- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปใช้ชีวิตเกษียณสุดชิลในจวนอ๋อง
- บทที่ 23: แผนการของรุ่ยอ๋อง
บทที่ 23: แผนการของรุ่ยอ๋อง
บทที่ 23: แผนการของรุ่ยอ๋อง
บทที่ 23: แผนการของรุ่ยอ๋อง
ณ จวนรุ่ยอ๋อง
รุ่ยอ๋องได้รับรายงานด่วนเข้ามาว่า การที่จินอ๋องลงไปสืบเรื่องเกลือเถื่อนที่เจียงหนานนั้น ทำให้คนที่รุ่ยอ๋องส่งไปดูแลกิจการเกลือเถื่อนเริ่มระแคะระคาย และได้ส่งจดหมายมาแจ้งข่าวให้เขาทราบ
ถึงอย่างไรเสีย รุ่ยอ๋องก็มีศักดิ์เป็นถึงบิดาของพระเอกในนิยายเรื่องนี้ นอกเหนือจากรัศมีของตัวละครหลักที่ส่งผลถึงเขาแล้ว ความสามารถของเขาเองก็นับว่าเป็นเลิศและมีผู้ใต้บังคับบัญชาฝีมือดีมากมาย มิเช่นนั้นเขาจะสามารถสั่งสมอำนาจอย่างเงียบเชียบท่ามกลางการแก่งแย่งชิงดีระหว่างองค์รัชทายาทและองค์ชายสาม จนกลายเป็นผู้ชนะที่แท้จริงในท้ายที่สุดได้อย่างไร
รุ่ยอ๋องเพิ่งได้ข่าวว่าเจ้ารองเก้ากำลังสืบคดีเกลือเถื่อนจริงๆ ทั้งที่อ้างว่าจะออกไปตรวจตราขุนนางท้องถิ่น ใครจะคิดว่าแท้จริงแล้วกลับมุ่งเป้าไปที่เกลือเถื่อน คาดว่าคงได้รับพระบัญชาลับมาจากเสด็จพ่อเป็นแน่
หากเสด็จพ่อทรงล่วงรู้เรื่องนี้เข้าคงจะยุ่งยากไม่น้อย คิดได้ดังนั้น รุ่ยอ๋องจึงรีบสั่งให้คนไปตามตัวเซียวเฉิงอวี้มาพบทันที
เซียวเฉิงหง บุตรชายคนโต และเซียวเฉิงอวี้ บุตรชายคนที่ห้า ล้วนถือกำเนิดจากพระชายาเอก บุตรคนโตนั้นเป็นคนหัวโบราณคร่ำครึและไม่รู้จักพลิกแพลง ในขณะที่บุตรชายคนที่ห้ามีความเป็นเลิศในทุกด้าน อีกทั้งยังมีฐานะเป็นบุตรภรรยาเอก จึงเป็นลูกรักที่รุ่ยอ๋องโปรดปรานที่สุด
ครู่ต่อมา เซียวเฉิงอวี้ก็มาถึง
"ลูกคารวะเสด็จพ่อ ทรงเรียกหาลูกด้วยเหตุใดหรือพะยะค่ะ?"
"อวี้เอ๋อร์ มาแล้วรึ เจ้าดูสิ่งนี้สิ" พูดจบ เขาก็ยื่นจดหมายที่เพิ่งได้รับมาให้เซียวเฉิงอวี้
หลังจากอ่านจดหมายจบ เซียวเฉิงอวี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "เสด็จพ่อมีความเห็นว่าอย่างไรพะยะค่ะ?"
รุ่ยอ๋องกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม "เราจะปล่อยให้เสด็จอาเก้าของเจ้าสืบคดีเกลือเถื่อนต่อไปไม่ได้ หากเขาสืบจนรู้ความจริง เรื่องที่องค์ชายสามซ่องสุมกองกำลังส่วนตัวก็จะถูกเปิดโปงไปด้วย เมื่อถึงเวลานั้นข้อหาขององค์ชายสามและเสิ่นหงคงยากจะระบุความผิด หากไม่โดนข้อหากบฏ ก็คงยากที่จะจัดการกับพวกเขาในภายหลัง"
เซียวเฉิงอวี้เห็นด้วยกับคำพูดของบิดา เสิ่นหงอาศัยอำนาจทางทหารทำตัววางก้ามอวดดี หากเรื่องที่เสด็จอาสามลักลอบค้าเกลือและซ่องสุมกองกำลังถูกเปิดโปง โทษทัณฑ์ร้ายแรงที่สุดคงเป็นเพียงการเนรเทศไปยังดินแดนศักดินา ห้ามกลับเข้าเมืองหลวงหากไม่มีราชโองการ หรือไม่หากเห็นแก่หน้าตระกูลเสิ่น ก็คงแค่ถูกกักบริเวณอยู่ในจวนเท่านั้น
ตราบใดที่ตระกูลเสิ่นยังอยู่ เสด็จอาสามย่อมมีโอกาสหวนคืนอำนาจ ดังนั้น ตระกูลเสิ่นจำต้องล่มสลาย เพื่อให้เสด็จอาสามหมดทางสู้และไม่เป็นภัยคุกคามอีกต่อไป แต่เนื่องจากเรื่องเกลือเถื่อนและกองกำลังส่วนตัวไม่ได้เชื่อมโยงโดยตรงกับตระกูลเสิ่น เวลานี้จึงยังไม่ใช่จังหวะที่ดีที่สุดที่จะเปิดโปงเรื่องของเสด็จอาสาม
การเปิดโปงตอนนี้รังแต่จะทำให้ตระกูลเสิ่นบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย สำหรับพวกเขาแล้ว บทลงโทษเพียงเท่านี้ไม่ระคายผิว ผ่านไปไม่กี่วันก็ฟื้นตัวได้ สู้รอให้ถึงเดือนสี่ปีหน้าตามที่หว่านเอ๋อร์เคยบอกไว้ นั่นต่างหากคือช่วงเวลาที่ดีที่สุด
"เป็นจริงดั่งเสด็จพ่อว่า แล้วเสด็จพ่อมีข้อเสนอแนะอย่างไรบ้างพะยะค่ะ?"
รุ่ยอ๋องกล่าวเสียงเหี้ยม "ส่งคนไปขัดขวางเจ้ารองเก้าเสีย หากจำเป็นก็ฆ่าทิ้งซะ"
เมื่อได้ยินคำสั่งของบิดา เซียวเฉิงอวี้รีบแย้งทันที "ไม่ได้นะท่านพ่อ หากเกิดอะไรขึ้นกับเสด็จอาเก้า ด้วยความโปรดปรานที่เสด็จปู่มีต่อเขา พระองค์จะต้องส่งคนสืบสาวราวเรื่องจนถึงที่สุดแน่ ถึงตอนนั้นไม่ใช่แค่เรื่องเกลือเถื่อนและกองกำลังส่วนตัว แม้แต่พวกเราเองก็จะพลอยติดร่างแหไปด้วย"
ได้ยินบุตรชายกล่าวเช่นนั้น รุ่ยอ๋องก็แค่นเสียงเยาะหยัน "เสด็จพ่อช่างลำเอียงเสียจริง สายพระเนตรมีแต่เจ้ารองเก้า ไม่เคยเห็นหัวพวกเราที่เป็นลูกคนอื่นเลย กุ้ยเฟยสกุลเฉินนั่นก็ช่างมีลูกเล่นแพรวพราว ล่อลวงจนเสด็จพ่อหลงใหลแม่ลูกคู่นั้นจนโงหัวไม่ขึ้น
แต่ยังนับว่าโชคดีที่เจ้ารองเก้าเป็นหมัน ต่อให้มีลูกก็คงขี้โรคอายุสั้น มิเช่นนั้นเสด็จพ่อคงยกบัลลังก์ให้เขาไปแล้ว พวกเราคงหมดสิทธิ์แม้แต่จะคิดฝัน"
เซียวเฉิงอวี้ไม่ได้โต้ตอบสิ่งใด แต่ในใจเขากลับเห็นด้วย เขาเคยแอบได้ยินหว่านเอ๋อร์พึมพำกับตัวเองว่า ต่อให้เสด็จอาเก้าไม่มีทายาท เสด็จปู่ก็ยังตั้งพระทัยจะมอบบัลลังก์ให้เขา ถึงขนาดจะนำลูกหลานคนอื่นไปเป็นลูกบุญธรรมให้เสด็จอาเก้าด้วยซ้ำ แน่นอนว่าเรื่องนี้เขาไม่ได้บอกบิดา
จากนั้นเขาก็ได้ยินบิดาถามต่อ "แล้วเจ้าคิดว่าควรทำอย่างไร?"
เซียวเฉิงอวี้ตรึกตรองสักครู่แล้วกล่าวว่า "ไม่ใช่แค่เราที่กังวล ลูกเดาว่าเสด็จปู่เองก็คงกังวลเช่นกัน แม้พระองค์จะส่งเสด็จอาเก้าไปสืบ แต่ก็อาจจะยังไม่เปิดโปงในตอนนี้ เสด็จปู่เองก็หวาดระแวงตระกูลเสิ่น หากไม่สามารถบดขยี้ตระกูลเสิ่นให้ราบคาบในคราเดียว วันหน้าจะจัดการลำบาก ลูกจึงสงสัยว่าเสด็จปู่อาจจะกำลังซ้อนแผน โดยอาศัยจังหวะนี้ถอนรากถอนโคนตระกูลเสิ่นให้สิ้นซาก
อย่างไรก็ตาม เราสามารถฉวยโอกาสนี้ส่งคนไปลอบทำร้ายเสด็จอาเก้า เอาแค่ให้บาดเจ็บแต่ไม่ต้องถึงตาย แล้วจัดฉากป้ายสีว่าเป็นฝีมือของเสด็จอาสาม เมื่อนั้นเสด็จปู่คงไม่ละเว้นและหาทางจัดการเสด็จอาสามอย่างสาสม คนที่เราส่งไปต้องแน่ใจว่าสาวมาไม่ถึงตัวเรา
อีกประการหนึ่ง เราต้องวางมือจากเรื่องเกลือเถื่อนทันที ในเมื่อเสด็จปู่ทรงทราบเรื่องนี้แล้ว เราต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกพาดพิงหากมีการสืบสวนในภายหลัง"
เมื่อฟังการวิเคราะห์ของเซียวเฉิงอวี้ รุ่ยอ๋องก็เห็นด้วย ตระกูลเสิ่นนั้นอวดดีและถืออำนาจบาตรใหญ่ เสด็จพ่อคงร้อนใจอยากจัดการพวกเขาเสียยิ่งกว่าเรา มีหรือจะพลาดโอกาสงามเช่นนี้?
เมื่อเข้าใจสถานการณ์ รุ่ยอ๋องก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ "ลูกพ่อช่างมองการณ์ไกลยิ่งนัก"
เซียวเฉิงอวี้กล่าวอย่างถ่อมตน "ลูกเพียงแค่วิเคราะห์ไปตามเนื้อผ้า เสด็จพ่อต่างหากที่เปี่ยมด้วยวิสัยทัศน์ ที่ล่วงรู้ว่าเสด็จอาเก้ากำลังสืบเรื่องเกลือเถื่อน ทำให้พวกเราถอนตัวได้ทันท่วงที ลูกคาดว่าป่านนี้เสด็จอาสามคงยังไม่ระแคะระคาย มิเช่นนั้นคงไม่สงบนิ่งอยู่เช่นนี้"
คำชมของบุตรชายทำให้รุ่ยอ๋องพึงพอใจยิ่งนัก ตระกูลฝั่งมารดาของเขาไม่ได้มีอิทธิพลหนุนหลังแข็งแกร่งเท่ากับกุ้ยเฟยสกุลเสิ่นหรือฮองเฮา เขาจึงต้องพึ่งพาตนเองในการสร้างเครือข่ายอำนาจอย่างลับๆ
ในบรรดาเหล่าองค์ชาย เขาเป็นผู้ที่มีความสามารถโดดเด่นที่สุดรองจากเจ้ารองเก้า ทว่าเมื่อไร้ซึ่งตระกูลฝั่งแม่คอยสนับสนุน เขาจึงทำได้เพียงอดทนรอคอยโอกาส และนับเป็นโชคดีที่เจ้ารองเก้าเป็นหมัน
"หากไม่มีตระกูลเสิ่นคอยหนุนหลัง อ๋องเหิงก็ไร้น้ำยา เป็นคนโหดเหี้ยมอำมหิต วันๆ เอาแต่หมกมุ่นในกามตัณหาและดูถูกผู้คน เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่เราจะเปิดเผยเขี้ยวเล็บ แต่ก็คงอีกไม่นานแล้วล่ะ" เมื่อคิดถึงตรงนี้ แววตาของเขาก็ลุกโชนด้วยความทะเยอทะยาน
"ข้าจะส่งคนไปขัดขวางทางฝั่งเจ้ารองเก้า เจ้าเองก็ลองไปถามไถ่อนุของเจ้าดู สิ่งที่นางเคยพูดไว้ล้วนกลายเป็นจริง ลองดูว่ามีเรื่องอื่นอีกหรือไม่ เพื่อเราจะได้เตรียมการล่วงหน้า" เขากล่าวพลางตบไหล่เซียวเฉิงอวี้เบาๆ
"พะยะค่ะ เสด็จพ่อ"
"ไปเถอะ ที่เหลือข้าจัดการเอง"
เมื่อได้รับอนุญาต เซียวเฉิงอวี้ก็ประสานมือคารวะแล้วหมุนตัวเดินออกไป
เมื่อเซียวเฉิงอวี้ลับสายตาไป รุ่ยอ๋องก็ส่งสัญญาณมือ ทันใดนั้นชายชุดดำก็ปรากฏกายขึ้นเบื้องหน้า
"หาคนไปลอบโจมตีจินอ๋อง ไม่ต้องใช้ยอดฝีมือมากนัก เอาแค่ให้เขาบาดเจ็บก็พอ ให้ปลอมตัวเป็นคนของอ๋องเหิง และต้องแน่ใจว่าสาวมาไม่ถึงพวกเรา"
"ขอรับ" กล่าวจบ เงาร่างนั้นก็หายวับไปในพริบตา
หลังจากออกจากเรือนของรุ่ยอ๋อง เซียวเฉิงอวี้ พระเอกของเรื่อง ก็ตรงไปยังเรือนพักของนางเอก หลินหว่านโหรว
"หว่านเอ๋อร์ เจ้าทำอะไรอยู่?"
หลินหว่านโหรวที่กำลังนั่งเหม่อลอยคิดถึงเรื่องราวในชาติก่อนถึงกับสะดุ้งโหยง "ท่านพี่! ท่านทำข้าตกใจแทบตาย"
เซียวเฉิงอวี้เอ่ยเย้า "เจ้าไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำตอนข้าเดินเข้ามา มัวแต่คิดอะไรอยู่ หือ? ถึงได้มาโทษข้า มานี่สิ ให้ข้าดูหน่อยว่าหว่านเอ๋อร์ของข้าขวัญหายไปมากเพียงใด" ว่าแล้วเขาก็คว้ามือหลินหว่านโหรวมากุมไว้
หลินหว่านโหรวปล่อยให้เซียวเฉิงอวี้จับมือพลางเอ่ยเสียงอ่อนหวาน "ท่านพี่ก็เอาแต่แกล้งข้า ท่านมาหาข้ามีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ?"
เมื่อวกเข้าเรื่องสำคัญ สีหน้าของเซียวเฉิงอวี้ก็เคร่งขรึมขึ้น เขาไล่บ่าวไพรู่ออกไปจนหมดแล้วพาหลินหว่านโหรวเข้ามาในห้องก่อนจะเอ่ยว่า "มีเรื่องบางอย่าง... เมื่อครู่ท่านพ่อเรียกข้าไปพบและพูดถึงเรื่องเกลือเถื่อน"
หลินหว่านโหรวถามขึ้น "เกิดเรื่องอะไรขึ้นทางนั้นหรือเจ้าคะ?"
"เสด็จอาเก้ากำลังสืบเรื่องเกลือเถื่อนอยู่"
หลินหว่านโหรวแสดงสีหน้าประหลาดใจ "อะไรนะเจ้าคะ?" ในความทรงจำจากชาติก่อนของนาง นางจำไม่ได้เลยว่าจินอ๋องเคยสืบเรื่องเกลือเถื่อน
เมื่อเห็นท่าทีตกใจของหลินหว่านโหรว เซียวเฉิงอวี้ก็รู้ว่านางเองก็ไม่รู้เรื่องนี้เช่นกัน
หลินหว่านโหรถามด้วยความกังวล "เช่นนั้นการที่จินอ๋องสืบสวนจะส่งผลกระทบต่อ..."
นางพูดไม่ทันจบประโยค แต่เซียวเฉิงอวี้เข้าใจความหมายดี เขาส่ายหน้า "ไม่น่าจะมีผลกระทบอะไรมากนัก"
หลินหว่านโหรวถอนหายใจอย่างโล่งอก นางกลัวเหลือเกินว่าหากเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงไปมากเกินไป ความได้เปรียบจากการหยั่งรู้อนาคตเพราะการเกิดใหม่ของนางจะสูญเปล่า แล้วนางจะแก้แค้นได้อย่างไร?
เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของหลินหว่านโหรว เซียวเฉิงอวี้จึงแสร้งถามทีเล่นทีจริง "ช่วงนี้เจ้าฝันเห็นอะไรอีกหรือไม่?"
หลินหว่านโหรวตอบเสียงอ้อน "ไม่เลยเจ้าค่ะ ข้าไม่ฝันอะไรมานานแล้ว"
หลินหว่านโหรวเคยเปิดเผยเรื่องราวในอนาคตแก่เซียวเฉิงอวี้โดยอ้างว่าเป็นความฝัน นางไม่กล้าบอกความจริงเรื่องการย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ และยิ่งกลัวว่าเซียวเฉิงอวี้จะล่วงรู้ว่าในชาติก่อนนางเคยแต่งงานกับเย่ซือหยวนมาก่อน
เมื่อได้ยินคำตอบ แววตาของเซียวเฉิงอวี้ไหววูบเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้สิ่งใดต่อ
"เอาล่ะ ข้ายังมีธุระต้องไปจัดการ เจ้าพักผ่อนเถอะ ไว้ว่างแล้วข้าจะมาหาใหม่" กล่าวจบ เขาก็หอมแก้มหลินหว่านโหรวฟอดหนึ่งแล้วเดินจากไป
หลินหว่านโหรวที่กำลังจมอยู่กับความคิดของตนเอง ไม่ได้รั้งเขาไว้ เพียงแต่แสร้งทำท่าอาลัยอาวรณ์ตามบทบาทเท่านั้น