เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 จุดอ่อน

บทที่ 19 จุดอ่อน

บทที่ 19 จุดอ่อน


บทที่ 19 จุดอ่อน

หลังจากเซ็นสัญญาซึ่งหมายความว่าทั้งสองฝ่ายยอมรับผลแพ้ชนะที่จะเกิดขึ้นบน 'ลานประลองเป็นตาย' แล้ว แต่ละฝ่ายก็โอนเงินยี่สิบล้านเข้าสู่บัญชีกลาง

นี่เป็นมาตรการป้องกันไม่ให้ฝ่ายที่แพ้กลับคำในภายหลัง แม้ว่าผลของการผิดสัญญาจะไม่ต่างอะไรจากการจ่ายเงินยี่สิบล้านนักก็ตาม

เมื่อการเตรียมการเสร็จสิ้น ลุงเตาและหลี่หยางต่างก้าวขึ้นสู่ลานประลองเป็นตาย

"ค่าพลังการต่อสู้ของหลี่หยางอยู่ที่ 4800 ส่วนเจ้าเตาแค่ 4200 ช่องว่างความแข็งแกร่งยังห่างกันพอสมควร" ลุงหูมองทั้งสองคนในสนามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พลางถอนหายใจ

คนอื่นๆ ย่อมรู้ถึงความแตกต่างนี้ดี แต่สุดท้ายพวกเขาก็ทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้ไปหมดแล้ว

ส่วนผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร เมื่อก้าวขึ้นสู่ลานประลองเป็นตาย คนนอกย่อมไม่อาจยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยว มิฉะนั้นจะถือว่าฝ่ายนั้นพ่ายแพ้โดยอัตโนมัติ

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อมองดูชายที่ยืนกอดอกอยู่ข้างเวที แม้แต่ลุงหลงเองก็คงไม่มีกำลังพอจะไปขัดขวางการประลองได้

"ถ้าพร้อมแล้ว ก็เริ่มได้เลย"

ทันทีที่ชายผู้นั้นพูดจบ หลี่หยางก็เป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อน

เขากระทืบเท้า ส่งร่างพุ่งเข้าหาลุงเตาที่ยืนห่างออกไปสิบเมตรด้วยความเร็วสูง พร้อมกันนั้น ดาบยาวในมือก็เงื้อฟันลงมาจากด้านบน

ทว่าลุงเตากลับดูเหมือนไม่สังเกตเห็นเลยแม้แต่น้อย เขายืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน

จนกระทั่งหลี่หยางเข้ามาในระยะสามเมตร ลุงเตาถึงค่อยยกดาบยาวในมือขึ้น

"เพลงดาบเก้าวิบัติ!"

"เจ้าเตามันบ้าไปแล้วเหรอ? เปิดมาก็ใช้ท่าไม้ตายเลยเนี่ยนะ?"

ลุงหูเห็นการกระทำของลุงเตาในสนามแล้วอดประหลาดใจไม่ได้

ในการประลองระหว่างผู้ระดับจอมยุทธ เว้นแต่จะรู็จุดแข็งจุดอ่อนของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี หรือมีพลังเหนือกว่าอย่างท่วมท้น ปกติมักจะเริ่มด้วยการหยั่งเชิงเพื่อดูพรสวรรค์และรูปแบบการโจมตีของคู่ต่อสู้ก่อน แล้วค่อยทุ่มสุดตัว

แต่ลุงเตาดูเหมือนจะไม่ต้องการทำเช่นนั้น

ในขณะที่ลุงหูกำลังตกตะลึง หลี่หยางก็เข้ามาใกล้ลุงเตาเรื่อยๆ สามเมตร... เพียงชั่วพริบตาเดียว

ดาบยาวของหลี่หยางฟาดฟันลงมาแล้ว แต่ดาบของลุงเตากลับเร็วกว่า!

"ลุงเตาของเธอมีพรสวรรค์ระดับ B ด้านความเร็วเหนือแสง บวกกับเพลงดาบเก้าวิบัติระดับลึกลับขั้นสูง ที่ลุงเตาฝึกจนถึงขั้นที่สี่ ซึ่งเพิ่มความเร็วได้ถึง 80%!"

"เขากำลังจะแลกชีวิตด้วยชีวิต!"

