- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 212 ถูกทำให้ตกใจจนเอ๋อ
ตอนที่ 212 ถูกทำให้ตกใจจนเอ๋อ
ตอนที่ 212 ถูกทำให้ตกใจจนเอ๋อ
เสิ่นเยียนเองก็มีโทสะในใจเช่นกัน นางเอ่ยขึ้น
"โย่วหลิน ลากมันมานี่!"
จูเก่อโย่วหลินได้ยินดังนั้น ก็รีบควบคุมเส้นใยวิญญาณกระชากเจ้าไข่ดำเข้ามาตรงหน้าเสิ่นเยียนอย่างรวดเร็ว
ในขณะเดียวกัน ในมือของเสิ่นเยียนก็เรียกเจดีย์โบราณสีดำออกมา
"ไว้ชีวิตด้วย!"
เจ้าไข่ดำสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว มันทนรับแรงกระแทกจากเจดีย์โบราณลึกลับนี้ไม่ไหวแน่!
"ข้าแค่ลืมไปชั่วขณะเอง! ด้วยฝีมือของพวกเจ้า ต้องผ่านการทดสอบสืบทอดมรดกได้แน่นอน! ข้ายังมีประโยชน์อยู่นะ! พวกเจ้าอย่าฆ่าข้าเลย! ถ้าพวกเจ้าไม่ผ่านการทดสอบ ถึงตอนนั้นค่อยฆ่าข้าก็ยังไม่สาย—"
ปัง เสียงหนึ่งดังสนั่น เจดีย์ในมือเสิ่นเยียนกระแทกใส่เจ้าไข่ดำอย่างแรง
แกรก
เสียงปริแตกแผ่วเบาดังลอดออกมา
บนผิวเปลือกไข่ปรากฏรอยร้าวรอยหนึ่งอย่างชัดเจน ตามมาด้วยเสียงร้องขอชีวิตอย่างเจ็บปวดของเจ้าไข่ดำ มันร้องห่มร้องไห้
"ข้าไม่ได้ตั้งใจนะ ฮือๆๆ พวกเจ้ารังแกข้ากันหมด... ความจำข้าไม่ค่อยดีนี่นา ข้าจากที่นี่ไปตั้งนานแล้ว ก็แค่เผลอลืมไปนิดเดียวเอง ฮือๆๆ พวกเจ้าทุบเลยสิ ทุบเลย! ทุบข้าให้ตาย! ไม่มีข้า พวกเจ้าก็ไม่รู้วิธีกระตุ้นให้การทดสอบเริ่มขึ้นหรอก!"
พูดไปพูดมา มันก็เริ่มมีความคิดแบบหมูตายไม่กลัวน้ำร้อนจึงตะโกนเสียงแหลมออกมา
"เจ้า... คิดว่าตัวเองสำคัญนักหรือ?"
เสิ่นเยียนหลุบตามองมันด้วยสายตาเย็นชา น้ำเสียงแฝงกลิ่นอายที่ทำให้ผู้คนหนาวเหน็บจนขนลุก
เจ้าไข่ดำชะงักกึกทันที
มือของเสิ่นเยียนลูบไล้เจ้าไข่ดำเบาๆ ท่าทางดูอ่อนโยนเป็นที่สุด
แต่ในใจของเจ้าไข่ดำกลับกรีดร้อง น่ากลัว น่ากลัว น่ากลัว! น่ากลัวเกินไปแล้ว!
อย่าลูบอีกเลย!
จู่ๆ เสิ่นเยียนก็ยิ้มออกมา แต่แววตากลับดูเหี้ยมเกริม ทันใดนั้น นางยกเจดีย์สยบมารเก้าชั้นขึ้นแล้วทุบใส่เจ้าไข่ดำซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างโหดเหี้ยม เสียง ปัง ปัง ปัง ดังสนั่น ทุบจนเปลือกไข่ของมันแตกกระจาย
สมาชิกกลุ่มอสุราเห็นท่าทางที่เสิ่นเยียนแสดงออกมา ต่างก็ตกใจสะดุ้งโหยง
พวกเขาไม่เคยเห็นเสิ่นเยียนในสภาพบ้าคลั่งเช่นนี้มาก่อน ปกติเสิ่นเยียนจะดูสงบเยือกเย็น ใบหน้าไร้อารมณ์ รักอิสระ และเป็นคนที่เข้าถึงได้ยาก
แต่เสิ่นเยียนในตอนนี้ ราวกับฉีกกระชากเปลือกนอกที่เย็นชาทิ้งไป แล้วเผยเขี้ยวเล็บอันแหลมคมออกมาข่วนผู้คนจนเลือดสาด
เสียงร้องขอชีวิตของเจ้าไข่ดำเริ่มแผ่วลง
น้ำเสียงเจือไปด้วยความหวาดผวาสุดขีด
เสิ่นเยียนยังคงไม่หยุดมือ นางตั้งใจจะทุบเจ้าไข่ดำให้แหลกละเอียด นางลงมือหนักขึ้นเรื่อยๆ ทุบจนเจ้าไข่ดำยุบลงไป
นางยิ้มบางๆ ทว่าก้นบึ้งของดวงตาเต็มไปด้วยความอำมหิตและดื้อรั้น ทั่วร่างแผ่กลิ่นอายอันตรายที่บ้าคลั่งออกมา
"เยียนเยียน..."
เจียงเสวียนเยว่อึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มดีใจออกมา นี่สิคือเสิ่นเยียนที่นางรู้จัก เหมือนกับตอนที่เจอกันครั้งแรก ภาพที่เสิ่นเยียนแทงลิ่วล้อพวกนั้นตายด้วยท่าทางที่แฝงความบ้าคลั่งอยู่จางๆ
นางชอบเสิ่นเยียนที่เป็นแบบนี้
พวกเวินอวี้ชูมีสีหน้าแตกต่างกันไป แต่ไม่มีใครยื่นมือเข้าไปขัดขวางการกระทำของเสิ่นเยียน
ไม่นานนัก เจ้าไข่ดำก็ถูกทุบจนเละไปเกือบครึ่ง ของเหลวสีดำไหลทะลักออกมา
เจ้าไข่ดำเงียบเสียงไปโดยสิ้นเชิง ราวกับตายไปแล้ว
มือของเสิ่นเยียนและเจดีย์สยบมารเก้าชั้นต่างเปรอะเปื้อนไปด้วยของเหลวจากไข่สีดำ จากนั้นนางก็หลับตาลง ข่มอารมณ์ความพลุ่งพล่าน กลิ่นอายสังหาร ความเลือดเย็น และความบ้าคลั่งเหล่านั้นลงไป เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาของนางก็กลับมากระจ่างใสตามเดิม
นางลุกขึ้นยืนอย่างไม่รีบร้อน แล้วเก็บเจดีย์สยบมารเก้าชั้นกลับไป
จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองพวกเขาทุกคน
เสียงของเสิ่นเยียนราบเรียบเป็นที่สุด
"ขอโทษที ข้าเสียกิริยาไปหน่อย"
แม้ปากจะเอ่ยคำขอโทษ แต่น้ำเสียงของนางกลับนิ่งเรียบดุจผืนน้ำ ไร้ซึ่งความอบอุ่น
จูเก่อโย่วหลินรู้สึกประหลาดใจที่เสิ่นเยียนผู้เยือกเย็นขนาดนี้ ก็ยังมีด้านที่ควบคุมตัวเองไม่ได้เหมือนกัน แววตาของเขาไหววูบ เสิ่นเยียนนี่เป็นคนน่าสนใจจริงๆ
หากเป็นเด็กหนุ่มธรรมดามาอยู่ที่นี่ คงถูกเสิ่นเยียนทำให้ตกใจจนเอ๋อไปแล้วแน่ๆ
แต่สมาชิกกลุ่มอสุรายอมรับได้เป็นอย่างดี
ราวกับว่า... พวกเขาเกิดมาเป็นคนประเภทเดียวกัน
ตอนนี้เจ้าไข่ดำม่องเท่งไปแล้ว พวกเขาจึงขาดคนนำทาง
ทว่า พวกเขาก็ไม่อยากพึ่งพาเจ้าไข่ดำที่ไม่น่าไว้ใจให้พาเข้าสู่การทดสอบอยู่แล้ว เพราะเมื่อครู่พวกเขาก็เพิ่งจะโดนมันหลอกเข้าเต็มเปา
จูเก่อโย่วหลินเอ่ยเสียงเนือย
"ถ้ามีแค่พวกเรากลุ่มอสุราแปดคน โอกาสผ่านการทดสอบก็ถือว่าสูงอยู่ แต่ตอนนี้ต้องพ่วงเจ้าเด็กนี่ไปด้วย โอกาสชนะของพวกเราก็ลดลงไปหลายส่วน"
พวกเขามองไปที่เด็กหนุ่มชุดน้ำเงินที่ถูกจูเก่อโย่วหลินหิ้วคอเสื้ออยู่ แล้วก็ตกอยู่ในความเงียบ
เสิ่นเยียนมองไปที่จูเก่อโย่วหลิน
"ปลุกเขา"
จูเก่อโย่วหลินได้ยินดังนั้น ก็วางชิงอูลงทันที แล้วตบแก้มขาวเนียนของเขาฉาดใหญ่ เสียง เพียะ เพียะ ดังขึ้น
"เฮ้ย กินข้าวแล้ว! ลุก! ตื่นสิ!"
ชิงอูยังคงไม่มีปฏิกิริยา
จูเก่อโย่วหลินขมวดคิ้ว ประคองหัวของชิงอูขึ้นมา แล้วก้มลงไปใกล้หูของชิงอู สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตะโกนสุดเสียง
"ตื่น….ได้….แล้ว"
เสียงนี้ เกือบทำเอาแก้วหูของชิงอูแตก
ชิงอูสะดุ้งตื่นจากอาการสลบไสลด้วยความตกใจสุดขีด หน้าซีดเผือด ดวงตาเหม่อลอย เหมือนคนขวัญหนีดีฝ่อ
"เจ้าทำเขาตกใจจนเอ๋อไปแล้ว"
เจียงเสวียนเยว่เดินเข้ามา จ้องมองชิงอูอยู่ไม่กี่วินาที แล้วหันไปบอกจูเก่อโย่วหลิน
"ไม่มั้ง?"
จูเก่อโย่วหลินเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เขายื่นมือไปบีบแก้มชิงอู
ไม่มีปฏิกิริยา
จูเก่อโย่วหลินเริ่มตกใจ เขาใช้นิ้วถ่างเปลือกตาของชิงอู แล้วรีบถาม
"ชิงอู สมองเจ้ายังอยู่ไหมเนี่ย?"
เสิ่นเยียนและคนอื่นๆ
"......"
เจียงเสวียนเยว่ผลักจูเก่อโย่วหลินออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ แล้วใช้นิ้วจี้ไปที่จุดชีพจรบางจุดบนตัวชิงอูอย่างรวดเร็ว
สายตาที่เหม่อลอยของชิงอูค่อยๆ กลับมาโฟกัสได้อีกครั้ง ริมฝีปากสั่นระริก มองดูเจียงเสวียนเยว่ตรงหน้าด้วยความมึนงง
"ข้า..."
เสียงของเขาขาดห้วงไป ราวกับนึกอะไรขึ้นได้ รีบเงยหน้ามองหาเสิ่นเยียนทันที สายตาพลันดูตัดพ้อเล็กน้อย น้ำเสียงน้อยใจสุดขีด
"เสิ่นเยียน เจ้าตีข้าจนสลบทำไม?"
เปลือกตาของเสิ่นเยียนกระตุกเบาๆ เขาดันจำได้แม่นเสียด้วย
นางค่อยๆ เดินเข้าไปหา เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ถือว่ายังอ่อนโยนอยู่บ้าง
"ข้าทำไปเพื่อปกป้องเจ้านะ"
"ปกป้องข้า? ตีข้าจนสลบ เพื่อปกป้องข้าเนี่ยนะ?"
ชิงอูทำหน้ามึนตึ๊บ
"ใช่แล้ว"
เสิ่นเยียนพยักหน้า นางกำลังจะแต่งเรื่องขึ้นมาสักเรื่องเพื่อหลอกเด็กใสซื่อคนนี้
นึกไม่ถึงว่าจู่ๆ เขาก็หันไปมองทางเซียวเจ๋อชวน แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาวิ่งโซซัดโซเซไปหาเสิ่นเยียน แล้วไปหลบอยู่ข้างหลังนาง มือดึงชายแขนเสื้อของเสิ่นเยียนไว้แน่น
ชิงอูถามเสียงเบา
"เขาจะฆ่าข้าใช่ไหม?"
เสิ่นเยียนชะงักเล็กน้อย นางปรายตามองเซียวเจ๋อชวนที่ทำหน้าเย็นชา ก่อนจะหันมาพยักหน้าให้ชิงอู
"อืม"
เซียวเจ๋อชวน
"......"
ใบหน้าของเซียวเจ๋อชวนดำทะมึน นางอยากจะพูดยังไงก็เชิญตามสบายเถอะ
ในตอนนั้นเอง ชิงอูก็สังเกตเห็นเจ้าไข่ดำที่ถูกทุบจนเละ เขาตกตะลึง
"เอ๊ะ ไข่ศักดิ์สิทธิ์ทำไมถึงแตกแล้วล่ะ?!"
"ฝีมือใคร?"
ขอบตาของชิงอูแดงก่ำขึ้นมาทันที น้ำเสียงเจือความโกรธ ไข่ศักดิ์สิทธิ์ที่หุบเขามังกรของพวกเขาปกป้องมาหลายปี กลับต้องมามีจุดจบเช่นนี้ เขารู้สึกผิดต่อบรรพชนยิ่งนัก
เสิ่นเยียนเอ่ย
"ข้าทุบเอง"
ชิงอูได้ยินเช่นนั้น ก็เผยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
"เสิ่นเยียน เจ้า..."
"มันหลอกพวกเรามาหลายครั้งแล้ว"
เสิ่นเยียนเงยหน้าสบตาชิงอูตรงๆ นางไม่มีความรู้สึกดีๆ ให้เจ้าไข่ดำนี่อยู่แล้ว ตั้งแต่เจอกับเจ้าไข่ดำ มันก็คอยแต่จะหลอกพวกนางสารพัด ไม่ว่าจะเป็นตอนต่อสู้ หรือตอนที่ล่อพวกนางเข้ามาที่นี่
ความอดทนย่อมมีขีดจำกัด
"แต่ว่า แต่ว่า..."
ชิงอูเกิดอาการสับสน ความโกรธและความเศร้าในใจเมื่อครู่ พอได้ยินคำพูดของเสิ่นเยียน ก็มลายหายไปไม่น้อย
อวี๋ฉางอิงยิ้มอ่อนโยนเอ่ยปลอบ
"น้องชาย มันเป็นไข่เลว ไม่คุ้มให้เจ้าต้องเสียใจหรอก"
(คำด่าหมายถึง คนเลว)