เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 33 -- ค่ำคืนใต้แสงจันทร์ ตอนกลาง

ตอนที่ 33 -- ค่ำคืนใต้แสงจันทร์ ตอนกลาง

ตอนที่ 33 -- ค่ำคืนใต้แสงจันทร์ ตอนกลาง


แปลโดย Mikky

Edit โดย check2534

Re: Master Magic - ย้อนเวลาเพื่อเป็นจ้าวแห่งจอมเวทย์

 

ตอนที่ 33 -- ค่ำคืนใต้แสงจันทร์ ตอนกลาง

 

ผมยืนอยู่หน้าโต๊ะที่เคนนั่งอยู่แล้วมองลงไปที่เขา ส่วนพวกเขาก็จ้องขึ้นมาที่ผม

 

ในตอนที่เหล่าลูกน้องกำลังจะลุกขึ้น เคนก็เอ่ยปากขึ้นมา

 

“เธอคือ...เพื่อนของโคล้ดใช่ไหม?”

 

“ใช้เงินน้องสาวตัวเองมาเลี้ยงเหล้าทุกคนแบบนี้ ดูเหมือนว่านายจะใช้ชีวิตสุขสำราญมากเลยนี่นา”

 

อัศวินที่ดูเหมือนจะเป็นลูกน้องต่างก็เริ่มซุบซิบกันเสียงดัง จนเคนหยุดดื่ม

 

“....นั่นไม่ใช่เรื่องจริงสักหน่อย ช่วยหยุดกระจายข่าวลือที่มันไม่จริงนี่ซะ…..”

 

เคนเอนหลังพิงโซฟาอย่างช้าๆ แล้วกระดกแก้วขึ้นอีกครั้ง

 

แล้วเขาก็ถอนหายใจออกมาดัง *ฟู่~*

 

เมื่อได้ยินเรื่องโกหกคำโตกับท่าทีผ่อนคลายของเขา นั่นก็ทำให้บางอย่างในตัวผมขาดสะบั้นลง

 

“นายไม่ยอมพูดออกมาดีๆสินะ”

 

ผมยกมือขึ้นแล้วร่ายเรดแครชออกมา

 

ก้อนเปลวเพลิงได้ก่อตัวขึ้นด้านหน้าฝ่ามือผม มันหมุนวนด้วยความรุนแรงและรวดเร็วพร้อมกับที่ผมเล็งไปที่เคน

 

บรรดาลูกน้องกับพวกผู้หญิงที่ตระหนักได้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็รีบวิ่งหนีพร้อมกับกรีดร้องออกมาทันที นั่นทำให้แก้วที่อยู่ในมือของเคนสั่นไหว

 

นี่มันรู้สึกดีจริงๆ

 

ที่ได้ปลดปล่อยอารมณ์ออกมาแบบนี้

 

-เรดแครช!

 

ภายในร้านเหล้ากระหึ่มไปด้วยเสียงระเบิดที่รุนแรง ทั้งขวดเหล้า โต๊ะ และโซฟา ต่างก็กระเด็นไปคนละทิศคนละทาง

 

ก้อนเพลิงที่กระจายออกได้เผาผนังกับพื้นของร้านเหล้า

 

ควันที่ฟุ้งกระจายออกมาได้เข้าปกคลุมทุกอย่างที่อยู่ด้านใน

 

-ในตอนนั้นเอง

 

ผมก็ขยับร่างกายหลบไปด้านข้าง แล้วดาบที่ส่องประกายเล่มหนึ่งก็ฟังลงมายังที่ที่ผมเคยยืนอยู่

 

จะบอกว่าตัวเองสามารถหลบเรดแครชของผมแล้วโต้กลับได้อย่างงั้นหรอ?

 

ตอนนี้หัวที่ร้อนระอุของผมพอจะเย็นลงบ้างแล้ว ผมจึงรีบใช้สเกาท์สโคปทันที

 

ไม่มีอะไรเกิดขั้น!?

 

เป็นไปไม่ได้…

 

เขากวัดแกว่งดาบอย่างต่อเนื่องจนควันที่อยู่รอบๆพัดออกไป

 

ควันก็ลอยออกไปครู่หนึ่งจนทำให้อีกฝ่ายมองเห็นผม ดาบที่เคยกวัดแกว่งมั่วซั่ว….จู่ๆก็กลับแม่นยำขึ้น!

 

“ชิ!?”

