เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 211 เจ้าไข่ดำเปิดทาง

ตอนที่ 211 เจ้าไข่ดำเปิดทาง

ตอนที่ 211 เจ้าไข่ดำเปิดทาง


สหาย?

คนทั้งหลายต่างมองหน้ากันไปมา ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไร

เสิ่นเยียนปรายตามองชิงอูที่ถูกตีจนสลบไปแวบหนึ่งอย่างเรียบเฉย ก่อนจะหันไปบอกกับทุกคน

"พักผ่อนกันสักครู่ แล้วค่อยเข้าไปในตำหนักทองคำ"

"ตกลง"

พวกเขาไม่มีข้อโต้แย้ง

จากนั้น เสิ่นเยียนก็สั่งการให้น้องเล็กอย่างเซียวเจ๋อชวนไปค้นทรัพย์สินและลูกแก้วกันน้ำจากศพของคนสำนักมังกรหลวงทั้งหกคนที่เพิ่งถูกสังหารไป

บนตัวคนทั้งหกล้วนมีลูกแก้วกันน้ำ มิเช่นนั้นคงจมน้ำตายไปนานแล้ว

เซียวเจ๋อชวนก้มหน้าก้มตาทำงานโดยไม่ปริปากบ่น เพราะเขารับบทเป็นเบี้ยล่างของกลุ่มเป็นเวลาสามเดือน

ทรัพย์สินของคนทั้งหกถูกแบ่งสรรปันส่วนให้กับสมาชิกกลุ่มอสุรา

...

ประมาณสองชั่วยามต่อมา

พลังวิญญาณของพวกเสิ่นเยียนฟื้นฟูกลับมาได้เกือบแปดเก้าส่วนแล้ว ทว่าอาการบาดเจ็บย่อมไม่หายเร็วขนาดนั้น

พวกเขาเตรียมตัวที่จะเข้าไปในตำหนักทองคำแห่งนี้

"แล้วเขาล่ะ?"

จูเก่อโย่วหลินชี้นิ้วไปที่ชิงอูซึ่งยังคงนอนสลบไสลไม่ได้สติ

แน่นอนว่าพวกเขาไม่อยากพาชิงอูเข้าไปในตำหนักทองคำด้วย เพราะชิงอูในตอนนี้สำหรับพวกเขาแล้ว ก็เปรียบเสมือนคนแปลกหน้าคนหนึ่ง แถมยังเป็นตัวถ่วงอีกต่างหาก

แต่... หากไม่พาเขาไปด้วย ปล่อยทิ้งไว้ตรงนี้ เขาต้องถูกสัตว์อสูรในน้ำกัดกินจนไม่เหลือซากแน่

พลังโชคชะตาอาจจะรักษาชีวิตเขาไว้ได้ แต่ไม่รับประกันว่าจะรักษาแขนขาของเขาไว้ได้ หากเขาเจออันตรายจนแขนขาดขาขาดขึ้นมา...

เสิ่นเยียนเงยหน้ามองจูเก่อโย่วหลิน

"เจ้าหิ้วเขาไป"

จูเก่อโย่วหลินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

"ข้าเนี่ยนะ?"

เสิ่นเยียนยิ้ม

"เจ้าเป็นน้องเล็กนี่นา"

อวี๋ฉางอิงยิ้มหวานหยดย้อย

"น้องชายโย่วหลิน ลำบากเจ้าแล้วนะ เพื่อสหายในอนาคตของพวกเรา เจ้าก็หิ้วเขาไว้ข้างกายเถอะ"

"ลำบากแย่เลย"

เวินอวี้ชูพยักหน้าให้จูเก่อโย่วหลินเล็กน้อย

จูเก่อโย่วหลินขมวดคิ้ว ชี้ไปที่เซียวเจ๋อชวนพลางร้องทุกข์

"หมอนั่นก็เป็นน้องเล็กเหมือนกันไม่ใช่เรอะ?"

เจียงเสวียนเยว่ใช้นิ้วม้วนปลายผมเปียเล่น ยิ้มตาหยี น้ำเสียงเป็นธรรมชาติ

"พวกเจ้าสองคนก็ผลัดกันสิ"

เซียวเจ๋อชวนส่งเสียง อืม ในลำคออย่างสงบ

จูเก่อโย่วหลินเห็นดังนั้น ก็ทำได้เพียงรับภารกิจนี้ไปอย่างไม่เต็มใจ เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือข้างหนึ่งคว้าคอเสื้อด้านหลังของชิงอู แล้วลากถูลู่ถูกังไปในน้ำ

ก่อนจะเข้าไปในตำหนักทองคำ เสิ่นเยียนหันไปมองเจ้าไข่ดำ

"เจ้าช่วยบอกรายละเอียดเรื่องกุญแจสีทองให้ชัดเจนกว่านี้หน่อย มันซ่อนอยู่ตรงไหนของตำหนักทองคำ? แล้วก็ ในตำหนักทองคำมีอันตรายอะไรบ้าง?"

ชั่วขณะหนึ่ง สายตาของทุกคนก็ไปรวมอยู่ที่เจ้าไข่ดำ

เจ้าไข่ดำรู้สึกกดดันหนักมากทันที

มันอธิบายเสียงอ่อย

"ข้าก็ไม่รู้ตำแหน่งที่แน่ชัดของกุญแจสีทองหรอก แต่หากอยากได้กุญแจสีทอง จำเป็นต้องผ่านบททดสอบการสืบทอดมรดกของตำหนักทองคำให้ได้เสียก่อน เช่นนั้นกุญแจสีทองจึงจะปรากฏออกมา"

"การสืบทอดมรดก?"

เวินอวี้ชูเงยหน้าขึ้น "มรดกของผู้อาวุโสเฉวียนหยางชิวท่านนั้นหรือ?"

"ใช่"

เจ้าไข่ดำตอบรับ

เฉวียนหยางชิวคือยอดฝีมือเมื่อหนึ่งพันกว่าปีก่อน เล่าลือกันว่าพลังฝีมือที่แท้จริงของเขาได้ก้าวข้ามขั้นนภาระดับสิบไปแล้ว บรรลุถึงอีกขอบเขตหนึ่ง เมื่อพันกว่าปีก่อน เขาไร้คู่ต่อสู้ในดินแดนกุยหยวน ชั่วชีวิตนี้นอกจากเขาจะหมกมุ่นอยู่กับวิถีการฝึกตนแล้ว ยังชื่นชอบของขาวของเหลือง ซึ่งก็คือทรัพย์สมบัติและของวิเศษหายากต่างๆ

มีข่าวลือว่า เขามีนิสัยประหลาด ชอบแต่งตัวเป็นขอทานออกท่องเที่ยวไปทั่วดินแดนกุยหยวน

ดังนั้น ในยุคนั้น ดินแดนกุยหยวนจึงมีคำกล่าวที่แพร่หลายว่า ยอมล่วงเกินฮ่องเต้ผู้สูงส่ง ดีกว่าล่วงเกินคนสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง

แค่นี้ก็พอจะจินตนาการได้แล้วว่า เฉวียนหยางชิวผู้นี้แข็งแกร่งเพียงใด!

สิ่งที่น่าถอนหายใจคือ ตลอดชีวิตของเฉวียนหยางชิวที่เป็นผู้บำเพ็ญเพียรอิสระ ไร้ญาติขาดมิตร ไม่แต่งงานมีลูก และไม่ได้ทิ้งลูกศิษย์ไว้สืบทอดแม้แต่คนเดียว

แต่เขาก็มีสหายรู้ใจอยู่ไม่กี่คน ซึ่งล้วนแต่เป็นบุคคลในตำนานที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุคนั้น

พอเวินอวี้ชูได้ยินว่าเป็นมรดกของเฉวียนหยางชิว หัวใจภายใต้อกแกร่งก็อดไม่ได้ที่จะเต้นรัวเร็วขึ้น นึกไม่ถึงว่าตำหนักทองคำที่เฉวียนหยางชิวทิ้งไว้เมื่อพันปีก่อน ไม่ใช่แค่สร้างไว้เป็นสุสานให้ตัวเอง แต่เพื่อคัดเลือกผู้สืบทอด

"มรดกของผู้อาวุโสเฉวียนหยางชิว..."

เผยอู๋ซูเองก็เห็นได้ชัดว่าสนใจเช่นกัน

เสิ่นเยียนรู้น้อยมากเกี่ยวกับเฉวียนหยางชิว แต่เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางตื่นตัวของพวกเขา ก็พอจะเดาได้ลางๆ ว่ามรดกของเฉวียนหยางชิวผู้นี้ สำหรับพวกเขาแล้วคงเป็นสมบัติล้ำค่าที่ประเมินค่าไม่ได้

อวี๋ฉางอิงยิ้มกล่าว

"ข้าสนใจมรดกนี้มาก แต่ข้าก็รู้ว่าพวกเจ้าทุกคนก็อยากได้มรดกนี้เช่นกัน ถ้าอย่างนั้นก็ต่างคนต่างใช้ความสามารถ แข่งขันกันอย่างยุติธรรม"

เสิ่นเยียนเสริม

"ห้ามลอบกัด ห้ามใส่ร้าย และห้ามวางแผนทำร้ายเพื่อนร่วมกลุ่มจนถึงแก่ชีวิต"

"ย่อมเป็นเช่นนั้น"

เวินอวี้ชูยิ้ม

คนทั้งแปดที่เดิมทีค่อยๆ ขยับเข้าหากัน จู่ๆ เพราะมรดกอันล้ำค่า จึงเกิดการแข่งขันทางผลประโยชน์ขึ้นมา ทำให้หยุดชะงักฝีเท้า ต่างคนต่างเว้นระยะห่างออกไปโดยไม่รู้ตัว

จูเก่อโย่วหลินเอ่ย

"เจ้าไข่ดำ เปิดทาง!"

เจ้าไข่ดำได้ยินเข้า ในใจก็ขุ่นเคือง แต่ก็ยอมลอยไปที่หน้าตำหนักทองคำ กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากตัวมัน ทำให้ประตูตำหนักใหญ่เปิดออก

พวกเสิ่นเยียนเห็นดังนั้น ก็ยกเท้าก้าวเข้าไปข้างในด้วยความระมัดระวัง

พอเข้าไปในตำหนัก ก็เห็นเส้นทางกว้างขวางสามสาย

สายหนึ่งทอดตรงไปข้างหน้า สายหนึ่งไปทางซ้าย และอีกสายหนึ่งไปทางขวา

เจ้าไข่ดำหยุดชะงัก ดูเหมือนจะลังเลเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยภาษามนุษย์ออกมา

"พวกเจ้าอยากจะผ่านการทดสอบสืบทอดมรดกของเฉวียนหยางชิวทุกคนเลยใช่ไหม?"

จูเก่อโย่วหลินหัวเราะขบขัน

"ถามอะไรไร้สาระแบบนั้น?"

เจ้าไข่ดำเสียงอ่อยด้วยความรู้สึกผิด

"เอ่อ... ข้าลืมบอกพวกเจ้าไปว่า หากอยากจะเข้ารับการทดสอบทีละคน ก็ต้องเดินเข้าตำหนักทองคำมาทีละคน แต่ตอนนี้พวกเจ้าเข้ามาพร้อมกันหมดแล้ว เช่นนั้นพวกเจ้าก็ต้องเข้ารับการทดสอบพร้อมกันเป็นกลุ่ม"

เจียงเสวียนเยว่ขมวดคิ้ว

"หมายความว่ายังไง?"

เสียงของเจ้าไข่ดำเบาลงไปอีก

"ก็หมายความว่า เมื่อจำนวนคนที่เข้ารับการทดสอบเพิ่มขึ้น พวกเจ้าก็จะถูกนับว่าเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน ความยากของการทดสอบก็จะทวีคูณขึ้นหลายเท่าตามไปด้วย พวกเจ้ามีกันเก้าคน จะต้องผ่านการทดสอบให้ได้ทุกคน ถึงจะได้รับกุญแจสีทอง มิเช่นนั้น จะถือว่าล้มเหลว แล้วก็จะถูกขังอยู่ในตำหนักทองคำแห่งนี้ตลอดไป"

จูเก่อโย่วหลินเบิกตากว้าง สบถด่าออกมาด้วยความโกรธจัด

"บัดซบ! เจ้าไข่จอมพาซวยนี่!"

สีหน้าของเจียงเสวียนเยว่ดำทะมึนลงทันตา นัยน์ตาฉายแววอำมหิตออกมาอย่างไม่ปิดบัง

"ทำ ไม เจ้า ไม่ รีบ บอก!"

สีหน้าของเสิ่นเยียน เวินอวี้ชู เซียวเจ๋อชวน และเผยอู๋ซู ต่างก็เย็นยะเยือกขึ้นมาทันที

พวกเขานึกไม่ถึงว่าจะโดนไข่ใบหนึ่งเล่นงานเข้าให้แล้ว!

เจ้าไข่ดำถูกสายตาเย็นชาของพวกเขาจ้องมองจนตัวสั่นเทา มันขยับตัวจะหนีโดยสัญชาตญาณ น่ากลัวเกินไปแล้ว!

ทว่าในจังหวะที่เจ้าไข่ดำกำลังจะเผ่นหนีนั้นเอง

เส้นใยวิญญาณจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งเข้าสกัดกั้นมันไว้ในพริบตา แล้วรัดแน่นขึ้น หวังจะบดขยี้เจ้าไข่ดำให้แหลกละเอียด

"นายน้อยอย่างข้าโกรธจริงๆ แล้วนะ!"

จูเก่อโย่วหลินคิ้วกระตุกด้วยความโมโห เขาจ้องเขม็งไปยังไข่ดำมันวาวตรงหน้า กัดฟันพูดอย่างเคียดแค้น

เส้นใยวิญญาณถึงกับทิ้งรอยขีดข่วนไว้บนเปลือกไข่

เจ้าไข่ดำกรีดร้องเสียงหลง

"ไม่นะ ไม่นะ ไม่นะ"

"เวินคนนี้ก็ชักจะอารมณ์ไม่ดีเหมือนกัน หัวหน้ากลุ่ม เจ้าช่วยทุบเจ้าไข่ใบนี้ให้แตกหน่อยได้ไหม?"

เวินอวี้ชูหุบยิ้ม หันไปถามเสิ่นเยียน

สถานการณ์ของพวกเขาตอนนี้ คือโดนเจ้าไข่ดำขุดหลุมฝังเข้าให้แล้ว!

หากพวกเขาผ่านการทดสอบไม่ได้จริงๆ มิต้องถูกขังตายอยู่ที่นี่หรอกหรือ?

ประตูตำหนักใหญ่ได้ปิดลงตั้งแต่วินาทีที่พวกเขาก้าวเข้ามาแล้ว

และทั่วทั้งตำหนักทองคำก็มีม่านพลังเขตแดนปกคลุมอยู่ พวกเขาแค่ลองสัมผัสดูนิดเดียว ก็รู้ได้ทันทีว่าด้วยความสามารถในตอนนี้ ไม่มีทางทำลายมันได้เลย

จบบทที่ ตอนที่ 211 เจ้าไข่ดำเปิดทาง

คัดลอกลิงก์แล้ว