- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 317 เริ่มซ่อมแซม
ตอนที่ 317 เริ่มซ่อมแซม
ตอนที่ 317 เริ่มซ่อมแซม
มือเรียวยาวขาวผ่องของเขากำป้ายคำสั่งที่สลักคำว่า หวงซานเต้าเนี่ยซวิน เอาไว้ ทว่ามันกลับค้างอยู่กลางอากาศ เนิ่นนานก็ยังไม่ได้รับการตอบรับ
เนี่ยซวินมองนาง
บนใบหน้าซีดขาวที่งดงามเย็นชาของดรุณีน้อยมีสีหน้าเรียบเฉย คิ้วเรียวขมวดมุ่นเล็กน้อย นางกล่าวว่า
“เนี่ยซวิน อย่างไรจึงจะนับว่าไม่ขัดต่อมโนธรรมของท่าน? ฆ่าคนวางเพลิงนับหรือไม่? ให้ท่านล่วงเกินคนทั่วหล้าเพื่อช่วยข้า นับหรือไม่? หากน้ำใจของท่าน เพียงแค่ต้องการช่วยเรื่องเล็กน้อยของข้า เช่นนั้นพวกเราก็คงไม่มีอะไรต้องคุยกัน ข้าให้คำมั่นกับท่านไม่ได้”
กล่าวจบ นางก็ทำท่าจะก้าวเท้าเดินจากไป
ทว่าในจังหวะที่เดินสวนกันนั้นเอง เนี่ยซวินก็คว้าแขนของนางเอาไว้
รั้งนางให้หยุดฝีเท้า
“แม่นางเสิ่น พวกเราสี่กลุ่มเปรียบเสมือนเป็นหนึ่งเดียวกัน เป็นตายร่วมกัน ล้วนแบกรับภาระหน้าที่ในการซ่อมแซมปราการสวรรค์ ข้าไม่ขอให้เจ้าทำเพื่อส่วนรวมอย่างไม่เห็นแก่ตัว เพียงขอว่าในยามที่เจ้าปกป้องกลุ่มทิศตะวันตก ก็ช่วยปกป้องกลุ่มอื่นบ้างสักเล็กน้อย”
เสิ่นเยียนเอียงคอ มองเขาพลางกระตุกยิ้มมุมปาก น้ำเสียงเจือแววเยาะหยัน
“คุณชายเนี่ย ท่านล้อข้าเล่นแล้ว ข้าเป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นปฐพีตัวเล็กๆ คนหนึ่ง จะไปปกป้องผู้คนมากมายขนาดนั้นได้อย่างไร? ท่านประเมินข้าสูงเกินไปแล้ว”
เนี่ยซวินสบตากับดวงตาสีนิลคู่นั้นของนาง ที่ทั้งอันตรายและแผ่ไอเย็นยะเยือก แต่กลับดึงดูดสายตาจนไม่อาจละไปได้
“ปล่อย!”
เสิ่นเยียนปรายตามองมือที่จับแขนตนเองไว้อย่างเย็นชา
เนี่ยซวินคลายมือออก
ขณะที่เสิ่นเยียนกำลังจะก้าวเท้าจากไป เนี่ยซวินก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่ช้าไม่เร็วประโยคหนึ่ง
“ข้าสามารถช่วยแม่นางคนนั้นได้”
ฝีเท้าของเสิ่นเยียนชะงักลง นางหันกลับมามองเนี่ยซวิน
“ท่านว่าอะไรนะ?”
เนี่ยซวินกล่าว
“แม่นางของกลุ่มอู๋เซี่ยงผู้นั้น บาดเจ็บสาหัส กระดูกแตกหัก หากกระดูกไม่สามารถสมานคืนได้ แม่นางผู้นั้นมีความเป็นไปได้สูงว่าจะไม่สามารถบำเพ็ญเพียรได้อีกตลอดไป ในมือข้า... มียาอย่างหนึ่ง สามารถทำให้กระดูกของนางสมานตัวได้ในเวลาอันสั้น”
ไม่สามารถบำเพ็ญเพียรได้?
เสิ่นเยียนหลุบตาลง ปิดบังอารมณ์ในดวงตา
ขณะที่นางคิดจะเอ่ยปากว่า ข้ารับปากคำขอของท่าน ท่านต้องรักษาศิษย์พี่โจวให้หายดี กลับได้ยินเขาเอ่ยขึ้นว่า
“พาข้าไปดูอาการแม่นางคนนั้นเถิด”
เสิ่นเยียนชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเห็นท่าทีสงบนิ่งเป็นธรรมชาติของเขา ในใจก็เกิดความรู้สึกคล้ายถูกเขาวางแผนเล่นงานอยู่ลางๆ
“นี่ท่านกำลังถอยเพื่อรุกหรือ?”
“ไม่ใช่”
เนี่ยซวินยิ้มบางๆ
“ข้าค้นพบว่าทุกคนล้วนมีความคิดเป็นของตนเอง ข้าไม่ควรฝืนใจใครบางคนเพื่อคนอื่น บางที... ทุกสิ่งล้วนมีชะตากำหนด”
เสิ่นเยียนได้ยินดังนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะมองเขาซ้ำอีกหลายครั้ง ครั้งแรกที่เจอกันในแดนทักษิน เขาก็พยายามเกลี้ยกล่อมผู้อื่นอย่างสุดกำลัง แต่ภายหลังเขาก็ยอมแพ้ มองดูผู้อื่นรับผลกรรมอย่างเฉยชา
คนผู้นี้ แปลกประหลาดยิ่งนัก
จะบอกว่ามีเมตตา แต่ก็ไม่ได้เมตตาจนโง่เขลา
ยามเขาปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น จะไม่ใช้ฐานะหรือพลังกดดันบีบคั้นผู้อื่นทีละก้าว
“เหตุใดจึงมองข้าเช่นนี้?”
เนี่ยซวินแววตาอ่อนลง เอ่ยถามเสียงเบา
“ไม่มีอะไร”
เสิ่นเยียนกล่าว
“ในเมื่อท่านสมัครใจจะรักษาศิษย์พี่โจว เช่นนั้นก็ตามข้ามาเถิด”
เนี่ยซวินกางร่มกระดาษ เดินตามหลังนางไป
ทั้งสองเดินกลับเข้ามาในกลุ่มกลุ่มทิศตะวันตกพร้อมกัน
เสิ่นเยียนบอกเรื่องที่เนี่ยซวินสามารถรักษาโจวฝูได้กับอินซือเยี่ยนและคนอื่นๆ
อินซือเยี่ยนและคนอื่นๆ พอได้ยิน สีหน้าก็เต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ มองไปที่เนี่ยซวิน
ระหว่างที่เนี่ยซวินกำลังรักษากระดูกให้โจวฝู สมาชิกกลุ่มชูร่าก็เข้ามาล้อมเสิ่นเยียน เอ่ยถามว่า
“เมื่อครู่นี้ศิษย์อาเล็กเนี่ยพูดอะไรกับเจ้าหรือ?”
เสิ่นเยียนอธิบายอย่างรวบรัด แต่ละเว้นเรื่องที่อูอิ่งเป็นหนึ่งในเจ็ดสัตว์อสูรยุคหงฮวงเอาไว้
จูเก๋อโย่วหลินกระซิบเสียงเบา
“ศิษย์อาเล็กเนี่ยผู้นี้ช่างเป็นคนแปลกประหลาดจริงๆ!”
“เขาแค่ไม่ได้หัวโบราณคร่ำครึขนาดนั้น”
อวี๋ฉางอิงหัวเราะเบาๆ
“แต่ว่า เขาหน้าตาดีจริงๆ นะ จิตใจก็ดีงามมากด้วย”
จูเก๋อโย่วหลินขมวดคิ้ว แค่นเสียงฮึ
“พวกเราก็หน้าตาไม่เลวเหมือนกัน เข้าใจไหม?”
อวี๋ฉางอิงถอนหายใจ
“เริ่มจะดูจนเบื่อแล้ว”
ทุกคน
“...”
ในขณะเดียวกัน คนของอีกสามกลุ่มที่เหลือเห็นเนี่ยซวินเป็นฝ่ายเข้าไปรักษาอาการบาดเจ็บให้คนของกลุ่มทิศตะวันตก ก็อดไม่ได้ที่จะลอบคาดเดาในใจ หรือจะเป็นเสิ่นเยียนที่ไปขอร้องให้เนี่ยซวินช่วย?
เหยียนเหยาสีหน้าเย็นชาลงเล็กน้อย นางมองเสิ่นเยียนด้วยสายตาไม่เป็นมิตร
เมื่อครู่เนี่ยซวินมีการสัมผัสถูกเนื้อต้องตัวกับเสิ่นเยียน นั่นทำให้นางรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง
นังเสิ่นเยียนนี่มีดีอะไร ถึงทำให้เนี่ยซวินมองนางด้วยสายตาพิเศษเช่นนั้นได้?
สมาชิกกลุ่มชูร่าทั้งแปดคนต่างนั่งขัดสมาธิพักผ่อน ฟื้นฟูพลังวิญญาณให้ได้มากที่สุด
ในระหว่างกระบวนการนี้ เจียงเสวียนเยว่ก็เลื่อนระดับ
ระดับการบำเพ็ญเพียรของนางทะลวงเข้าสู่ขั้นปฐพีระดับสิบ
และในตอนนั้นเอง จู่ๆ อิ๋งฉีก็เอ่ยขึ้น
“พวกเรามาถึงแดนจิ้นซวีชั้นที่สามแล้ว รีบปรับลมหายใจ อีกครึ่งชั่วยาม พวกเราจะเริ่มใช้หินแสงศักดิ์สิทธิ์ซ่อมแซมปราการสวรรค์ชั้นที่สาม! อีกอย่าง ห้ามใครไปแตะต้องหรือทำให้ซากมังกรในแดนจิ้นซวีชั้นที่สามตื่นตระหนกเด็ดขาด ผู้ใดฝ่าฝืน ตาย!”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว แต่กลับทำให้ทุกคนนึกถึงจุดประสงค์ที่ตนเองมาที่นี่ได้
ไม่มีใครคัดค้าน
จากนั้น ทุกคนก็เริ่มทำแผล รักษาอาการบาดเจ็บ แล้วรีบปรับลมหายใจ ฟื้นฟูพลังวิญญาณ
เพื่อให้ฟื้นฟูพลังวิญญาณได้เร็วที่สุด แทบทุกคนต่างก็กินยาฟื้นฟูวิญญาณ
เพียงแต่ ยาฟื้นฟูวิญญาณต่างระดับกัน ผลลัพธ์ในการฟื้นฟูพลังวิญญาณในระยะเวลาสั้นๆ ก็ย่อมแตกต่างกัน
กงซุนอวิ้นหลังจากจัดการบาดแผลเสร็จ ก็ลุกขึ้นยืน เงยหน้ามองไปยังทิศทางส่วนลึกที่สุดของแดนจิ้นซวี มองผ่านซากมังกรขนาดมหึมาแต่ละร่างไป ก็เห็นเลือนรางว่า ในส่วนลึกที่สุดนั้น คล้ายจะมีปราสาทโบราณตั้งอยู่
ปราสาทโบราณแห่งนั้นกำลังแผ่ไอทมิฬเข้มข้นออกมา ลอยฟุ้งออกมาดั่งควันไฟ
สีหน้าของกงซุนอวิ้นเปลี่ยนไปทันที นางคล้ายจะเห็นเงาคนหลายร่าง แวบผ่านไป
นางขยี้ตา อยากจะมองให้ชัดเจนขึ้นอีกนิด แต่กลับพบว่า ไม่มีเงาคนใดๆ เลย
หรือว่านางจะตาฝาดไปเอง?
...
ครึ่งชั่วยามผ่านไป
ทุกคนลุกขึ้น เตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ที่รับผิดชอบ เพื่อดำเนินการซ่อมแซมปราการสวรรค์
ทั้งสี่กลุ่มแยกย้ายกัน
ทางฝั่งกลุ่มทิศตะวันตก กระดูกของโจวฝูได้รับการรักษาจากเนี่ยซวินจนหายดีแล้ว เพียงแต่โจวฝูยังคงอ่อนแอมาก และยังไม่ได้สติ จึงถูกคนในกลุ่มอู๋เซี่ยงแบกเอาไว้
พื้นที่ที่พวกเขาอยู่เมื่อครู่นี้ เป็นของปราการสวรรค์เขตทิศตะวันตก
ส่วนทิศทางที่ลึกที่สุดของแดนจิ้นซวีนั้น ตรงกับปราการสวรรค์เขตทิศตะวันออก ดังนั้น กลุ่มทิศตะวันออกจึงต้องเดินฝ่าดงซากมังกร เพื่อไปให้ถึงส่วนลึกที่สุด ขั้นตอนนี้อันตรายที่สุด
หากเป็นในอดีต พวกเขาคงไม่รู้สึกว่าการเดินผ่านดงซากมังกรนี้มีอันตราย แต่ทว่าในยามนี้—
ซากมังกรมีโอกาสตื่นขึ้นได้ทุกเมื่อ
ดังนั้น หากพวกเขาประมาทเพียงนิดเดียว ก็อาจกระตุ้นให้ซากมังกรตื่นขึ้นมาได้
“ยังดี ที่พวกเราไม่ต้องเดินต่อแล้ว”
มู่เหวินกล่าว
อินซือเยี่ยนสีหน้าเคร่งขรึม กล่าวว่า
“ศิษย์น้องเสิ่น พวกเรามาช่วยกันใช้หินแสงศักดิ์สิทธิ์ซ่อมแซมปราการสวรรค์กันเถอะ”
เสิ่นเยียนพยักหน้า
ทันใดนั้น พวกเขาก็หยิบหินแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมาพร้อมกัน จากนั้นถ่ายเทพลังวิญญาณเพื่อกระตุ้นพลังของหินแสงศักดิ์สิทธิ์ แล้วฉายแสงไปที่ปราการสวรรค์!
ปราการสวรรค์ที่เดิมทีแตกร้าวคล้ายใยแมงมุม ผ่านไปไม่นาน ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
ค่อยๆ สมานตัว
และทั่วทั้งปราการสวรรค์ก็ถูกปกคลุมด้วยชั้นแสงสีขาว ส่งเสียงดัง ฉ่าๆ ออกมาเป็นพักๆ นั่นเป็นเสียงของไอทมิฬที่กำลังถูกกำจัด
ราวหนึ่งเค่อต่อมา ปราการสวรรค์เขตทิศเหนือและทิศใต้ต่างก็ถูกปกคลุมด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ ปราการสวรรค์กำลังถูกซ่อมแซมอย่างรวดเร็ว
ทุกอย่างกำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดี
เพียงแต่ บนพื้นดินที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ของเหลวสีดำค่อยๆ ผุดซึมออกมา และแทรกซึมเข้าไปในร่างของซากมังกรแต่ละตัวอย่างเงียบเชียบ