เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 21 เกราะแผ่นที่ล้มเหลว

ตอนที่ 21 เกราะแผ่นที่ล้มเหลว

ตอนที่ 21 เกราะแผ่นที่ล้มเหลว


หลังจากจี้กั๋วเฟิงยืนยันกับหลินเสี่ยวหยาว่าแพทเทิร์นถูกต้องแล้ว เขาก็เตรียมตัวกลับไปทดลองผลิต หลินเสี่ยวหยาที่กำลังสงสัยใคร่รู้ก็ตามไปดูด้วย

เธอคาดหวังว่าจะได้เห็นเตาถลุงเหล็กสูงใหญ่ หรืออะไรทำนองนั้น แต่พอไปถึงโรงงาน กลับเห็นแค่เพิงหมาแหงนชั่วคราวที่สร้างต่อเติมออกมาจากสถานี C มีปล่องไฟโผล่ขึ้นมาสองอัน และมีท่อนซุงขนาดใหญ่วางพาดจากสถานี C เข้ามาในเพิง ดูแล้วเหมือนเพิงพักคนงานก่อสร้างมากกว่า

ภายในเพิงแบ่งเป็นสองส่วน ฝั่งที่ติดกับโรงงานขุดหลุมขนาดใหญ่ ท่อนซุงยักษ์ฝังอยู่ในดิน ข้างๆ มีเตาสีดำเล็กๆ รูปทรงครึ่งวงกลมเตี้ยๆ วางอยู่ เล็กกว่าที่คิดไว้เยอะ หน้าตาเหมือนชามข้าวคว่ำ ข้างเตามีโครงประหลาดฝังดินอยู่ ด้านบนมีแป้นหมุนเหมือนพวงมาลัย ไม่รู้เอาไว้ทำอะไร ริมผนังมีชั้นวางสองแถว ชั้นล่างวางเครื่องสูบลมขนาดเล็ก ชั้นบนวางเครื่องมือ ก้อนเหล็กดิบสิบกว่าก้อน และไหสีดำใบเล็กเท่ากำปั้นอีกหลายใบ

อีกฝั่งดูเหมือนโรงตีเหล็กดั้งเดิม มีทั่ง ค้อน และเตาเล็กอีกใบ

"แค่นี้เหรอ? ไม่เห็นเหมือนยุคอุตสาหกรรมที่จินตนาการไว้เลย นายพูดจริงดิว่าจะผลิตเหล็กกล้าวันละร้อยชั่ง?"

"เริ่มต้นมันก็ยากทั้งนั้นแหละ ต้องเริ่มจากเล็กๆ ก่อน เหล็กร้อยชั่งฟังดูเยอะ แต่จริงๆ ขนาดเท่าหัวคนเองนะ ดูสิ เบ้าหลอมกราไฟต์ใบน้อยนี่ จุเหล็กได้รอบละ 5 กิโลฯ เชียวนะ"

ขณะคุยกัน หว่านฮ่าวหรานและคนอื่นๆ ก็เข็นรถขนถ่านเข้ามา ทักทายกันพอเป็นพิธี จี้กั๋วเฟิงขอให้หลินเสี่ยวหยาออกไปรอนอกเขตก่อสร้าง แล้วเริ่มลงมือทำงาน

จี้กั๋วเฟิงหยิบก้อนเหล็กดิบที่ซื้อมา ชั่งน้ำหนัก แล้วใส่ลงในเบ้าหลอมกราไฟต์ พร้อมเติมหินปูนที่ชั่งไว้ลงไปด้วย จากนั้นใช้คีมคีบเบ้าหลอมวางลงในเตา ก้มลงเช็กตำแหน่งและขยับให้เข้าที่อย่างระมัดระวัง

หว่านฮ่าวหรานสวมแว่นตาและหน้ากาก กระโดดลงไปในหลุม คนข้างบนส่งกระสอบถ่านให้ เขาแกะกระสอบยัดถ่านเข้าไปใต้เตา จี้กั๋วเฟิงดูนาฬิกาแล้วบอก "เริ่มเลย" หว่านฮ่าวหรานจุดไฟด้วยเหล็กไฟอย่างคล่องแคล่ว

ถ่านเริ่มติดไฟ ควันลอยเข้าท่อ วิ่งขนานไปกับเครื่องเป่าลมท่อนซุงเพื่ออุ่นเครื่อง ก่อนจะออกทางปล่องไฟ ช่วงแรกการเผาไหม้ยังไม่สมบูรณ์ ควันเลยดำปี๋

จากนั้น เครื่องเป่าลมก็ถูกเชื่อมต่อกับสถานี C เสียงคำรามดังกระหึ่ม อัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ ห้องเผาไหม้มีขนาดใหญ่ แบ่งเป็นวงแหวนสองชั้น อากาศจะวนรอบวงนอกเพื่ออุ่นให้ร้อนก่อนจะเข้าสู่วงในเพื่อเผาเบ้าหลอม

เมื่อได้อากาศสดชื่นปริมาณมหาศาล ไฟในเตาก็ลุกโชน ให้ความร้อนแก่เบ้าหลอมอย่างเต็มที่

ควันดำจากปล่องไฟเริ่มจางลง อุณหภูมิในเพิงเริ่มสูงขึ้น

จี้กั๋วเฟิงสู้ร้อน ใส่เสื้อหนา ถุงมือหนัง หน้ากาก และแว่นตา ใช้คีมคีบกระจกบานเล็กส่องดูภายในเตาผ่านช่องมอง

ผนังเตาด้านในเคลือบด้วยกราไฟต์สีดำ เบ้าหลอมเปิดฝาอยู่ ช่วงแรกยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง เมื่อทุกอย่างร้อนได้ที่ ก้อนเหล็กถึงเริ่มละลาย ช่วงนี้จี้กั๋วเฟิงจะมาดูเป็นระยะ พอเห็นว่าละลายเกือบหมดแล้ว เขาก็ตะโกน "หมุน!" ชายสองคนรีบเข้ามา คนหนึ่งสูบลมเบาๆ เข้าเตา อีกคนหมุนพวงมาลัย เสียงเอี๊ยดอ๊าดดังขึ้น แป้นหินในเตาเริ่มหมุนพาเบ้าหลอมหมุนตาม

เมื่อเบ้าหลอมหมุน เหล็กเหลวข้างในก็กระเพื่อม

ในส่วนที่มองเห็นได้ หินปูนสลายตัวเป็นแคลเซียมไฮดรอกไซด์ ทำปฏิกิริยากับสิ่งเจือปน กลายเป็นขี้ตะกรันลอยฟ่องอยู่ผิวหน้า

ในส่วนที่มองไม่เห็น คาร์บอนในเหล็กทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ กลายเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ระเหยไป นี่คือปฏิกิริยาคายความร้อนรุนแรงเหมือนการเผาถ่าน ช่วยเพิ่มอุณหภูมิเหล็กเหลวให้สูงขึ้นอีก นี่คือจุดสำคัญ เพราะถ้าพึ่งแค่ความร้อนจากภายนอกอย่างเดียว อาจทำอุณหภูมิไม่ถึงจุดที่ต้องการ โดยเฉพาะเมื่อเปิดฝาเบ้าทิ้งไว้แบบนี้

กระบวนการนี้คือการรวบขั้นตอนที่หนึ่ง (ทำให้บริสุทธิ์) และสอง (ลดคาร์บอน) เข้าด้วยกัน คล้ายกับเตาถลุงเหล็กกล้าแบบคอนเวอร์เตอร์ ในยุคปัจจุบัน แต่เพราะไม่มีเครื่องมือวัดเพื่อหยุดการลดคาร์บอนในจุดที่พอดี พวกเขาเลยต้องปล่อยให้มันกลายเป็นเหล็กอ่อนไปเลย ไม่งั้นคงได้เหล็กกล้าตั้งแต่ขั้นตอนนี้แล้ว

ดังนั้น จึงต้องมีขั้นตอนเพิ่ม

สักพัก จี้กั๋วเฟิงดูนาฬิกาแล้วตะโกน: "เตรียมเติมของ!"

