- หน้าแรก
- ระบบมอบเบบี๋ให้ทั้งที คุณสามีก็กลายเป็นขวัญใจหนู ๆ ซะงั้น
- บทที่ 4 สามีจอหงวนผู้ปรารถนาทายาท (3)
บทที่ 4 สามีจอหงวนผู้ปรารถนาทายาท (3)
บทที่ 4 สามีจอหงวนผู้ปรารถนาทายาท (3)
บทที่ 4 สามีจอหงวนผู้ปรารถนาทายาท (3)
จือเยว่ซึ่งแทบไม่เคยถูกตำหนิอย่างรุนแรงมาก่อนถึงกับสะดุ้งเฮือก นางยืนตัวแข็งทื่อ ปากคอพลางสั่น "บ่าว... บ่าวไม่ได้ลืมเจ้าค่ะ"
ฉู่หยวนแค่นเสียงเย็นชา "ถ้าไม่ได้ลืม แสดงว่าจงใจงั้นสิ? ข้าสั่งให้เจ้าตบปากตัวเอง แต่เจ้าแกล้งทำหูทวนลม ข้าแค่แท้งลูก ไม่ได้ตาย! พวกเจ้าเห็นคำพูดข้าเป็นเพียงลมผ่านหูหรืออย่างไร?"
ท่าทีของฉู่หยวนดูไม่เหมือนคนป่วยแม้แต่น้อย นางเปี่ยมไปด้วยพลังและบารมี เสียงตวาดอันทรงอำนาจทำเอาจือเยว่ถึงกับตะลึงงัน
แต่ก่อนนางอ่อนแอเกินไป บ่าวไพร่ในจวนจึงไม่เพียงไม่สำนึกบุญคุณ ซ้ำยังกล้านำเรื่องน้องสาวรองไปนินทาว่าร้าย
ครั้งนี้อาศัยโทสะจากการแท้งลูกจัดการพวกบ่าวไพร่เสียบ้างก็นับว่าสมควรแล้ว
จือเยว่เองก็คิดเช่นนั้น นางก่นด่าความซวยของตัวเองในใจที่ดันไปสะกิดแผลใจของฉู่หยวนเข้า นางจำต้องคุกเข่าลงแล้วตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่ ปากก็ละล่ำละลักขอโทษ "บ่าวผิดไปแล้วเจ้าค่ะ บ่าวไม่กล้าปากพล่อยอีกแล้ว"
ฉู่หยวนไม่แม้แต่จะปรายตามอง "ตบต่อไป! ถ้าข้าไม่สั่งให้หยุด ก็ห้ามหยุด!"
จนกระทั่งแก้มข้างหนึ่งของจือเยว่บวมเป่งจนดูไม่ได้ ฉู่หยวนจึงยอมปล่อยนางไป
วิธีการ 'เชือดไก่ให้ลิงดู' นี้ได้ผลชะงัดนัก ตลอดครึ่งเดือนต่อมา ไม่ว่าฉู่ผิงจะไปปรากฏตัวต่อหน้าซ่งถังอินอย่างไร ก็ไม่มีบ่าวไพร่คนใดกล้าปริปากนินทาอีกแม้แต่ครึ่งคำ
นี่เป็นสิ่งที่ฉู่หยวนจงใจปล่อยให้เกิดขึ้น นางกำลัง 'แกล้งปล่อยสายยาวเพื่อล่อปลาใหญ่' รอจนกว่าความทะเยอทะยานและกิเลสของฉู่ผิงพุ่งขึ้นถึงขีดสุด เมื่อนั้นแหละนางถึงจะตกลงมาเจ็บหนักที่สุด
ในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมา ซ่งถังอินมาหาฉู่หยวนหลายครั้ง แต่ฉู่หยวนก็เลี่ยงที่จะพบหน้าโดยอ้างว่าการแท้งลูกเป็นเรื่องอัปมงคล
นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหว รอจนกระทั่งร่างกายได้รับการฟื้นฟูด้วยยาบำรุงจนสมบูรณ์ ผิวพรรณและหน้าตาดูดีกว่าแต่ก่อน เมื่อถึงเวลานั้นนางย่อมจะออกไปพบซ่งถังอินเอง
วันนั้น ฮูหยินฉูเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงเอ่ยถามฉู่ผิงอ้อมๆ "ช่วงนี้เจ้าเป็นอะไรไป? ดูเจ้าจะสนิทสนมกับพี่เขยเกินงามไปหน่อยหรือไม่?"
ฉู่ผิงถือขนมดอกกุ้ยฮวาในมือ กัดกินคำเล็กๆ อย่างไม่ยี่หระ "จะเป็นอะไรไปเจ้าคะ? ท่านพี่บอกให้ข้าไปเองนี่นา ท่านพี่กับพี่เขยแต่งงานกันมาห้าปีแล้วยังไม่มีลูก บ้านอื่นเขามีลูกวิ่งเล่นกันเต็มบ้าน ท่านพี่ขมขื่นใจ พี่เขยก็ย่อมทุกข์ใจไม่แพ้กัน ท่านพี่เลยวานให้ข้าช่วยไปปลอบโยนพี่เขยบ่อยๆ โดยเฉพาะช่วงที่นางกำลังพักฟื้นร่างกาย"
ยามเอ่ยประโยคสุดท้าย แววตาของฉู่ผิงไหววูบอย่างเห็นได้ชัด
เพราะนี่เป็นสิ่งที่นาง "ตีความ" เอาเอง ไม่ใช่สิ่งที่ฉู่หยวนพูดออกมาตรงๆ
แต่ในเมื่อฉู่หยวนลงโทษจือเยว่ที่ปากพล่อยเรื่องนี้ ก็แสดงว่านางคงหมายความตามนั้นกระมัง?
บางทีพี่สาวของนางอาจจะมีความคิดนี้อยู่แล้วก็ได้?
ฮูหยินฉูยังคงเต็มไปด้วยความกังวล "ถึงอย่างนั้น เจ้าก็ควรรู้จักวางตัวให้เหมาะสม คนในครอบครัวย่อมรู้นิสัยเจ้าดี แต่คนภายนอกเขาจะคิดอย่างไร? แล้วถ้าป้าซ่งของเจ้า..."
ฮูหยินฉูไม่กล้าคิดลึกไปกว่านั้น แม่สามีของลูกเขยคนนี้อยากจะหาอนุภรรยาให้ลูกชายจนตัวสั่นมานานแล้ว
แต่ฉู่ผิงกับฉู่หยวนเป็นพี่น้องคลานตามกันมา ต่อให้แม่เฒ่าซ่งไร้ยางอายแค่ไหน ก็คงไม่กล้าเรียกร้องเรื่องผิดทำนองคลองธรรมเช่นนี้กระมัง!
ณ เรือนซงเฮ่อ
บนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยอาหารเลิศรสจากทั่วสารทิศ แม่เฒ่าซ่งคีบอาหารให้หลานชายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"หลานย่า กินเยอะๆ สิลูก จะได้โตไวๆ ร่างกายแข็งแรง"
แม้จะได้ชื่อว่าเป็นฮูหยินผู้เฒ่าซ่ง แต่นางก็แก่ชรามากแล้ว ซ่งถังอินเป็นลูกหลงที่เกิดตอนนางอายุมาก สมัยบ้านเกิดประสบภัยแล้ง ผู้คนล้มตายระหว่างอพยพ พี่ชายสองคนและน้องสาวของซ่งถังอิน รวมถึงบิดาของเขาต่างจบชีวิตลง
เหลือรอดเพียงซ่งถังอิน ซ่งซิ่วเอ๋อร์ และแม่เฒ่าซ่งเพียงสามชีวิต
หลังจากนั้น ซ่งถังอินก็มุมานะร่ำเรียนอย่างหนักและเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อสอบเข้ารับราชการ หวังเพียงให้ครอบครัวทั้งสามชีวิตไม่ต้องทนหิวโหยอีกต่อไป
เขาทำสำเร็จอย่างงดงามและโดดเด่นเหนือใคร
ด้วยเหตุนี้ แม่เฒ่าซ่งจึงเริ่มมีปากมีเสียง จากหญิงขี้ขลาดในวันที่ลูกชายแต่งงานกับลูกสาวนายอำเภอ กลายเป็นแม่สามีที่คอยจับผิดฉู่หยวนไปเสียทุกเรื่อง
ขณะมองดูหลานชายวัยแปดขวบกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อย แม่เฒ่าซ่งก็เกิดโทสะขึ้นมาอีกครา "เด็กหลุดไปอีกแล้ว! จะทำอย่างไรดี? สมัยข้าท้องเจ้าหยินกับพี่ๆ ของเขา ข้ายังต้องลงนาไปไถหว่าน ดำนา ทำงานหนักสารพัด ก็ไม่เห็นจะแท้งเลยสักนิด! แม่คุณหนูผู้บอบบางที่ถูกเลี้ยงมาอย่างดีคนนี้ สวยแต่รูปจูบไม่หอม เปราะบางเหลือเกิน! เมื่อไหร่หญิงแก่คนนี้จะได้อุ้มหลานชายสายตรงกับเขาเสียที!"
ซ่งซิ่วเอ๋อร์เห็นลูกชายกินมูมมามจนสำลัก ก็รีบสั่งสาวใช้ให้รินน้ำ ประหนึ่งว่าลูกชายของนางเป็นคุณชายน้อยผู้ล้ำค่าที่สุดในจวนสกุลซ่ง พลางกลอกตาแล้วเอ่ยขึ้น "ท่านแม่ ท่านตามใจหลานเกินไปแล้ว ตอนข้าท้องเจ้าเผิงข้าก็ยังทำงานอยู่ ถ้าให้ข้าพูดนะ นางนั่นแหละร่างกายไม่ดี มีลูกไม่ได้ ถ้าท่านแม่ยากได้หลานชาย ก็ต้องหาทางให้น้องชายรับอนุภรรยา ถ้ามัวแต่รอให้นางคลอดให้ ชาตินี้คงไม่ต้องรอกันพอดี!"
"เฮ้อ ข้าจะไม่คิดอยากให้น้องชายเจ้ามีอนุได้ยังไง? แต่พูดทีไร น้องชายเจ้าก็ปฏิเสธทุกที!" พอพูดถึงเรื่องนี้ แม่เฒ่าซ่งก็ยิ่งรู้สึกจุกในอก ลูกชายโตแล้วปีกกล้าขาแข็ง ไม่ฟังแม่ อีกทั้งยังไม่ห่วงเรื่องทายาทสืบสกุลเลย
ซ่งซิ่วเอ๋อร์แค่นหัวเราะ "อกตัญญูสามประการ การไร้ทายาทสืบสกุลนั้นร้ายแรงที่สุด หากท่านแม่ยืนกรานจะให้เขารับอนุ น้องชายจะขัดได้อย่างไร? เรื่องทายาทสืบสกุล ต่อให้ฮ่องเต้ทรงทราบก็คงไม่ตำหนิว่าท่านแม่ผิด ยิ่งกว่านั้น เราใช้วิธีพิเศษไม่ได้หรือ? แค่ขังชายหญิงไว้ในห้องเดียวกัน ใครบ้างจะอดใจไหว?"
ความจริงซ่งซิ่วเอ๋อร์ไม่อยากให้ซ่งถังอินมีทายาทหรอก เพราะหากเขาไร้บุตรชาย ลูกชายของนางก็จะเป็นหลานชายเพียงคนเดียวของตระกูลซ่ง แม่เฒ่าซ่งก็จะรุมรักใคร่เอ็นดู ซ่งถังอินก็จะคอยดูแลส่งเสริม อนาคตย่อมรุ่งโรจน์
แต่นางไม่รังเกียจที่จะยัดเยียดอนุภรรยาให้ซ่งถังอิน เพื่อให้แม่เฒ่าซ่งมีความหวัง และเพื่อผลประโยชน์ของตัวนางเอง
พ่อของลูกนางมีหลานสาวคนหนึ่งที่หน้าตาสะสวย เหมาะเหม็งที่จะส่งเข้ามาในจวนสกุลซ่ง
ตำแหน่งขุนนางของสามีนางไม่ขยับมาสองสามปีแล้ว ยังคงเป็นแค่นายกองเล็กๆ ไม่ถึงขั้นขุนนางระดับหกด้วยซ้ำ ต่างจากน้องชายที่เป็นถึงจอหงวน คนภายนอกต่างนินทาว่าเสียของเปล่าที่มีน้องชายเป็นจอหงวนแต่กลับไม่ช่วยเหลือเกื้อกูลคนกันเอง
นางต้องการคนที่จะคอยเป่าหูซ่งถังอินอยู่ข้างหมอน
เมื่อคิดได้ดังนั้น ซ่งซิ่วเอ๋อร์จึงเอ่ยเรื่องนี้กับแม่เฒ่าซ่งอีกครั้ง แม่เฒ่าซ่งลังเล "จะดีหรือ?"
ซ่งซิ่วเอ๋อร์ถลึงตา "ทำไมจะไม่ได้ล่ะเจ้าคะ? ในเมื่อนางมีลูกเองไม่ได้ จะไม่ยอมให้คนอื่นตั้งท้องแทนหรือ? อีกอย่าง ท่านแม่ไม่ได้ยินข่าวลือหรือว่าพักนี้ฉู่ผิงวนเวียนอยู่ใกล้ชิดถังอิน? ไม่แน่ว่านางอาจจะมีความคิดนี้อยู่แล้วก็ได้ แบบว่าน้ำซึมบ่อทราย เก็บเรื่องดีๆ ไว้ในครอบครัวตัวเองและรวบหัวรวบหางไว้คนเดียวไงเจ้าคะ"
"เจ้าหมายถึงลูกสาวคนรองของตระกูลฉู แม่หนูฉู่ผิงน่ะรึ?" แม่เฒ่าซ่งประหลาดใจ นางไม่เคยคิดถึงความเป็นไปได้ข้อนี้มาก่อน
เหตุผลหลักคือตระกูลฉูเคร่งครัดเรื่องธรรมเนียมมาก นายอำเภอฉู... อ้อ ตอนนี้เลื่อนเป็นผู้ว่าการฉูแล้ว ก็ได้ดีเพราะลูกชายของนางไม่ใช่หรือ? คนผู้นั้นเคร่งขรึม ตึงตัง และซื่อตรง ย่อมไม่มีทางยอมให้ลูกสาวทั้งสองคนเข้ามาเป็นสะใภ้ตระกูลซ่งพร้อมกันแน่
"ใช่แล้วเจ้าค่ะ! ท่านแม่ไม่รู้หรือ?"
ซ่งซิ่วเอ๋อร์พูดเสียงดังราวกับกำลังประกาศความลับสะท้านฟ้า ทำท่าทางลับๆ ล่อๆ ต่อหน้าแม่เฒ่าซ่ง ราวกับกลัวว่าคนอื่นจะไม่ได้ยิน
ยามนี้เป็นเดือนสามแห่งฤดูใบไม้ผลิ อากาศแจ่มใส หญ้าเขียวขจี
ฉู่หยวนพักฟื้นร่างกายมาครึ่งเดือนแล้ว การกระทำที่นางจงใจวางแผนไว้เมื่อครึ่งเดือนก่อน ทำให้จวนสกุลซ่งปั่นป่วนและเริ่มมีความเคลื่อนไหว
นางเองก็ได้เวลาลุกขึ้นมาแต่งองค์ทรงเครื่อง เผยโฉมในรูปลักษณ์ที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวาเสียที