เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 อีก 7 เดือนก็ได้บุตรชายแล้ว

บทที่ 11 อีก 7 เดือนก็ได้บุตรชายแล้ว

บทที่ 11 อีก 7 เดือนก็ได้บุตรชายแล้ว


บทที่ 11 อีก 7 เดือนก็ได้บุตรชายแล้ว

เด็กในท้องของพระชายารองแซ่อันเป็นลูกของหมอเว่ย!

ท่านอ๋องอันรู้สึกว่าวันนี้ตนได้รับความตื่นตระหนกมากเกินพอแล้ว เขาต้องการความสงบเงียบสักพัก

หมอเว่ยไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรเลยตลอดเวลาที่ผ่านมา เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้พระชายารองต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย เขาจึงเอาแต่ก้มหน้ามองต่ำ ทว่าเพียงแค่ได้ยินนางเอ่ยถึงเด็กในท้อง มือของเขาก็สั่นเทาขึ้นมา

นั่นคือลูกของเขา!

เมื่อเห็นสถานการณ์ตรงหน้า เขารู้ดีว่าความจริงกำลังจะถูกเปิดเผย เขารู้สึกผิดต่อสองแม่ลูกเหลือเกิน หากชาติหน้ามีจริง เขาขอชดใช้กรรมด้วยการทำงานหนักเพื่อไถ่โทษให้พวกนาง

จุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ของทั้งสองเกิดขึ้นเมื่อพระชายารองเมามายและเป็นฝ่ายเข้าหาหมอเว่ยก่อน หลังจากนั้นทั้งคู่ก็ลักลอบคบหากันอย่างลับๆ และหมอเว่ยก็เป็นคนแรกที่รู้ว่านางตั้งครรภ์

เขารู้ดีว่า หากพระชายารองรู้ตัวว่าท้องลูกของเขา นางจะต้องไม่เก็บเด็กคนนี้ไว้แน่

ทว่าในภายหลัง เมื่อได้เห็นความมั่งคั่งโอ่อ่าของจวนอ๋อง ความคิดอันน่าหวาดหวั่นก็ผุดขึ้นในใจ

จนถึงบัดนี้ เขาแยกไม่ออกแล้วว่าเป็นเพราะความรักของคนเป็นพ่อที่จับต้องไม่ได้ หรือเพราะความหลงใหลในลาภยศของจวนอ๋องกันแน่ ที่ทำให้เขาตัดสินใจโกหกพระชายารองเพื่อให้เก็บเด็กคนนี้ไว้ และตอนนี้ การตัดสินใจที่น่ากลัวนั้นกำลังนำมาซึ่งจุดจบของพวกเขา!

บางทีนี่อาจเป็นเวรกรรมตามสนอง!

ท่านอ๋องอันสูดหายใจเข้าลึก พลางเอ่ยห้ามพระชายารองที่กำลังพยายามจะเดินหนี "ไม่ต้องรีบร้อน เดี๋ยวเจ้ากรมหมอหลวงก็จะมาถึงแล้ว หลังจากเขารักษาอาการของหย่งอันเสร็จ ก็ให้เขาตรวจชีพจรเจ้าเสียด้วยเลย ถือว่าตรวจเพื่อความสบายใจ"

"ให้หมอหลวงตรวจอาการองค์หญิงเถิดเพคะ ครรภ์ของหม่อมฉันปกติมาตลอด ไม่จำเป็นต้องรบกวนท่านหมอหลวงหรอกเพคะ" พระชายารองยังไม่รู้ว่าเด็กในท้องไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของท่านอ๋อง นางจึงปฏิเสธเพราะไม่อยากให้เกิดเรื่องยุ่งยากและอยากจะรีบปลีกตัวออกไป

ท่านอ๋องอันเอ่ยเนิบช้า "ชีพจรของชายารักได้รับการดูแลโดยหมอเว่ยมาตลอด แต่คนที่มีพฤติกรรมเสื่อมเสียศีลธรรม แอบลักลอบนัดพบกับสาวใช้เช่นนี้ ฝีมือการรักษาคงเชื่อถือไม่ได้กระมัง เพื่อเห็นแก่ลูก ให้หมอหลวงตรวจดูหน่อยจะดีกว่า"

พระชายารองจำต้องนั่งลงอย่างไม่มีทางเลือก มือประคองท้อง พลางก่นด่าหนิงจืออี้ในใจเป็นพันครั้ง

นังตัวดี กล้าหาญชาญชัยมาหาเรื่องนาง! คอยดูเถอะ หลังจากองค์หญิงหย่งอันสิ้นใจ นางจะซ้ำเติมจวนสกุลหนิงให้จมดิน!

ในที่สุดหมอเว่ยก็เอ่ยประโยคแรกออกมา "ท่านอ๋อง วิชาแพทย์ของกระหม่อมฟ้าดินเป็นพยานได้ ขอท่านอ๋องโปรดพิจารณา"

"พระชายารองร่างกายอ่อนแอ การตั้งครรภ์ไม่ใช่เรื่องง่าย หัวอกคนเป็นหมอก็เหมือนหัวอกพ่อแม่ ขอท่านอ๋องโปรดเห็นแก่ทายาทในครรภ์ อนุญาตให้พระชายากลับไปพักผ่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ"

คำพูดของพวกเขาล้วนเต็มไปด้วยการปกป้องซึ่งกันและกัน ซึ่งยิ่งราดน้ำมันลงบนกองเพลิงแห่งโทสะของท่านอ๋องอัน แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่ลงมือทำอะไรหากไร้หลักฐานมัดตัว เพราะความเข้าใจผิดอาจสร้างบาดแผลลึกในใจภรรยาได้

แต่หากเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง...

"ยังต้องให้เปิ่นหวางสอนพวกเจ้าทำงานอีกหรือ?" ท่านอ๋องอันรู้สึกขวางหูขวางตาคนผู้นี้ไปเสียทุกอย่าง สีหน้าจึงบึ้งตึงโดยธรรมชาติ

"ทหาร! ลากตัวหมอเว่ยไปสอบสวนอย่างหนัก แล้วไปจับกุมคนที่เขาลักลอบนัดพบมาด้วย"

"พ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง"

พ่อบ้านจูสั่งให้คนอุดปากหมอเว่ยแล้วลากตัวออกไป

พระชายารองมองดูชู้รักถูกลากตัวไปต่อหน้าต่อตา ด้วยความหวาดกลัวว่าเขาจะซัดทอดมาถึงนาง

แต่ไม่นานนางก็ไม่มีเวลาไปห่วงคนอื่น เพราะหมอหลวงเดินทางมาถึงแล้ว

"ท่านหมอฮัว รีบมาดูอาการลูกสาวข้าเร็วเข้า" ท่านอ๋องอันพาหมอหลวงเดินเข้ามาใกล้เตียง

"ไม่... ตรวจชีพจร... พระชายารองก่อน" เสียงแผ่วเบาดังขึ้น

เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ท่านอ๋องอันก็พุ่งเข้าไปที่ข้างเตียงในสามก้าว

"ลูกพ่อ เจ้าฟื้นแล้ว! ดีเหลือเกิน เจ้าทำพ่อตกใจแทบแย่" หัวใจที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายของท่านอ๋องอันในที่สุดก็วางลงได้เสียที

เพียงแค่ 3 วัน องค์หญิงหย่งอันดูซูบผอมลงไปถนัดตา แต่ทว่าแววตาในยามนี้กลับสว่างสดใสจนน่าตกใจ นางย้ำคำเดิม "ตรวจพระชายารองก่อน"

ท่านอ๋องอันตั้งใจจะเอ่ยห้าม แต่เมื่อเห็นความตื่นเต้นและความคาดหวังในดวงตาของลูกสาว เส้นสติบางอย่างในหัวเขาก็ขาดผึง

หรือว่า... หรือว่าลูกสาวของเขาก็ได้ยินเสียงในใจของหนิงจืออี้เหมือนกัน?!

เขาอยากจะเขย่าไหล่ลูกสาวแล้วถามเหลือเกินว่า 'บอกพ่อมา สายตาคาดหวังนั่นหมายความว่าอย่างไร?'

หมายความว่าอย่างไร!!!

แต่ในความเป็นจริง เขาไม่กล้าทำอะไรทั้งสิ้น ได้แต่แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นต่อไป

ช่างขมขื่นนัก!

หัวใจคนเป็นพ่อช่างขมขื่น!

องค์หญิงหย่งอันฟื้นขึ้นมาเมื่อหนึ่งก้านธูปก่อนหน้านี้ และพบว่าตัวเองนอนอยู่ในอ้อมกอดของหนิงจืออี้ ผู้ที่ปกติแล้วนางจะรู้สึกรำคาญเป็นที่สุด

ทำไมถึงใช้คำว่า 'ปกติ' น่ะหรือ?

ก็เพราะนางรู้สึกว่าหนิงจืออี้ในตอนนี้ไม่น่ารำคาญเลยสักนิด ในทางกลับกัน นางกลับรู้สึกชอบใจอีกฝ่ายเสียด้วยซ้ำ

นางก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกัน หากจะให้บอก ก็คงเพราะความรำคาญเป็นแค่ความรู้สึกชั่ววูบ และตอนนี้นางก็ไม่ได้เกลียดหนิงจืออี้เลย

จุดสำคัญที่สุดคือ นางค้นพบว่าตนเองสามารถได้ยินเสียงความคิดของหนิงจืออี้ แม้เนื้อหาในความคิดเหล่านั้นจะไม่ค่อยเป็นมิตรกับท่านพ่อของนางสักเท่าไหร่ แต่มันก็ไม่อาจหยุดยั้งความอยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้านของนางได้ ท่านพ่อของนางหน้ามืดตามัวมาหลายปี ถือเป็นโอกาสดีที่จะปลุกให้ตาสว่างเสียที

เอาเลยหนิงจืออี้ กระชากหน้ากากนังผู้หญิงสารเลวนั่นออกมา!

หนิงจืออี้มัวแต่เพลิดเพลินกับการดูละครฉากเด็ด จนกระทั่งได้ยินเสียงองค์หญิงหย่งอัน นางถึงเพิ่งรู้ตัวว่าอีกฝ่ายฟื้นแล้ว จึงขยับตัวเตรียมจะลุกหนี

'โอ๊ะ องค์หญิงคนสวยตื่นแล้ว ข้าต้องรีบชิ่ง ตามบทแล้วเราเป็นศัตรูคู่อาฆาต จะให้หลุดคาแรคเตอร์ไม่ได้ ต้องรีบเฟดตัวออกไปเงียบๆ'

'ฉันค่อนข้างชอบนิสัยขององค์หญิงหย่งอันนะ น่าเสียดายที่เราเป็นเพื่อนกันไม่ได้ ทั้งหมดก็เพราะบทบาทนางร้ายที่ดันไปชอบคู่หมั้นชาวบ้านของฉันนี่แหละ'

'เอาจริงนะ ใครจะไปชอบคนอย่างซูอวิ๋นอวี้กัน? วันๆ ดีแต่ขี้เก๊ก หน้าตาก็สู้พี่ใหญ่ของฉันไม่ได้สักนิด มีอะไรให้น่าอวดอ้างนักหนา?'

องค์หญิงหย่งอันแทบอยากจะคว้ามือหนิงจืออี้มากุมไว้แล้วตะโกนว่า 'สหายรู้ใจ!'

นางเองก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ท่านพ่อเชื่อสนิทใจว่าซูอวิ๋นอวี้เป็นคนหนุ่มมากความสามารถ ฐานะสมศักดิ์ศรีกับจวนอ๋อง ที่สำคัญคือไม่มีข่าวลือเสื่อมเสีย ท่านพ่อจึงสวมบทบาทประมุขเผด็จการจับนางคลุมถุงชนเสียเลย

องค์หญิงหย่งอันยื่นมือไปดึงตัวหนิงจืออี้ที่กำลังจะลุกหนีเอาไว้ ดวงตาโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว "อย่าเพิ่งไป อยู่ดูเรื่องตลกของท่านพ่อข้าด้วยกันก่อน... ไม่สิ ไม่ใช่เรื่องตลก แต่เป็นละครฉากเด็ดต่างหาก"

หนิงจืออี้: ......

นี่ลูกสาวแท้ๆ ของท่านอ๋องแน่นอน

องค์หญิงหย่งอันเห็นดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจของหนิงจืออี้ จึงเอ่ยปลอบใจอย่างใจดี "ไม่ต้องกลัว ท่านพ่อไม่ได้ยินหรอก ข้าพูดเสียงเบาจะตาย"

หนิงจืออี้หันไปมองท่านอ๋องอัน เห็นเพียงกำปั้นที่กำแน่นและสันกรามที่ปูดโปนขึ้นมาทั้งสองข้าง

โอ้โห กัดฟันจนฟันจะแตกหมดปากแล้วมั้งนั่น

อาการแบบนี้ดูไม่เหมือนคนไม่ได้ยินอะไรเลยนะ

ท่านอ๋องอันตะโกนสั่ง "ใครก็ได้ เตรียมโจ๊กบำรุงมาให้องค์หญิงหน่อย!" (หาอะไรมาอุดปากนางซะ!)

หมอหลวงได้รับคำสั่งจากท่านอ๋องอัน จึงก้าวเข้าไปตรวจชีพจรพระชายารอง

"พระชายา เชิญพ่ะย่ะค่ะ"

สัญชาตญาณของผู้หญิงนั้นแม่นยำนัก ตอนนี้พระชายารองสังหรณ์ใจว่าหากหมอหลวงตรวจชีพจรเมื่อใด เรื่องเลวร้ายจะต้องเกิดขึ้นแน่ แต่นางก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นเรื่องอะไรกันแน่

นางทำได้เพียงยื่นมือออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ

หลังจากจับชีพจรอยู่ครู่หนึ่ง หมอหลวงก็ชักมือกลับแล้วประสานมือแสดงความยินดีกับท่านอ๋องอันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม "ท่านอ๋องไม่ต้องกังวลพ่ะย่ะค่ะ พระชายารองสุขภาพแข็งแรงดี ทารกในครรภ์ก็สมบูรณ์มาก อีก 7 เดือนจะต้องคลอดบุตรชายที่แข็งแรงออกมาได้อย่างแน่นอน"

รอยยิ้มของหมอหลวงช่างดูใจดี แต่พระชายารองกลับรู้สึกราวกับถูกแช่อยู่ในถังน้ำแข็ง หนาวเหน็บจนร่างกายสั่นสะท้านไม่หยุด

องค์หญิงหย่งอันตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ ร้องทักขึ้นว่า "ท่านหมอ พระชายารองเพิ่งตั้งครรภ์ได้ 2 เดือน แล้วจะคลอดในอีก 7 เดือนได้อย่างไร?"

"ถ้าฟังจากที่ท่านหมอพูด ก็แปลว่าพระชายารองตั้งครรภ์ได้ 3 เดือนแล้วไม่ใช่หรือ? เป็นไปไม่ได้! 3 เดือนก่อน ท่านพ่อออกไปตรวจราชการนอกเมือง ไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงเลยสักนิด"

หลังจากได้ทานโจ๊ก องค์หญิงหย่งอันก็เหมือนได้เกิดใหม่ ร่ายยาวเหยียดโดยไม่หยุดพักหายใจ นางตื่นเต้นเกินไปจริงๆ รู้สึกเหมือนเพิ่งโดนฉีดเลือดไก่กระตุ้นเข้าไปสักสิบชั่งได้

เงียบกริบ ทั่วทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวป่าช้า!

คำพูดขององค์หญิงหย่งอันทำให้หมอหลวงเริ่มสงสัยในตัวเอง เขาจับชีพจรพระชายารองอีกครั้ง และคราวนี้สีหน้าของเขาก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที

เขาพึมพำกับตัวเอง "นั่นสิ อายุครรภ์ 3 เดือน... ทำไม 3 เดือนก่อนท่านอ๋องไม่อยู่ในเมืองหลวง? ถ้าอย่างนั้น... ถ้าอย่างนั้น..."

เมื่อคิดได้ดังนี้ ใบหน้าของหมอหลวงก็ซีดเผือด เขาชำเลืองมองท่านอ๋องอันด้วยความตกตะลึง ก่อนจะรีบหลบสายตาอย่างรวดเร็ว

ท่านอ๋องอัน: ......

เกรงใจกันบ้างไหม?

เปิ่นหวางถามว่า พวกเจ้าเกรงใจกันบ้างไหม?

จบบทที่ บทที่ 11 อีก 7 เดือนก็ได้บุตรชายแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว