เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26: หลบหนี

บทที่ 26: หลบหนี

บทที่ 26: หลบหนี


บทที่ 26: หลบหนี

จินอ๋องทิ้งตัวลงกับพื้น ทันใดนั้นเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้น เขาเห็นควันหนาทึบพวยพุ่งขึ้นบดบังทัศนียภาพเบื้องหน้า ท่ามกลางหมอกควันนั้น เขาได้ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนของเหล่ามือสังหาร ชิ้นส่วนแขนขาที่ถูกแรงระเบิดฉีกขาดกระเด็นตกลงมาไม่ไกลจากตัวเขา ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความกังวลอย่างที่สุด

ด้วยอานุภาพที่รุนแรงเพียงนี้ ไป๋เฟยหว่านจะเป็นอย่างไรบ้าง? เมื่อความคิดนี้แล่นเข้ามาในหัว เขาจึงรีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นเพื่อตามหานาง เมื่อฝ่าม่านควันเข้าไป จินอ๋องก็ต้องตะลึงกับภาพอันน่าสยดสยองเบื้องหน้า คำว่า "เละเป็นโจ๊ก" คงเป็นคำบรรยายที่ตรงที่สุด

แม้เขาจะผ่านสมรภูมิรบมานับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยเห็นภาพที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้มาก่อน อย่างมากในสนามรบก็แค่เลือดนองท่วมทหารที่ถูกฟันแทงจนเสียชีวิตก็ยังพอจำเค้าเดิมได้ แต่ภาพตรงหน้านี้ เลือดเนื้อส่งกลิ่นไหม้เหม็นคละคลุ้ง ไม่มีผู้ใดรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว

เห็นภาพตรงหน้า ร่างกายของเขาก็เริ่มสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว ไม่ใช่เพราะหวาดระแวงในตัวไป๋เฟยหว่านที่สามารถสร้างอาวุธร้ายแรงเช่นนี้ได้ แต่เป็นเพราะอานุภาพทำลายล้างที่มหาศาล เขาหวั่นเกรงเหลือเกินว่านางจะได้รับอันตราย

เขาตะโกนเรียกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "หว่านหว่าน! เจ้าอยู่ที่ไหน?"

เมื่อไร้เสียงตอบรับ เขาจึงตะโกนเรียกอีกครั้ง น้ำเสียงเจือสะอื้น "ไป๋เฟยหว่าน! ไป๋เฟยหว่าน!"

ทางด้านไป๋เฟยหว่าน หลังจากขว้างระเบิดออกไป นางก็รีบหมอบลงกับพื้นบริเวณลาดเขา หลังสิ้นเสียงระเบิด แขนข้างหนึ่งที่ถูกแรงระเบิดฉีกขาดก็ปลิวมาตกอยู่ข้างๆ ที่ซ่อนของนาง

ภาพอันน่าสยดสยองทำให้ไป๋เฟยหว่านตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว น้ำตาไหลพรากออกมาอย่างห้ามไม่อยู่จนภาพตรงหน้าพร่ามัว

เมื่อได้ยินเสียงเรียกของจินอ๋อง ไป๋เฟยหว่านกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียง นางพยายามรวบรวมความกล้าอยู่หลายครั้ง กว่าจะเปล่งเสียงตอบกลับไปได้อย่างกระท่อนกระแท่น "ท่านอ๋อง... ข้า... ข้าอยู่ทางนี้"

จินอ๋องได้ยินเสียงนางแว่วมาจึงรีบวิ่งไปตามเสียงนั้น เมื่อเห็นไป๋เฟยหว่านนอนร้องไห้อยู่กับพื้น เขาเข้าใจว่านางได้รับบาดเจ็บ จึงรีบถลาลงไปหาและถามด้วยความร้อนรน "หว่านหว่าน เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?"

เมื่อเห็นจินอ๋องมาถึง ไป๋เฟยหว่านก็โผเข้ากอดเขาแล้วร้องไห้โฮ ตัวนางยังคงสั่นเทาไม่หยุด

จินอ๋องรีบลูบหลังปลอบประโลมและกระซิบเสียงอ่อนโยน "ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกลัว ข้าอยู่นี่แล้ว"

เมื่อไป๋เฟยหว่านเริ่มสงบลง จินอ๋องก็ประคองใบหน้านางไว้ จุมพิตซับน้ำตาที่ดวงตาคู่สวยอย่างทะนุถนอม พลางมองนางด้วยสายตาจริงจัง "ไม่ต้องกลัว เปิ่นหวางอยู่นี่แล้ว"

ไป๋เฟยหว่านค่อยๆ ได้สติกลับมา นางกล่าวปนสะอื้น "ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าแค่เห็นพวกมันไล่ล่าท่านเยอะเหลือเกิน ข้าแค่อยากจะช่วย ไม่คิดเลยว่ามันจะรุนแรงขนาดนี้"

นางเคยเห็นภาพเช่นนี้แต่ในโทรทัศน์ ตอนนั้นไม่ได้รู้สึกอะไรมากนัก แต่พอมาเจอกับตาตัวเองจริงๆ มันช่างโหดร้ายเหลือเกิน

"ข้ารู้ ไม่ใช่ความผิดของเจ้า พวกเราแค่ป้องกันตัว พวกมันเป็นนักรบเดนตาย อย่างไรก็ต้องตายอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวนะ"

เมื่อรู้สึกว่าเสื้อผ้าของตนเริ่มชื้นแฉะ ไป๋เฟยหว่านก้มมองและเห็นเลือด นางจึงนึกขึ้นได้ว่าจินอ๋องได้รับบาดเจ็บ ความกลัวที่มีมลายหายไปสิ้น นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ท่านอ๋อง ท่านบาดเจ็บนี่เพคะ!"

พูดพลางนางก็เอื้อมมือไปจะเปิดดูแผลที่เสื้อของจินอ๋อง เขาจึงรีบห้ามไว้ทันที เขามีบาดแผลเต็มตัว กลัวว่าจะทำให้นางตกใจกลัว

เมื่อเห็นเขาห้ามไว้ ไป๋เฟยหว่านจึงดุด้วยความโมโห "ปล่อยนะ!" แม้จะเพิ่งผ่านการร้องไห้มา น้ำเสียงยังคงสั่นเครือ แต่ความโกรธของนางในตอนนี้กลับดูเหมือนลูกแมวตัวน้อยที่กำลังพองขนขู่ ช่างน่าเอ็นดูยิ่งนัก

จินอ๋องกล่าวอย่างจนใจ "ข้ามีแผลเยอะ กลัวเจ้าจะตกใจ"

"ไม่เป็นไร ข้าไม่กลัว ถ้าไม่รีบทำแผล แผลจะติดเชื้อแล้วท่านจะจับไข้เอาได้ ต้องรีบรักษาแล้วรีบไปจากที่นี่ ถ้าพวกชุดดำตามมาอีก เราจะรับมือไม่ไหว"

นางพูดพลางดึงเสื้อของจินอ๋องออก ภาพร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลและรูโหว่ฉกรรจ์ที่หัวไหล่ที่มีเลือดไหลซึม ปรากฏแก่สายตา น้ำตาของนางก็พรั่งพรูออกมาอีกครั้งอย่างสุดกลั้น

เห็นนางร้องไห้อีกแล้ว จินอ๋องทำท่าจะดึงเสื้อกลับมาปิด "ข้าบอกแล้วว่าอย่าดู เจ้าก็ไม่ฟัง กลัวแล้วใช่ไหมล่ะ?"

