- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปใช้ชีวิตเกษียณสุดชิลในจวนอ๋อง
- บทที่ 5 ชีวิตอันแสนรื่นรมย์ดุจปลาเค็ม
บทที่ 5 ชีวิตอันแสนรื่นรมย์ดุจปลาเค็ม
บทที่ 5 ชีวิตอันแสนรื่นรมย์ดุจปลาเค็ม
บทที่ 5 ชีวิตอันแสนรื่นรมย์ดุจปลาเค็ม
หลังจากปลงตกกับชีวิตได้แล้ว ไป๋เฟยหว่านก็ค่อยๆ เริ่มต้นใช้ชีวิตแบบ "ปลาเค็ม" อย่างเต็มตัว
ตลอดหนึ่งเดือนเต็ม จินอ๋องไม่เคยย่างกรายเข้ามาในเรือนหลังเลยแม้แต่ครึ่งก้าว จวนอ๋องจึงเงียบสงบผิดปกติ จื่ออวี้บอกว่าท่านอ๋องต้องออกไปราชการต่างเมือง
พูดถึงจื่ออวี้ นางนี่มันหอกระจายข่าวเคลื่อนที่ชัดๆ เดือนที่ผ่านมานางคอยคาบข่าวซุบซิบทุกเม็ดในเรือนหลังมารายงานไป๋เฟยหว่านอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
จากการเฝ้าสังเกตมาตลอดทั้งเดือน ดูเหมือนจื่ออวี้จะประวัติขาวสะอาด ไม่มีการติดต่อลับลมคมในกับเจ้านายเรือนไหน ผิดกับเสี่ยวฉินที่เป็นคนของพระชายาอย่างชัดเจน นางอาศัยจังหวะรับส่งสำรับอาหารแอบส่งข่าวให้คนของเรือนหลักอยู่หลายครั้ง ส่วนเซี่ยชิวเองก็เคยมีคนเห็นว่าไปพบปะกับคนของชายารองตง
ไป๋เฟยหว่านยังไม่คิดจะเข้าไปแทรกแซงอะไรในตอนนี้ เพราะเรือนของนางก็ไม่มีความลับอะไรให้คนพวกนั้นต้องสอดแนมอยู่แล้ว
อากาศเดือนสี่ตามปฏิทินจันทรคติยังคงหนาวเย็น โชคดีที่นางไม่ต้องไปคารวะเช้าเย็นที่เรือนพระชายา ไม่อย่างนั้นการต้องตื่นตั้งแต่ไก่โห่คงทำเอานางทรมานแทบขาดใจ
ในยุคที่ไร้ซึ่งสิ่งบันเทิงเริงรมย์เยี่ยงโลกปัจจุบัน นางจึงเข้านอนก่อนสามทุ่มทุกคืน และตื่นราวแปดโมงเช้าเพื่อทานมื้อเช้า จากนั้นก็เดินเล่นย่อยอาหารในสวนเล็กๆ หน้าเรือน
หลังจากนั้นนางจะใช้เวลาครึ่งชั่วโมงในห้องหนังสือ ฝึกคัดอักษรและศึกษาหมากล้อม โดยเฉพาะกลยุทธ์ปิดเกมกระดาน ซึ่งในชาติก่อนนางมักจะเล่นกับคุณปู่อยู่เป็นประจำ
หลังมื้อเที่ยง นางจะงีบหลับสักครึ่งชั่วโมง แล้วตื่นมาปักผ้า วิชาปักผ้าสองหน้าแบบซูโจวนี้ท่านย่าในชาติก่อนเป็นคนสอนให้นางเองกับมือ ยามเหนื่อยล้า นางก็จะผ่อนคลายด้วยการจัดดอกไม้หรือไม่ก็ร่างแบบสินค้า
นางกับพี่ชายคนที่สามร่วมหุ้นกันทำธุรกิจเล็กๆ หลายอย่าง ทั้งเครื่องประทินโฉม เสื้อผ้าสำเร็จรูป ร้านเครื่องประดับ หรือแม้แต่ภัตตาคาร โดยนางรับหน้าที่เสนอไอเดีย ส่วนพี่สามรับหน้าที่บริหารจัดการ
ปีหน้าพี่ชายคนโตจะต้องเข้าสอบหน้าพระที่นั่ง พี่สามเองก็จะติดตามมาด้วย เขาอยากมาเปิดตลาดที่เมืองหลวงนานแล้ว แต่ติดที่ไร้เส้นสาย เกรงว่าจะถูกพวกผู้มีอิทธิพลรังแก ครอบครัวจึงห้ามปรามไว้
รอให้พี่ใหญ่สอบผ่านเป็นขุนนาง และนางได้เป็นคนของจวนจินอ๋องเต็มตัว เมื่อนั้นพี่สามก็จะสามารถเข้ามาทำการค้าในเมืองหลวงได้ อีกไม่ถึงปีก็จะถึงเวลานั้น นางตั้งใจว่าจะรวบรวมแบบร่างที่วาดเก็บไว้ส่งไปให้เขาผ่านคนส่งสารที่ไว้ใจได้
นางค่อนข้างพอใจกับชีวิตในจวนตอนนี้ ติดอยู่เรื่องเดียวคือห้องเครื่องใหญ่ที่จัดอาหารตามลำดับขั้น รสชาติอาหารนับวันยิ่งแย่ลง ร้อนถึงเสี่ยวฉินต้องควักเงินสินบนไปยัดใส่มือ ถึงจะได้อาหารที่พอกินได้กลับมา แต่คุณภาพก็ยังห่างไกลจากวันแรกที่นางเหยียบย่างเข้ามาที่นี่ลิบลับ
กิจวัตรเช่นนี้ดำเนินเรื่อยมาจนเข้าสู่เดือนห้า ก็มีข่าวว่าจินอ๋องเสด็จกลับจากราชการแล้ว แม้ไป๋เฟยหว่านจะไม่ออกไปไหน แต่ก็สัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นกระสับกระส่ายของเหล่าสตรีในเรือนหลัง
แต่มันไม่เกี่ยวกับนาง ในฐานะอนุภรรยา นางไม่มีสิทธิ์ออกไปรอรับเสด็จที่หน้าประตู และคืนแรกที่กลับมา ท่านอ๋องย่อมต้องไปค้างที่เรือนพระชายาอย่างไม่ต้องสงสัย
เป็นไปตามคาด บ่ายวันนั้นจื่ออวี้มารายงานว่าท่านอ๋องเสด็จไปที่เรือนพระชายาแล้ว
ไป๋เฟยหว่านรู้อยู่แล้ว นางจึงไม่พูดอะไรและก้มหน้าจัดดอกไม้ในแจกันต่อ
นางปักผ้าติดต่อกันนานจนเริ่มปวดตา ประจวบกับดอกไม้ในห้องที่ปักไว้เมื่อสองวันก่อนเริ่มเหี่ยวเฉา จึงถือโอกาสเปลี่ยนดอกไม้ใหม่เพื่อพักสายตาเสียเลย
แต่คนอื่นไม่ได้ใจเย็นเหมือนนาง โดยเฉพาะอนุจางกับอนุหนาน ตั้งแต่เข้าจวนมายังไม่เคยเห็นพระพักตร์ท่านอ๋องเลยสักครั้ง ป่านนี้คงโดนคนนินทาลับหลังจนพรุนไปหมดแล้ว
อนุจางมีตำแหน่งสูงกว่า จึงต้องไปคารวะเช้าเย็นที่เรือนพระชายาไม่ว่าจะถูกเรียกตัวหรือไม่ นางจึงกลายเป็นเป้านิ่งให้สนมคนอื่นค่อนขอดถากถางอยู่เสมอ
พวกนางถูกคัดเลือกเข้ามาพร้อมกับไป๋เฟยหว่าน แต่เพราะไป๋เฟยหว่านอยู่ไกลกว่า จึงเดินทางมาถึงจวนช้ากว่าสองวัน
ต่อให้ร้อนใจแค่ไหน ความจริงก็คือคืนแรกท่านอ๋องต้องอยู่กับพระชายา
สิ่งที่พวกนางลุ้นตัวโก่งคือคืนพรุ่งนี้ต่างหาก ว่าท่านอ๋องจะเลือกไปเรือนไหน คนใหม่ก็ร้อนใจ คนเก่าก็หวาดระแวงไม่แพ้กัน
ปีก่อนๆ ท่านอ๋องขยันมาเรือนหลังบ่อยครั้งแต่ก็ไม่มีใครตั้งครรภ์ มาสองปีหลังนี้ พระองค์เสด็จมาเพียงเดือนละห้าถึงหกวันเท่านั้น
หนำซ้ำทุกวันขึ้นหนึ่งค่ำและสิบห้าค่ำตามธรรมเนียมต้องประทับที่เรือนพระชายา เหลือวันให้คนอื่นแบ่งปันกันน้อยนิดเต็มที
ในสภาวะ "พระมากข้าวน้อย" เช่นนี้ สตรีทุกคนในเรือนหลังจึงแทบจะกินไม่ได้นอนไม่หลับ เฝ้ารอว่าท่านอ๋องจะเลือกไปโปรดที่เรือนใด
ไป๋เฟยหว่านคำนวณดูแล้ว นางคงหมดสิทธิ์ เพราะไม่ว่าอย่างไรพรุ่งนี้ก็คงไม่ถึงคิวนาง ข้างหน้ายังมีทั้งอนุจางที่เพิ่งมาใหม่ ชายารองตงผู้มีตำแหน่งสูงส่ง และอนุอวี๋ที่มีลูกชายค้ำจุนอยู่ จะหมุนเวียนอย่างไรก็คงไม่ตกมาถึงนางเป็นแน่
เมื่อจัดดอกไม้เสร็จ นางพิจารณาผลงานด้วยความพึงพอใจ ฝีมือของนางพัฒนาขึ้นมาก ดอกไม้ชุดเก่าเริ่มคอตกแล้ว นางจึงสั่งจื่อจู๋ "เจ้าเอาแจกันนี้ไปเปลี่ยนแทนอันเก่าในห้องที"
"เจ้าค่ะ นายหญิง" จื่อจู๋ยกแจกันดอกไม้สดใหม่เข้าไปด้านใน
เมื่อพักสายตาจนหายล้า ไป๋เฟยหว่านก็กลับมาปักผ้าต่อ หากพี่สามเปิดร้านในเมืองหลวงได้จริง งานปักพวกนี้คงใช้เรียกลูกค้าได้ดีทีเดียว เพราะงานปักสองหน้านั้นมีราคาสูงลิบลิ่ว
เช้าวันรุ่งขึ้น สตรีทั่วทั้งจวนต่างตื่นมาแต่งองค์ทรงเครื่องตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง หวังว่ายามท่านอ๋องทอดพระเนตรมาจะเห็นด้านที่งดงามที่สุดของตน
โดยเฉพาะชายารองตง นางตื่นแต่เช้าตรู่ สั่งบ่าวไพร่ขัดถูเรือนจนเงาวับ และกำชับห้องเครื่องให้เตรียมอาหารจานโปรดของท่านอ๋องไว้พร้อมสรรพ หมายมั่นปั้นมือว่าหากพระองค์เสด็จมา นางจะรั้งพระองค์ไว้ให้ได้
นางมีศักดิ์เป็นรองเพียงพระชายา แต่กลับไร้ทายาท นางปรารถนาจะมีบุตรใจแทบขาด หากนางให้กำเนิดโอรสได้ นางจิ้งจอกถังจิ้งหนิงจะนั่งชูคออยู่บนตำแหน่งพระชายาได้อีกนานแค่ไหนกันเชียว?
เรือนอื่นๆ ก็ตระเตรียมการไม่ต่างกัน ต่างเฝ้ารอการมาเยือนของท่านอ๋องอย่างใจจดใจจ่อ
มีเพียงไป๋เฟยหว่านผู้เดียวที่ยังคงใช้ชีวิตตามปกติ ไม่ทุกข์ร้อนใดๆ
ทว่าวันทั้งวันผ่านไป จินอ๋องกลับไม่ได้ย่างกรายเข้ามาในเรือนหลังเลย จนกระทั่งพลบค่ำ ถึงมีคนส่งสาวใช้ไปสืบข่าวที่เรือนหน้า ได้ความว่าท่านอ๋องทรงงานยุ่งและจะไม่เสด็จมาคืนนี้ โดยจะประทับพักผ่อนที่เรือนหน้าแทน
เฮ้อ... สตรีในเรือนหลังอุตส่าห์แต่งตัวกันอย่างวิจิตรบรรจง สุดท้ายก็ได้แต่ยืนมองตัวเองในกระจกเก้อเสียแล้ว