เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 สามีจอหงวนผู้ปรารถนาทายาท (2)

บทที่ 3 สามีจอหงวนผู้ปรารถนาทายาท (2)

บทที่ 3 สามีจอหงวนผู้ปรารถนาทายาท (2)


บทที่ 3 สามีจอหงวนผู้ปรารถนาทายาท (2)

ฉู่หยวนจำไม่ได้แล้วว่าจือเยว่ถูกฉู่ผิงซื้อตัวไปตั้งแต่เมื่อไหร่

จือเยว่เป็นสาวใช้ต้นห้องที่ติดตามนางมาจากบ้านเดิม คอยดูแลจัดการข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างในเรือน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับชิ้นใหญ่ เสื้อผ้า รองเท้า ไปจนถึงถุงหอมและผ้าเช็ดหน้าชิ้นเล็กชิ้นน้อย และสาเหตุที่นางตั้งครรภ์แล้วรักษาครรภ์ไว้ไม่ได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็เพราะถุงหอมผสมชะมดเชียงนี่เอง

ฉู่หยวนคนก่อนอาจไม่รู้ แต่ฉู่หยวนคนปัจจุบันรู้ดีเต็มอกว่าถุงหอมลวดลายหลากหลายพวกนั้นล้วนมาจากฝีมือของฉู่ผิง และเป็นจือเยว่นั่นแหละที่คอยนำถุงหอมพวกนี้มาวางไว้ข้างกายนางครั้งแล้วครั้งเล่า!

แม้บางครั้งนางไม่อยากได้กลิ่นฉุนๆ จือเยว่ก็จะคะยั้นคะยอว่า "ฮูหยิน พกไว้เถอะเจ้าค่ะ ถุงหอมนี้ไล่ยุงได้แถมยังช่วยให้นอนหลับสบาย เมื่อคืนท่านเพิ่งบ่นว่านอนไม่ค่อยหลับไม่ใช่หรือเจ้าคะ?"

ฉู่หยวนยิ้มมุมปาก พลางบีบถุงหอมในมือเล่น

[ถุงหอมมีส่วนผสมของชะมดเชียงที่อาจทำให้แท้งบุตรได้ ระบบทำการกรองและกำจัดส่วนผสมนั้นออกไปโดยอัตโนมัติแล้ว!]

ฉู่หยวนหัวเราะเบาๆ "แกมีฟังก์ชันระดับไฮเอนด์ขนาดนี้ด้วยเหรอ?"

[ในฐานะระบบที่ให้ความสำคัญกับทายาท นี่เป็นหน้าที่พื้นฐานที่สุดของเรา]

ฉู่หยวนพยักหน้า นางเปิดแผงควบคุมระบบ ในที่สุดก็มีเวลาตรวจสอบ 'แพ็กเกจของขวัญสำหรับมือใหม่' เสียที

เป็นไปตามคาด ในแพ็กเกจของขวัญมีเม็ดยาสำหรับฟื้นฟูร่างกายอยู่จริงๆ นอกจาก 'ยาฟื้นฟูร่างกาย x1' แล้ว ยังมี 'ยาต้นเหล็ก x2', 'ยาหยาดน้ำค้าง x1', 'ยันต์พูดความจริง x1' และยังมี 'น้ำยาเสริมพรสวรรค์ x1' อีกด้วย

ยาฟื้นฟูร่างกายนั้นไม่ต้องพูดถึง ร่างกายของเจ้าของร่างเดิมเสียหายอย่างหนัก หากไม่กินยานี้ อย่าว่าแต่คลอดลูกเลย แค่จะท้องยังยาก จะคลอดลูกอะไรได้ คลอดลมตดออกมาสิไม่ว่า!

ยาต้นเหล็กก็เข้าใจได้ง่าย ความปรารถนาของเจ้าของร่างเดิมคืออยากได้ลูกชายสองคน

แต่ยาหยาดน้ำค้าง ยันต์พูดความจริง และน้ำยาเสริมพรสวรรค์พวกนี้มีไว้ทำอะไรกัน?

[เมื่อได้ยินเสียงเรียกอันแรงกล้าของโฮสต์ ระบบก็มาแล้ว! ยาหยาดน้ำค้างมีไว้สำหรับ... เอาเป็นว่าคนรู้เขารู้กัน! ส่วนยันต์พูดความจริง ผู้ที่ถูกใช้ยันต์จะพูดความในใจที่แท้จริงออกมาโดยไม่รู้ตัว วิธีใช้โฮสต์ลองคลำทางเอาเองได้เลย

อ้อ แล้วก็น้ำยาเสริมพรสวรรค์ใช่ไหม?

นี่เป็นภารกิจกระตุ้นพิเศษ เหมือนข้อสอบโบนัสนั่นแหละ หากโฮสต์กระตุ้นภารกิจและทำสำเร็จโดยอัตโนมัติ จะได้รับแต้มรางวัลพิเศษ!

นี่เป็นโอกาสดีที่โฮสต์จะบรรลุเป้าหมายก่อนกำหนด ดังนั้นโฮสต์ต้องคว้าไว้ให้ดีนะ]

พูดจบ พอฉู่หยวนจะเรียกระบบให้มาอธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม ก็พบว่ามันหายตัวไปเสียแล้ว

ฉู่หยวนอดไม่ได้ที่จะสบถออกมาอีกครั้ง!

ระบบเฮงซวยอะไรเนี่ย อู้งานไปจีบสาวหรือไง?

ช่างเถอะ ฉู่หยวนลุกจากเตียง รินน้ำชาเย็นชืดมาดื่มแก้วหนึ่ง แล้วกินยาฟื้นฟูร่างกายเข้าไปก่อน

ทันทีที่ยาตกถึงท้อง ความเหนื่อยล้าทั้งหมดก็มลายหายไป อาการปวดหน่วงๆ ที่ท้องน้อยก็หายเป็นปลิดทิ้ง ร่างกายรู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก

"จะว่าไป ระบบนี้ถึงจะมีเรื่องไม่น่าไว้ใจอยู่เยอะ แต่ยาที่ผลิตออกมานี่ของดีจริงแฮะ" ฉู่หยวนเผลอชื่นชมออกมา

....................................................................................................

อีกด้านหนึ่ง เมื่อได้ยินว่าฉู่หยวนไม่อยากพบหน้า ฝีเท้าของซ่งถังอินก็ชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาหงส์อันลุ่มลึกตวัดมองฉู่ผิงอย่างเย็นชา "พี่สาวเจ้าพูดเช่นนั้นรึ?"

ชายหนุ่มผู้นี้อายุยังไม่ถึงสามสิบปี รูปร่างสูงโปร่งขายาว ยืนตระหง่านดั่งต้นสน สวมชุดขุนนางสีเขียวปักลายไก่ฟ้าขาว เข็มขัดที่คาดเอวเป็นหัวทองคำ ซึ่งอนุญาตให้ใช้เฉพาะขุนนางขั้นสามขึ้นไปเท่านั้น แสดงถึงความโปรดปรานที่ได้รับจากฮ่องเต้

ชายหนุ่มรูปงาม ผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์และอนาคตไกลเช่นนี้ กลับกลายเป็นสามีของพี่สาว... ในใจของฉู่ผิงเต็มไปด้วยความขมขื่น

ชัดเจนว่านางเป็นคนแรกที่เห็นซ่งถังอินนอนสลบไสลอยู่ข้างทางในตอนนั้น แต่เมื่อนางกำลังจะก้าวลงจากรถม้า พี่สาวกลับห้ามไว้ "อากาศหนาว เจ้าไม่ต้องลงไปหรอก เดี๋ยวพี่จะลงไปดูเอง"

เพียงแค่นั้น ซ่งถังอินก็จดจำว่าพี่สาวคือผู้มีพระคุณ และสู่ขอพี่สาวแต่งงาน ส่วนนางผู้เป็นคนพบเห็นคนแรก กลับกลายเป็นเพียงน้องเมียที่เขาไม่อาจก้าวล่วงได้!

ฉู่ผิงขบกรามแน่น ก้มหน้าลงพลางเอ่ยเสียงเครือ "พี่เขยเชื่อฟังพี่หญิงเถิดเจ้าค่ะ ตอนนี้พี่หญิงอารมณ์ไม่ดี ท่านหมอก็บอกว่านางต้องการพักผ่อน หากพี่เขยเข้าไปตอนนี้ อาจทำให้พี่หญิงโศกเศร้าขึ้นมาอีก"

ฉู่ผิงก้มหน้าลงเล็กน้อย เผยให้เห็นส่วนที่งดงามที่สุดของนาง นั่นคือลำคอระหงที่ขาวผ่อง เครื่องหน้าของนางอาจไม่งดงามเท่าฉู่หยวน แต่ผิวพรรณขาวเนียน และเมื่อหลุบตาลง แพขนตาก็ดูราวกับพัดด้ามจิ๋ว ขับให้นางดูบอบบางน่าทะนุถนอม

ทว่าซ่งถังอินกลับไม่สังเกตเห็นสิ่งเหล่านี้เลย เขาเห็นเพียงรอยฟกช้ำครึ่งซีกบนใบหน้าของฉู่ผิงที่ยังไม่ได้ทำแผล "หน้าเจ้าไปโดนอะไรมา?"

เสียงของฉู่ผิงแผ่วเบา "พี่หญิงอารมณ์ไม่ดี เลยขว้างปาข้าวของในห้อง..."

นางไม่ได้ฟ้องตรงๆ แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเอาแต่ใจของฉู่หยวน และความคับแค้นใจที่นางต้องรองรับอารมณ์เหล่านั้นอย่างแนบเนียน

ซ่งถังอินถอนหายใจออกมาเบาๆ แทบจับสังเกตไม่ได้ "ลำบากเจ้าแล้ว"

"ไม่ลำบากเลยเจ้าค่ะ ข้ารู้ดีว่าในใจพี่หญิงขมขื่นเพียงใด ยามว่างข้ามักจะสวดอ้อนวอนต่อเจ้าแม่ประทานบุตร ขอให้สมพรปรารถนาของพี่หญิง ต่อให้ต้องแลกด้วยการที่ข้าจะมีลูกไม่ได้เพื่อให้พี่หญิงสมหวัง ข้าก็เต็มใจ"

"หืม? เจ้าว่าอะไรนะ?" ซ่งถังอินนึกถึงความอดทนและความดื้อรั้นของฉู่หยวนเพื่อที่จะมีลูก แล้วก็เผลอใจลอยไปวูบหนึ่ง

ฉู่ผิงเม้มริมฝีปาก "เปล่าเจ้าค่ะ"

การไม่มีลูก ความโศกเศร้าของซ่งถังอินก็ไม่ได้น้อยไปกว่าใคร เพียงแต่เขาเก็บซ่อนอารมณ์ไว้มิดชิด ภายใต้ท่าทีเคร่งขรึมไม่ยิ้มแย้ม จึงไม่มีใครดูออก

เขารู้ว่าฉู่ผิงพูดถูก การเข้าไปหานางในตอนนี้รังแต่จะทำให้เจ็บปวดกันทั้งสองฝ่าย และอาจลงเอยด้วยการทะเลาะกันเพียงเพราะคำพูดไม่กี่คำ

ฉู่หยวนกำลังเสียใจเรื่องแท้งลูก หากเห็นหน้าเขาคงยิ่งตอกย้ำความรู้สึกแย่ๆ

เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงไม่ก้าวเดินต่อไป

เขาหันหลังกลับและเดินไปยังห้องหนังสือ

ริมฝีปากของฉู่ผิงโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มแห่งชัยชนะ นางค่อยๆ เดินตามหลังซ่งถังอินไป "พี่เขย ท่านจะไปเขียนหนังสือใช่ไหมเจ้าคะ? ผิงเอ๋อร์จะไปช่วยฝนหมึกให้ และถือโอกาสเล่าเรื่องที่พี่หญิงตกน้ำในวันนี้ให้ฟังด้วย"

เมื่อได้ยินประโยคแรก ซ่งถังอินตั้งใจจะปฏิเสธตามสัญชาตญาณ แต่พอฉู่ผิงพูดประโยคหลัง เขาก็อ้าปากค้างไว้และยอมให้ฉู่ผิงตามเข้ามาในที่สุด

....................................................................................................

เมื่อฉู่หยวนตื่นขึ้น นางก็ได้ยินเรื่องที่ฉู่ผิงไปอยู่เป็นเพื่อนซ่งถังอินเขียนหนังสือในห้องทำงาน

จือเยว่พูดด้วยน้ำเสียงมีความนัย "ฮูหยิน ท่านเพิ่งแท้งลูกแท้ๆ ทำไมท่านเขยถึงไม่มาเยี่ยมท่านก่อน แต่กลับไปขลุกอยู่กับคุณหนูรองล่ะเจ้าคะ? ถึงคุณหนูรองจะไม่ใช่คนอื่นคนไกล แต่ท่านเขยไม่ห่วงท่านบ้างเลยหรือ?"

นี่คือความฉลาดของจือเยว่

นางไม่เคยพูดจายกยอฉู่ผิงต่อหน้าฉู่หยวน แต่จะคอยพูดจาแทงใจดำเป็นครั้งคราว ทำให้ฉู่หยวนไม่มีทางสงสัยในความจงรักภักดีของนาง

และที่นางกล้าพูดเช่นนี้ ก็เพราะรู้ดีว่าฉู่หยวนไว้ใจคนในครอบครัวอย่างไม่มีเงื่อนไข และไม่มีทางระแวงฉู่ผิงเด็ดขาด

ในทางตรงกันข้าม ความคิดของฉู่หยวนมักจะเตลิดไปในทางที่ว่า: หรือซ่งถังอินจะสนใจฉู่ผิง? ก็ไม่แปลก น้องรองร่าเริงฉลาดเฉลียว ช่างพูดช่างเจรจา น่าสนใจกว่าคนวันๆ เอาแต่ถอนหายใจหน้าตาอมทุกข์อย่างนางตั้งเยอะ จริงไหม?

ธรรมเนียมพี่น้องปรองดองสามีคนเดียวกันก็มีให้เห็นทั่วไปในตระกูลอื่น ทำไมไม่ลองถามฉู่ผิงดูล่ะว่านางเต็มใจไหม? ถ้านางเต็มใจ ให้ฉู่ผิงช่วยมีทายาทให้ตระกูลซ่งเพิ่มก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้...

เพราะความคิดเช่นนี้นี่แหละที่ถูกปลูกฝังลงไป หลังจากเสียลูกไป ฉู่หยวนคนเก่าจึงพยายามอย่างบ้าคลั่งที่จะยัดเยียดน้องสาวตัวเองใส่พานถวายสามี นางแค่คิดไม่ถึงว่าหลังจากฉู่ผิงสมปรารถนาแล้ว จะกลับมาเยาะเย้ยถากถางบอกความจริงทุกอย่าง ในตอนนั้นฉู่หยวนป่วยหนักอยู่แล้ว จึงตรอมใจตายเพราะความโมโหจนสิ้นใจ

แต่ตอนนี้ นางจะไม่คิดแบบนั้นอีกแล้ว นางตวาดจือเยว่กลับไปอย่างเกรี้ยวกราด "พูดจาเหลวไหลอะไรของเจ้า! ตบปากเดี๋ยวนี้! นั่นน้องสาวข้า นางจะทำเรื่องสกปรกอย่างการยั่วยวนพี่เขยได้ยังไง? ข้าเป็นคนบอกให้นางไปปลอบใจท่านพี่เองไม่ใช่หรือ? เจ้าลืมไปแล้วรึ?"

จบบทที่ บทที่ 3 สามีจอหงวนผู้ปรารถนาทายาท (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว