- หน้าแรก
- หล่อหลอมกระถางสามขาขึ้นใหม่
- ตอนที่ 22 กองกำลังติดอาวุธ
ตอนที่ 22 กองกำลังติดอาวุธ
ตอนที่ 22 กองกำลังติดอาวุธ
12 ธันวาคม ค.ศ. 1255 ณ ลานฝึกกรมความมั่นคง
"หอกของผมนี่ ใช้หัวหอกที่ทำจากเหล็กกล้าเนื้อดี ผ่านกรรมวิธี 7 ขั้นตอน ขัดเงาและชุบแข็ง คมกริบไร้ที่ติ เจาะเกราะอะไรก็ทะลุหมด"
ต้วนหมิงหยวนถือหอกพลางโม้กับสมาชิกกรมความมั่นคงที่ยืนล้อมอยู่ เขาเป็นสมาชิกกรมความมั่นคง และอีกหมวกหนึ่งคือสมาชิก 'กลุ่มวิจัยอาวุธและเกราะเหล็กกล้า'
จากนั้นเขาก็หยิบเกราะแผ่นขึ้นมา—หลังจากกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มอาวุธพยายามกันมาหลายสิบวัน ในที่สุดก็สร้างค้อนกลไฮดรอลิกแบบคานงัด ได้สำเร็จ ตีแผ่นเหล็กเบี้ยวๆ ออกมาได้สองสามแผ่น แล้วให้ช่างตีเหล็กช่วยทุบจนเป็นทรงโดมออกมาจนได้
"ส่วนเกราะอกชิ้นนี้ เอ่อ... ถึงจะดูขี้เหร่ไปหน่อย แต่ก็เป็นเกราะอกของแท้ ทำจากเหล็กกล้าเนื้อดี ตีทบ 81 ครั้ง ชุบแข็งผิวหน้า และใช้ดีไซน์ลาดเอียงสุดล้ำ พลังป้องกันสุดยอด ธนูยิงไม่เข้า ดาบฟันไม่ระคาย"
คนรอบข้างหัวเราะก๊าก มีคนตะโกนแซว "งั้นถ้าเอาหอกของนายแทงเกราะอกของนาย ผลจะเป็นไงล่ะ?"
ต้วนหมิงหยวนคาดไว้แล้ว ยักคิ้วกวนๆ "ลองดูไหมล่ะ?"
เกาเจิ้งกลั้นขำแล้วเดินเข้าไป เขาหยิบหอกมาลองน้ำหนัก แล้วเดินไปที่เป้าซ้อม แทงใส่แผ่นไม้สนหนา 5 เซนติเมตร ทะลุอย่างง่ายดาย
เกาเจิ้งมองหน้าต้วนหมิงหยวน ต้วนหมิงหยวนเลยเอาแผ่นเหล็กอ่อนที่ตีเล่นๆ ไปแขวนที่เป้า เกาเจิ้งแทงอีกที ก็ยังทะลุสบายๆ
ต้วนหมิงหยวนหัวเราะหึๆ แล้วหยิบก้อนเหล็กดิบไปติดที่เป้า เป้าเล็กขนาดนี้ต้องแม่นหน่อย เกาเจิ้งเล็งแล้วแทงสุดแรง "แครก!" ก้อนเหล็กแตกกระจาย
"หอกดีจริงๆ" เกาเจิ้งดึงหอกกลับมาลูบคลำหัวหอกอย่างพอใจ ตั้งแต่ข้ามมิติมา เขาเริ่มคุ้นเคยกับอาวุธเย็น และเข้าใจคุณภาพของมันดี หัวหอกเหล็กกล้านี่ดีกว่าหอกเหล็กห่วยๆ ที่ยึดมาจากโจรเยอะ ทำเอาเขาเซอร์ไพรส์มาก
"ไม่เลวใช่ไหมล่ะ? ฮ่าๆ งั้นเราสรุปดีไซน์หอกรุ่นนี้ได้เลย อืม... ตั้งชื่อว่า 'หอกมาตรฐานตงไห่รุ่น 00 ฉีเหยียน' (เปลวเพลิงแดง) เป็นไง?" ต้วนหมิงหยวนพูดอย่างภูมิใจ
"จูนิเบียวชะมัด เริ่มต้นก็ชื่ออลังการขนาดนี้ รุ่นหลังๆ จะตั้งชื่อว่าอะไรฮะ?" เกาเจิ้งควงหอกเล่น
"ค่อยว่ากันน่า เฮ้อ จริงๆ อยากทำทรงสามเหลี่ยม แข็งแรงและเบา แต่ทำแม่พิมพ์ยาก แถมน้ำหนักหอกส่วนใหญ่อยู่ที่ด้าม ลดน้ำหนักหัวไปก็ไม่ช่วยอะไรมาก เลยช่างมันเถอะ เอ้า ลองนี่ 'เกราะอกเหล็กกล้าตงไห่รุ่น 00 เสวียนอู่' (เต่าดำ)" ต้วนหมิงหยวนตั้งชื่อเวอร์วังอีกแล้ว เขาติดเกราะอกกับเป้า แล้วส่งหอกเหล็กเก่าๆ ให้เกาเจิ้ง
เกาเจิ้งส่ายหน้ากับชื่อรุ่น รับหอกเหล็กมาแทงใส่ 'เสวียนอู่' "เคร้ง!" ไม่เข้า หอกแฉลบออก เขาแทงซ้ำอีกหลายที ได้แค่รอยขีดข่วนกับรอยบุบนิดหน่อย
"ขี้เหร่แต่ถึกดีนี่" เกาเจิ้งชม แล้วเปลี่ยนมาใช้หอก 'ฉีเหยียน' แทงใส่อีกครั้ง
คราวนี้เสียงดัง "ครืดดด" หอกยังแฉลบออก แต่ทิ้งรอยลึกไว้บนแผ่นเหล็ก
"อืม..."
เกาเจิ้งสะบัดมือ ขยับตัวไปทางซ้ายสองก้าว เปลี่ยนท่าจับหอกให้มั่นคง ย่อตัวลง จ้อง 'เสวียนอู่' เขม็ง พอได้จังหวะก็แทงสวนตูมเดียว "ปัง!" หอกปะทะเข้าที่มุมขวาล่างของเกราะอก เขาเกร็งข้อมือคุมทิศทางหัวหอกแล้วดันสุดแรง "ฉึก!" หอกทะลุเกราะอก จมลึกเข้าไป 5 เซนฯ แล้วติดคาอยู่
ต้วนหมิงหยวนอ้าปากค้าง "โห ลูกพี่ เพลงหอกโหดมาก ไปฝึกมาตอนไหนเนี่ย?"
พูดจบเขาก็แกะเกราะออกจากเป้า เกาเจิ้งดึงมันมาดูสภาพรอยเจาะ เอามือลูบๆ คลำๆ แล้วส่งต่อให้คนอื่นดู
"ไอ้... เอ่อ เกราะ 'เสวียนอู่' ของนายนี่ก็ดีนะ ดูแล้วกันการโจมตีส่วนใหญ่ได้เกือบหมด ต้องโดนแทงตั้งฉากแรงๆ จริงๆ ถึงจะเข้า ถือเป็นเกราะชั้นดีเลยแหละ"
เกาเจิ้งชมก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนโทน "แต่ว่า... ในความเห็นฉัน มันหนาไปหน่อย พลังป้องกันมันเกินความจำเป็น"
ต้วนหมิงหยวนงง "หนาไป? ลูกพี่ ตรรกะไหนเนี่ย? เพิ่งเคยได้ยินคนบ่นว่าพลังป้องกันสูงไป และนี่แค่ตีขึ้นรูปร้อนนะ ประสิทธิภาพยังไม่สุด ไม่งั้นลูกพี่แทงไม่เข้าหรอก..."
"มันหนาจริงๆ ฉันลองจับดู ตรงกลางหนาเกือบ 4-5 มิลฯ เลยมั้ง? ถึงจะไม่สม่ำเสมอ แต่ตรงบางสุดก็ 2 มิลฯ หนักอึ้งเลย น่าจะเกินสิบชั่ง (5 กก.) พวกนายนี่จัดเต็มวัสดุจริงๆ การจะแทงทะลุเกราะหนาขนาดนี้ ต้องแทงระยะประชิดแบบเต็มแรง แต่..."
พูดถึงตรงนี้ เกาเจิ้งพลิกหอก เอาด้ามไม้เคาะพุงและต้นขาต้วนหมิงหยวนเบาๆ แล้วทำท่าแทงคอหอย ทำเอาต้วนหมิงหยวนสะดุ้ง "นายกันได้แค่หน้าอกช่วงบน แต่ถ้าฉันเข้าประชิดได้ขนาดนั้น ฉันจะโง่แทงเกราะนายทำไม? แทงจุดตายอื่นๆ ไม่ดีกว่าเหรอ?"
"ดังนั้น เกราะอกชิ้นเดียวแบบนี้กันการโจมตีระยะประชิดแบบหวังผลไม่ได้หรอก ในเมื่อกันไม่ได้ ก็อย่าไปออกแบบให้มันกันได้สิ เอาแค่กันธนูหรือการโจมตีมั่วๆ ในช่วงตะลุมบอนได้ก็พอ ลดความหนาลงหน่อย ทหารจะได้แบกเบาลง และเหล็กที่ประหยัดได้ก็เอาไปทำเกราะเพิ่มได้อีกหลายชิ้น"
ต้วนหมิงหยวนทำหน้าบรรลุธรรม "เข้าใจแล้ว เยี่ยมเลย เดี๋ยวไปบอกจี้กั๋วเฟิง พวกกรมอุตสาหกรรมชอบนักแหละเรื่องลดสเปก... เอ้ย ควบคุมต้นทุน"
"รู้แล้ว ได้ยินแล้ว!" จี้กั๋วเฟิงโผล่หัวออกมาจากฝูงชนแล้วตะโกน "ไม่ใช่ว่าฉันอยากทำหนาซะหน่อย แต่เครื่องมือมันทำได้แค่นี้ ตีให้บางกว่านี้ยาก ต้องวิจัยเพิ่ม เฮ้อ การคุมคุณภาพด้วยค้อนกลไฮดรอลิกมันต้องใช้ฝีมือช่างเยอะ ต้องหาทางสร้างเครื่องปั๊ม... ช่างเถอะ ค่อยเป็นค่อยไป"
เห็นจี้กั๋วเฟิงทำท่าห่อเหี่ยวอีกแล้ว เกาเจิ้งก็เดินไปตบไหล่ "เอาน่า ดร.จี้ พวกนายทำได้ขนาดนี้ก็สุดยอดแล้ว ดีกว่าที่ฉันคาดไว้เยอะ กรมความมั่นคง—ไม่สิ ทั้งบริษัทต้องขอบคุณนาย ว่าแต่ของพวกนี้ต้นทุนเท่าไหร่?"
จี้กั๋วเฟิงคำนวณในใจ "ถ้าคิดตามราคาตลาดเหล็กก็ไม่แพงมาก หัวหอกอันละหนึ่งกวนกว่าๆ เกราะอกถ้าลดความหนาตามที่นายบอก ก็ประมาณห้ากวน ถ้าคิดแค่ต้นทุนเราเอง ยิ่งถูกกว่านี้อีก"
ยุคนี้จ้างทหารเดือนละ 2-3 กวน อุปกรณ์พวกนี้ราคาเท่าค่าจ้างไม่กี่เดือนเอง
เกาเจิ้งแปลกใจ "ถูกมาก งั้นเราก็ติดอาวุธได้เยอะเลยสิ?"
จี้กั๋วเฟิงยิ้ม "ต้องขอบคุณนโยบาย 'เศรษฐกิจยามสงคราม' ของเราที่ไม่คิดค่าแรง ไม่งั้นของพวกนี้ราคาเป็นพันหยวนแน่ ฮ่าๆ"
"เยี่ยม งั้นระหว่างที่ใช้แรงงานพวกนายฟรีๆ รีบปั๊มของออกมาเยอะๆ เลย เราต้องเปลี่ยนอาวุธให้ทีมความมั่นคงของเราก่อน รู้ไหม กองอาสารักษาดินแดน รับคนมา 20 คนแล้ว ถ้าอาวุธไม่ห่างชั้นกัน ฉันคงนอนไม่หลับ"
...กองอาสารักษาดินแดน คือกองกำลังที่บริษัทการค้าตงไห่จัดตั้งขึ้นโดยใช้คนท้องถิ่น
เนื่องจากจำนวนแรงงานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ—เกือบสองร้อยคนจากเทศกาลฉงหยาง และยังมีมาเพิ่มอีก—การรักษาความสงบเรียบร้อยเริ่มยากขึ้น อดีตผู้ลี้ภัยพวกนี้ร้อยพ่อพันแม่ แม้ช่วงแรกจะไม่กล้าหือ แต่ระยะยาวต้องมีปัญหากระทบกระทั่งแน่ นอกจากมาตรการปกครองและการศึกษาแล้ว การมีกองกำลังไว้ป้องปรามก็จำเป็น
กรมความมั่นคงมีแค่ยี่สิบกว่าคนก็ตึงมือแล้ว จะเกณฑ์ผู้ถือหุ้นเพิ่มก็ยาก และในอนาคตผู้ถือหุ้นจะลงไปลุยแนวหน้าตลอดก็ไม่ได้ ไอเดียตั้งกองทหารท้องถิ่นจึงเกิดขึ้น เสนอคณะกรรมการ ผ่านมติที่ประชุมเดือนกันยายน สรุปให้ตั้งกองกำลังท้องถิ่นไม่เกิน 30 คน เรียกว่า 'กองอาสารักษาดินแดน'
ตอนนี้รับมาแล้ว 20 คน มีทั้งลูกหลานแรงงาน, ทาสสัญญาจ้างที่ประพฤติดี, และผู้อพยพใหม่ที่สมัครใจ ทั้ง 20 คนถูกแบ่งเป็น 4 หมู่ ฝึกมาได้ไม่กี่วันก็แต่งตั้งรองหัวหน้าหมู่ 4 คน (หัวหน้าหมู่คือผู้ถือหุ้น) ประจำการที่ค่ายชั่วคราวทางเหนือของเขาเฮ่อซาน
ตอนนี้ 20 คนนี้ยืนอยู่ในลานฝึก 19 คนเข้าแถวหน้ากระดาน 2 แถว อีก 1 คนยืนหันหน้าเข้าหาแถว ทั้งหมดยืนท่าตรงนิ่งไม่ไหวติง
"หวังถ่านดำ! ห้ามขยับ! ต่อให้แมลงวันเกาะ หรือแตนต่อย ก็ต้องทน!" เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าแถวตะโกนลั่น คนในแถวสะดุ้งแล้วยืดตัวตรงแด่ว
เด็กหนุ่มคนนี้ชื่อ หูฟู่เซิง มาจากตระกูลหู เพราะรู้สึกเป็นพวกเดียวกับชาวตงไห่และเคยโดนโจรข่มเหงมาก่อน เลยเข้าใจความสำคัญของกองกำลัง จึงสมัครเข้ากองอาสา ทำผลงานดีเลยได้เป็นรองหัวหน้าหมู่ วันนี้นายท่านไปดูโชว์อาวุธใกล้ๆ เลยเปลี่ยนตารางฝึกเป็นการยืนท่าตรง หูฟู่เซิงได้รับมอบหมายให้คุมแถว พร้อมอนุญาตให้ใช้แส้ถ้าจำเป็น
หูฟู่เซิงตื่นเต้นมากที่ได้รับความไว้วางใจ เขาเลยทำตัวเป็นตัวอย่าง ยืนตรงเป๊ะ แต่ลูกแถวบางคนทำให้เขาหงุดหงิด ขยุกขยิกตลอด—เดี๋ยวขาสั่น เดี๋ยวแอบเช็ดเหงื่อ พอเขาหันไปมองก็ทำเป็นนิ่ง พอเผลอก็สั่นอีก
เขาหมั่นไส้ไอ้พวก "ทาสสัญญาจ้าง" เป็นพิเศษ พวกนี้ทำงานไม่กี่เดือนก็ทำเป็นกลับตัวเป็นคนดี แล้วดันโชคดีได้รับเลือกเข้ากองอาสา น่ารังเกียจชะมัด! หวังถ่านดำก็หนึ่งในนั้น เมื่อกี้แมลงวันเกาะจมูก มันเผลอส่ายหน้าไล่ หูฟู่เซิงเห็นเข้าพอดีเลยตะคอกใส่ โชคดีที่มันหยุดทัน ไม่งั้นคงโดนแส้
จริงๆ แล้วหวังถ่านดำน่าสงสารนะ เขาเป็นคนตั้งใจฝึกที่สุดคนหนึ่งเลย พวกแรงงานใหม่ชอบบ่นว่าฝึกยืนตรงเดินพร้อมกันไปทำไม แต่เขาเคยเจอมากับตัว! ตอนนั้นกำแพงหอกที่รุกคืบเข้ามาอย่างช้าๆ มันฝังใจเขาจนลืมไม่ลง พอได้มาเป็นทหาร เขาเลยเชื่อฟังครูฝึกทุกอย่าง ไม่ต้องลงแส้เขาก็ทำเต็มที่
พูดไปเขาก็ซวย เดิมทีเป็นคนจวี๋โจว ภาษีบ้านเกิดแพงหูฉี่เลยหนีตายมาเสี่ยงโชค ดันโดนหลี่เอ้อร์จับตัวหน้าเมืองพาไปค่ายจ้าวสมุทร บังคับเป็นโจร ยังไม่ทันได้เสวยสุข ก็โดนหลี่เอ้อร์พาไปรบกับชาวตงไห่แล้วแพ้ยับเยิน ตอนชาวตงไห่บุกเข้ามา เขาก็ยอมจำนนแต่โดยดี ด้วยประวัติขาวสะอาดและทำตัวดี เลยได้เข้ากองอาสา ว่าแต่หลี่เอ้อร์ก็หายเข้ากลีบเมฆไปเลย ไม่รู้ไปตายโหงที่ไหน
ยืนกันไปอีกชั่วโมงกว่า ทางโน้นโชว์อาวุธเสร็จแล้ว กลุ่มคนเดินคุยกันหัวเราะร่าเข้ามา เกาเจิ้งถือหอกเดินมาที่กองอาสา สั่งหูฟู่เซิงกลับเข้าแถว แล้วยิ้มพูดว่า "ยืนจนเบื่อแล้วใช่ไหม? มาขยับแข้งขยับขากันหน่อย—เดินทัพทางไกลยี่สิบลี้! ไปกินปลาที่เขตคว่อหม่ากัน!"