เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 35 -- ออกเดินทาง

ตอนที่ 35 -- ออกเดินทาง

ตอนที่ 35 -- ออกเดินทาง


แปลโดย Mikky

 

Re: Master Magic - ย้อนเวลาเพื่อเป็นจ้าวแห่งจอมเวทย์

 

ตอนที่ 35 -- ออกเดินทาง

 

ผมว่ามันคงใจร้ายไปที่จะปล่อยให้มิลลี่ลอยคออยู่อย่างนั้นในขณะที่เธอกำลังหาพวกเราอย่างบ้าคลั่ง

(มิลลี่ บนนี้ พวกเราอยู่ข้างบนหลังคาของบาร์ด้านหน้าเธอ)

(เซฟ? นายไม่เป็นไรใช่มั้ย?)

(ยิ่งไปกว่านั้น หากเธอกำลังค้นหาพวกเรา เธอก็แค่เรียกพวกเราโดยใช้ข้อความกิลด์ก็ได้ใช่มั้ยล่ะ?)

(อ๊ะ นั่นก็จริงนะ ชั้นลืมไปซะสนิทเลย)

มันอาจเป็นเพราะว่าเธออยู่ในอาการเสียขวัญอยู่

อีกอย่างคือมิลลี่นั้นอาจไม่เคยติดต่อด้วยข้อความกิลด์

เมื่อคิดดูแล้ว เธอไม่เคยเป็นคนริเริ่มติดต่อผ่านข้อความกิลด์หาผมด้วยตัวเธอเองเลย

ผมหมายถึงแม้แต่ช่วงเวลาที่เธอไปเยี่ยมบ้านผมในเวลาที่เธอค้นหาผม หาเพียงเธอแค่ใช้ระบบข้อความกิลด์ เธอคงจะสามารถติดต่อกับผมได้

“โคล้ด เซฟ พวกนายไมเป็นไรนะ?!”

ในขณะที่เธอกำลังสงสัยเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของพวกรา เธอก็ได้เทเลพอร์ตอย่างรวดเร็ว มาที่พวกเราอยู่ บนหลังคาของบาร์

เมื่อได้เห็นสภาพเสื้อผ้าที่ขาดเวิ่นและอิดโรยที่พวกเราเป็น สีหน้าของเธอได้เปลี่ยนไปทันที

“เธอไม่ต้องกังวลมากนักหรอก ผมไม่เป็นไร เพียงแค่ตรงเท้าที่ของผมแตกเท่านั้น”

“ผมด้วยฮะ ผมแค่เพียงมีรอยถูกฟันที่แขนและขวา นี่แล้วก็นั่น”

สีหน้ามิลลี่เปลี่ยนต่อไปเรื่อย ๆ

เธอดูเหมือนว่าเธอจะร้องไห้ออกมาทันที

เป็นงั้นเหรอ? พวกเราคงต้องดูแย่จริง ๆ สินะตอนนี้

เธออ้าแขนของเธอและวิ่งตรงมาที่พวกเราอย่างรวดเร็ว และเธอได้รวบไปที่คอของพวกเรา

ความอบอุ่นจากร่างกายเธอถูกส่งผ่านแขนของเธอและส่วนที่ของผมก็ได้มีเหงื่อออกมา

ผมรู้ว่าเธอกำลังสั่นเครือในขณะที่คว้าไปที่คอของพวกเราอย่างแน่นขนัด

ผมได้วางมือลงบนหัวมิลลี่และเริ่มที่จะถูอย่างค่อย ๆ และร่างกายเธก็เริ่มที่จะสันมากขึ้นไปกว่าแต่ก่อน

เธอค่อย ๆ เริ่มที่จะร้องให้ และเหมือนว่าโคล้ดได้รับอิทธิพลจากมิลลี่ เธอก็เริ่มที่จะร้องให้ออกมาพร้อมกัน

จริง ๆ เลยนะ ทั้งสองคน…..ผมว่ามันคงช่วยไม่ได้

สักพักผมเพียงจ้องไปที่ดวงดาวบนท้องฟ้าอย่างเงียบ ๆ

หลายวันหลังจากเหตุการณ์นั้น ข่าวลือต่าง ๆ ได้แพร่กระจายเกี่ยวกับจออมเวทย์ที่ไปอาละวาด อย่างไรก็ตามหลังจากนั้นสักครู่ข่าวลือเหล่านั้นก็ได้ตายลงโดยสิ้นเชิง

อาจเป็นเคนที่ได้ปกปิดเหตุการณ์นั้นเพื่อที่จะปกป้องความเชื่อของตัวเอง

ส่วนผมก็ส่งเครื่องประดับที่มีอยู่ให้แก่เจ้าของบาร์เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในอนาคต

ด้วยเหตุนี้ นอกจากของที่ผมฝากเลเดียขายไว้ ตอนนี้ผมได้กลายเป็นคนถังแตกไปเรียบร้อยแล้ว

แม้กระนั้นผมก็ได้จัดการหลบเลี่ยงการต้องการตัวโดยสมาคมจอมเวทย์เพราะงั้นแล้วโดยรวมก็ไม่ถือว่ามันไม่ได้แย่มากจนเกินไป

นานมาแล้ว ผมก็เคยใช้บริการกับคำขอสังหารจากกิลด์จอมเวทย์ และนั่นคือเมื่อที่ผมได้พบวิธีที่น่าหวาดกลัวที่พวกเขาเป็น

หากเป็นไปได้ในรอบนี้ ผมคงไม่มีอะไรที่จะทำกับพวกเขา

…..อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากนิสัยของผมแล้ว เรื่องนี้อาจเป็นไปไม่ได้

และเหมือนที่คาดได้คาดไว้ มันอาจเป็นความคิดที่ดีสำหรับที่จะกลุ่มหลบหนีจากเมืองนานามิในตอนนี้

เรื่องแบบนี้แน่นอนว่าคงจะเกิดอีกหลายครั้งในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบุคลิกประเภทผม

แม่ก็ยังอยู่ที่นี่ในเมืองนี้ และหากผมยังก้าวลงต่อไปในทางนี้ ผมกลัวว่าซักวันผมจะสร้างปัญหาใหญ่ให้แก่เธอ

ไอเทมที่ผมได้ฝากกับเลเดียอาจขายได้ทุกเมื่อในไม่ช้า เพราะงั้นผมคิดว่าผมสามารถมีชีวิตด้วยจำนวนของเงินตอนนี้และจัดการที่จะเอาตัวรอดไปได้

จริง ๆ มันไม่ดีสำหรับผู้หญิงอย่างโคล้ดที่จะอาศัยในโรงแรมที่ทรุดโทรมอย่างนั้น

ผมคิดว่าเธอได้กลายเป็นคนที่แข็งแกร่งอย่างมากยิ่งกว่าเมื่อตอนที่ผมได้เจอเธอครั้งแรก ผมมั่นใจว่าเธอจะสามารถที่จะได้รับที่อยู่ที่เหมาะสมในตอนนี้ที่เธอได้ตัดสัมพันธ์กับพี่ชายของเธอ

ผมก็ยังได้ลาออกจากโรงเรียน

โรงเรียนคือสิ่งที่มีทางเลือก และหากคุณมีความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงพื้นฐานของสังคม คุณสามารถจัดการทดสอบกับการประเมินค่าความสามารถของคุณหากได้ผ่านข้อสอบการจบการศึกษาพิเศษแล้วละก็มันเป็นไปได้ที่จะหยุดไปโรงเรียน

แน่นอนถึงแม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเป็นสิ่งที่ผิดปกติเป็นอย่างมาก

เว้นเสียแต่บางพวกอย่างเช่นกลุ่มพวกเราแล้วที่ถูกจัดเป็นพวกที่ “มีประโยชน์ต่อสังคม” มันไม่น่าเป็นไปได้สำหรับการอนุญาตที่จะได้รับให้ออกจากโรงเรียน

ด้วยจุดประสงค์นั้นที่อยู่ในใจ ทั้งผมและมิลลี่ก็สามารถที่จะผ่านการทดสอบนั้นโดยไม่มีปัญหาใด ๆ

ปัญหาคือการเกลี่ยกล่อมแม่

ตอนนี้แม่กำลังล้างจานอยู่ในครัว

เธอดูเหมือนอยู่ในอารมณ์ดีอย่างมาก บางทีผมไม่ควรทำลายอารมณ์ของเธอด้วยการบอกเธอเกี่ยวการตัดสินใจของผมที่จะจากไปตอนนี้?

ผมคิดว่ามันดีกว่าหากผมปล่อยไปจนพรุ่งนี้…….

เอ…ถ้าหากผมยังลังเลอย่างนี้ อะไรคือจุดประสงค์ของครั้งนี้ เราจะบอกแม่ตอนนี้ เอาล่ะ!

ไม่มีประโยชน์ในการยืดเยื้อไม่ว่ายังไงมันก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

“แม่ครับ ผมขอคุยด้วยหน่อยได้มั้ย?”

“อะไรเหรอ?”

เมื่อผมเรียกไปยังแม่ เธอตอบกลับมาในขณะที่กำลังทำงานต่อไป

อุ…….โธ่เว้ย เริ่มเครียดจริง ๆ แล้วแฮะ

“ผมกำลังคิดว่าจะออกจากโรงเรียนแล้วไปเป็นนักผจญภัยอะครับ”

“……”

แม่ไม่ตอบอะไรกลับมาเลย

ผมเองก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ควรจะพูดอะไรเหมือนกัน

แต่ว่า ผมก็ได้ตัดสินใจแล้วที่จะไปแล้ว

“หากผมอยู่ที่นี่ต่อไป ผมกลัวว่าจะสร้างปัญหาอีกหลายอย่างให้กลับแม่….นั่นแหละทำไมผม…..ผมถึงได้…….”

“เซฟ”

ผมเริ่มสับสนและไม่รู้ว่าจะพูดอะไร เมื่อแม่ได้ขัดจังหวะขึ้นอย่างอ่อนโยน

“แม่รู้ แม่ได้ตระหนักถึงมันเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่าเซฟนั้นโตขึ้นมาก ผมแม้แต่เคยคิดว่าบางทีจริง ๆ แล้วลูกได้กลายเป็นผู้ใหญ่มากกว่าแม่ซะอีก แล้วแม้ถึงอย่างนั้น แม่ก็ติดว่าเซฟไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่นิด”

แม่หยุดล้างจานและยืนข้างหลังผมในขณะที่พูดอย่างรักใคร่

“มิลลี่จัง แล้วก็โคล้ดคุงก็ไปกับลูกด้วยใช่มั้ย?....แม่หวังว่าลูกจะไปด้วยกันกับพวกเธอ”

ผมได้นั่งลงที่เก้าอี้เมื่อจู่ ๆ แม่ได้กอดผมอย่างแน่น ความอบอุ่นนั้นจู่ ๆ ส่งผ่านตัวผมและดวงตาของผมเริ่มร้อนขึ้น

เวรเอ้ย อดทนไว้สิ

ผมเริ่มน่าสมเพชเป็นอย่างมาก

“อย่างไรก็ตาม แม่มีสองสิ่งที่อยากจะพูดกับลูก แม่ไม่เคยคิดแม้แต่วิเดียวเลยว่าลูกเป็นภาระของแม่ ลูกสามารถพึ่งพาแม่ได้เสมอม่ว่าเรื่องไรก็ตาม”

น้ำตาที่ถูกกักไว้ที่ขอบตาเริ่มที่ไหลลงตามแก้ม

เธอมักเป็นอย่างนี้เสมอ

แม่มักจะเข้าใจทุก ๆ อย่างเกี่ยวกับผม แม้อย่างงั้นเธอก็ยังเปิดทั้งใจยอมรับข้อพร่องทั้งหมดและเปิดโอกาสให้

“และอีกสิ่งหนึ่ง”

นี่มันไม่ดีเลย หากยังพูดต่อไปอย่างนี้ ผมคงไม่สามารถรับประกันได้ว่าผมจะไม่สามารถหยุดแยกจากไปได้

สุดท้ายผมคงจะร้องไห้อย่างน่าเวทนา

โธ่เว้ย โปรดหยุดทีเถอะไอ้น้ำตาบ้า

“ทำให้แน่ใจว่าต้องเรียกแม่เมื่อลูกแต่งงานกับมิลลี่จัง”

…………….หา?

เมื่อผมหันไปยังทางของแม่ แม่มีใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

ผมไม่มีความเห็นโดยสิ้นเชิงกับสิ่งที่แม่พูด

“……แม่ครับ มิลลี่กับผมไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรอย่างนั้นซักหน่อย…..รู้มั้ย?”

“เอ๊ะ? ไม่ใช่เหรอ? อย่าบอกนะว่าลูกยืนมือไปยุ่งกับเด็กสาวคนอื่นด้วย?”

“ไม่ใช่อย่างแน่นอน”

โอ้ววว……เพียงแค่ตอนผมคิดว่าแม่เข้าใจทุกสิ่งเกี่ยวกับผม มันรู้สึกเหมือนเธอไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวผมในเวลาดียวกัน

น้ำตาที่ได้ไหลลงบนหน้าผมเมื่อนาทีก่อนได้เหือดแห้งสนิท

ประการแรก แม่พยายามที่จะบอกอะไรกับเด็กอายุสิบขวบอย่างผม?

คืนนั้นผมไม่ได้รับอนุญาตให้กลับไปยังห้องของตัวเอง และแม่ก็เริ่มถามคำถามทุกประเภทเกี่ยวกับเด็กสาวอย่างไม่ลดละ แต่ผมก็ได้จัดการตอบไปทั้งหมดอย่างเหมาะสม

การเตรียมตัวหลายวันก่อนออกเดินทางเป็นสิ่งที่ยุ่งยากจริง ๆ

โดยแท้จริง

------และในระหว่างเช้าของการเดินทาง

“เอาล่ะ เอ่อคุณป้าค่ะ พวกเราไปก่อนนะค่ะ”

ผมได้เตรียมเสร็จสิ้นทุกอย่างแล้วสำหรับการเดินทาง และมิลลี่ก็ได้มาที่บ้านเพื่อมารับผม

ทั้งผมและมิลลี่แทบจะไม่ได้ถือกระเป๋าเดินทางอะไรไปเลย

ในตอนนี้พวกเราต้องการที่จะมุ่งหน้าไปยังเมืองเบรุต้า และหลังจากได้สถานที่ปลอดภัยที่จะอาศัยแล้ว พวกเราจะกลับไปเอากระเป๋าเดินทางใบใหญ่

“มิลลี่จัง มานี่ซักแปปสิจ๊ะ”

[ค่ะ?]

แม่เรียกมิลลี่ และกระซิบบางอะไรบางอย่าง

ผมพนันได้เลยว่าเธอกำลังกระซิบสิ่งที่เหลวไหลเหมือนที่เคย

ให้ตายสิ อะไรเนี่ยเธอเป็นผู้ปกครองที่ชอบจุ้นซะจริง

ผมถอนหายใจ ในขณะที่ผมรอให้มิลลี่วิ่งมาหาผม

“ขอโทษที่ให้รอ”

“แม่พูดอะไรกับเธอเหรอ?”

“เธอไม่ต้องการให้เซฟรู้ และนอกจากนี้เธอบอกชั้นว่าให้เก็บเป็นความลับ”

มิลลี่หัวเราะคิกคัก

ดีมาก! อะไรกันเนี่ยเป็นผู้ปกครองที่สร้างความหนักใจให้ซะจริง

พวกเราเริ่มเดินบนฟุตบาทมุ่งไปยังทางออกเมือง

นี่มันจะจบแล้วสินะ?

แม้แต่มิลลี่ที่ปกติพูดมากอย่างสุดเหวี่ยงจนถึงจุดที่เริ่มน่ารำคาญ วันนี้เงียบมากเหมือนว่าเธอกำลังคิดเกี่ยวกับอะไรบางอย่าง

ด้วยเหตุผลบางอย่างผมรู้สึกไม่สบายใจ

“บอกผมหน่อยว่าโคล้ดกำลังรอพวกเราที่ประตูใช่มั้ย?”

“อืม เธอบอกว่ามันอยู่ใกล้เธอ”

พวกเราเริ่มเดินไปอย่างเงียบ ๆ อีกครั้ง

พวกเราผ่านย่านการค้าและมุ่งไปยังสวนสาธารณะ พวกเราเกือบจะถึงทางออกแล้ว

ในขณะที่มิลลี่ได้เข้าใกล้ทางออกของเมือง เธอกลายเป็นว่ากระสับกระส่ายยิ่งขึ้น

…………..จริง ๆ แล้ว แม่พูดอะไรกับเธอกันแน่?

“อ๊ะะะะะะ! ชั้นลือของบางอย่างอะ!”

“อา งั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นผมจะไปรอตรงนั้นกับโคล้ดนะ มิลลี่ควรไปเอา……”

เพียงแค่เมื่อผมเกือบจะพูดจบประโยค จู่ ๆ มิลลี่คว้าแขนผมและเริ่มที่จะวิ่ง

“มิ…มิลลี่”

“ของมันหนักมาก เซฟควรมาช่วยชั้น”

ถ้าอย่างนั้น มันจะไม่ดีกว่าเหรอหากพวกเราได้โคล้ดมาช่วยพวกเราด้วย?.......ขณะที่ผมจะพูดอะไรอย่างนั้น เธอดันตัวเธอและกอดแขนผมไว้ ร่างกายเธอกดลงตัวผมแน่นขึ้น

ผมสามารถรู้สึกได้ถึงสิ่งเล็ก ๆ ที่นูนออกมากดกับแขนผมและแขนเรียวบางของค่อนข้างเหมาะพอดีในร่องเล็ก ๆ ของหน้าอกที่กำลังโตของเธอ

เธอต้องได้ตระหนักถึงสิ่งที่เธอกำลังทำ ใบหน้าของมิลลี่กำลังเขินอายจนแดงขึ้นมาเล็กน้อย

นี่คือสิ่งที่แม่กระซิบบอก?

“……เข้าใจแล้ว ดูสิพวกเราควรรีบ ๆ เอาของนั้น อีกอย่างพวกเราจะทำให้โคล้ดรอนานเกินไปแล้ว ใช่มั้ยล่ะ?”

“นะ…นั่นก็ใช่!งั้นรีบไปกันเถอะ!”

ขณะที่พูดอย่างนั้น มิลลี่ดันตัวเธอไปที่แขนของผมแรงมากขึ้นและเริ่มที่จะเดินช้าลง

ลงท้ายใช้เวลาไปสองเท่ามากกว่าที่ควรจะเป็น และในเวลาที่เราไปถึงที่ประตู โคล้ดที่รอพวกเราอยู่สุดท้ายแล้วก็ผลอยหลับไป

ผมขอโทษด้วยนะโคล้ด

 

==========

 

ติดตามข่าวสารและตอนใหม่ๆได้ก่อนใครที่ https://www.facebook.com/RachanTranslations/

จบบทที่ ตอนที่ 35 -- ออกเดินทาง

คัดลอกลิงก์แล้ว