- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปใช้ชีวิตเกษียณสุดชิลในจวนอ๋อง
- บทที่ 6 รอถวายตัว (1)
บทที่ 6 รอถวายตัว (1)
บทที่ 6 รอถวายตัว (1)
บทที่ 6 รอถวายตัว (1)
เรือนหน้า ห้องหนังสือท่านอ๋อง
ในที่สุดจินอ๋องก็สะสางเอกสารคดีทุจริตที่เจียงโจว ซึ่งยืดเยื้อมาตั้งแต่ก่อนปีใหม่ได้สำเร็จ พรุ่งนี้เพียงแค่นำหลักฐานถวายฮ่องเต้ ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดก็จะได้รับโทษทัณฑ์ตามกฎหมาย
การติดสินบนครั้งนี้รุนแรงและมีผลกระทบเป็นวงกว้าง แม้กระทั่งเสด็จพี่สามก็ยังมีส่วนพัวพัน ขุนนางคนอื่นไม่กล้าแตะต้อง ฮ่องเต้จึงมีรับสั่งให้เขาไปจัดการด้วยตนเอง
อุปสรรคมากมายทำให้การดำเนินคดีล่าช้า กว่าจะรวบรวมหลักฐานได้ครบถ้วนเวลาก็ล่วงเลยไปเกือบครึ่งปี ช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาจินอ๋องต้องไปฝังตัวสืบสวนอยู่ที่เจียงโจว
ระหว่างทางเขาถูกลอบสังหารหลายครั้ง โชคดีที่มีวรยุทธ์สูงส่งและใช้อุบายล่อลวงศัตรู จึงรอดพ้นจากอันตรายมาได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส
เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน เขาต้องรีบถวายรายงานต่อฮ่องเต้ให้เร็วที่สุด หลังจากกลับจากเจียงโจว เขาไปค้างที่เรือนพระชายาเพียงคืนเดียว จากนั้นก็ไม่มีเวลาไปเรือนหลังอีกเลย เขาโหมงานหนักติดต่อกันสี่ห้าวันจนเสร็จสิ้น
จินอ๋องหมุนคอคลายความเมื่อยล้า “ที่เรือนหลังมีอะไรเกิดขึ้นบ้างไหม?”
เจียงซุ่นก้าวเข้ามานวดไหล่ให้ผู้เป็นนาย “ไม่มีเรื่องใหญ่ขอรับ ระหว่างที่ท่านอ๋องไม่อยู่ มีนายหญิงเข้าจวนมาใหม่สามท่านขอรับ”
“อ้อ จริงสิ ข้าลืมไปเลย เสด็จพ่อกับกุ้ยเฟยเฉินเคยเปรยเรื่องนี้ไว้ หลังจากเสร็จงานนี้ข้าได้หยุดสามวัน เดี๋ยวจะแวะไปดูพวกนางเสียหน่อย”
จินอ๋องครุ่นคิดครู่หนึ่ง “กลางวันข้าจะไปหาชายารองตงก่อน แล้วคืนนี้ค่อยไปหาอนุจาง” พูดจบเขาก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป
หลังจากรอคอยมานานหลายวัน ในที่สุดเรือนหลังก็ได้เห็นหน้าท่านอ๋องอีกครั้ง เขาไปที่เรือนของชายารองตง ร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับนาง แล้วจึงกลับมาที่เรือนหน้า
ตกเย็นท่านอ๋องก็ไปค้างคืนที่เรือนของอนุจาง
เมื่อชายารองตงทราบข่าว นางก็กวาดชุดน้ำชาเคลือบเงาทั้งชุดลงกับพื้นจนแตกกระจาย “พวกแพศยา! แค่อนุชั้นต่ำกล้ามาแย่งท่านอ๋องกับข้า!”
สาวใช้ตัวน้อยที่เข้ามารายงานตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดกลัว
เห็นเด็กสาวตัวสั่น ชายารองตงก็ตบหน้านางฉาดใหญ่
สาวใช้ล้มลงทับเศษกระเบื้อง แม้จะเจ็บปวดแต่ก็ไม่กล้าร้อง รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาคุกเข่าใหม่
แม่นมหลี่เห็นเจ้านายระบายอารมณ์จนพอใจแล้ว จึงไล่สาวใช้ออกไปและสั่งให้คนมาทำความสะอาด
แม่นมหลี่เดินเข้าไปนวดขมับให้ชายารองตง “พระชายารองอย่าทรงกริ้วไปเลยเพคะ ท่านอ๋องยังทรงห่วงใยท่าน อุตส่าห์เสด็จมาเสวยมื้อเที่ยงด้วย ทั้งที่อนุอวี้มีโอรสคนโตให้ท่านอ๋อง ท่านยังไม่เคยเสด็จไปหาเลย”
“คนใหม่เข้ามาเป็นเดือนแล้ว ท่านอ๋องเพิ่งจะโปรดปราน หากเรื่องนี้รู้ไปถึงในวัง ท่านอ๋องคงโดนตำหนิแน่เพคะ”
“อีกอย่าง หมอหลวงกำชับไว้ว่าพระชายารองห้ามอารมณ์แปรปรวน เรื่องการมีทายาทต้องใช้เวลา ทำใจให้สบายเถอะเพคะ”
พอได้ยินว่าท่านอ๋องยังใส่ใจ ชายารองตงก็รู้สึกดีขึ้น แต่ก็ยังอดน้อยใจไม่ได้ “จะไม่ให้ข้าห่วงได้อย่างไร? เข้าจวนมาสี่ปีแล้วยังไม่ท้องสักที ยาขมๆ ก็ดื่มทุกวัน ข้าก็นึกว่าคืนนี้ท่านอ๋องจะมาค้างด้วย เลยอุตส่าห์กินยาบำรุงที่ท่านแม่หามาให้ ถ้าท่านอ๋องไม่มา ยาก็เสียเปล่าน่ะสิ”
เห็นเจ้านายเป็นแบบนี้ แม่นมหลี่ก็พลอยทุกข์ใจไปด้วย ในเรือนหลังหากไม่มีลูกไว้เชิดหน้าชูตา ย่อมไม่มีความมั่นคง
ด้านอนุหนานเองก็หงุดหงิดเช่นกัน แต่มีความยินดีมากกว่า ท่านอ๋องไปหาอนุจางแล้ว แสดงว่าจะเริ่มเวียนเทียนมาหาพวกนาง รายต่อไปต้องเป็นนางแน่ๆ ตระกูลนางมีตำแหน่งสูงกว่าไป๋เฟยหว่าน ท่านอ๋องต้องมาหานางก่อน
และเป็นดังที่อนุหนานคาดการณ์ วันต่อมาท่านอ๋องก็มาเยือนเรือนของนางจริงๆ
คราวนี้ไป๋เฟยหว่านเริ่มนั่งไม่ติดที่แล้ว พระเจ้าช่วย... ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด พรุ่งนี้ก็ต้องเป็นคิวของนางแล้วสิ นางยังเด็กอยู่เลยนะ ท่านอ๋องนี่มันสัตว์ป่าชัดๆ
ปัญหาคือ นางมีความรู้แค่ในตำรา ชาติที่แล้วอายุยี่สิบหกก็ยังไม่เคยปฏิบัติจริง ส่วนร่างนี้ก็ยังไม่ถึงสิบหกด้วยซ้ำ
เขาว่ากันว่าครั้งแรกจะเจ็บ นางต้องศึกษาหาวิธีลดความเจ็บปวด
นางจึงไปขุด ‘ตำราวังวสันต์’ (ภาพหลบไฟ - ตำราเพศศึกษาโบราณ) ที่ท่านแม่ไป๋ให้ไว้ออกมาเริ่มทำการค้นคว้าวิจัย
พอดูรูปประกอบ ไป๋เฟยหว่านก็คิดว่าคนโบราณไม่ได้หัวโบราณอย่างที่คิด ท่าทางเยอะแยะไปหมด... คุณพระ... หน้าของนางเริ่มร้อนผ่าว
หลังจากตั้งใจศึกษามาทั้งวัน นักเรียนดีเด่นอย่างไป๋เฟยหว่านก็ประกาศว่าจำได้หมดแล้ว มีบางท่าที่ตัวอ่อนยังกะหนอน... ยากเกินไป... แต่ส่วนใหญ่จำได้แม่น มั่นใจว่าสอบผ่านแน่นอน
ในฐานะหัวกะทิ การจับประเด็นสำคัญคือจุดแข็งของนาง พิจารณาดูแล้วว่านางเป็นมือใหม่ ท่านอ๋องคงไม่ทดสอบท่ายากๆ หรอก นางจึงวงกลมท่าพื้นฐานง่ายๆ ทบทวนซ้ำอีกหลายรอบ ก่อนจะยัดตำราไว้ที่มุมเตียง แล้วหลับไปอย่างมั่นใจ
เช้าวันรุ่งขึ้น ไป๋เฟยหว่านหายตื่นเต้นแล้วและใช้ชีวิตตามปกติ
ตกบ่าย ขันทีน้อยคนหนึ่งก็เดินทางมาจากเรือนหน้า
เสี่ยวฉินรีบวิ่งออกไปต้อนรับอย่างกระตือรือร้น "กงกงหยวนเป่าเชิญเจ้าค่ะ เชิญข้างใน"
ไป๋เฟยหว่านได้ยินเสียงจึงเดินออกมาที่ประตูเรือน
เมื่อหยวนเป่าเห็นอนุไป๋เดินมา เขาก็หันไปยิ้มให้เสี่ยวฉิน "ขอบใจแม่นาง แต่ข้าไม่เข้าไปจะดีกว่า"
จากนั้นเขาก็คารวะไป๋เฟยหว่านที่เพิ่งเดินมาถึงหน้าประตู "คารวะนายหญิงไป๋ กงกงเจียงให้บ่าวมาแจ้งว่า ท่านอ๋องมีราชกิจด่วน ถูกเรียกตัวเข้าวัง คืนนี้จะไม่เสด็จมาค้างที่นี่ นายหญิงไม่ต้องรอนะขอรับ"
ได้ยินดังนั้น ไป๋เฟยหว่านก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก... แต่ลึกๆ ก็แอบกังวล ก่อนหน้านี้ยังมีเพื่อนร่วมชะตากรรมอีกสองคน แต่ตอนนี้เหลือแค่นางคนเดียวที่ยังไม่ได้ถวายงาน พวกบ่าวไพร่ในจวนคงจ้องจะตัดเบี้ยหวัดนางอีกแน่ แต่นางก็ไม่ได้แสดงอาการใดๆ ออกมาทางสีหน้า "เข้าใจแล้ว ขอบใจกงกงมากที่อุตส่าห์มาแจ้ง" นางปรายตามองไปที่จื่อจู๋
จื่อจู๋รู้หน้าที่ หยิบก้อนเงินเล็กๆ ออกมาจากถุง ยัดใส่มือหยวนเป่าทันที "ค่าน้ำชาเล็กน้อยเจ้าค่ะกงกง โปรดรับไว้"
หยวนเป่ายิ้มรับเงิน คารวะไป๋เฟยหว่านอีกครั้งแล้วหมุนตัวกลับไป
พอกลับเข้ามาในเรือน จื่อจู๋มองเจ้านายด้วยความเป็นห่วง "คุณหนู ท่านอ๋องแค่ทรงงานยุ่งเจ้าค่ะ เสร็จธุระเมื่อไหร่ต้องเสด็จมาแน่"
จื่ออวี้ยืนอยู่ข้างๆ สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
ไป๋เฟยหว่านเห็นท่าทีร้อนรนของพวกนางแล้วก็ขำ "ฉันไม่เป็นไรจริงๆ พวกเจ้าไปทำงานเถอะ"
ความจริงนางดีใจเสียด้วยซ้ำที่ไม่ต้องถวายตัว ร่างกายนี้ยังเด็กเกินไป มีเพศสัมพันธ์เร็วไปก็ใช่ว่าจะดี นางเก็บความคิดเหล่านี้ไว้ในใจ เพราะรู้ว่าพูดไปสาวใช้ก็คงไม่เข้าใจ
เมื่อคนในเรือนหลังรู้ข่าวว่าท่านอ๋องไม่ไปหาอนุไป๋ ต่างก็พากันสะใจและซ้ำเติม หัวเราะเยาะว่าไป๋เฟยหว่านตกกระป๋องไปเสียแล้ว
โดยเฉพาะอนุหนาน พอรู้ว่าท่านอ๋องไม่ไปหาอนุไป๋ นางถึงกับปรบมือชอบใจ สั่งเพิ่มเบี้ยเลี้ยงให้บ่าวไพร่ในเรือนตัวเองอีกครึ่งเดือน
หนานไช่เห็นหน้าไป๋เฟยหว่านครั้งแรกตอนวันคัดเลือก เพราะใบหน้าที่งดงามเกินหน้าเกินตาของไป๋เฟยหว่าน กุ้ยเฟยเฉินจึงส่งนางมาที่จวนจินอ๋อง ตระกูลหนานมีตำแหน่งขุนนางสูงกว่าพ่อของไป๋เฟยหว่านที่เป็นแค่นายอำเภอเล็กๆ มากนัก แต่กลับต้องเข้ามาเป็นอนุเหมือนกัน... เรื่องนี้หนานไช่ยอมรับไม่ได้
นางตกหลุมรักจินอ๋องตั้งแต่แรกเห็นในงานเลี้ยงชมดอกไม้ที่จวนองค์หญิงเมื่อปีก่อน ยอมเป็นอนุดีกว่าพลาดโอกาสครองคู่กับเขา ดังนั้นนางจึงเกลียดขี้หน้าไป๋เฟยหว่านเข้าไส้
โอกาสดีที่จะได้เหยียบย่ำไป๋เฟยหว่านมาถึงแล้ว จะปล่อยให้หลุดมือไปได้อย่างไร "ซวงเสวี่ย มานี่... เราไปปลอบใจน้องหญิงไป๋กันเถอะ"
ทั้งสองใช้เวลาเดินเกือบหนึ่งเค่อกว่าจะถึงเรือนชิงหยาของไป๋เฟยหว่าน
เห็นประตูเรือนเปิดแง้มอยู่และไม่มีคนเฝ้า พวกนางจึงเดินดุ่มๆ เข้าไปในสวน พอเห็นใบหน้ายั่วยวนของไป๋เฟยหว่าน ความริษยาของหนานไช่ก็พุ่งปรี๊ด นางจีบปากจีบคอพูดขึ้น "แหม... น้องหญิงไป๋ยังมีอารมณ์มานั่งปักผ้าอยู่อีกหรือ?"
ไป๋เฟยหว่านงุนงงกับท่าทีหาเรื่องนี้ พยายามนึกย้อนความทรงจำ นางเพิ่งมาอยู่ได้เดือนเดียว แทบไม่ออกไปไหนนอกจากเดินเล่นในสวนหลังเรือน ไม่น่าจะไปเหยียบตาปลาใครเข้า
แต่จื่อจู๋ที่รู้เรื่องราวในจวนดี รีบเข้ามากระซิบ "นั่นอนุหนานเจ้าค่ะ เข้าจวนมาวันเดียวกับคุณหนู"
ไป๋เฟยหว่านส่งงานปักให้จื่อจู๋แล้วลุกขึ้น "พี่หญิงหนาน ลมอะไรหอบมาถึงเรือนข้า เชิญนั่งก่อนเจ้าค่ะ"
แล้วหันไปสั่งจื่ออวี้ "รีบไปยกน้ำชามาให้พี่หญิงหนานเร็วเข้า"
อนุหนานเชิดหน้าขึ้น "น้ำชาไม่ต้องหรอก ข้าไม่คุ้นกับชาเกรดต่ำ ข้าแค่ได้ยินว่าท่านอ๋องยังไม่เสด็จมาหาเจ้า เห็นว่าเราเข้ามาพร้อมกัน เลยแวะมาแสดงความห่วงใย"
"น้องหญิงไป๋อย่าเพิ่งน้อยใจไปเลยนะ รอท่านอ๋องว่างเมื่อไหร่ เดี๋ยวก็คงมาเองแหละ"
ไป๋เฟยหว่านไม่ได้สะทกสะท้านกับคำเหน็บแนม ตอบกลับอย่างนุ่มนวล "ขอบคุณพี่หญิงที่เป็นห่วงเจ้าค่ะ"
หนานไช่ยังไม่ยอมหยุด "น้องหญิง ถึงเจ้าจะหน้าตาสะสวย แต่ท่านอ๋องของเราไม่ใช่คนลุ่มหลงในรูปโฉม ข้าเกรงว่าเจ้าจะต้องเหี่ยวแห้งตายคาเรือนไปอย่างโดดเดี่ยวเสียกระมัง"
จื่อจู๋ทนฟังคำดูถูกไม่ไหว ทำท่าจะก้าวออกไป แต่ไป๋เฟยหว่านส่งสายตาห้ามไว้
ไป๋เฟยหว่านยังคงยิ้มแย้ม ตอบกลับไปว่า "ขอบคุณพี่หญิงที่ชมเจ้าค่ะ"
หนานไช่รู้สึกเหมือนชกนุ่น ระบายอารมณ์ไม่สำเร็จ จึงสะบัดหน้าเดินกระแทกเท้ากลับไปอย่างหงุดหงิด
พอลับหลังนาง จื่อจู๋ก็รีบเข้ามาเกาะแขนเจ้านาย "อนุหนานนี่เกินไปจริงๆ คุณหนูไม่เคยไปยุ่งกับนางสักหน่อย ทำไมต้องมาพูดจาถากถางกันขนาดนี้ด้วย"
จื่ออวี้เสริม "นั่นสิเจ้าคะ เกินไปจริงๆ"
"ช่างเถอะ นางแค่อิจฉาที่ฉันสวยกว่า คำพูดแค่นั้นทำอะไรฉันไม่ได้หรอก ไปทำงานกันเถอะ" ไป๋เฟยหว่านเหลือบมองเสี่ยวฉินที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ และเซี่ยชิวที่แอบอยู่มุมห้องทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น นางไม่พูดอะไร แล้วกลับมานั่งปักผ้าต่อ
วันเวลาหลังจากนั้นก็กลับเข้าสู่ความสงบเงียบเฉกเช่นที่เคยเป็นมา