ไป๋เฟยหว่านถลึงตาใส่เขา "ข้าไม่ได้กลัว ข้าปวดใจต่างหาก! แผลเยอะขนาดนี้ เจ็บจะตายอยู่แล้ว ท่านยังทนอยู่ได้"

แม้จะถลึงตาใส่ แต่ด้วยดวงตาที่คลอไปด้วยหยาดน้ำตา ในสายตาของจินอ๋อง นางดูน่าสงสารจับใจ ยิ่งได้ยินนางบอกว่าปวดใจแทนเขา หัวใจของเขาก็อ่อนยวบ ยอมตายแทนนางได้เดี๋ยวนั้น

ไป๋เฟยหว่านรีบหยิบยาออกมาจากย่ามใบเล็ก เพื่อฆ่าเชื้อและใส่ยาให้จินอ๋อง

เขามองดูคนตรงหน้าที่ตั้งอกตั้งใจใส่ยาให้เขา คอยปาดน้ำตาตัวเองเป็นระยะๆ

"ทำไมเจ้าพกยามาเยอะขนาดนี้?"

"คนสูงศักดิ์อย่างท่านเวลาออกข้างนอกมันอันตราย ข้าเลยพกติดตัวไว้เผื่อฉุกเฉิน" นางตอบขณะกำลังใส่ยา

จินอ๋องหัวเราะเบาๆ มิน่าล่ะ ตอนได้ยินว่าเขาจะออกจากจวน นางถึงขนข้าวของมามากมาย เจ้าตัวเล็กนี่ช่างรอบคอบจริงๆ

เมื่อเห็นนางโรยผงยาลงบนแผลที่ไหล่ เลือดก็หยุดไหลทันที จินอ๋องถึงกับตกตะลึง สรรพคุณยายอดเยี่ยมเกินคาด

"เจ้าเอายานี้มาจากไหน? สรรพคุณดีเลิศนัก"

ไป๋เฟยหว่านชะงักไปครู่หนึ่ง "ข้าปรุงเอง พี่สี่ของข้าชอบศึกษาวิชาแพทย์ บางทีข้าก็ไปเป็นลูกมือ อาศัยครูพักลักจำ แล้วเอามาลองปรับปรุงสูตรดูเพคะ"

"อืม หว่านหว่านของข้าฉลาดจริงๆ เรียนรู้อะไรก็ได้หมด"

"อื้ม แน่นอนอยู่แล้ว" ไป๋เฟยหว่านพยักหน้ารับอย่างไม่ถ่อมตัว

เห็นนางพยักหน้ายอมรับ จินอ๋องก็อดขำไม่ได้ เด็กคนนี้ช่างหลงตัวเองเสียจริง

เมื่อใส่ยาเสร็จแล้ว เสื้อผ้าของจินอ๋องเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดและขาดวิ่น ไป๋เฟยหว่านจึงตัดสินใจถอดเสื้อตัวในของนางออกมาเพื่อใช้ทำผ้าพันแผล

เห็นนางเริ่มปลดเสื้อผ้า จินอ๋องรีบคว้ามือนางไว้ "หว่านหว่าน เจ้าจะทำอะไร?"

"ใส่ยาแล้วก็ต้องพันแผลสิเพคะ เสื้อผ้าท่านสกปรกเกินไป เสื้อคลุมตัวนอกของข้าก็สกปรก ขืนพันทับแผลไปจะติดเชื้อเอาได้ ต้องใช้เสื้อตัวในของข้าเพคะ"

นางไม่สนใจคำทัดทาน ยังคงถอดเสื้อผ้าต่อไป ท่าทางของหญิงสาวตรงหน้า ทุกอิริยาบถช่างยั่วยวนสายตายิ่งนัก จินอ๋องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ แล้วฝืนใจเบือนหน้าหนี

หากไม่ใช่เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ เขาคงไม่ปล่อยนางไปง่ายๆ แน่

ไป๋เฟยหว่านถอดเสื้อตัวในออก แล้วสวมเสื้อตัวนอกกลับเข้าไปใหม่ จากนั้นจึงเริ่มลงมือพันแผลให้จินอ๋อง

จินอ๋องมองดูคนตัวเล็กที่ง่วนอยู่ตรงหน้า นางช่างแสนวิเศษ ดวงตาสุกสกาวดั่งดวงดาว รอยยิ้มเจิดจ้าดั่งบุปผา และจิตใจที่งดงามอ่อนโยน ความห่วงใยที่นางมีให้เขา ทำให้เขาอดที่จะหวั่นไหวไม่ได้

ยิ่งสัมผัสได้ถึงความห่วงใยของนาง ความรู้สึกผูกพันก็ยิ่งทวีคูณ ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมาสะกิดสายใยเส้นที่อ่อนไหวที่สุดในส่วนลึกของหัวใจเขา

ใช่แล้ว จินอ๋องยอมรับกับตัวเอง เขาตกหลุมรักแม่นางน้อยผู้นี้เข้าเต็มเปา

เพียงแค่คิดว่าไป๋เฟยหว่านต้องตกอยู่ในอันตราย หัวใจของเขาก็เจ็บปวดราวกับถูกค้อนปอนด์ทุบจนแทบหายใจไม่ออก

ในชั่วขณะนั้น ความคิดเดียวของเขาคืออยากจะกอดนางไว้ให้แน่น ปกป้องนางด้วยชีวิต ไม่ให้ใครมาทำร้ายนางได้อีก

สายตาของเขาไม่อาจละไปจากนางได้ อยากจะเฝ้ามองนางทุกชั่วขณะ จลจำทุกรอยยิ้มและคราบน้ำตาของนางไว้ในส่วนลึกของหัวใจ

หลังจากพันแผลและช่วยเขาสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว ไป๋เฟยหว่านก็ยื่นยาแก้อักเสบให้เขาเม็ดหนึ่ง จินอ๋องรับไปกลืนลงคอโดยไม่ถามไถ่

จินอ๋องเริ่มมีเรี่ยวแรงกลับคืนมาบ้างแล้ว "เราต้องไปกันแล้ว ข้าเกรงว่าพวกมันอาจจะมีกำลังเสริมมาอีก"

"ได้เพคะ เดี๋ยวรอแป๊บหนึ่ง ข้าต้องไปเอาของก่อน" นางทำระเบิดมาจากวัสดุที่มีจำกัดแค่สามลูก ใช้ไปแล้วสอง เหลืออีกหนึ่งลูก ต้องเอากลับไปด้วย

พูดจบ นางก็หยิบวัตถุระเบิดที่วางอยู่ข้างๆ ขึ้นมา "ไปกันเถอะ"

จินอ๋องเห็นของในมือนาง หลังจากได้ประจักษ์ถึงอานุภาพของมันแล้ว เขาก็ไม่วางใจให้นางเป็นคนถือ "ส่งมาให้ข้าถือเถอะ มันอันตรายเกินไป"

ไป๋เฟยหว่านแย้ง "ไม่เป็นไรหรอกเพคะ มันจะระเบิดก็ต่อเมื่อจุดชนวน ตราบใดที่อยู่ห่างไฟไว้ ก็ไม่มีปัญหาอะไร"

ทั้งสองปีนขึ้นมาบนเนินเขา ควันที่จางลงทำให้เห็นภาพเบื้องหน้าชัดเจนและน่าสยดสยองยิ่งกว่าเดิม เมื่อเห็นไป๋เฟยหว่านปีนขึ้นมาถึง จินอ๋องรีบเอามือปิดตานางไว้ทันที

"อย่ามอง ข้าจะพาเจ้าไปเอง"

นึกถึงภาพแขนขาดที่เห็นเมื่อครู่ ไป๋เฟยหว่านก็ยอมเชื่อฟังแต่โดยดี

เมื่อเดินพ้นบริเวณสมรภูมิเลือดมาแล้ว จินอ๋องจึงปล่อยมือ ทั้งสองมุ่งหน้าเข้าสู่ป่าลึก ด้วยเกรงว่าหากย้อนกลับทางเดิมอาจจะเจอกับพวกชายชุดดำอีก

จบบทที่ บทที่ 26: หลบหนี

คัดลอกลิงก์แล้ว