เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 ถูกลากไปร้านเครื่องประดับ

บทที่ 15 ถูกลากไปร้านเครื่องประดับ

บทที่ 15 ถูกลากไปร้านเครื่องประดับ


บทที่ 15 ถูกลากไปร้านเครื่องประดับ

ในขณะเดียวกัน กู้รุ่ยเจ๋อก็อดสงสัยไม่ได้ว่านางได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาอย่างไร นางไม่เหมือนสตรีทั่วไปที่คอยแต่จะพึ่งพาบุรุษ ทว่ากลับเลือกเส้นทางของตนเอง และดูเหมือนจะมองว่าบุรุษไม่ใช่สิ่งสำคัญในชีวิต

เวลานี้มู่เจี้ยนซีกำลังครุ่นคิดว่าลำพังร้านค้าเพียงแห่งเดียวคงผลิตสินค้าไม่ทันความต้องการ เห็นทีต้องตั้งโรงงานผลิตขนม หาผู้จัดส่งวัตถุดิบ และจ้างคนงานเพิ่ม ดูท่าคงต้องใช้เงินก้อนโตอีกแล้ว

"ภารกิจ: บะหมี่เย็นและไก่ทอด"

"โฮสต์ ระบบได้รับการอัปเกรดเป็นเลเวล 3 แล้ว ต่อไปนี้จะไม่มีข้อจำกัดอีก ไม่ว่าท่านจะทำเมนูอะไร วัตถุดิบและเครื่องปรุงจะมีพร้อมให้เสมอ"

"เยี่ยมยอด! ยกนิ้วให้เลย!"

เป่าเปาและมู่เจี้ยนซีสื่อสารกันผ่านจิต

เมื่อระบบมอบหมายภารกิจ นางก็ไม่อาจนิ่งเฉยได้อีก ลุกขึ้นจากเก้าอี้เอนเตรียมไปจ่ายตลาด พลางคิดว่าพรุ่งนี้จะต้องออกเดินทางแล้ว คืนนี้จึงตั้งใจจะจัดงานเลี้ยงอำลาทุกคน หากในอนาคตเปิดสาขา ก็ถือว่าที่นี่เป็นสาขาแรก โดยมีคู่สามีภรรยาคู่นี้เป็นป้ายโฆษณาที่มีชีวิต กิจการจะไม่รุ่งเรืองได้อย่างไร

กู้รุ่ยเจ๋อมองนางพลางเอ่ยถาม "เจ้าจะไปไหน?"

"ไปตลาดเจ้าค่ะ คืนนี้ข้าจะทำบะหมี่เย็นกับไก่ทอด" มู่เจี้ยนซีตอบตามตรง

"เปิ่นหวางจะไปด้วย"

เมื่อมาถึงตลาด มู่เจี้ยนซีเลือกแตงกวา 4 ลูกจากแผงผัก ให้พ่อค้าห่อให้ โดยมีเย่อวี่เป็นคนจ่ายเงิน จากนั้นซื้อหมูสามชั้นอีก 3 ชั่ง กะว่าจะทำหมูตุ๋นน้ำแดง และซื้อวัตถุดิบจิปาถะอื่นๆ อีกเล็กน้อย

คณะของพวกเขาเดินทอดน่องไปตามถนน กู้รุ่ยเจ๋อเห็นหญิงสาวหลายคนเดินออกมาจากร้านค้า ในมือถือเครื่องประดับงดงามพร้อมรอยยิ้ม เขาเงยหน้ามองป้ายร้าน 'จิ่วหลิงหลง' แล้วเผลอหันกลับมามองศีรษะของมู่เจี้ยนซี เห็นเพียงปิ่นหยกธรรมดาๆ ปักอยู่ ไร้เครื่องประดับอื่นใดบนเรือนร่าง

เขาคว้าแขนนาจูงเข้าร้านทันที มู่เจี้ยนซีงุนงง พยายามสลัดออกแต่ไม่หลุด เธอเห็นเขาพานางเข้ามาในร้านเครื่องประดับ "ท่านดึงแขนข้าทำไม"

เถ้าแก่ร้านรีบออกมาต้อนรับ "คุณชาย คุณหนู ต้องการเครื่องประดับแบบใดขอรับ วันนี้ทางร้านมีของใหม่เพิ่งเข้ามามากมาย"

"เอาปิ่นหยกกับต่างหูทั้งหมดในร้านออกมา เราจะเลือกเอง"

ไม่นานเถ้าแก่ก็นำปิ่นหยกและต่างหูราคาสูงทั้งหมดมาวางเรียงรายบนโต๊ะให้เลือกสรร

มู่เจี้ยนซีมองเขาด้วยความสงสัย บุรุษซื้อปิ่นหยกยังพอเข้าใจ แต่ต่างหูเล่า? นางมองไม่เห็นรูเจาะที่หูของเขา จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก เดาว่าเขาคงซื้อไปฝากน้องสาวกระมัง

เขาเลือกดูอย่างตั้งใจ สายตาไปสะดุดเข้ากับต่างหูคู่หนึ่ง รูปทรงเรียบหรูดูสบายตา คิดว่าน่าจะเหมาะกับนาง จึงหยิบขึ้นมาเตรียมจะทาบที่ใบหูของนาง

เมื่อนางเงยหน้าขึ้นเห็นเขาเดินเข้ามาพร้อมต่างหูและเอื้อมมือมาทัดผมให้นาง เขาก็ชะงักไปเมื่อเห็นใบหู มุมปากเขากระตุกเล็กน้อย "หูเจ้ามีสามรูเชียวรึ"

ทุกคนที่ได้ยินต่างหันมามองด้วยความอยากรู้อยากเห็น บนติ่งหูสองรู และที่กระดูกอ่อนอีกหนึ่งรู ตามความเข้าใจของพวกเขา สตรีมักเจาะหูเพียงข้างละรูและสมมาตรกัน นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นคนเจาะหูข้างละสามรู แถมยังเจาะที่กระดูกอ่อนอีกด้วย

เถ้าแก่ร้านมองดูด้วยความลำบากใจ ร้านของเขาดูเหมือนจะไม่มีต่างหูที่เข้าชุดสำหรับสามรู มีเพียงแบบที่ไม่ห้อยระย้าเท่านั้น

ถูกจ้องมองเช่นนั้น มู่เจี้ยนซีรู้สึกประหม่าเล็กน้อยจึงยกมือจับใบหู นึกย้อนไปถึงสาเหตุที่เจาะหูสามรู เพราะเห็นดาราในละครทำแล้วดูดี จึงไปเจาะตามและซื้อต่างหูมาใส่มากมาย แต่พักหลังรู้สึกรำคาญจึงไม่ได้ใส่อีก

เถ้าแก่ผู้มากไหวพริบรีบวิ่งกลับไปที่ตู้สินค้า ก้มลงค้นหาของบางอย่าง ไม่นานก็นำกล่องสองใบออกมาเปิดพลางแนะนำ "นี่เป็นต่างหูแบบหมุดรุ่นใหม่ของร้านเราขอรับ ขนาดเล็กกะทัดรัด ไม่มีตุ้งติ้ง เหมาะกับคุณหนูท่านนี้มาก มีเพียงสองคู่เท่านั้นขอรับ"

"เอามานี่!"

"ขอรับ!"

กู้รุ่ยเจ๋อหยิบต่างหูคู่นั้นบรรจงสวมใส่ที่รูติ่งหูของมู่เจี้ยนซี จากนั้นหยิบต่างหูหมุดอีกสองคู่ใส่ในรูที่เหลือ แล้วเอื้อมมือไปติดแป้นด้านหลังใบหูให้นาง

เย่อวี่อุทาน "โห งดงามมากขอรับ! เรียบง่ายแต่ดูดี เข้ากับผิวของแม่นางมู่ยิ่งนัก"

มู่เจี้ยนซีเพิ่งได้สติ ถามด้วยความไม่อยากเชื่อ "ท่านซื้อให้ข้าหรือ?"

"ใช่! ถือเป็นของขวัญขอบคุณจากข้า ขอบใจที่เจ้าลำบากทำอาหารอร่อยๆ ให้พี่สาวข้าทานระหว่างตั้งครรภ์ นางจะได้ไม่แพ้ท้องมากนัก" นอกจากข้ออ้างนี้ เขาก็นึกเหตุผลอื่นไม่ออก

"เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ไม่ต้องให้ของแพงขนาดนี้ก็ได้เจ้าค่ะ อีกอย่าง ท่านก็ให้ร้านค้าในเมืองหลวงแก่ข้าแล้ว"

พูดจบ มู่เจี้ยนซีก็ทำท่าจะถอดต่างหูออก แต่ถูกเขารวบมือไว้ น้ำเสียงของเขาเด็ดขาด "ของที่เปิ่นหวางให้ไปแล้วจะรับคืนได้อย่างไร หากเจ้าไม่อยากได้ก็โยทิ้งไปเสีย"

"ก็ได้ๆ ข้ารับไว้ก็ได้เจ้าค่ะ ขอบคุณเจ้าค่ะ! ท่านสิ้นเปลืองแย่เลย"

จากนั้นเขาก็หยิบปิ่นหยกขาวขึ้นมา ถอดปิ่นเดิมของนางออก ปล่อยให้เรือนผมสีดำสยายลงมา เขาจึงสังเกตเห็นว่าผมของนางแตกต่างจากคนทั่วไปเล็กน้อย คือมีประกายแดงดำ ซึ่งหากไม่มองใกล้ๆ ก็แทบไม่สังเกตเห็น

นางเงยหน้ามองเขา รอยยิ้มและแววตานั้นดุจสายลมในฤดูใบไม้ผลิที่พัดผ่านเข้าไปในใจเขา ในสายตาผู้อื่น สีหน้าของเขายังคงราบเรียบ แต่มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ว่าความรู้สึกประหลาดบางอย่างได้ก่อตัวขึ้น หัวใจที่เคยด้านชากลับเต้นแรงขึ้นมา

เขาเกล้าผมให้นางใหม่อย่างเงียบเชียบ ปักปิ่นหยกขาวลงไป แล้วส่งสายตาให้เย่อวี่ไปจ่ายเงิน

มู่เจี้ยนซีจับผมที่เขาเกล้าให้อย่างแปลกใจ มันแน่นหนามาก ไม่เหมือนที่นางทำเอง ซึ่งขยับตัวนิดเดียวก็หลุดรุ่ย ต้องคอยจัดทรงใหม่ตลอด น่ารำคาญยิ่งนัก

ขณะนี้กู้รุ่ยเจ๋อกำลังจ้องมองข้อมือขาวผ่องของนาง รู้สึกว่ายังขาดอะไรไปบางอย่าง เขาพลันนึกถึงกำไลหยกเนื้อดีที่จวน คิดว่าหากอยู่บนข้อมือนางคงงดงามยิ่งกว่า

หลังจากเดินออกมา เขาไม่ได้แทนตัวเองว่า 'ข้า' แต่กลับใช้คำว่า 'เปิ่นหวาง' (ท่านอ๋อง) "ตอนที่เปิ่นหวางเกล้าผมให้เจ้า ดูเหมือนสีผมของเจ้าจะต่างจากคนที่นี่ โคนผมสีดำแต่ปลายผมกลับเป็นสีทองแดง เหมือนมีเส้นแบ่งชัดเจน"

"อ๋อ เมื่อก่อนข้าย้อมผมสีส้มแดงเจ้าค่ะ แต่หลังๆ ขี้เกียจทำเลยปล่อยไว้ พอมันยาวขึ้นแล้วสระไปเรื่อยๆ สีก็หลุดจนกลายเป็นแบบนี้"

"เหตุใดเจ้าถึงคิดจะเปลี่ยนสีผมเดิมของตนเองเล่า?"

ไม่เพียงแต่เขาที่งุนงง แม้แต่องครักษ์ลับทั้งสี่ที่ติดตามมาด้านหลังก็ยังแสดงสีหน้าสับสน

จบบทที่ บทที่ 15 ถูกลากไปร้านเครื่องประดับ

คัดลอกลิงก์แล้ว