 

ผมโดนฟังเข้าอย่างจังจนเซฟโปรเทคชั่นสลายไป

 

ผมถอยออกไปด้านหลังแล้วยิงแบล็คช็อตเข้าไปในควัน

 

แรงอัดอากาศของกระสุนเวทย์ได้พัดเอาควันกระจายออกไปจนผมมองเห็นเคน แต่ทว่าเวทย์ของผมกลับสลายไปก่อนที่จะถึงตัวเคน

 

(แบบนี้นี่เอง…..!)

 

ในเวลาเดียวกัน เคนก็เข้ามาใกล้ผมแล้ววาดดาบลงมา

 

ผมพยายามเทเลพอร์ตหลบ แต่จู่ๆความเจ็บปวดก็แล่นขึ้นมาจากเท้า

 

“อึก…!”

 

เคนเหยียบเท้าของผมอย่างแรง

 

เคนสวมบูทเหล็กส่วนผมใส่แค่รองเท้าหนังเท่านั้น

 

รองเท้าของผมจึงเปลี่ยนรูปไปโดยไร้แรงต้าน ผมล่ะสงสัยว่ากระดูกเท้าของผมจะแตกรึเปล่า

 

(ขัดขวางการเทเลพอร์ต….ไอ้หมอนี่รู้วิธีสู้กับนักเวทย์!)

 

ในตอนที่กำลังจะเทเลพอร์ต หากคุณไปสัมผัสกับสิ่งของหรือใครเข้าล่ะก็ ของสิ่งนั้นก็จะตายคุณไปด้วย (แต่สำหรับพวกพื้นหรือผนังที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ก็ไม่สามารถนำไปได้ด้วย)

 

เพราะหากคุณเทเลพอร์ทไม่ว่าใครที่คุณสัมผัสก็จะตามไปกับคุณ ตราบเท่าที่คู่ต่อสู้ของคุณยังสัมผัสคุณอยู่ คุณก็ไม่สามารถหนีไปได้และเทคนิคนั้นก็จะถูกขัดขวางอย่างชะงัดเพราะหากคุณเทเลพอร์ทไม่ว่าใครที่คุณสัมผัสก็จะตามไปกับคุณ ตราบเท่าที่คู่ต่อสู้ของคุณยังสัมผัสคุณอยู่ คุณก็ไม่สามารถหนีไปได้และเทคนิคนั้นก็จะถูกขัดขวางอย่างชะงัด

 

เคนเหยียบที่เท้าผมจากนั้นเตรียมดาบของเขาทันที แล้วฟันลงมา

แคล้งงง!!!

ดาบที่ฟันลงมาถูกหยุดโดยเด็กสาวผมบลอนด์

 

ดาบของพวกเขาทั้งสองปะทะเข้าด้วยกันส่องแสงประกายลอยออกมาในขณะที่ทั้งสองจ้องกันอย่างคุ่นเคืองใจ

 

“ถอยออกไปซะ….โคล้ด”

 

“ไม่ค่ะ….ท่านพี่”

 

เป็นโคล้ดที่หยุดการโจมตีของเคน

 

แม้ว่าเธอใส่ลงไปด้วยกำลังทั้งหมดของเธอ ดาบของโคล้ดก็ยังถูกผลักกลับมา

 

“เซฟคุง! ข้องร้องล่ะหนีไปเถอะ! เวทมนต์ใช้ไม่ได้ผลกับพี่หรอก”

 

อย่างที่คาดนั่นเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ด้วย

 

ทั้งเคนและโคล้ดมีทักษะสกรีนพ้อยท์ที่เป็นเวทมนต์ติดตัว สกิลนี้อาจมีความสามารถที่ลบล้างผลของเวทมนต์ที่อยู่ในขอบเขต

 

เพียงแค่ก่อนหน้านี้สักครู่หนึ่งที่เวทมนต์ของผมถูกหักล้าง และแม้กระทั่งสเกาสโคปก็ใช้ไม่ได้ผลอย่างที่ควร เพราะเหตุนี้ผมเริ่มที่จะสงสัยเรื่องนี้อาจเป็นอย่างในกรณีนั้น

 

เวทมนต์ของผู้ใช้เวทมนต์ถูกทำให้ไม่เป็นผลเปรียบเหมือนการที่มือของเขาได้ถูกมันและปล่อยให้ถึงเวลาสำหรับการจับ

 

‘ทักษะการฆ่าจอมเวทย์’

 

ผมได้รู้ความจริงแล้วว่ามีการดำรงอยู่ของเวทมนต์ชนิดนี้ แต่ผมไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นมันในเร็ว ๆ นี้

 

“โคล้ด แกตั้งใจที่พูดเท่านี้สินะ? ซักกี่ครั้งที่แกตั้งใจทรยศตระกูลเลออนฮาร์ทก่อนที่แกจะพอใจ!!”

 

ใบหน้าของเคนขมวดและขึงตึงด้วยความความโกรธ โคล้ดถูกไล่ต้อนมากยิ่งขึ้น ในขณะที่เธอฝืนทน เคนได้ป้องกันการโจมตีที่เจตนาทำให้เขาล่าถอยไปได้อย่างง่ายดาย

 

ดาบส่งเสียงอีกเมื่อมันกระทบกัน ร่ากายของโคล้อค่อย ๆ ถอยกลับหลัง

 

มันชัดเจนแล้วว่าเคนชำนาญมากกว่า ทั้งในเทคนิคและพลังของดาบ

 

มันชัดเจนแล้วว่าเป็นการต่อสู้เพียงฝ่ายเดียว ดูเหมือนจะใช้เวลาไม่นานที่จะจบเรื่อง

 

“เซฟคุง! รีบหนีไปจากที่นี่! ผมไม่อาจต้านไว้ได้นาน…!”

 

“ยัยบ้า! ไม่มีทางที่ฉันจะปล่อยมันไป! มันได้ทำให้ตระกูลเลออนฮารทเสียชื่อเสียง และมันรู้ความลับของพวกเราอีกด้วยแล้วที่แย่ที่สุดไอ้เด็กเวรนี่มันทำให้ฉันอับอายในที่สาธารณะ!!”

 

ดาบหนักของเคนโจมตีมายังโคล้ดและกระทบกับดาบของเธอ

 

ดาบของเธอสั่นและโค้งงอ มันดูเหมือนว่ามันอาจหักได้โดยทันที

 

“จบกันเสียที!!”

 

เขาตะโกนและเหวี่ยงดาบลงอย่างรุนแรง

 

ใบดาบหมุนขว้างผ่านอากาศและแทงเข้าไปในกำแพงลึกลงไป เคนหัวเราะราวกับแน่ใจในชัยชนะของตนเอง

 

“อึก…!”

 

“พอแล้ว การต่อสู้จบลงแล้ว แต่ เพราะแกเป็นญาติทางสายเลือดของชั้น ชั้นไม่คิดจะยกโทษให้แกหรอกนะ…...เสียแต่ว่าแกต้องฆ่าไอ้สารเลวนี้ซะตอนนี้”

 

การต่อสู้จบลงแล้ว

 

ในการต่อสู้ครั้งนี้ ความสามารถแท้จริงของพวกเขาอยู่ในระดับที่แตกต่าง อย่างมาก เพราะอย่างนั้นไม่ว่ากี่ครั้งก็ตามที่เธอพยายามต่อสู้ มันอาจจะจบลงด้วยผลเหมือน ๆ กัน

 

ถ้าหากคนนอกอย่างผมสามารถเข้าใจเรื่องนี้ โคล้ดก็ต้องรู้เรื่องเหล่านี้ทั้งหมดเหมือนกัน

 

แม้ด้วยเรื่องเหล่านี้...

 

โคล้ดไม่ได้ผ่อนคลายท่าทางของเธอเลย

 

เธอยืนอยู่ตรงนั้นอย่างสั่นเครือ กำดาบหักอย่างหมดท่าไว้ในมือของเธอ

 

“ทำไมแกถึงทำอย่างนี้ล่ะโคล้ด? ไอ้สารเลวนั่นโดยพื้นฐานแล้วเกือบเป็นคนแปลกหน้าอย่างโดยสิ้นเชิงต่อแกใช่มั้ย?”

 

“เขาไม่ใช่คนแปลกหน้าต่อหนูเลย...เขาเป็นเพื่อร่วมกิลด์และสหายอันมีค่า”

 

“ไม่ใช่ว่ามันก็เหมือนกันหมด?”

 

“ไม่ค่ะ มันต่างกัน”

 

เคนมองไปที่เธอด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ ขณะที่โคล้ดมองกลับไปที่เขาขณะที่มองดูเหมือนว่าเธอจะร้องไห้

 

เสียงของเธอสั่นสำลัก ขณะที่ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตาที่ล้นออกมา

 

“หนูมักจะอยู่คนเดียวเสมอ….แม่แต่ในบ้าน แม้หลังจากที่ถูกขับไล่ออกจากบ้านมา...ในฐานผู้หญิงคนหนึ่ง ถึงแม้พวกเขาได้ปฏิบัติกับหนูอ่อยโยนในตอนแรก สุดท้ายหนูมักจะถูกหักหลังเสมอ…”

 

เคนฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ บางทีเขาอาจรู้สึกผิด?

 

“นั่นเป็นเหตุผลว่าตอนนั้นหนูคิดว่าบางทีหากหนูดูเหมือนผู้ชายมันอาจดีกว่า...หนูแต่งตัวเป็นผู้ชาย และเมื่อหนูเริ่มออกเดินทางโดยไม่มีใครโจมตีหรือทรยศหนู...แต่หนูไม่ได้ติดต่อกับใครอื่นเลย…”

 

ฮิมม ตอนนี้ผมเข้าใจแล้ว เพราะงั้นเธอเลยแต่งตัวเหมือนผู้ชายเพราะเหตุผลอย่างนั้น?

 

“เพื่อที่จะทำให้ตัวเองไขว้เขวจากความเด็ดเดี่ยวได้อย่างเด็ดขาดหนูถึงได้สู้ สู้ แล้วก็สู้ จนมอนสเตอร์ได้ล้อมรอบตัวหนู และเมื่อหนูคิดว่าคงไม่สามารถจัดการได้อีกต่อไปและได้ยอมแพ้ไปแล้ว มิลลี่ซังก็ได้เข้ามาช่วยหนู….มิลลี่ซังโจมตีเหล่ามอนสเตอร์กลับขณะที่ยิ้มอยู่...หนูไม่เคยลืมสิ่งนั้นที่ได้เห็นสำหรับชีวิตที่เหลือของหนู”

 

เทพธิดาแห่งสงคราม

 

ผมผิ้มออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

คุณสามารถบอกได้ว่านี่เป็นอีกสิ่ง ที่เป็นความทรงจำที่สำคัญสำหรับโคล้ดสินะ?

 

“เซฟคุงกับมิลลี่ซัง หลังจากที่ได้พบหนูทันที ก็ปฏิบัติกับหนูด้วยความอ่อนโยนและอบอุ่น….มันเป็นครั้งแรกในชีวิตทั้งหมดของหนูที่ได้ถูกเรียกว่าสหายหรือเพื่อนโดยใครบางคนดังนั้นเพื่อประโยชน์ของพวกเขา...หนูจะเสี่ยงชีวิตของหนูและทำทุกอย่างเท่าที่สามารถทำได้…”

 

โคล้ดแผดเสียงออกมา

 

“โฮวว~แกมีสีหน้าที่ดูดีนี่โคล้ด แม้ว่าแกมักจะมองลงต่ำอย่างอดสูที่บ้าน...นี่แกตกหลุมรักกับไอ้สารเลวนี่?”

 

“เซฟตุงเป็นคนแรกที่ได้โกรธเพื่อประโยชน์ของหนู”

 

เคนและโคล้ดจ้องซึ่งกันและกัน

 

ดวงตาของโคล้ดไม่มีน้ำตาอีกต่อไป

 

บนใบหน้าของเธอเผยให้เห็นสีหน้าที่พร้อมจะเผชิญกับความตาย

 

“นั่นแหละคือเหตุผล….เซฟคุงได้โปรดวิ่งหนีไป…”

 

แน่นอนว่าไม่มีทางที่ผมจะสามารถทิ้งเด็กสาวแบบนี้ไปได้

 

“โคล้ด…”

 

“ผมไม่เป็นไรหรอกฮะเพราะงั้น…!”

 

ดูเหมือนว่ายัยเด็กนี่จะเข้าใจผิด

 

ผมกุมมือของโคล้ดที่กำลังกำดาบอยู่

 

“นายจะทำอะไร…”

 

ผมร่ายไทม์สแควร์จากนั้นร่ายเรดบลาสเตอร์กับเรดเวพอนในเวลาเดียวกัน ด้ามจับดาบที่หักของโคล้ดมีแสงของเวทมนต์ที่แพร่ออกมาจากมันได้สร้างใบมีดของดาบ….โคล้ดตกใจ เธอพูดกับผมในน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและไม่อยากเชื่อ

 

“นี่คือ…???”

 

“ผมจะให้ชื่อเวทย์นี้ว่า คริมสันเบลด?”

 

==========

 

อุทิศให้คุณพ่อยุทธนา ศิริพัฒนานันทกูร

 

==========

 

ติดตามข่าวสารและตอนใหม่ๆได้ก่อนใครที่ https://www.facebook.com/RachanTranslations/

จบบทที่ ตอนที่ 33 -- ค่ำคืนใต้แสงจันทร์ ตอนกลาง

คัดลอกลิงก์แล้ว