- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญลำดับหนึ่ง
- ตอนที่ 197 การค้าล่มเหลว
ตอนที่ 197 การค้าล่มเหลว
ตอนที่ 197 การค้าล่มเหลว
"อาวุธลับหรือ?!"
จูเก่อโย่วหลินมีสีหน้าตกใจเล็กน้อย
เซียวเจ๋อชวนขมวดคิ้วกล่าวว่า
"ไม่ นี่คือไข่สัตว์อสูรต่างหาก"
เจียงเสียนเยว่หรี่ตาลงเล็กน้อย
"มันกำลังพุ่งมาทางพวกเราใช่หรือไม่?"
เวินอวี้ชูตอบ
"น่าจะเป็นเช่นนั้น"
เผยอู๋ซูจับสัมผัสกลิ่นอายที่ไล่ตามไข่สีดำมาได้ เขาขมวดคิ้วต่ำลง น้ำเสียงเย็นชาขึ้นหลายส่วน "มีคนกำลังมา แถมยังแข็งแกร่งมากด้วย"
จูเก่อโย่วหลินเกิดความคิดวูบหนึ่ง ยิ้มเร่าเสนอว่า
"มิสู้คืนนี้พวกเราเอาไข่มาปิ้งกินกันดีไหม?"
"ไข่ปิ้ง?"
อวี๋ฉางอิงพูดอย่างจริงจัง
"ไข่นี้ไม่น่าอร่อยกระมัง? หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ปานนั้น"
ไข่สีดำที่เดิมทีพุ่งตรงมาทางนี้ เมื่อได้ยินบทสนทนาของพวกเขาเข้าดูเหมือนจะโกรธขึ้นมา มันจึงพุ่งเข้าชนใส่จูเก่อโย่วหลินทันทีด้วยความเร็วสูง
เพียงไม่กี่วินาที ไข่ดำก็มาถึงตรงหน้าจูเก่อโย่วหลิน จังหวะที่มันจะกระแทกใส่หน้าของเขาอย่างจัง ก็ถูกเส้นด้ายวิญญาณจำนวนมากรัดพันไว้ หากไม่ใช่เพราะเปลือกของมันแข็ง เกรงว่าป่านนี้คงแตกละเอียดไปแล้ว
"เอ๊ะ เปลือกไข่นี่ทำไมแข็งกว่าหินอีก?"
จูเก่อโย่วหลินประหลาดใจ
ไข่ดำดิ้นรนสุดฤทธิ์ พยายามจะสลัดให้หลุดจากพันธนาการเส้นด้ายวิญญาณของจูเก่อโย่วหลิน
"อย่าให้มันหนีไปได้!"
จูเก่อโย่วหลินสังเกตเห็นการดิ้นรนของไข่ดำ จึงปล่อยเส้นด้ายวิญญาณออกมาเพิ่มทันที เพื่อควบคุมมันให้อยู่หมัด
และในขณะนั้นเอง
เสียงตะโกนทุ้มต่ำและเกรี้ยวกราดก็ดังขึ้น
"เอามันคืนมาให้ข้า!"
พวกเสิ่นเยียนเงยหน้ามอง เห็นชายวัยกลางคนในชุดผ้าไหมสีขาวหยุดอยู่ไม่ไกล ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อย ดูท่าคงไล่ตามไข่ดำใบนี้มานานแล้ว
จูเก่อโย่วหลินพลันรู้สึกว่าสถานการณ์นี้คุ้นๆ
เมื่อสองสามวันก่อน หนูค้นสมบัติก็หนีจากมือเขาไปหาฮวาจินเกอแบบนี้
ตอนนี้...
สถานะของเขากลายเป็น ฮวาจินเกอ ส่วนไข่ดำกลายเป็นหนูค้นสมบัติและชายวัยกลางคนตรงหน้าก็กลายเป็นตัวเขาในตอนนั้น
ความรู้สึกนี้ช่างละเอียดอ่อนจริงๆ
จูเก่อโย่วหลินกระแอมไอหนักๆ ตีหน้าขรึมถามว่า
"มีเงินไหม? ถ้ามีเงิน ข้าจะคืนไข่ดำใบนี้ให้ท่าน"
ชายวัยกลางคนได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป เขามองสำรวจเด็กหนุ่มผมแดงและพรรคพวกด้วยสีหน้าหวาดระแวง
กลิ่นอายของคนกลุ่มนี้ ไม่ใช่คนธรรมดาแน่
"เจ้าต้องการแค่เงินจริงๆ รึ?"
