เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 34 -- ค่ำคืนใต้แสงจันทร์ ตอนท้าย

ตอนที่ 34 -- ค่ำคืนใต้แสงจันทร์ ตอนท้าย

ตอนที่ 34 -- ค่ำคืนใต้แสงจันทร์ ตอนท้าย


แปลโดย Mikky

 

Re: Master Magic - ย้อนเวลาเพื่อเป็นจ้าวแห่งจอมเวทย์

 

ตอนที่ 34 -- ค่ำคืนใต้แสงจันทร์ ตอนท้าย

 

“คริมสัน….เบลด…!”

โคล้ดประหลาดใจ

เรดเวพอนคือเวทย์ที่เคลือบอาวุธด้วยคุณสมบัติ

หากไทม์สแควร์ถูกใช้ มันได้ยินยอมให้เรียกใช้เวลาเดียวกันทั้งเรดเวพอนและเวทมนต์ที่รุนแรงเพื่อที่จะผสมเข้าด้วยกัน ได้สร้างดาบเวทมนต์ขึ้น

ผมไม่ได้ชำนาญซักเท่าไหร่ในการใช้อาวุธ เพราะผมไม่ค่อยมีโอกาสที่จะใช้คาถาอย่างนี้

ดาบเปลวเพลิงถูกยกขึ้นจากดาบที่หักของโคล้ด และเปลวเพลิงวูปวาปไปมาทุกครั้งเมื่อมันขยับ ได้ทำการขจัดควันที่หลงเหลือภายในห้อง

“หากด้วยสิ่งนี้ล่ะก็…”

โคล้ดเหวี่ยงดาบที่ลุกเป็นไฟของเธอไปที่เคน

ดาบของเคนได้ประดับไปด้วยเครื่องประดับที่เป็นแร่เงิน ผมกล้าพูดเลยว่าด้ามจับดาบของเขาถูกเคลือบเพื่อที่จะเพิ่มพลังที่รุนแรงขึ้น  ดาบตามมาตรฐานจะไม่สามารถทนต่อมันได้เป็นครั้งที่สอง หากว่ามันเป็นเพียงดาบตามมาตรฐานล่ะนะ

“ฮ่าาาาา!!”

“แล้วไงล่ะ!”

เคนรับการโจมตีรุนแรงเหลือร้ายของโคล้ดเข้าไป ดาบของเขาเหมือนกับเนยถูกตัดครึ่งอย่างสวยงาม

ใบดาบตกหมุนลงไปยังพื้น

“เป็นไปไม่ได้…!?”

“พี่สกรีนพ้อยของพี่แข็งแกร่งที่ในหมู่ของพวกเราตระกูลเลออนฮาร์ท ขณะที่สกรีนพ้อยท์ได้นำมาใช้ พี่ก็จะปลอดภัยจากเวทมนต์ทุกชนิด”

เคนมีใบหน้าดูลังเลสงสัย โคล้ดมีใบหน้าที่ยิ้มกว้าง

“นั่นคือเหตุผลว่าทำไมพี่จะไม่เป็นไรอย่างแน่นอน ใช่มั้ย?”

รอยยิ้มที่ดูเหยียดหยามลอยผ่านใบหน้าของเธอในขณะที่โคล้ดเหวี่ยงดาบเวทมนต์ของเธอต่อไป

เคนไม่มีอาวุธอีกต่อไป และดูเหมือนว่ามันยากสำหรับเขาที่จะหลบการโจมตี

ด้วยแต่ละการโจมตีเกราะและเสื้อของเคนถูกตัดเป็นชิ้น ๆ อย่างไรก็ตามไม่มีแม้ซักแผลเดียวอยู่บนร่างกายของเขา

คริมสันเบลดที่โคล้ดกำลังควงอยู่ในตอนนี้ เต็มไปด้วยพลังงานเวทมนต์จากเรดบลาสเตอร์ ท่ามกลางคาถาต่าง ๆ ในคลังเวทมนต์ของผม เรดบาสเตอร์ เป็นหนึ่งในคาถาที่รุนแรงที่สุดของผม

อะไรกันเนี่ยไอ้ความสามารถที่ทำให้ขนลุก…..สกรีนพ้อยท์…..

และสิ่งที่น่ากลัวเหนือสิ่งอื่นใดคือ….

เสื้อผ้าของเคนที่ฉีกขาดกระจายออกมา และผิวที่เปลือยเปล่าซึ่งดูเหมือนหล่อหลอมไปด้วยกล้ามเนื้อเริ่มที่จะมองเห็น

นี่มันไม่ตลกเลยนะ…..

โคล้ดกำลังตัดเสื้อผ้าของเคนออกเหมือนว่าเธอถูกครอบงำโดยปีศาจ

นี่เธอเกลียดพี่ชายมากถึงขนาดนี้?

“อึก….โคล้ดยัยสารเลวววว!”

เคนถูกลอกคาบจนหมดเขามีเพียงแค่กางเกงคู่เดียว เขาเหลือบมองมาที่โคล้ดด้วยความหงุดหงิดและเกลียดชัง

……..ผมไม่รู้สึกเห็นอกเห็นใจแม้แต่น้อยสำหรับเขา

“ผู้บัญชาการเคน สำหรับพวกเราได้ทอดทิ้งคุณและวิ่งหนีไปด้วยตัวเองได้โปรดยกโทษให้พวกเราด้วย”

“ผมมาเพื่อช่วยคุณแล้วครับ ผู้บัญชาการเคน”

หลังจากควันหายไปแล้ว  ลูกน้องของเคนดูเหมือนว่าได้กลับมากันแล้ว

“ผู้บัญชาการ….เคน…?”

ลักษณะที่ดูไม่เหมาะสมของเคนได้แสดงต่อหน้าลูกน้องของเขาทั้งหมด

ดาบซึ่งชี้ไปที่เขาโดยน้องสาวของเขา และเขาก็ยังสวมแค่กางเกงของเขาเท่านั้น มันเป็นรูปลักษณ์ที่น่าอนาถเกินที่จะบรรยายได้

ผมรู้สึกสงสารเขาถึงจะแค่เล็กน้อยก็เถอะ

“โฮ่ย…..พวกแก….อย่ามอง!อย่ามองมาที่ชั้นนะโว้ยย!”

“ยะ...อย่างไรก็ตามหากพวกเราปล่อยคุณเอาไว้ผู้บัญชาการเคนก็จะ…”

“มันเร็วไป 1000 ปี ที่พวกนายจะมากังวลเกี่ยวฉัน รีบ ๆ ไปได้แล้ว”

เมื่อมองไปที่หน้าของเคนที่ถูกย้อมเป็นสีแดงด้วยความโกรธและความอับอาย ความโกรธภายในตัวผมก็หายไปอย่างปลิดทิ้ง

โคล้ดก็ดูเหมือนมีใบหน้าที่สดใสกลับมาเรียบร้อยแล้ว

มันเหมือนว่าเธอได้ปัดเป่าความขัดข้องใจที่ซ่อนไว้มานานของเธอ

เธอยกดาบขึ้นในท่าทางที่กำลังข่มขู่และบอกกล่าวไปยังเคน

“ผมไม่ใช่คนของเลออนฮาร์ทอีกต่อไป ผมคือโคล้ด เพียงแค่โคล้ดเท่านั้น”

โคล้ดบอกกล่าวออกไปอย่างเด็ดขาด

เคน ลูกน้องของเขาและแม้กระทั่งผมเหมือนถูกกลืนกินโดยจิตวิญญาณและพลังที่เธอได้แสดงออกมา

----------และหลังจากความเงียบเข้าปกคลุมครู่หนึ่ง

เคนขบฟันพร้อมกับกำหมัดของเขา เขาตะโกนกลับไปยังลูกน้องของเขาในขณะที่เขาได้จับเอาด้ายเชือกสุดท้ายของกางเกงที่กำลังเลือนลง

“พวกแกมัวเหม่ออะไรอยู่! เอาเลย! รีบ ๆ โจมตีพวกมันซะ!”

“แต่ว่าเด็กคนนั้นเป็นน้องสาวของคุณเคนนะครับ….”

“ไม่ใช่ว่าเมื้อกี้มันเพิ่งประกาศตัวเป็นศัตรูเรอะ?จัดารมันซะ!”

------นี่เป็นช่วงเวลาที่ดี?

ผมร่ายไทม์สแควร์ รวมทั้งเรดเวฟและบลูเวฟเข้าด้วยกันแล้วยิงมันออกไป

เสียงระเบิดดังขึ้นตามมาด้วยควันสีขาวปกคลุมห้องไว้

“ผู้บัญชาการ นี่เป็นม่านควัน”

“ไปเร็ว!ไล่ตามพวกมันไป!”

“นั่นเป็นการผลีผลามเกินไป”

อีกฝ่ายสับสนในสิ่งที่จะทำ ผมคว้าไปยังมือของโคล้ด

(เซฟคุง!)

(โคล้ด ตรงนี้!)

ตามปกติเมื่อคุณรวมเวทมนต์จากคุณสมบัติเรดกับบลูเข้ากัน ความขัดกันของพวกอาจมีความเป็นไปได้สูงที่ทำให้เกิดการระเบิด อย่างไรก็ตามเมื่อเวทย์ที่มีพลังต่ำ ด้วยผลจากเวทย์พื้นที่กว้างอย่าง“เวฟ”ถูกรวมเข้ากัน มันอาจเป็นไปได้ที่จะสร้างกลุ่มควันขึ้นมา

ผมจะให้ชื่อว่าเบิร์สเวฟ?

ผมดึงไปยังมือของโคล้ดและวิ่งไปยังทางออกของร้านค้า

หลายก้าวที่ผมก้าวไปข้างหน้า ความเจ็บปวดได้สันไหวในขาของผมได้เพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ และเท้าของผมก็เริ่มหนักขึ้น เหงื่อเย็นเริ่มไหลลงหลังของผม

ผมโหมหนักมากเกินไป?

ในขณะที่ผมกำลังคิดเกี่ยวกับหลาย ๆ อย่าง จู่ ๆ ร่างกายของผมก็เริ่มลอยขึ้นกลางอากาศ และผมรู้สึกได้ถึงสัมผัสนุ่มนวลของร่างกายกำลังกอดผมอยู่

“ช่วยจับไว้แน่น ๆ ทีนะ….”

โคล้ดอุ้มผมด้วยท่าอุ้มเจ้าหญิงและวิ่งออกไปจากร้านค้า

ผู้ชายเสื้อดำยังไม่ได้สติบนบันใดใกล้ทางออก

“พวกมันอยู่ตรงนี้!จับพวกมันเร็ว!”

ชายเสื้อดำบางทีคงเรียกสหายของเขาก่อนที่เขาจะสลบไป กำเสริมได้มาถึงค่อนข้างช้าแต่พวกเขาแต่ละคนมีอาวุธและเข้าใกล้พวกผมอย่างรวดเร็ว ก่อนที่พวกเขาจะจับพวกผมได้ ผมเรียกใช้เทเลพอร์ทและลอยอยู่เหนือตึก

“โธ่เว้ย พวกเขาหนีไปโดยใช้เทเลพอร์ท!”

“พวกมันเป็นนักเวทย์ ไม่มีใครที่ซักคนเลยเหรอที่สามารถใช้เทเลพอร์ทตามหลังพวกเขาไป!?”

“หากชั้นมีความสามารถอย่างนั้น แล้วทำไมชั้นจะยังคงเป็นลูกจ้างอยู่ล่ะ!?”