คนหมุนพวงมาลัยหยุดหมุน เตาเงียบลง ไม่นานชายสองคนถือรางเหล็กมาวางพาดปากเตา แล้วใช้คีมคีบก้อนเหล็กดิบที่ผลิตเอง (คาร์บอนสูง) หย่อนลงไปในเบ้าหลอมอย่างช้าๆ

จากนั้นรีบเอารางออก แล้วปิดฝาเตาด้วยฝาหนา

เมื่อไม่มีช่องระบายความร้อน อุณหภูมิในเตาก็พุ่งสูงขึ้นอีก เบ้าหลอมหยุดหมุน ไม่มีการกวนเพื่อลดคาร์บอนอีกต่อไป ปล่อยให้เหล็กอ่อนผสมกับเหล็กดิบที่เพิ่งเติมลงไปอย่างช้าๆ จนกลายเป็นเหล็กกล้าเนื้อผสมที่มีคาร์บอนพอเหมาะ

"ดับไฟ เตรียมเท"

ผ่านไปอีกพักใหญ่ จี้กั๋วเฟิงสั่งหว่านฮ่าวหรานดับไฟ แล้วส่งสัญญาณให้คนอื่นเตรียมตัว

ฝาเตาถูกงัดเปิดออก เครื่องเป่าลมเล็กเริ่มทำงานอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เพื่อลดคาร์บอน แต่เพื่อไล่อากาศร้อนออกมา ให้คนเข้าไปทำงานได้

คนข้างๆ ยกกระบะทรายมาหลายใบ ในนั้นปั๊มรูปทรงต่างๆ ไว้ เป็นแม่พิมพ์ทราย

จี้กั๋วเฟิงกัดฟันหยิบเครื่องมือ คีบเบ้าหลอมออกจากเตา แม้อุณหภูมิจะลดลงบ้าง แต่เหล็กข้างในยังเหลวเป๋ว เขาเทขี้ตะกรันชั้นบนทิ้งอย่างระมัดระวัง แล้วเทเหล็กเหลวลงในแม่พิมพ์ทรายแบบปิดอันเล็กจนเต็ม จากนั้นเทใส่แม่พิมพ์แท่งเหล็กแบบเปิดอีกนิดหน่อย สุดท้ายเดินไปที่แม่พิมพ์ทรายขนาดใหญ่ แม่พิมพ์นี้ไม่มีรูปทรงเฉพาะ แค่ทำเป็นหลุมเว้าตรงกลาง จี้กั๋วเฟิงกะปริมาณเหล็กที่เหลือ แล้วเทพรวดลงไป เหล็กเหลวเย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว กลายเป็นแผ่นเหล็กโค้งๆ

พอก้อนเหล็กเริ่มแข็งตัว ชายสองคนรีบยกแม่พิมพ์ทรายวิ่งไปที่โรงตีเหล็ก ช่างตีเหล็กอวี๋จุดไฟรออยู่แล้ว เขาคีบแผ่นเหล็กร้อนๆ ขึ้นวางบนทั่ง แล้วเริ่มระดมทุบด้วยค้อนเหล็ก โดยมีเกราะอกเหล็กอ่อนอันนั้นวางเป็นแบบอยู่ข้างๆ

แต่การตีเหล็กกล้ายากกว่าเหล็กอ่อนเยอะ ทุบอยู่นานจนเหล็กเริ่มเย็น ก็ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง มันหนาเกินไปและทรงไม่ได้ อวี๋ไฉเริ่มหน้าเสีย เอาไปเผาไฟใหม่แล้วทุบสุดแรงเกิด แต่แรงเริ่มหมด ผลที่ได้ก็น้อยนิด

จี้กั๋วเฟิงสั่งหยุด แล้วหยิบ "เกราะอก" ขึ้นมาดู มันบิดๆ เบี้ยวๆ เหมือนเศษเหล็กจากอุบัติรถชน เขาส่ายหน้า แล้วถือมันอังไว้เหนือเตาไฟประมาณ 50 ซม. พอรู้สึกว่าได้ที่ ก็เอาลงมา เรียกหว่านฮ่าวหรานเอาน้ำสาดใส่ ซู่ ไอน้ำพวยพุ่ง จากนั้นก็ฝังเหล็กลงในทรายปล่อยให้เย็นช้าๆ

"แปะ แปะ แปะ" หลินเสี่ยวหยาปรบมือให้กำลังใจ แต่พอเห็นคนอื่นเงียบกริบ ก็หยุดอย่างเก้อเขิน

"เอ้า เป็นไรกันไป? เมื่อกี้พวกนายเท่มากเลยนะ ฉันดูเพลินเลย เกราะอกเสร็จแล้วไม่ใช่เหรอ?" หลินเสี่ยวหยาถามพลางช่วยจี้กั๋วเฟิงถอดเสื้อคลุม

จี้กั๋วเฟิงยิ้มเจื่อนๆ ทำเอาใจหลินเสี่ยวหยาหล่นวูบ หรือว่าพัง?

ผลการทดลองไม่น่าพอใจจริงๆ อุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจขนาดนี้ แต่ของที่ได้กลับใช้ไม่ได้เลย อย่าว่าแต่ประสิทธิภาพเลย แค่หน้าตายังดูไม่ได้

จี้กั๋วเฟิงปาดเหงื่อ ขมวดคิ้ว "ว่าแล้วเชียว เรามักง่ายเกินไปหรือเปล่า?"

ในประวัติศาสตร์ ช่างยุโรปทำเกราะแผ่นโดยใช้เครื่องจักรตีแผ่นเหล็กบางๆ ก่อน แล้วค่อยเอามาเติมคาร์บอนเป็นเหล็กกล้า จากนั้นใช้แรงคนเคาะขึ้นรูป จี้กั๋วเฟิงกับทีมเริ่มจากศูนย์ ไม่มีทั้งเครื่องมือและเทคโนโลยี เลยพยายามใช้ทางลัดด้วยการตีขึ้นรูปร้อน (Hot forging) แต่มันไม่เวิร์ก ของจริงต้องตีเย็น เพื่อจัดเรียงโครงสร้างผลึกให้แข็งแรง

หว่านฮ่าวหรานชะโงกหน้ามาถาม "ลูกพี่ เอาไงต่อ? จะ..."

จี้กั๋วเฟิงถอนหายใจ "เออ ด้วยฝีมือเราตอนนี้ อย่าเล่นท่าเยอะเลย กลับไปใช้วิธีพื้นฐานแต่ชัวร์ดีกว่า สร้างกังหันน้ำอีกตัว แล้วทำ 'ค้อนกล' ยักษ์ซะ เรื่องทรงเกราะช่างมันก่อน อย่างน้อยต้องตีแผ่นเหล็กให้ได้ก่อน!"

แล้วเขาก็มองไปรอบๆ เห็นทุกคนดูห่อเหี่ยว เลยเปลี่ยนน้ำเสียงปลุกใจ: "แต่วันนี้ถือว่าสำเร็จนะ เห็นไหม? แม้เกราะที่ช่างอวี๋ตีจะขี้เหร่ไปหน่อย แต่อย่างน้อยก็พิสูจน์ว่าเหล็กดี! จุ๊ๆ เหล็กล็อตนี้คาร์บอนเป๊ะมาก แถมเป็นเหล็กคุณภาพสูงกำมะถันฟอสฟอรัสต่ำ เฒ่าหลัวทำทั้งชาติก็ไม่ได้แบบนี้หรอก"

ทุกคนหัวเราะแห้งๆ ตามน้ำ

จังหวะนั้น หว่านฮ่าวหรานแกะแม่พิมพ์ทรายแบบปิดออก คีบหัวหอกออกมา เขาพิจารณาดูแล้วยิ้มร่า "ใช่แล้ว หัวหอกอันนี้สวยกริ๊บเลย พรุ่งนี้ขัดเงา อบอ่อน แล้วชุบแข็ง รับรองเป็นอาวุธเทพ"

คนอื่นๆ มารุมดู ผลัดกันถือคีม อารมณ์ดีขึ้นเป็นกอง สามหนุ่มกรมความมั่นคงตื่นเต้นเป็นพิเศษ แม้เกราะจะยังไม่มา แต่อาวุธโจมตีอัปเกรดแล้ว

หลังจากนั้น พวกเขาหารือแผนปรับปรุงเกราะแผ่น ตอนนี้มีเหล็กดีแล้ว ปัญหาอยู่ที่การแปรรูป แรงคนไม่ไหวแล้ว ในเมื่อยังทำเครื่องปั๊มขึ้นรูป ไม่ได้ ก็ต้องทำค้อนกลพลังน้ำก่อน มันไม่ได้ใช้แค่ทำเกราะ แต่มีประโยชน์กับโปรเจกต์อื่นมหาศาล แต่ปัญหาก็วนกลับมาที่แหล่งพลังงาน... ต้องรีบสร้างกังหันน้ำเพิ่มด่วนๆ

จบบทที่ ตอนที่ 21 เกราะแผ่นที่ล้มเหลว

คัดลอกลิงก์แล้ว