- หน้าแรก
- เกมออฟโธรนส์ จารึกแห่งมังกร
- บทที่ 17: สงคราม
บทที่ 17: สงคราม
บทที่ 17: สงคราม
บทที่ 17: สงคราม
ทันทีที่เจเฮริสเผยรอยยิ้มออกมา ทุกคนก็เข้าใจได้ในทันที ปรากฏว่ากษัตริย์ทรงตั้งพระทัยที่จะทำสงครามมาโดยตลอด ทรงต้องการใช้โอกาสนี้ประกาศความโกรธเกรี้ยวของตระกูลทาร์แกเรียนให้ประจักษ์แก่อาณาจักรแห่งบุตรีและเหล่านครอิสระแห่งทวีปตะวันออก
องค์กษัตริย์ทรงพอพระทัยอย่างมากกับการตอบสนองของหลานชายทั้งสาม ทรงหุบรอยยิ้มลงและตรัสด้วยสีหน้าจริงจังว่า “พวกเจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าเตรียมตัวพร้อมแล้ว หากใครคิดจะถอนตัวก็จงพูดออกมาเสียตอนนี้ เพราะหากพวกเจ้าล่าถอยเมื่ออยู่กลางสมรภูมิ สิ่งที่รอพวกเจ้าอยู่คือการลงทัณฑ์”
สามพี่น้องเอกอนเตรียมใจไว้เนิ่นนานแล้ว พวกเขาจ้องมองพระอัยกาด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและเอ่ยตอบโดยปราศจากความกลัว
“ขอฝ่าบาททรงวางพระทัย พวกข้าเตรียมพร้อมมานานแล้ว เพียงรอคอยคำสั่งของพระองค์เพื่อจะรุดหน้าไปยังสนามรบ และทำให้อาณาจักรแห่งบุตรีรวมถึงชาวดอร์นได้รับรู้ถึงอัคคีและโลหิตของตระกูลทาร์แกเรียนที่ห่างหายไปนาน”
สีหน้าของเบลอนดูเป็นกังวลอยู่บ้าง อย่างไรเสียลูกชายทั้งสามของเขา ซึ่งคนหนึ่งมีอายุเพียงแปดขวบ กำลังจะมุ่งหน้าสู่สนามรบที่เต็มไปด้วยอันตรายและความไม่แน่นอน เขารู้ดีว่าสมรภูมินั้นคาดเดาไม่ได้และอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ขณะเดียวกันสนามรบไม่ใช่ที่เล่นของเด็ก เขาเกรงว่าลูกๆ อาจจะไม่ได้กลับมาอีกเลย เขาอยากจะเอ่ยปากห้าม แต่ก็ต้องชะงักเมื่อสบเข้ากับสายตาอันเข้มงวดขององค์กษัตริย์
เบลอนกลืนคำพูดที่กำลังจะเอ่ยลงคอ มองดูใบหน้าอันอ่อนเยาว์ของเด็กชายทั้งสามด้วยความหดหู่ใจ ในขณะเดียวกันเขาก็กังวลอย่างมากว่าจะถูกอลิสซาผู้เป็นภรรยาดุด่าเมื่อกลับไปถึงบ้าน สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือเจ้าหนูทั้งสามได้เกลี้ยกล่อมมารดาของตนเรียบร้อยแล้ว มิเช่นนั้นพวกเขาคงไม่มาปรากฏตัวที่นี่พร้อมกันเช่นนี้
องค์กษัตริย์ทอดพระเนตรหลานชายทั้งสาม หากไม่ใช่เพราะการปรากฏตัวของพวกเขา สภาเล็กก็อาจจะถกเถียงกันยืดเยื้อต่อไปอีกพักใหญ่ อย่างไรเสียความเมตตาของพระองค์ก็ฝังรากลึกในใจผู้คนมานานเกินไป จนทำให้พวกเขาลืมเลือนไปว่าพระองค์ทรงมีสายเลือดแห่งอัคคีและโลหิตไหลเวียนอยู่ พระองค์อดไม่ได้ที่จะรู้สึกในพระทัยว่าความรุ่งโรจน์ของตระกูลในรุ่นที่สามยังคงมีหวัง
“วิเซริส เดมอน เอกอน ข้าอนุญาตให้พวกเจ้าทั้งสามเข้าร่วมกับกองทัพของอาของพวกเจ้า ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะแสดงให้เห็นถึงเกียรติยศของทาร์แกเรียน อัคคีและโลหิตนั้นเป็นหนึ่งเดียวกัน”
หลังจากตรัสจบ องค์กษัตริย์ก็ทรงมองไปที่พระโอรสทั้งสองและเหล่าเสนาบดีคนอื่นๆ กวาดสายตาอันคมกริบมองไปยังฝูงชน พร้อมกับประกาศอย่างเด็ดขาดว่า “ท่านเสนาบดีทั้งหลาย ข้าหวังว่าพวกท่านจะจัดเตรียมเสบียงให้พร้อม ในขณะเดียวกัน จงประกาศให้โลกภายนอกรับรู้ว่านี่คือสงครามเพื่อกวาดล้างโจรสลัด”
“น้อมรับพระบัญชา ฝ่าบาท”
องค์กษัตริย์ตรัสต่อ “หัตถ์แบส จงส่งนกเรเวนไปเรียกตัวลอร์ดบอร์รอส บาราเธียน แห่งสตอร์มแลนด์และเหล่าลอร์ดในสังกัดมาพบ และจงระดมเหล่าลอร์ดแห่งคราวน์แลนด์ด้วย”
ในฐานะผู้ช่วยที่เก่งกาจที่สุดของกษัตริย์ แบสและกษัตริย์ต่างส่งเสริมกันและกันจนทำให้ราชอาณาจักรสงบสุขและรุ่งเรืองดังเช่นปัจจุบัน ดังนั้นบราเธอร์แบสจึงกล่าวโดยไม่ลังเลว่า “ฝ่าบาท ข้าจะส่งนกเรเวนออกไปเดี๋ยวนี้เพื่อติดต่อกับเหล่าลอร์ดต่างๆ ให้เตรียมตัวสำหรับสงคราม”
องค์กษัตริย์พยักหน้าด้วยความพอพระทัย เมื่อพิจารณาว่าบุตรชายทั้งสามของเขากำลังจะไปสนามรบ เบลอนจึงตั้งใจจะทูลขอองค์กษัตริย์เพื่อเข้าร่วมศึกครั้งนี้ด้วย
“ฝ่าบาท ข้าปรารถนาจะนำเวก้าเข้าร่วมศึกนี้ด้วย”
ก่อนที่เบลอนจะพูดจบ เขาก็ถูกขัดจังหวะโดยองค์กษัตริย์ “เบลอน หน้าที่หลักของเจ้าในตอนนี้คือการสร้างความมั่นคงภายในคิงส์แลนดิ้ง และเรียนรู้วิธีการเป็นผู้บัญชาการกองทัพรักษาเมืองที่มีคุณสมบัติเหมาะสม”
“หากเจ้ากังวลเพียงเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหนูทั้งสาม ก็จงวางใจเถิด ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เอมอนอยู่กับพวกเขาหรอก ลำพังมังกรที่โตเต็มวัยที่พวกเขาสามคนครอบครองอยู่ก็เพียงพอที่จะทำลายล้างอันตรายใดๆ ได้แล้ว”
เบลอนเข้าใจการตัดสินใจของบิดาเป็นอย่างดี แม้พระองค์จะปฏิบัติต่อผู้คนอย่างอ่อนโยน แต่อำนาจของกษัตริย์นั้นไม่สามารถโต้แย้งได้ เขายังรู้ด้วยว่าภายใต้การคุ้มครองของมังกรทั้งสาม อันได้แก่ ความพรั่นพรึงสีดำ เมแรกเซส และเวก้า ลูกๆ ของเขาจะปลอดภัยอย่างแน่นอน เขาข่มความกังวลในใจและสลัดความหดหู่ออกไปก่อนจะกล่าวว่า
“ข้าเข้าใจแล้ว ฝ่าบาท ข้าจะทำหน้าที่อย่างสุดความสามารถ”
“พี่ท่าน ข้าหวังว่าท่านจะช่วยดูแลพวกเขาทั้งสามด้วย ไม่มีใครในกลุ่มนี้ที่เป็นประเภทอยู่นิ่งๆ ได้เลย”
เอมอนกล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “อย่ากังวลไปเลย ข้าจะให้พวกเขาอยู่ข้างกายตลอดเวลา และจะสอนให้พวกเขารู้วิธีการรับมือกับสงครามอย่างถูกต้อง”
การประชุมสภาเล็กดำเนินไปอย่างราบรื่น ในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่าเอมอนจะเป็นผู้นำกองเรือทาร์แกเรียนและตระกูลเวแลเรียนออกเดินทางจากทะเลโดยตรง เพื่อโอบล้อมเกาะทาร์ธทั้งหมด ตัดขาดการสนับสนุนจากอาณาจักรแห่งบุตรีในทวีปตะวันออก และป้องกันไม่ให้คนบนเกาะทาร์ธหลบหนีไปได้
ในขณะเดียวกัน กองทัพของสตอร์มแลนด์และคราวน์แลนด์ ภายใต้การนำของลอร์ดบอร์รอส จะทำหน้าที่ตัดการสนับสนุนของชาวดอร์นที่มีต่อกลุ่มโจรสลัดแห่งทาร์ธโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้เหล่าโจรสลัดหนีไปยังดอร์นทางบก
กองทัพจากสถานที่ต่างๆ กำลังเตรียมการอย่างลับๆ แต่ชาวไมร์บนเกาะทาร์ธกลับได้กลิ่นอายของสงครามเสียแล้ว
ภายใต้การนำของเครนยา พวกเขาปล้นสะดมหมู่บ้านโดยรอบอย่างบ้าคลั่งยิ่งขึ้น เเครนยายังไม่พอใจ และเป้าหมายของพวกเขาถูกกำหนดไว้ที่ฮัลล์
ในฐานะศูนย์กลางทางการเมืองของทาร์ธ ฮัลล์เป็นที่ตั้งของปราสาทตระกูลทาร์ธ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการโจมตีครั้งนี้รวดเร็วมาก คาเมรอนจึงได้ย้ายราษฎรและทหารยามของฮัลล์ไปยังหุบเขาตอนกลางตั้งแต่ตอนที่เขาไปดรากอนสโตน เพื่อตั้งค่ายพักแรมชั่วคราว
ดังนั้น กลุ่มโจรสลัดที่ประกอบด้วยชาวไมร์ซึ่งนำโดยเครนยาจึงได้รับเพียงธัญพืชและทรัพย์สินธรรมดาๆ และปราสาทที่ว่างเปล่าเท่านั้น
สิ่งนี้ทำให้เครนยาโกรธมาก จากร่องรอยที่ชาวทาร์ธทิ้งไว้เนื่องจากไม่มีเวลาลบออก หน่วยสอดแนมที่โจรสลัดส่งออกไปจึงพบกับค่ายพักแรมชั่วคราวของพวกเขา
เอกอนทั้งสามคนเข้าร่วมกับกองเรือในทะเล แต่เนื่องจากพวกเขาขี่มังกร จึงมาถึงใจกลางของทาร์ธในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง สามพี่น้องเอกอนติดตามเอมอนผู้เป็นอามายังใจกลางทาร์ธอย่างลับๆ เพื่อพบกับเซอร์คาเมรอนเป็นการส่วนตัว
ในขณะเดียวกัน โจรสลัดที่แอบติดตามคาเมรอนอยู่ก็ได้พบกับอาและหลานทั้งสี่คนที่เดินทางมาพบเขา นอกจากเอกอนแล้ว ไม่มีใครรู้เลยว่าพวกเขากำลังถูกโจรสลัดจับตามองอยู่
เอกอนรู้ดีว่าเจ้าชายเอมอนผู้เป็นอาของเขาได้สิ้นพระชนม์ระหว่างการพบปะลับกับคาเมรอน ดังนั้นเขาจึงระแวดระวังอย่างเต็มที่ มือของเขาจับอยู่ที่ด้ามดาบ
พี่ชายทั้งสองและอาของเขาพากันหัวเราะในตอนท้าย โดยบอกว่าเอกอนระแวงเกินไป และบอกให้เขาวางใจได้ว่านี่คือฐานที่มั่นของคาเมรอน จะไม่มีใครอื่นอยู่ที่นี่
พวกโจรสลัดเองก็สับสนไม่แพ้กันเพราะพวกเขาจำคนเหล่านี้ไม่ได้ พวกเขามีหน้าที่เพียงจับตามองคาเมรอนและตั้งใจจะลอบสังหารเขาหากมีโอกาส
เห็นได้ชัดว่าคาเมรอนไม่รู้ตัวว่าถูกจับตามอง เมื่อเขาได้รับแจ้งจากทหารยามว่าเจ้าชายเอมอนได้พาหลานชายทั้งสามมาหา เขาจึงรีบวิ่งออกมาต้อนรับด้วยความดีใจ ภาพนี้ถูกพวกโจรสลัดที่เฝ้าติดตามอยู่เห็นเข้าพอดี
หลังจากเห็นคาเมรอน พวกโจรสลัดก็แอบหยิบหน้าไม้กลไกยิงต่อเนื่องที่ตั้งใจจะใช้ลอบสังหารเขาออกมา ลูกศรแหลมคมกว่าสี่สิบดอกถูกเล็งไปที่คาเมรอนและอาหลานทั้งสี่คน
เปลือกตาของเอกอนกระตุกไม่หยุด เขาสัมผัสได้ว่าบางอย่างที่เลวร้ายกำลังจะเกิดขึ้น เขากระชับด้ามดาบให้แน่นขึ้นในขณะที่คอยกวาดสายตามองไปรอบๆ ป่าทึบและทหารยามข้างกายอยู่ตลอดเวลา เมื่อรู้สึกถึงทิศทางที่ออร่าอันตรายพุ่งออกมา เขาก็สวมหมวกเกราะอย่างแนบเนียน เขาพบบุคคลที่คิดร้ายมากกว่าสิบคนปะปนอยู่ในกลุ่มของคาเมรอน
เนื่องจากความสนใจของคนอื่นๆ อยู่ที่พวกเขาทั้งสี่คน จึงไม่มีใครสังเกตเห็นคนที่กำลังเคลื่อนไหวเล็กน้อยท่ามกลางเหล่าทหารยามและราษฎรภายใต้การบังคับบัญชาของคาเมรอน