ชายวัยกลางคนถามอย่างสงสัย
จูเก่อโย่วหลินพยักหน้า พูดง่ายๆ ว่า
"ใช่ ในเมื่อตอนนี้ไข่อยู่ในมือข้า ขอแค่ท่านจ่ายเงินสมกับมูลค่า ข้าก็จะคืนไข่ดำใบนี้ให้ท่าน"
ชายวัยกลางคนหรี่ตาลง หยั่งเชิงถาม
"ทองคำสิบตำลึงเป็นอย่างไร?"
จูเก่อโย่วหลินได้ยินดังนั้น กำลังจะอ้าปากตอบ ก็ถูกเวินอวี้ชูที่อยู่ข้างๆ ขัดจังหวะเสียก่อน
เวินอวี้ชูยิ้มบางๆ ทว่าแววตากลับฉายแววฉลาดเฉลียว ย้อนศรกลับไปว่า
"มิสู้ข้าให้ทองท่านสิบตำลึง แล้วขอซื้อไข่ใบนี้ต่อเป็นอย่างไร?"
ชายวัยกลางคนหน้าเปลี่ยนสี
ดูท่าคนพวกนี้คงจะดูของเป็น ไม่ใช่พวกตาต่ำ
เวินอวี้ชูเอ่ยเรียบๆ
"ทองคำหนึ่งล้านตำลึง ถ้าท่านจ่ายไหว เราจะคืนไข่ให้ท่าน"
เมื่อได้ยินคำว่าทองคำหนึ่งล้านตำลึงลูกตาของจูเก่อโย่วหลินแทบถลนออกมา ในใจตื่นตระหนกสุดขีด เวินอวี้ชูเล่นใหญ่ขนาดนี้เชียวหรือ?
ชายวัยกลางคนได้ยินจำนวนเงิน สีหน้าก็ดำทะมึนทันที เขาแค่นเสียงเย็น
"ดื่มสุรามงคลไม่ชอบ ชอบดื่มสุราลงทัณฑ์ ข้าขอเตือนพวกเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย คืนไข่มา ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าข้าไร้ปรานี!"
เสิ่นเยียนเอ่ยขึ้นทันที
"ไข่ใบนี้ไม่ใช่ของท่านกระมัง?"
คำพูดนี้ทำเอาชายวัยกลางคนสายตาลอกแลกไปวูบหนึ่ง
"มันเป็นของข้า!"
เขากล่าวเสียงเข้ม
เซียวเจ๋อชวนกล่าวเสียงเย็น
"ไม่ว่าจะเป็นของท่านหรือไม่ ไข่ใบนี้ จะเอาเงินมาไถ่ หรือไม่ก็สู้กันสักตั้ง"
ชายวัยกลางคนโกรธจนแทบบ้า เขาไม่มีเงินทองคำล้านตำลึงแน่ ตอนนี้คงมีแต่ต้องลงมือจัดการพวกมัน เขาไม่เชื่อว่าด้วยพลังระดับขั้นปฐพีระดับที่เก้าของเขา จะจัดการพวกเด็กเมื่อวานซืนพวกนี้ไม่ได้!
เขาเรียกกระบี่ยาวออกมาทันที แล้วพุ่งโจมตีใส่พวกเสิ่นเยียน
จูเก่อโย่วหลินเห็นดังนั้น รีบควบคุมไข่ดำถอยหลังไปหลายก้าว ปล่อยให้เพื่อนๆ รับมือการโจมตีของชายวัยกลางคน
เสิ่นเยียนสะบัดมือ กระบี่เทพวิญญาณหงส์ปรากฏขึ้นในมือ นางประสานแรงกับเซียวเจ๋อชวนและคนอื่นต้านรับกระบวนท่ากระบี่ของชายวัยกลางคน
ตูม
ทั้งสองฝ่ายถูกแรงปะทะซัดถอยไปคนละทิศคนละทาง
เพียงกระบวนท่าเดียว ชายวัยกลางคนก็สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งที่ไม่ธรรมดาของพวกเขา ในใจตื่นตระหนก คนพวกนี้เป็นใครกัน?
ฐานะต้องไม่ธรรมดาแน่
ในขณะที่พวกเขากำลังจะโอบล้อมเข้ามาโจมตีอีกครั้ง ชายวัยกลางคนก็รีบตะโกนว่า
"เดี๋ยวก่อน! ข้าให้มากสุดได้แค่หนึ่งแสนตำลึงทอง! ตัวข้ามีติดตัวแค่นี้!"
เสิ่นเยียนเงยหน้ามองอย่างเย็นชา น้ำเสียงราบเรียบ
"ฆ่าท่าน พวกเราก็ได้ทั้งไข่และเงินของท่าน ไยจึงจะไม่ทำเล่า?"
อวี๋ฉางอิงหัวเราะ
"น้องเยียนเยียนพูดได้ถูกต้องที่สุด"
"พวกเจ้า!"
ชายวัยกลางคนโกรธจัด ทันใดนั้นก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นแสยะยิ้มเย็นชา
"คิดว่าจะฆ่าข้าได้จริงๆ รึ? มั่นใจเกินไปแล้ว ให้ข้าสอนพวกเจ้าให้รู้จักความเป็นคนหน่อยเถอะ!"
กล่าวจบ ชายวัยกลางคนก็เงื้อกระบี่ฟาดฟันเข้ามา
ปราณกระบี่ดุจสายรุ้ง บีบให้พวกเสิ่นเยียนต้องถอยร่น
หางตาของชายวัยกลางคนเหลือบเห็นไข่ดำที่ถูกจูเก่อโย่วหลินใช้เส้นด้ายวิญญาณห่อหุ้มไว้ แววตาของเขาดิ่งลึกทันที คิดจะพุ่งเข้าไปประชิดจูเก่อโย่วหลิน แต่กลับถูกสามง่ามขวางไว้
เคร้ง!
"ทำได้สวย!"
จูเก่อโย่วหลินเห็นเจียงเสียนเยว่รับการโจมตีของชายวัยกลางคนไว้ได้ ก็ตะโกนชมอย่างตื่นเต้น
อวี๋ฉางอิงยิ้มพริ้ม
"ฆ่าคนชิงสมบัติเรื่องพรรค์นี้ พี่สาวอย่างข้า... ก็ชอบทำเหมือนกัน~"
นางร่ายอาคมค่ายกลทันที เรียกหอกจิตศาสตราออกมา แล้วแทงหอกสวนกลับไป ตรงเข้าที่หน้าอกของชายวัยกลางคน
ชายวัยกลางคนยกกระบี่ขึ้นปัดป้องอย่างรวดเร็ว แล้วตวัดกระบี่ฟันใส่อวี๋ฉางอิง ปราณกระบี่ที่เกรี้ยวกราดทำลายการป้องกันของอวี๋ฉางอิงในพริบตา ทว่าในวินาทีที่จะทำร้ายอวี๋ฉางอิงนั้น จู่ๆ ก็มีเสียง กริ๊ก ดังขึ้น ร่างของอวี๋ฉางอิงถูกห่อหุ้มด้วยชุดเกราะเหล็กกล้า
ปัง อวี๋ฉางอิงถูกแรงกระแทกถอยไปไกล บนชุดเกราะเหล็กปรากฏรอยดาบตื้นๆ รอยหนึ่ง แทบมองไม่เห็น
ชายวัยกลางคนเห็นภาพนี้ รูม่านตาหดเกร็งเล็กน้อย
นี่มันตัวอะไรกัน?!
เวลานี้อวี๋ฉางอิงเหลือเพียงดวงตาที่โผล่ออกมา ส่วนอื่นๆ ของร่างกายถูกห่อหุ้มไว้อย่างมิดชิด ราวกับหุ่นทหารเหล็กอันกำยำ
ทันใดนั้น แสงกระบี่สายหนึ่งก็กวาดเข้ามา
ชายวัยกลางคนรีบรวบรวมพลังต้านรับ แต่ในขณะนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงพิณอันเยือกเย็นดังแว่วมา ทะเลแห่งจิตสำนึกของเขาเจ็บปวดขึ้นมาทันที
วินาทีต่อมา เถาวัลย์สีเขียวก็พุ่งทะลุพื้นดินขึ้นมา รัดพันขาของเขาไว้แน่น เถาวัลย์เหล่านี้ยังมีหนามแหลมคมทิ่มแทงเข้าไปในเนื้อของเขา ความเจ็บปวดระคนคันแล่นพล่านไปทั่วร่างในพริบตา
ชายวัยกลางคนเจ็บปวด ตวัดกระบี่ฟันฉับ
สายลมจากกระบี่ตัดเถาวัลย์ทั้งหมดขาดสะบั้น
เซียวเจ๋อชวนเหวี่ยงดาบวงพระจันทร์ยาวเกือบสองเมตรใส่ชายวัยกลางคน ชายวัยกลางคนยกกระบี่ขึ้นรับ อาวุธปะทะกันเกิดเสียงเสียดหู
เคร้ง
ในจังหวะนั้นเอง กระบี่สีดำในมือของเผยอู๋ซุก็พุ่งเข้ามา แทงเข้าที่แผ่นหลังของชายวัยกลางคน
ชายวัยกลางคนสัมผัสได้ถึงอันตราย จึงระเบิดพลังระดับขั้นปฐพีระดับที่เก้าออกมาอย่างรุนแรง ซัดกระเด็นเซียวเจ๋อชวนและเผยอู๋ซูออกไป
ใบหน้าของเขาซีดเผือดเล็กน้อย รีบตั้งท่าป้องกันทันที จ้องมองพวกเขาด้วยสายตาหวาดระแวง
"พวกเจ้าเป็นใครกันแน่?!"