โคล้ดมองไปอย่างเงียบ ๆ ที่ผู้ชายข้างล่างที่ยังคงทะเลาะกันอยู่

“มันคงดีหากไม่มีคนของพวกเขาได้เห็นหน้าของพวกเรา]”

“พวกเราอาจถูกเห็นโดยพี่ชายของเธอและพนักงานร้านค้า”

มันเป็นไปได้ว่าพวกเราอาจถูกต้องการตัวสำหรับการทำให้เกิดความเสียหายต่อร้านค้า

ถ้าหากเช่นนั้นแล้วจอมเวทย์จากสมาคมสหภาพเวทมนต์คงจะรีบทำการค้นหาพวกเราและพวกเราอาจถูกจับได้

พวกเขามีเวทมนต์แปลกประหลาดมากมายที่พวกเราไม่ทราบ และคนจำนวนมากที่ทำงานให้กับสมาคมจอมเวทย์ พวกเขาอาจอธิบายได้ว่าเป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุด

ยิ่งไปกว่านั้น การใช้เวทมนต์ประเภทสืบสวน มีวิธีการหลายอย่างซึ่งพวกเขาสามารถใช้เพื่อที่จะติดตามจอมเวทย์คนอื่น ๆ

ดังนั้นเมื่ออำนาจจากสมาคมจอมเวทย์เดินเรื่องแล้ว อาชญากรส่วนใหญ่ถูกจับได้อย่างรวดเร็ว

เอาเถอะพวกเราเป็นเพียงแค่กลุ่มของเด็ก เพิ่มเติมคือเป็นครั้งแรกของพวกเราที่กระทำความผิดเพราะงั้นมันอาจเพียงแค่เสียเงินค่าปรับเล็ก ๆ น้อย ๆ

ดูเหมือนว่าหนี้ผมเริ่มมากขึ้นแล้ว….

“ผมคิดว่ามันอาจไม่เป็นไรแล้วล่ะ ผมไม่คิดว่าพี่จะกล้าทำให้เรื่องนี้รู้กันไปทั่วหรอก”

“ก็จริงนะ เขาอาจกลายเป็นความอับอายของครอบครัว ผมสงสัยว่าเขาคงจะเก็บไว้เงียบ….อย่างไรก็ตามเจ้าของของร้านค้าที่ถูกทำลายอาจบ่นก็ได้…”

นี่เป็นนิสัยที่แย่มากที่ติดตัวผมมา

ขณะที่เลือดขึ้นหน้า ผมก็สูญเสียความเยือกเย็นไปทันที

มาสเตอร์มักจะเตือนผมให้ระวังอย่างมาก แต่ลักษณะเฉพาะส่วนนี้ของผมไม่เคยเปลี่ยนไป

“งั้นค่อยไปขอโทษพวกนั้นทีหลัง?การต่อสู้กันในบาร์เกิดขึ้นอยู่ทุกวัน และหากพวกเราแสดงความจริงใจต่อพวกเจ้าของร้าน มันอาจเป็นไปได้ว่าพวกเราอาจรอดออกมาได้ด้วยการจ่ายเงินบางส่วนใช่มั้ย?”

โคล้ดกำลังยิ้มหวาน ด้วยรอยยิ้มเป็นประกายตามปกติของเธอ

ดูเหมือนว่าเธอกลับมาเป็นปกติแล้ว สิ่งที่ดีของรอยยิ้มหนุ่มหน้าตาดี

แม้มันจะไม่ดีเท่าผมก็เถอะ

ผมได้ยิ้มกว้างให้เธอเหมือนกัน และเธออาจรู้สิ่งที่ผมคิดอยู่ก็ได้

โคล้ดมองมาที่ผมด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน

การจ้องของเธอบริสุทธิ์เกินไปสำหรับผม นั่นทำให้ผมรู้สึกอายเล็กน้อยจนเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนี

“ขอบคุณมากนะ เซฟคุง”

“ผมเพียงแค่โกรธไปเอง และผมโกรธไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ยิ่งไปกว่านั้นในตอนจบผมยังถูกช่วยไว้โดยโคล้ด เธอไม่มีอะไรที่จะต้องขอบคุณ”

มันเป็นสิ่งที่น่าอายมากจริง ๆ

โคล้ดยังคงมองผมต่อไปในขณะที่ยิ้ม

ได้โปรดหยุดได้แล้ว ยัยบ้า

ที่จริงแล้วผมไม่ใช่เพื่อนที่ดี

“โคล้ด เธอบอกว่าฉันเป็นคนแรกที่โกรธเพื่อประโยชน์ของเธอ นั่นไม่จริงหรอก”

“ฮ่ะ?”

โคล้ดงงนิดหน่อย ผมจึงชี้นิ้วไปทางร้านค้า

ตรงนั้นมีร่างของเด็กหญิงคนหนึ่งที่กำลังหาอะไรบางอย่าง

“มิลลี่ซัง….?”

“หลังจากวันนี้ที่กำลังแยกกัน พวกเรารู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกนิดหน่อยเกิดขึ้นกับเธอ นั่นแหละทำไมที่ฉันเดาว่าเธอก็คงรู้สึกกังวลมากและได้ออกค้นหาเธอ”

เธอคงมีความคิดที่เหมือนกันกับผม

“ในครั้งนี้ มันบังเอิญเป็นผมที่เป็นคนที่พยายามช่วยโคล้ด อย่างไรก็ตามหากหลายสิ่งเปลี่ยนไปแตกต่างเล็กน้อย มันอาจเป็นมิลลี่ที่พยายามช่วยเธอ”

“นั่น...ก็..จริง”

โคล้ดก้มหน้าลง

ดวงตาของเธอชื้นแฉะขึ้นเล็กน้อยด้วยน้ำตา

“อีกอย่างตอนที่ผมเข้าไปโจมตีเธอ คนที่โกรธและตำหนิผมแล้วยังเป็นคนที่หยุดพวกไว้ก็เป็นมิลลี่ใช่มั้ยล่ะ?  เพราะงั้นแล้วคนแรกที่โกรธเพื่อเธอที่จริงก็คือมิลลี่”

ท่ามกลางความเร่งรีบและวุ่นวายข้างล่างนั่น มิลลี่ได้นำตัวเองผ่านเหล่าฝูงชนและได้มองหาพวกเราอย่างกระวนกระวาย

แม้ตอนนี้ผมสามารถบอกได้ว่าใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวลและความกระวนกระวายใจ

เธอได้ชนผู้ใหญ่และกระแทกไปยังพื้น แต่เธอก็รีบลุกขึ้นและค้นหาพวกเราอีกครั้ง

ได้เห็นฉากเหล่านี้ต่อหน้าเธอ ก่อนที่เธอจะรู้ ดวงตาของเธอก็เริ่มไหลรินน้ำตาก้อนใหญ่ลง

“จำได้มั้ยข้อตกลงที่พวกเรามีเธอบอกว่าเธอจะเชื่อฟังหนึ่งคำขอจากผมถ้าหากผมชนะใช่มั้ย?”

โคล้ดที่ยังคงร้องไห้อยู่ได้หันหน้ามาที่ผม

“อย่าทรยศมิลลี่ ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เธอจะปกป้องมิลลี่ ไปพร้อมกับผม”

“สัญญาอย่างนั้น ไม่มีความหมายอะไรหรอก…”

เธอเช็ดน้ำตาจากหน้าของเธอและมองมายังผมด้วยรอยยิ้ม

“นั่นเพราะผมวางแผนที่จะทำแบบนี้ตั้งแต่แรกแล้ว!”

ภายใต้ค่ำคืนที่สว่างไปด้วยแสงจันทร์ โคล้ดกำลังยิ้มให้ผมด้วยรอยยิ้มหนุ่มหล่อที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น

แม้ว่ามันยังไม่ดีเท่าผมก็ตาม~

 

==========

 

ติดตามข่าวสารและตอนใหม่ๆได้ก่อนใครที่ https://www.facebook.com/RachanTranslations/

จบบทที่ ตอนที่ 34 -- ค่ำคืนใต้แสงจันทร์ ตอนท้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว