- หน้าแรก
- หอบมิติหนีบ้านเดิม เริ่มต้นชีวิตใหม่ในยุคโบราณ
- บทที่ 25 ชุ่ยจือจะไปหาตงเปียวที่บ้าน
บทที่ 25 ชุ่ยจือจะไปหาตงเปียวที่บ้าน
บทที่ 25 ชุ่ยจือจะไปหาตงเปียวที่บ้าน
บทที่ 25 ชุ่ยจือจะไปหาตงเปียวที่บ้าน
นางพูดด้วยรอยยิ้ม "บ่ายนี้ข้าไปในเมืองกับซูฉิน เมียผู้ใหญ่บ้านมา
ซูฉินบอกว่าเมื่อเช้าผู้ใหญ่บ้านขึ้นเขาไปขุดผักป่า เห็นตงเปียววิ่งหน้าตั้งลงมาจากเขา ที่คอมีอะไรบางอย่างห้อยอยู่
ตงเปียวกลัวจนร้องห่มร้องไห้ ตะโกนว่ามีงูยักษ์รัดคอ ขอให้ผู้ใหญ่บ้านช่วยดึงออกให้หน่อย"
"หา?"
แม่เฒ่าหลี่เบิกตากว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ
"งูขึ้นไปรัดคอ แล้วเขาวิ่งไปทั่วเพื่อขอความช่วยเหลือเนี่ยนะ? แค่ยกมือดึงออกเองไม่ได้หรือไง?"
ฉินเนี่ยนนึกถึงสภาพของตงเปียวเมื่อตอนกลางวันแล้วก็อดขำไม่ได้ นางนึกถึงตอนที่เกิ่งเฟิงจับงูยักษ์ตัวนั้นได้ จึงพูดว่า
"บางที... เขาอาจจะกลัวงูยักษ์รัดแขนก็ได้มั้ง?"
แม่เฒ่าหลี่ยิ่งงงหนักเข้าไปอีก "ถ้ากลัวรัดแขน ก็ไม่ควรเอาคอไปเสี่ยงสิ?
อีกอย่างพอดึงงูออกมาได้ ถ้าจับหางแล้วสะบัดแรงๆ สักสองสามที งูก็ข้อหลุดแล้ว
เอาไปขายในเมืองได้เงินตั้งหลายสิบตำลึงเชียวนะ
เหมยจื่อ พรุ่งนี้เจ้าไปบ้านผู้ใหญ่บ้าน ถามซูฉินให้ละเอียดหน่อยว่าตงเปียวไปเจองูยักษ์ที่ไหน
รอขาข้าหายดีเมื่อไหร่ ข้าจะไปเดินเล่นแถวนั้นบ้าง เผื่อจะเจอโชคดีแบบนั้นบ้าง"
พูดถึงตรงนี้ แม่เฒ่าหลี่ก็นึกอะไรขึ้นได้ รีบถามว่า
"แล้วงูยักษ์ตัวนั้นไปอยู่บนคอตงเปียวได้ยังไง? แล้วสรุปงูตัวนั้นเป็นของผู้ใหญ่บ้านหรือของตงเปียว?
ถ้าให้ข้าว่า ควรเป็นของผู้ใหญ่บ้าน งูตัวนั้นก็เหลือเกิน ไปอยู่บนคอเดรัจฉานพรรค์นั้นได้ยังไง เสียของหมด"
เย่เหมยจื่อเล่าต่อ "ผู้ใหญ่บ้านใช้ไม้เขี่ยของที่คอตงเปียวออกให้
พอดูดีๆ มันไม่ใช่งู แล้วก็ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตด้วย เขาถามตงเปียวว่าไอ้สิ่งนั้นไปอยู่บนคอได้ยังไง
ตงเปียวบอกว่าเขานั่งยองๆ ในพงหญ้า กะว่าจะเก็บดอกไม้ แล้วจู่ๆ ไอ้สิ่งนั้นก็ตกลงมาคล้องคอเขา เขาเลยนึกว่าเป็นงู"
แม่เฒ่าหลี่เบ้ปาก "ตงเปียวอยากเก็บดอกไม้? ตอนนี้มีดอกไม้ที่ไหนกัน? ข้ออ้างชัดๆ
ถ้าให้ข้าเดา เขาไปนั่งยองๆ ตรงนั้นคงกะจะทำเรื่องชั่วๆ แหงๆ สงสัยเทพยดาที่ผ่านไปมาคงทนดูไม่ได้ เลยสั่งสอนสักหน่อย
ถ้าวันหน้ายังไม่เลิกทำตัวแบบนี้อีก เดี๋ยวก็โดนดีอีกแน่"
เย่เหมยจื่อเสริม "คราวนี้เขาคงกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อ ได้ยินว่ากว่าจะลากสังขารกลับบ้านได้แทบแย่ พอล้มตัวนอนก็ลุกไม่ขึ้นเลย"
ฉินเนี่ยนตกใจกับคำพูดนี้ "ลุกไม่ขึ้นเลยเหรอ? กลัวจนเป็นอัมพาตไปแล้ว?"
"ไม่ถึงกับอัมพาตหรอก ได้ยินว่าแค่ไม่มีแรงทั้งตัว หลี่เอ้อฮุยด่าเขาอยู่ทั้งบ่าย"
เย่เหมยจื่อกับแม่เฒ่าหลี่คุยเรื่องนี้กันอย่างออกรส ฉินเนี่ยนรู้ความจริงอยู่เต็มอก ได้แต่นั่งฟังเงียบๆ อยู่ข้างๆ
ค่ำคืนผ่านไปโดยไม่มีเหตุการณ์ใด
วันรุ่งขึ้น ตอนเกิ่งเฟิงขึ้นเขา ในตะกร้าสะพายหลังเต็มไปด้วยมันฝรั่งที่หั่นเป็นชิ้นสำหรับเพาะปลูก
เมื่อไปถึงแปลงนา เกิ่งเฟิงขุดหลุม ฉินเนี่ยนหย่อนชิ้นมันฝรั่งลงไปแล้วกลบดิน
พอปลูกมันฝรั่งเสร็จ เกิ่งเฟิงก็พรวนดินและทำคันนาต่อ ส่วนฉินเนี่ยนใช้ถังน้ำใบเล็กตักน้ำมารดมันฝรั่งที่เพิ่งปลูก
ทั้งสองทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง ทำงานรวดเดียวจนถึงเที่ยง เกิ่งเฟิงจึงวางอีเต้อลง
"ฉินเนี่ยน ไปเก็บน้ำผึ้งกันเถอะ"
เสียงของฉินเนี่ยนใสกังวานราวกับสายลมพัดผ่านกระดิ่งลม "ตกลง ไปกันเถอะ"
ทั้งสองเดินมาถึงใต้ต้นไม้ใหญ่เหล่านั้น เกิ่งเฟิงเงยหน้ามองแล้วพูดพร้อมรอยยิ้ม "แล้งมาหลายปี แถวนี้ไม่เห็นดอกไม้ป่าเลยสักดอก
จะมีรังผึ้งได้ยังไงกันนะ?"
ฉินเนี่ยนตอบว่า "บางทีถ้าเดินทะลุป่าดงดิบตรงนั้นไป ลึกเข้าไปในหุบเขาอาจจะมีน้ำพุและดอกไม้ป่าก็ได้นะ?"
เกิ่งเฟิงพยักหน้า "อาจจะมีจริงๆ ก็ได้"
พูดจบ เกิ่งเฟิงก็มุดเข้าไปสำรวจในถ้ำก่อน ข้างในมีใบไม้ร่วงอยู่บ้าง คงถูกลมพัดเข้ามา
นอกจากใบไม้แห้ง ก็ไม่มีอะไรอย่างอื่น
เกิ่งเฟิงออกมาจากถ้ำ ถือถังใบเล็กแล้วปีนขึ้นต้นไม้ สมกับเป็นนายพรานมือฉมัง ท่าทางคล่องแคล่วว่องไวราวกับลิงค่าง
เมื่อปีนขึ้นไปถึงความสูงระดับหนึ่ง เขาเอาถังใบเล็กที่ถือมาแขวนไว้กับกิ่งไม้ แล้วล้วงมือเข้าไปในรังผึ้ง หยิบเอารวงผึ้งข้างในออกมา
สิ่งที่ยากแสนเข็ญสำหรับฉินเนี่ยน กลับกลายเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับเกิ่งเฟิง
ดูเหมือนบางเรื่องต้องอาศัยความชำนาญเฉพาะทางจริงๆ
เกิ่งเฟิงปีนลงมาจากต้นไม้ มองรวงผึ้งในถังใบเล็กแล้วพูดว่า "แค่นี้ก็ได้น้ำผึ้งตั้งสิบกว่าชั่งแล้ว
วันนี้ข้าเอาถังใบเล็กมา พรุ่งนี้ค่อยเอาถังใบใหญ่มาเก็บส่วนที่เหลือ
ของพวกนี้จัดการยาก ขืนให้ชาวบ้านเห็น เดี๋ยวก็แห่มาขอที่บ้านกันหมด"
ฉินเนี่ยนคิดครู่หนึ่ง "เกิ่งเฟิง พรุ่งนี้เราเอาถังใบใหญ่ขึ้นมา เก็บน้ำผึ้งใส่ถังแล้วเอาไปซ่อนไว้ในถ้ำดีไหม?
ว่างเมื่อไหร่ค่อยทยอยขนกลับบ้านทีละนิด"
เกิ่งเฟิงตบมือชอบใจ "ความคิดนี้เข้าท่า! แต่ต้องหาถังที่มีฝาปิด แล้วเอาหินทับฝาไว้
ตัวถังก็ต้องเอาหินกันไว้ด้วย เดี๋ยวพวกหมูป่าหรือสัตว์อื่นเข้ามาทำหกหมดจะเสียของเปล่า"
หลังจากวางแผนกันเสร็จ ทั้งสองก็หิ้วถังใบเล็กเดินกลับ
เลยเวลาเที่ยงไปแล้ว พวกเขาจึงเริ่มกินข้าว
มื้อเที่ยงเป็นแผ่นแป้งข้าวโพดจี่กับมันฝรั่งผัดต้นหอม เย่เหมยจื่อใส่น้ำมันเยอะมาก แค่เปิดโถผัก กลิ่นหอมก็ลอยฟุ้ง
เย่เหมยจื่อแบ่งเต้าเจี้ยวที่ซื้อเมื่อวานใส่กระปุกเล็กมาให้ ส่วนที่เหลือให้เกิ่งเฟิงแบกขึ้นมาเก็บไว้ในที่เย็นๆ บนเขา จะได้กินสะดวก
ฉินเนี่ยนหยิบถุงน้ำมารินน้ำพุวิญญาณให้คนละชาม ทั้งสองกินมื้อเที่ยงกันอย่างเอร็ดอร่อย
พอกินเสร็จก็ทำงานต่อเหมือนเมื่อวาน จนตะวันจวนจะลับขอบฟ้าถึงได้เลิกงานกลับบ้าน
ที่ทางเข้าหมู่บ้าน ฉินเนี่ยนเจอกับหลินชุ่ยจือ
ไม่เจอกันแค่ไม่กี่วัน หลินชุ่ยจือผอมโซจนจำแทบไม่ได้ รูปร่างของนางทำให้ฉินเนี่ยนนึกถึงกิ้งก่า
"พี่สะใภ้ชุ่ยจือ ทำไมผอมขนาดนี้?"
ฉินเนี่ยนไม่กล้าพูดเสียงดัง กลัวเสียงจะทำให้หลินชุ่ยจือตกใจตาย นางดูอ่อนแอเหลือเกิน
ริมฝีปากของชุ่ยจือขยับ ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงได้เอ่ยเสียงเบาหวิว "เจ้าสามของข้าตายแล้ว"
ฉินเนี่ยนก้มหน้าลง "ข้ารู้แล้ว พี่สะใภ้ชุ่ยจือ คนตายฟื้นคืนไม่ได้ ท่านต้องหักห้ามใจและเข้มแข็งไว้นะ"
"อืม ข้าจะเข้มแข็ง เพื่อลูกอีกสองคน ข้าต้องเข้มแข็ง"
เสียงของชุ่ยจือเบาหวิวเหมือนตัวนาง ราวกับไม่มีน้ำหนัก
"ฉินเนี่ยน ข้ารอเจ้าอยู่ที่นี่นานแล้ว อยากจะไหว้วานเจ้าสักเรื่อง"
"ว่ามาสิ"
ชุ่ยจือเงียบไปนานกว่าจะเลื่อนสายตาจากพื้นขึ้นมามองหน้าฉินเนี่ยน "ตงเปียวติดเงินข้าอยู่
ข้าหาตัวเขาไม่เจอ เจ้าช่วยหาโอกาสบอกเขาแทนข้าหน่อยได้ไหม ให้เขาเอาเงินมาคืนข้าที"
ฉินเนี่ยนอึ้งไป "พี่สะใภ้ชุ่ยจือ ถ้าตงเปียวติดเงินท่าน ท่านก็ไปทวงที่บ้านเขาสิ?
ทำไมต้องฝากข้าไปบอกให้ยุ่งยากด้วย?"
ใบหน้าซีดเซียวของชุ่ยจือไม่มีแววละอายใจเลยสักนิด "ฉินเนี่ยน วันนั้นในถ้ำ เจ้าได้ยินหมดแล้วใช่ไหม?
ครั้งนั้นข้ายอมมีอะไรกับตงเปียว พอเขารู้ว่าเจ้าก็อยู่ในถ้ำด้วย เขาก็วิ่งหนีไป
เขารับปากว่าจะให้เงินข้า แต่ก็ไม่เคยให้ ถ้าตอนนั้นเขาให้เงินมา เจ้าสามของข้าก็อาจจะไม่ตาย"
ที่แท้ก็มาขอให้ช่วยทวงเงินค่าตัว ฉินเนี่ยนทำหน้าไม่ถูก มองชุ่ยจืออย่างลังเล ไม่รู้จะรับปากดีหรือไม่
ชุ่ยจือพึมพำกับตัวเองต่อ "เจ้าช่วยบอกตงเปียวที ถ้าเขาไม่ยอมจ่าย ข้าจะยอมแตกหัก บุกไปทวงถึงบ้านเขาเอง
ถ้าเขากล้าตีข้าให้ตาย ก็ให้มันรู้ไป"
พูดจบ นางก็ถอนหายใจยาว
ฉินเนี่ยนวางตะกร้าสะพายหลังลงกับพื้น หยิบมีดด้ามไม้สั้นสำหรับขุดผักป่าออกมาจากตะกร้า
แล้วยื่นตะกร้าให้ชุ่ยจือ