เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 20 กองทัพราบ!

ตอนที่ 20 กองทัพราบ!

ตอนที่ 20 กองทัพราบ!


กู้เฉิงหยวนนำทหารทั้งหลายไปรับประทานอาหารร้อน ๆ ที่โรงอาหาร

เนื่องจากจำนวนผู้รอดชีวิตยังไม่มากนัก จึงยังไม่ได้มีการแบ่งงานชัดเจน มื้อนี้จึงเป็นการร่วมแรงร่วมใจกันของผู้รอดชีวิตทั้งหมดที่ยังอยู่เฝ้าฐาน

ใครที่ทำอาหารเป็นก็ไปรับผิดชอบหม้อกระทะ ส่วนใครทำไม่เป็นก็ไปล้างผัก เตรียมวัตถุดิบ ทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ แม้กับข้าวจะไม่หรูหรานัก

เป็นแค่เมนูบ้าน ๆ อย่างมันฝรั่งผัดเปรี้ยวเผ็ด เนื้อวัวผัดพริกเขียวอะไรทำนองนั้น แต่อร่อยใช้ได้ ทหารแต่ละนายก็กินกันอย่างเอร็ดอร่อย

แน่นอนว่าย่อมมีเหตุไม่คาดฝันบ้าง เช่นกลุ่มของไช่อันซินไม่ได้คาดคิดว่าจะมีคนเพิ่มขึ้นเยอะขนาดนี้

แต่สำหรับทหารกลุ่มใหม่นี้ ผู้รอดชีวิตที่มีอยู่ก่อนล้วนแสดงท่าทีต้อนรับ ในยามภัยอันตรายเช่นนี้ ผู้คนย่อมโหยหาการรวมกลุ่มกันเป็นธรรมดา

ยิ่งมีทหารเพิ่มมาอีกหนึ่งหน่วย ก็ยิ่งทำให้ความรู้สึกปลอดภัยของพวกเขาเพิ่มขึ้นมาก

หลังรับประทานอาหารเสร็จ กู้เฉิงหยวนก็มอบหมายหน้าที่ดูแลผู้รอดชีวิตให้ไช่อันซินรับผิดชอบไปโดยตรง ไม่เข้าไปยุ่งเรื่องจุกจิกอีก

ตามความคิดของกู้เฉิงหยวน เขาจะรับผิดชอบเฉพาะด้านการทหาร ส่วนเรื่องปากท้องให้คนอื่นจัดการแทน เพื่อลดภาระที่ต้องใช้พลังสมอง

ในโลกยุคสิ้นโลกนี้ ไม่มีคำว่าชิงอำนาจ ตราบใดที่ตนถือครองพลังอำนาจทางการทหาร อำนาจอื่นย่อมขึ้นอยู่กับตนเพียงใจคิด

เมื่อกลับมาที่ห้อง เขาก็จัดการแก้ไขเวรยามทันที ตัดชื่อไช่อันซินกับอีกสองคนออก แล้วเพิ่มหน่วยใหม่ที่เพิ่มเข้ามาแทน

นับจากนี้ไป งานรักษาความปลอดภัยก็จะอยู่ในความดูแลของทหารอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งเป็นระเบียบและมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

กู้เฉิงหยวนล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อย แล้วนอนคิดแผนพัฒนาต่อครู่หนึ่ง ระลึกถึงบิดามารดากับน้องชาย แล้วก็เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว

เช้าตรู่ของวันถัดมา ขณะลุกจากเตียงก็ได้กลิ่นหอมของซาลาเปาและโจ๊กข้าวฟ่างลอยมาตามทางเดิน

ตอนแรกเขายังคิดว่าตัวเองคิดไปเอง จนกระทั่งพู่กวงเฉียงถือถาดอาหารเข้ามาในห้อง

“ผู้บังคับบัญชา ตื่นมารับประทานอาหารเช้าได้แล้วครับ!”

“เมื่อครู่ท่านประธานไช่พาคนมายกอาหารเช้ามาให้ ซาลาเปาเนื้อหมูมีทั้งไส้ผักกาดขาวกับไส้เนื้อวัว ผมนำมาให้ท่านอย่างละสองลูก แล้วก็ตักโจ๊กข้าวฟ่างมาหนึ่งชาม พร้อมกับนมกล่องหนึ่งด้วยครับ!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น กู้เฉิงหยวนก็รู้สึกหิวทันที เอ่ยถามอย่างลวก ๆ ว่า “พวกเขาเป็นคนทำรึ?”

“ใช่แล้วขอรับ ผู้รอดชีวิตที่ช่วยเมื่อวานมีอยู่สองคนเป็นพ่อครัว เมื่อคืนนี้หลังรับประทานอาหารเสร็จ พวกเขาก็ไปหาท่านประธานไช่ แล้วเสนอตัวรับหน้าที่ดูแลจัดการเรื่องโรงอาหารต่อเลย”

“ไม่เลวเลย ดูท่าก็ยังมีคนที่มีจิตสำนึกอยู่บ้าง!”

“ให้ทหารกินได้เลย อีกครึ่งชั่วโมงเราจะออกเดินทาง!”

“รับทราบ!”

ครึ่งชั่วโมงต่อมา กู้เฉิงหยวนและพรรคพวกขึ้นรถอีกครั้ง มุ่งหน้าไปยังเขตพักพิง

เมื่อผู้รอดชีวิตที่เฝ้ารออยู่ในห้องตั้งแต่เช้าเห็นรถหุ้มเกราะที่คุ้นตาขับเข้ามาอีกครั้ง ต่างก็แสดงความยินดีและตะโกนต้อนรับกันยกใหญ่

ทั้งสองหน่วยยังคงใช้รูปแบบแบ่งกลุ่มต่อสู้แบบเมื่อวาน แล้วเริ่มต้นปฏิบัติภารกิจอย่างรวดเร็ว

คราวนี้กู้เฉิงหยวนไม่ได้ร่วมไปด้วย เพราะจากประสบการณ์เมื่อวานในช่วงบ่าย หน่วยที่สองได้สั่งสมประสบการณ์มาเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้เขานำทางแบบพี่เลี้ยงอีก

เขาจะอยู่หรือไม่อยู่ก็เหมือนกัน ถ้าเช่นนั้นก็นอนพักให้สบาย เปิดแอร์เย็น ๆ บนรถหุ้มเกราะเสียยังจะดีเสียกว่า

แม้จะนอนเอนกายอยู่ แต่กู้เฉิงหยวนก็ไม่ได้ละเลยการติดตามความเคลื่อนไหวของสองหน่วย ผ่านเสียงรายงานความคืบหน้าที่ดังออกมาจากวิทยุสื่อสารเป็นระยะ

จากรายงานเหล่านั้น กู้เฉิงหยวนสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าหน่วยที่สองมีพัฒนาการชัดเจนกว่าวันวานมาก ความเร็วในการกวาดล้างก็แทบไม่ต่างจากหน่วยที่หนึ่งแล้ว

แต่นั่นก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะการใช้ปืนเปิดกระป๋องมันก็ไม่ได้ต้องใช้ทักษะอะไรมากมาย หลังจากแบ่งขั้นตอนออกแล้ว ที่เหลือก็ไม่ต่างจากการทำโจทย์ตามสูตรเป๊ะ ๆ

จนกระทั่งเวลาประมาณบ่ายโมงกว่า ไช่อันซินก็นำคนมาส่งอาหารกลางวัน และในตอนนั้นเอง สองหน่วยก็สามารถกวาดล้างตึกห้าได้เรียบร้อยแล้ว

เวลานั้นยอดเงินของกู้เฉิงหยวนก็ขึ้นมาถึงหนึ่ง 1,354 หน่วย ประเมินแล้วว่าในช่วงบ่ายวันนี้น่าจะรวบรวมได้ครบสำหรับแลกหน่วยที่สาม

ใฉอันซินยังจัดการให้ผู้รอดชีวิตช่วยกันถอดเบาะหลังของรถ SUV ที่ใช้เมื่อวาน เปลี่ยนให้เป็นรถขนอาหาร ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการลำเลียงอาหารได้มากขึ้น ส่งผลให้มื้อกลางวันวันนี้อุดมสมบูรณ์ยิ่งกว่าเดิม

มีทั้งมันฝรั่งตุ๋นเนื้อวัว ถั่วฝักยาวผัดแห้ง ซุปซี่โครงหมูต้มสาหร่าย ข้าวสวยหอม ๆ กับหมั่นโถว แล้วยังมีน้ำแร่สิบลังกับเครื่องดื่มบำรุงกำลังอีกห้าลัง

การสนับสนุนครั้งนี้เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบจนกู้เฉิงหยวนรู้สึกพึงพอใจในตัวไช่อันซินมากยิ่งขึ้น

เดิมเขาคิดแค่ว่าจะทำเหมือนเมื่อวาน หาอะไรจากในตึกมาเติมท้องนิดหน่อยก็พอ แต่ไม่คาดคิดว่าจะมีการส่งข้าวกลางวันมาให้ด้วยโดยไม่ต้องสั่งการ

หลังอิ่มหนำสำราญแล้ว ไช่อันซินก็นำคนมารับถาดกับจานกลับไป ส่วนหกหน่วยรบก็กลับเข้าไปในภารกิจกวาดล้างต่ออย่างรวดเร็ว

จนกระทั่งเวลาบ่ายสี่โมง กู้เฉิงหยวนก็สามารถแลกเปลี่ยนหน่วยที่สามได้สำเร็จจากระบบ

ตอนแรกเขาคิดว่าจะได้ทหารเพิ่มอีกสิบคนเหมือนเดิม แต่พอประตูรถเปิดออก สิ่งที่เขาเห็นกลับทำให้ประหลาดใจ มีคนลงมาสิบเอ็ดคนพร้อมกับ...สุนัขทหารหนึ่งตัว

ทำไมถึงต้องเน้นว่า “หนึ่งตัว” เพราะหากกู้เฉิงหยวนไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลจากระบบซ้ำแล้วซ้ำอีกล่ะก็ เขาอาจจะเข้าใจผิดคิดว่านี่คือสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ชนิดใดชนิดหนึ่งแทน

รูปลักษณ์ภายนอกของเจ้าสุนัขทหารตัวนี้คล้ายกับหมาป่าจีนอย่างมาก แต่ขนาดตัวนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว มันตัวโตเท่าลูกวัวตัวหนึ่ง ยืนขึ้นหัวแทบจะชนใต้คางกู้เฉิงหยวนแล้ว

อุปกรณ์ป้องกันของมันก็ครบครันจนถึงฟัน มันสวมชุดเกราะกันแทงทั่วร่าง และมีอุปกรณ์เสริมที่คล้ายโครงกระดูกภายนอกสวมอยู่ ซึ่งช่วยเสริมพลังและเพิ่มความสามารถในการทนต่อแรงกระแทกอย่างมาก

อุ้งเท้าทั้งสี่ยังติดกรงเล็บเหล็กสีดำสนิท ที่เมื่อกระทบแสงแดดจะสะท้อนแวววาวเย็นเยียบจาง ๆ ออกมา

เมื่อมันนั่งลงในแถว ก็ชูคอแบกอกเต็มที่ ดวงตาเปล่งแววแห่งศักดิ์ศรี ราวกับไม่ใช่สุนัขทหารธรรมดา หากแต่เป็นราชสีห์ผู้หยิ่งผยองตนหนึ่ง

แต่หากราชสีห์แห่งทุ่งหญ้าจะได้ประจันหน้ากับเจ้าสุนัขทหารที่มีกรงเล็บเหล็กเต็มยศตัวนี้ ก็ไม่แน่ว่าจะสามารถเอาชนะได้เสียด้วยซ้ำ

แม้มันจะยังนั่งอยู่ในแถวเพราะอยู่ในระเบียบวินัย ไม่ขยับเขยื้อน แต่ในแววตาที่มองมาที่กู้เฉิงหยวนนั้นกลับเต็มไปด้วยความเป็นมิตร และความปรารถนาอยากเข้าใกล้

ส่วนชายอีกคนที่ลงมาด้วยนั้น เป็นทหารวิทยุที่ระบบจัดให้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างหน่วยทหารเต็มรูปแบบโดยตรง

เมื่อรวมเจ้าหน้าที่สื่อสารกับกู้เฉิงหยวนที่เป็นผู้บังคับบัญชา และสามหน่วยทหารราบ ก็ถือว่า “ครบโครงสร้างของกองทัพทหารราบหนึ่งกองร้อยเต็มรูปแบบแล้ว!”

………………..

จบบทที่ ตอนที่ 20 กองทัพราบ!

คัดลอกลิงก์แล้ว