ฟังคำอธิบายของลุงหู เจียงหานก็เข้าใจทันที

มิน่าลุงเตาถึงไม่ขยับตัวก่อนหน้านี้ เขารอจนกระทั่งหลี่หยางเข้ามาใกล้ถึงค่อยลงมือ

เป้าหมายคือต้องการให้หลี่หยางโจมตีแบบเต็มกำลัง ไม่เปิดโอกาสให้ออมแรงหรือถอยกลับ

สามเมตรคือระยะที่วัดใจสำหรับผู้ฝึกยุทธระดับจอมยุทธอย่างยิ่ง

หากระยะน้อยกว่าสามเมตร ทั้งสองฝ่ายจะต้องเข้าปะทะระยะประชิด แต่หากมากกว่าสามเมตร ด้วยค่าพลังจิตที่สูงลิ่ว พวกเขาย่อมมีเวลาพอที่จะตอบสนองต่อการเคลื่อนไหวของคู่ต่อสู้

ลุงเตากำลังใช้ประโยชน์จากระยะวัดใจนี้

ต่อให้ต้องรับดาบของหลี่หยางสักแผล ลุงเตาก็ตั้งใจจะแลกชีวิตกับมัน

เขาไม่คิดป้องกันเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่อยากจะฝากดาบนี้ไว้ที่เอวของหลี่หยางให้ได้!

"ไอ้บ้าเอ๊ย!"

หลี่หยางคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าลุงเตาจะกล้าเอาชีวิตมาเดิมพันขนาดนี้

แต่พอลองคิดดู มันก็สมเหตุสมผล

ในเมื่อเขาอ่อนแอกว่าหลี่หยางโดยธรรมชาติ ก็มีแต่ต้องใช้วิธีนอกตำรา

แลกชีวิตด้วยชีวิตคือข้อแรก ระเบิดความเร็วสูงสุดคือข้อสอง และการโจมตีที่เอวซ้ายของหลี่หยางคือข้อสาม

หลี่หยางอยากจะถอย แต่กลับพบว่าทำไม่ได้ ด้วยความจำยอม เขาจึงทำได้เพียงเปลี่ยนทิศทางของดาบยาว

แทนที่จะฟันไปที่ศีรษะของลุงเตา เขาเปลี่ยนวิถีดาบมาปัดป้องด้านข้างเพื่อปกป้องเอวตัวเอง

"เคร้ง!"

เสียงโลหะปะทะกันดังกังวานบาดหู

จากนั้น ทุกคนก็เห็นร่างของหลี่หยางลอยกระเด็นออกไป

เขากระแทกพื้นเวทีอย่างแรง กลิ้งไปหลายตลบ ก่อนจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา

"โดนแล้ว!"

เจียงหานจับตามองตลอดเวลา แม้ทุกอย่างในสนามจะเกิดขึ้นเร็วมาก แต่ด้วยพลังจิตระดับปัจจุบันของเจียงหาน การมองเห็นการเคลื่อนไหวของพวกเขาอย่างชัดเจนไม่ใช่เรื่องยาก

ลุงเตาทำตามที่เขาบอกจริงๆ ไม่เลือกโจมตีจุดตายอย่างคอหรือศีรษะที่อาจปลิดชีพได้ในทันที แต่เลือกโจมตีที่เอวซ้ายของหลี่หยาง

มันเป็นการโจมตีที่หนักหน่วงรุนแรง และหลี่หยางที่ตั้งตัวไม่ทันย่อมไม่มีทางป้องกันได้สมบูรณ์

หากเขาไม่ตัดสินใจใช้ดาบรับไว้ในวินาทีนั้น ร่างของเขาอาจจะขาดครึ่งท่อนที่เอวไปแล้วจริงๆ!

แต่ถึงอย่างนั้น หลี่หยางที่พยุงตัวลุกขึ้นมาจากพื้น ก็ยังใช้มือข้างหนึ่งกุมเอวเอาไว้แน่น

เกราะจอมยุทธระดับต่ำป้องกันได้แค่ความเสียหายทางกายภาพโดยตรง แต่กันแรงกระแทกไม่ได้

มันเหมือนกับการบาดเจ็บภายใน

ดูเหมือนจะไม่มีบาดแผลภายนอก แต่สันดาบที่กระแทกเข้าใส่เอวก็สร้างผลกระทบมหาศาล

"ได้ผล!"

เห็นหลี่หยางกุมเอวไว้ เจียงหานก็รู้ทันทีว่าคำแนะนำจาก 'เนตรหยั่งรู้' นั้นถูกต้อง

เอวซ้ายของหลี่หยางมีปัญหาจริงๆ เขาต้องเคยได้รับบาดเจ็บสาหัสตรงนั้นมาก่อนแน่ๆ

และแรงกระแทกเมื่อครู่ก็ไปซ้ำแผลเก่าของหลี่หยางเข้าอย่างจัง!

ไม่ใช่แค่เจียงหานที่ตื่นเต้น แม้แต่ลุงหลงและลุงหูที่อยู่ข้างๆ ก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน

"เยี่ยม!"

"การแลกชีวิตของเจ้าเตาได้ผลเกินคาดจริงๆ"

"ดูท่าทางหลี่หยางจะบาดเจ็บหนักเอาเรื่อง!"

ทว่าเพื่อนร่วมทีมของหลี่หยางที่ดูอยู่ไม่ไกล เห็นภาพในสนามแล้วหน้าถอดสีทันที

หากวัดกันที่พลังการต่อสู้เพียวๆ หลี่หยางเหนือกว่าลุงเตามาก

แต่เขากลับประมาทเลินเล่อจนเกินไป

พูดอีกอย่างก็คือ ลุงเตากล้าแลกชีวิตกับเขา แต่หลี่หยางไม่กล้า เขาไม่มีความกล้าพอที่จะเอาชีวิตมาเสี่ยง

ดั่งคำกล่าวที่ว่า เมื่อผู้กล้าสองคนเผชิญหน้า ผู้ที่กล้ากว่าย่อมชนะ

แค่เรื่องจิตใจ หลี่หยางก็แพ้ลุงเตาไปแล้วกว่าหนึ่งขั้น บวกกับการบาดเจ็บสาหัสในตอนนี้ ตาชั่งแห่งชัยชนะจึงเอนเอียงไปทางลุงเตาเรียบร้อยแล้ว

และลุงเตาก็ไม่คิดจะเปิดโอกาสให้หลี่หยางได้พักหายใจ

เห็นสภาพของหลี่หยาง แววตาของเขาก็ลุกวาว ก่อนจะเป็นฝ่ายเปิดฉากบุกบ้าง

เมื่อกี้เป็นการโจมตีทีเผลอ แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้ว

หลี่หยางเปิดเผยจุดอ่อนออกมาแล้ว และลุงเตาที่มีประสบการณ์การต่อสู้กับสัตว์กลายพันธุ์มากว่าสิบปี ย่อมรู้ดีว่าต้องทำอย่างไรต่อไป!

หักนิ้วเดียวดีกว่าทำให้เจ็บสิบนิ้ว

ตอนนี้เขาแค่ต้องทุ่มการโจมตีทั้งหมดไปที่เอวซ้ายของคู่ต่อสู้

"ความเร็วเหนือแสง!"

"เพลงดาบเก้าวิบัติ"

ดาบยาวลากพื้นจนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบบนลานประลองที่ทำจากเหล็กกล้าผสม วินาทีต่อมา ลุงเตาก็ไปโผล่ตรงหน้าหลี่หยางแล้ว

ภายใต้โบนัสความเร็วทบซ้อน การโจมตีของลุงเตาเร็วขึ้นกว่าเดิมอีกขั้น

"ตายซะ หลี่หยาง!"

"ปัง!"

"เคร้ง!"

หลังจากฟาดฟันต่อเนื่องหลายสิบดาบ การโจมตีของลุงเตายิ่งเฉียบคมขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่เอวซ้ายของหลี่หยางเจ็บปวดจนออกแรงแทบไม่ได้

แกนกลางที่ส่งพลังในการระเบิดพลัง จริงๆ แล้วก็คือกล้ามเนื้อช่วงเอว

แต่เมื่อเอวออกแรงไม่ได้ ความเร็วของหลี่หยางก็ตกลงไปถนัดตา

เมื่อต้องเผชิญกับการโจมตีที่รวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ ของลุงเตา เขาทำได้เพียงตั้งรับอย่างทุลักทุเล สู้พลางถอยพลาง และโดนโจมตีเข้าเป้าเป็นระยะ

"ตาย!"

ลุงเตาคำรามลั่น ดาบสุดท้ายฟาดฟันลงมาอย่างหนักหน่วง

หลี่หยางยกดาบขึ้นรับ แต่ร่างทั้งร่างก็ลอยกระเด็นออกไปอีกครั้ง

เขาไม่อาจแม้แต่จะกำดาบในมือเอาไว้ได้ มันหลุดมือปลิวหายไป

เขานอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น นิ่งสนิทไม่ไหวติง แม้แต่ชุดเกราะที่สวมใส่ก็ขาดวิ่นและเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด

"แฮ่ก..."

หลังจากระดมโจมตีเต็มกำลังกว่าสิบกระบวนท่า ลุงเตาก็หมดแรงเช่นกัน

แต่เขาก็ยังสภาพดีกว่าหลี่หยาง

ปลายดาบครูดไปกับพื้น ลุงเตาค่อยๆ เดินย่างสามขุมเข้าไปหาหลี่หยางที่นอนแน่นิ่ง

เพื่อนร่วมทีมของหลี่หยางทนดูต่อไปไม่ไหว

พวกเขาวิ่งลงมาจากอัฒจันทร์ แต่ก็ถูกคนผู้หนึ่งขวางเอาไว้

"การประลองยังไม่จบ คนนอกห้ามยุ่ง ถอยไป!"

จบบทที่ บทที่ 19 จุดอ่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว