสียงและท่าทางของหนุ่มหน้ามนดูประจบสอพลอสุดขีด ดูไม่เหมือนคนมาจีบสาว แต่เหมือนลูกสมุนมากกว่า

ทำเอาเย่หมิงอึ้งไปเลย

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?

จู่ๆ กลายเป็นบุญคุณช่วยชีวิตได้ยังไง?

แล้วตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

"แล้วนายเป็นใคร?"

โม่จู๋ที่ถูกหนุ่มหน้ามนขวางทางไว้ปรายตามองแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย ความไม่คุ้นเคยบนใบหน้าเธอไม่ได้เสแสร้งเลยสักนิด

จากนั้นพอโม่จู๋เห็นเย่หมิง คิ้วที่ขมวดก็คลายลงทันที เธอถามต่อว่า "เย่หมิง เขาเป็นเพื่อนนายเหรอ?"

ชั่วขณะหนึ่ง เย่หมิงถึงกับพูดไม่ออก

เมื่อกี้เขายังคิดว่าไอ้หนุ่มนี่จะมาแย่งแฟน ที่แท้เขาก็คิดมากไปเอง

"พี่โม่จู๋ ผมถังเฟิงหยวนไง! พี่ลืมแล้วเหรอ?"

"เดือนที่แล้วตอนกลางคืนที่ริมแม่น้ำ พี่เป็นคนช่วยชีวิตผมไว้นะ ไม่งั้นผมคงตายด้วยน้ำมือปีศาจจิ้งจอกไปแล้ว"

หนุ่มหน้ามนรีบแนะนำตัวอธิบายรัวเร็ว

แล้วเขาก็ได้เห็นสีหน้าบรรลุธรรมของโม่จู๋

"อ๋อ นายเองเหรอ"

"วันหน้าก็เลิกทำตัวเหลวไหลซะล่ะ ถ้าวันนั้นฉันไม่บังเอิญเดินตรวจเวรผ่านไป ป่านนี้ที่บ้านนายคงได้มาเก็บศพแล้ว"

น้ำเสียงของโม่จู๋ยังคงเย็นชา แต่ชัดเจนว่าเธอจำหนุ่มหน้ามนตรงหน้าได้แล้ว

ก็แค่นั้นแหละ

เธอช่วยคนไว้ตั้งเยอะ จะให้จำไม่ได้ทันทีก็เป็นเรื่องปกติ

"ครับๆๆ ผมไม่กล้าแล้ว ต่อไปผมจะไม่กล้าอีกแล้ว"

ถังเฟิงหยวนพยักหน้าหงึกหงักรับคำ

ถึงตอนนี้เย่หมิงเพิ่งจะได้สติ เขามองถังเฟิงหยวนด้วยสายตาแปลกๆ ก่อนจะหันไปถามโม่จู๋ "ตกลงสถานการณ์มันเป็นยังไง?"

"สถานการณ์มันซับซ้อน แต่ถ้าจะให้พูดง่ายๆ ก็คือ หมอนี่เกือบโดนปีศาจจิ้งจอกสูบไอหยางจนแห้งตาย"

โม่จู๋ตอบสั้นๆ ทิ้งให้เย่หมิงตกอยู่ในดงหมอกแห่งความงุนงงอีกครั้ง

"ปีศาจจิ้งจอก?"

คงเป็นการเปรียบเปรยสินะ?

สรุปคือหมอนี่ไม่ได้รถไฟชนกัน แต่ดันไปเจอผีตอนเดินดึกๆ ดื่นๆ เหรอ?

ในตอนนั้นเอง ถังเฟิงหยวนก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ สายตาที่มองเย่หมิงเปลี่ยนไปทันที

"พี่ชาย คนที่พี่รออยู่คือพี่โม่จู๋เหรอ?"

จบบทที่ บทที่ 9 ผู้มีพระคุณช่วยชีวิต

คัดลอกลิงก์แล้ว