- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 213 วิชาพยากรณ์
ตอนที่ 213 วิชาพยากรณ์
ตอนที่ 213 วิชาพยากรณ์
ชิงอูเงยหน้ามองอวี๋ฉางอิง ขอบตาแดงก่ำ น้ำตาคลอเบ้าหมุนวนอยู่ในดวงตา ดูราวกับจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
อวี๋ฉางอิงเห็นเขาในสภาพนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มถาม
"น้องชาย เจ้ากำลังจะร้องไห้หรือ?"
ชิงอูได้ยินดังนั้น ริมฝีปากก็เบะออก น้ำตาไหลพรากออกมาจริงๆ แววตาเต็มไปด้วยความโศกเศร้าปนเคียดแค้น กัดริมฝีปากเอ่ยว่า
"หุบเขามังกรของพวกเราถูกทำลาย ก็เพราะไข่เลวใบหนึ่ง... ศิษย์พี่ศิษย์น้องของข้า เพื่อให้ข้าปกป้องไข่ใบนี้ พวกเขาเอาตัวเข้าแลกเพื่อต้านทานคนของสำนักมังกรหลวง..."
"ข้าขอโทษพวกเขา เป็นเพราะข้าทำให้พวกเขาผิดหวัง"
พูดจบ ชิงอูก็มองไปที่ไข่ดำที่ถูกทุบจนเละเทะใบนั้น แล้วเดินเข้าไปหา ก้มตัวลงเก็บไข่ดำที่กำลังมีของเหลวสีดำไหลเยิ้มขึ้นมา ขอบตาแดงระเรื่อ น้ำตาเม็ดโตหยดลงบนไข่ดำที่แหลกละเอียด น้ำเสียงเจือสะอื้นไห้
"ขอโทษ..."
"นี่เจ้ากำลังโทษพวกเราหรือ?"
เซียวเจ๋อชวนทำหน้าเย็นชา ดูเคร่งขรึมและน่าเกรงขามจนทำให้คนมองรู้สึกหวาดหวั่น
ชิงอูได้ยินเสียงเขาจู่ๆ ก็สะดุ้งตัวสั่น รีบส่ายหน้าปฏิเสธ
"เปล่า!"
"นี่ล้วนเป็นกงเกวียนกำเกวียน ข้าไม่ได้โทษพวกเจ้า ข้าแค่รู้สึกผิดต่อหุบเขามังกร ผิดต่อศิษย์ร่วมสำนักเหล่านั้น เพราะข้าทำในสิ่งที่ควรทำไม่ได้"
เขาพยายามอธิบายอย่างสุดความสามารถ
ทันใดนั้น เผยอู๋ซูใช้นิ้วชี้ลูบไล้ปากปลอกกระบี่ เงยหน้าขึ้นถามหยั่งเชิง
"คนของหุบเขามังกรพวกเจ้าถูกฆ่าตายหมดแล้วจริงๆ หรือ? งั้นเจ้าก็ควรจะต้องล้างแค้นใช่หรือไม่?"
"ต้องล้างแค้น!"
น้ำเสียงของชิงอูในครั้งนี้หนักแน่นมั่นคง พูดจบเขาก็มองเผยอู๋ซูด้วยแววตาซับซ้อน เขาล่วงรู้เรื่องราวบางอย่างของเผยอู๋ซู
แม้ว่าโลกนี้ปลาใหญ่กินปลาเล็ก แต่ชิงอูจะไม่มีทางทำตัวอ่อนข้อ ยอมให้ศัตรูมาเหยียบย่ำได้ตามใจชอบเด็ดขาด
ชิงอูในฐานะนายน้อยแห่งหุบเขามังกร เป็นหนึ่งในผู้ที่รอดชีวิตมาได้
เขาเป็นเด็กกำพร้ามาตั้งแต่เด็ก ถูกเจ้าหุบเขามังกรรับไปเลี้ยงดู ต่อมาเจ้าหุบเขารู้ว่าเขามีพลังหยั่งรู้อนาคต จึงผลักดันเขาขึ้นสู่ตำแหน่งนายน้อย
ความจริงเมื่อครึ่งปีก่อน เขาทำนายได้ว่าหุบเขามังกรจะมีภัยถึงขั้นล้างสำนัก เขาแจ้งเรื่องนี้แก่เจ้าหุบเขาและเหล่าผู้อาวุโส ขอให้พวกเขาทิ้งไข่ศักดิ์สิทธิ์เสีย
แต่ทว่า พวกเขาราวกับถูกมนต์สะกด ไม่ยอมทิ้งไข่ศักดิ์สิทธิ์ไป ในใจของพวกเขา ไข่ศักดิ์สิทธิ์คือไข่สัตว์เทพ เป็นของคู่บ้านคู่เมืองของหุบเขามังกร พวกเขายังถึงขั้นพูดว่า... จะขอเป็นตายพร้อมกับไข่ศักดิ์สิทธิ์
ชิงอูเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดพวกเขาถึงดื้อรั้นเช่นนี้ ทั้งที่รู้ว่ามีภัยถึงชีวิต ก็ยังไม่ยอมทิ้งไข่ศักดิ์สิทธิ์จอมปลอมใบนี้
ก่อนที่หุบเขามังกรจะถูกทำลาย ชิงอูได้พยายามใช้วิธีการต่างๆ เพื่อให้ศิษย์ร่วมสำนักหนีออกจากหุบเขามังกร ให้พวกเขาหลีกเลี่ยงภัยพิบัติครั้งนี้
ดังนั้น เมื่อกองกำลังอื่นบุกเข้ามาฆ่าฟัน หุบเขามังกรจึงถูกทำลายภายในเวลาไม่นาน
และคนที่ชิงอูรู้สึกผิดด้วยจริงๆ คือศิษย์พี่ศิษย์น้องที่คอยปกป้องเขามาตลอด เขาทำให้ความเชื่อใจของพวกเขาต้องสูญเปล่า ปกป้องไข่ศักดิ์สิทธิ์ไว้ไม่ได้
เผยอู๋ซูได้ยินคำตอบของชิงอู สีหน้ายังคงราบเรียบ ไม่ได้เอ่ยอะไรต่อ
จู่ๆ ชิงอูก็ถามขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"ไข่ใบนี้... ให้ข้าได้ไหม?"
"เจ้าจะเอามันไปกินรึ?"
จูเก่อโย่วหลินถาม ก่อนจะขมวดคิ้ว
"ไข่ใบนี้มีน้ำดำๆ ไหลเยิ้ม ดูแล้วไม่น่าอร่อยเลย เนื้อข้างในก็เหมือนจะไม่มี แถมยังส่งกลิ่นคาวเหม็นอีกต่างหาก..."
จูเก่อโย่วหลินในฐานะยอดฝีมือด้านการทำอาหาร ย่อมไม่ชายตามองไข่ดำที่มีกลิ่นเหม็นคาวใบนี้
"ข้า... อยากได้"
เสียงของชิงอูแผ่วเบา แต่แววตากลับมุ่งมั่นแน่วแน่
เสิ่นเยียนเอ่ย
"ให้เจ้าก็แล้วกัน"
เจียงเสวียนเยว่แค่นเสียง
"ของพรรค์นี้ เดิมทีก็ไม่เอาอยู่แล้ว เจ้าอยากได้ก็เอาไปเถอะ"
จูเก่อโย่วหลินขมวดคิ้วเล็กน้อย เอ่ยเตือนด้วยความจริงจังเป็นพิเศษ
"เจ้าอย่ากินไอ้สิ่งนี้เด็ดขาดนะ"
ชิงอูสูดจมูกด้วยความซาบซึ้งใจ พยักหน้าหงึกหงักอย่างแรง
"ขอบคุณ"
ขอบคุณที่พวกเจ้าไม่ฆ่าข้า แถมยังคืนเจ้าไข่เลว... แค่กๆ ไข่ศักดิ์สิทธิ์ให้ข้า แม้ไข่ใบนี้จะตายไปแล้ว แต่อย่างน้อยก็เก็บไว้เป็นที่ระลึกได้
หลังจากขอบคุณเสร็จ ชิงอูก็ยัดไข่ดำที่ถูกทุบเละใบนั้นเข้าไปในมิติเก็บของของตน
เวลานั้นเอง เสิ่นเยียนมองไปที่ชิงอูแล้วเอ่ยว่า
"พวกเรามีเรื่องจะบอกเจ้า"
"พวกเจ้าพูดมาได้เลย!"
ชิงอูชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่รู้ว่านึกไปถึงเรื่องอะไร ตัวสั่นสะท้านขึ้นมา ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือด เอ่ยเสียงสั่นเครือ
"ขอแค่พวกเจ้าไม่ฆ่าข้า ไม่ตีข้าก็พอ"
เวินอวี้ชูมุมปากยกขึ้น เอ่ยหยอกเย้า
"เป็นเพื่อนกันแล้ว จะฆ่าแกงหรือทุบตีเจ้าได้ยังไงเล่า?"
ชิงอูมองไปตามเสียง เห็นเวินอวี้ชูที่มีแววตาอ่อนโยน ดวงตาเรียวยาวของเขาดูมีเสน่ห์ดึงดูดใจ สวมหน้ากากเงินครึ่งหน้า แต่ก็ยังเห็นริมฝีปากที่อวบอิ่มชุ่มชื้น ยามที่เขายิ้ม ราวกับได้พบสหายเก่าที่ไม่ได้เจอกันนาน ทำให้ผู้คนลดความระแวดระวังลงโดยไม่รู้ตัว
เพื่อน?
ในใจของชิงอูเกิดความประหลาดใจระคนยินดี เขานับข้าเป็นเพื่อนแล้วหรือ?
ชิงอูยิ้มตอบกลับไปทันที
เพียงแต่รอยยิ้มนี้ ในสายตาของพวกเสิ่นเยียน ช่างดูซื่อบื้อเหลือเกิน
พวกเขาแอบด่าเวินอวี้ชูในใจว่าไอ้สุภาพชนจอมปลอม เพื่อจะตีสนิทเป็นเพื่อนกับชิงอู ถึงกับยอมเสแสร้งได้ขนาดนี้
ไม่นานพวกเสิ่นเยียนก็เล่าเรื่องเกี่ยวกับการทดสอบสืบทอดมรดกให้ชิงอูฟัง
ชิงอูฟังจบ หน้าซีดหนักกว่าเดิม
"ฝีมือข้าอ่อนด้อยมาก ข้าอาจจะไม่ผ่านการทดสอบ..."
ระดับพลังของชิงอูอยู่ที่ขั้นเสวียนระดับห้า ถือว่าอ่อนแอที่สุดในกลุ่มพวกเขา ดังนั้นพอเขาได้ยินว่าการทดสอบนี้จำเป็นต้องให้เขาผ่านด้วย เขาจึงรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้ามาทันที ราวกับมีภูเขาลูกใหญ่กดทับอยู่กลางอก หนักอึ้งจนหายใจไม่ออก
อวี๋ฉางอิงทำตัวราวกับพี่สาวคนโต ยิ้มอย่างอ่อนโยน
"ยังไม่ทันได้ลอง เจ้าก็ถอดใจเสียแล้ว? น้องชายชิงอู พี่สาวเชื่อว่าเจ้าต้องทำได้แน่ พวกเราจะออกไปได้หรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเจ้าแค่คนเดียว แต่เป็นความพยายามของพวกเราทุกคน ดังนั้น เจ้าอย่ากดดันตัวเองมากเกินไปเลย"
ชิงอูได้ยินดังนั้น ความกดดันก็ลดลงไปบ้าง เขาหายใจเข้าลึกๆ แล้วพยักหน้าอย่างหนักแน่น
"ตกลง! ข้าจะพยายามให้เต็มที่!"
"เด็กดี"
อวี๋ฉางอิงยกมือลูบศีรษะของชิงอูเบาๆ
ชิงอูหน้าแดงหูแดงไปหมด เขารีบถอยหลังกรูด กัดริมฝีปากพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
เวินอวี้ชูปรายตามอง
"น้องหญิงฉางอิง อย่าทำอะไรที่มันเกินเลยนัก"
"พี่ชายอวี้ชู ท่านเองก็อยากให้น้องสาวลูบหัวบ้างหรือ?"
อวี๋ฉางอิงชักมือกลับ สายตาล้อเลียนมองไปที่เวินอวี้ชู พลางยกยิ้ม
เกินเลย?
นางไม่เห็นรู้สึกว่าการกระทำนี้จะเกินเลยตรงไหน
ไม่ใช่การจูบ และไม่ใช่เรื่องบนเตียงเสียหน่อย ก็แค่ลูบหัวเอง
เวินอวี้ชูชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้ม
"รับไว้ไม่ไหวหรอก"
...
หลังจากนั้น พวกเขาก็หารือกันเรื่องวิธีการกระตุ้นให้เกิดการทดสอบสืบทอดมรดก
สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ ชิงอูรู้วิชาพยากรณ์เขาสามารถทำนายหาเส้นทางที่ถูกต้องและเงื่อนไขในการกระตุ้นการทดสอบได้
ไม่นาน พวกเขาก็พบเส้นทางที่จะนำไปสู่การทดสอบ อยู่ทางด้านหน้าตรงนี้เอง
และเงื่อนไขในการกระตุ้นก็คือการหากระดิ่งสีแดงให้พบ
เมื่อกระดิ่งดังขึ้น แดนทดสอบจะปรากฏ
ชิงอูก้มตัวลงเก็บอุปกรณ์ทำนาย ท่าทางเหมือนนักพรตเต๋าน้อยรูปหล่อ หากสวมหมวกนักพรตเข้าไปอีกใบ ก็คงจะเหมือนเปี๊ยบเลยทีเดียว