- หน้าแรก
- ยอดเชฟคุณพ่อแห่งแดนต่างมิติ
- บทที่ 6 สวัสดี เถ้าแก่ม่ายเก๋อ
บทที่ 6 สวัสดี เถ้าแก่ม่ายเก๋อ
บทที่ 6 สวัสดี เถ้าแก่ม่ายเก๋อ
บทที่ 6 สวัสดี เถ้าแก่ม่ายเก๋อ
"ดูเหมือนจะเท่ากันขึ้นมาหน่อยแล้ว" เมื่อหั่นหน่อไม้ฤดูหนาวชิ้นที่ยี่สิบเสร็จ ม่ายเก๋อก็หยิบหน่อไม้แผ่นบางสองชิ้นขึ้นมาเทียบกันดูตรงหน้าอย่างละเอียดครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ก้มลงมองกองหน่อไม้แผ่นที่กองพูนอยู่ในกะละมังด้านข้าง เขาก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจออกมา "ที่แท้การจะเป็นพ่อครัวก็ไม่ง่ายเลยจริงๆ ในหัวของฉันมีภาพทักษะการใช้มีดที่ได้มาตรฐานที่สุดอยู่แล้วแท้ๆ แต่ฝึกฝนมาตั้งนานขนาดนี้กลับทำได้เพียงแค่นี้เอง แล้วพวกคนที่ต้องเริ่มฝึกจากศูนย์ คงต้องฝึกกันนานหลายปีเลยสินะ"
เมื่อนึกถึงคำวิจารณ์ที่เขาเคยใช้เหน็บแนมพ่อครัวพวกนั้น เขาก็รู้สึกละอายใจขึ้นมาเป็นครั้งแรก ตอนนี้คำวิจารณ์พวกนั้นได้กลายมาเป็นมาตรฐานในการทำภารกิจของเขาแล้ว ก็นับว่าเป็นกรรมตามสนองโดยแท้
"ระบบ ถ้าด้วยความเร็วระดับนี้ ฉันคงต้องใช้เวลาฝึกทักษะการใช้มีดเพียงอย่างเดียวอีกหลายสัปดาห์ ภายในสามวันจะทำภารกิจให้สำเร็จคงเป็นไปไม่ได้แน่ๆ ใช่ไหม?" ม่ายเก๋อหยุดมือลง แล้วเอ่ยถามในใจ
[ระบบ] : ในสนามทดสอบเชฟเทพอาหาร อัตราส่วนของเวลาเทียบกับโลกภายนอกคือ 365 : 1 โฮสต์ใช้เวลาหนึ่งปีในสนามทดสอบ โลกภายนอกจะผ่านไปเพียงหนึ่งวันเท่านั้น อีกทั้งโฮสต์ไม่จำเป็นต้องหลับนอนหรือพักผ่อนภายในมิติเทพเจ้าอาหาร ร่างกายจะไม่เกิดความเหนื่อยล้า และมีวัตถุดิบจัดเตรียมให้ไม่จำกัด หวังว่าโฮสต์จะมีหัวใจแห่งเทพเจ้าอาหารที่แน่วแน่ รีบทำภารกิจให้สำเร็จ และออกไปจากสนามทดสอบเชฟเทพอาหารโดยเร็ววัน
"มีฟังก์ชันแบบนี้ด้วยหรือ?" ม่ายเก๋อรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ถึงกับปรับอัตราส่วนเวลาได้ เจ้าสนามทดสอบเชฟเทพอาหารนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ แต่การต้องถูกขังอยู่ในห้องครัวปิดตายแห่งนี้ โดยที่ความรู้สึกเหนื่อยล้าหายไป และทำได้เพียงทำอาหารซ้ำไปซ้ำมา คนที่จิตใจไม่เข้มแข็งพอคงได้เป็นบ้าไปก่อนแน่
"ไม่ได้การ ฉันจะต้องออกไปให้ได้ก่อนที่อ้ายหมี่จะตื่นในวันพรุ่งนี้ เพื่อทำข้าวผัดทรงเครื่องที่สมบูรณ์แบบที่สุดให้นางกินเป็นมื้อเช้า" ม่ายเก๋อกดความรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านในใจลงไป นี่คือคำสัญญาที่เขาให้ไว้กับอ้ายหมี่ เขาต้องทำให้ได้ เขาเหลือบมองปฏิทินด้านข้างแวบหนึ่ง แล้วกระชับมีดทำครัวก้มหน้าก้มตาหั่นหน่อไม้แผ่นต่อไป
เขามีเวลาสี่เดือนแบบไม่ต้องหลับต้องนอน หากเทียบกับเวลาทำงานปกติวันละแปดชั่วโมงก็เท่ากับหนึ่งปีเต็มๆ เพื่อใช้เรียนทำข้าวผัดทรงเครื่องเพียงเมนูเดียว แถมยังมีประสบการณ์อันสมบูรณ์แบบอยู่ในหัวเป็นทุนเดิม เวลาย่อมเพียงพออย่างแน่นอน
ม่ายเก๋อลืมเลือนวันเวลาไปจนหมดสิ้น หน่อไม้แผ่นภายใต้ฝ่ามือของเขาเปลี่ยนจากก้อนหนาๆ กลายเป็นแผ่นบางที่เท่ากันสม่ำเสมอ แล้วเปลี่ยนเป็นเส้นเล็กๆ ที่เท่ากัน ก่อนจะถูกหั่นเป็นลูกเต๋าขนาดเท่าเม็ดข้าว ความชำนาญเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำได้อย่างคล่องแคล่วดั่งใจนึก
ตั้งแต่หน่อไม้แผ่น ไปจนถึงเห็ดต้นไม้ แฮม และกุ้งใหญ่ ม่ายเก๋อเลือกฝึกฝนจากวัตถุดิบที่จัดการง่ายไปหายาก และด้วยความชำนาญที่เพิ่มมากขึ้น ทักษะการใช้มีดก็พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด เมื่อนำมาตรวจสอบเทียบกับประสบการณ์ในหัว ความก้าวหน้าก็เรียกได้ว่ารวดเร็วปานติดปีก แม้แต่กุ้งใหญ่ที่ดิ้นพล่านก็ยังถูกเขาปอกเปลือกออกอย่างง่ายดาย แล้วหั่นเป็นชิ้นลูกเต๋าขนาดเท่าเม็ดข้าว
เมื่อเวลาบนผนังเดินทางมาถึงวันที่ 100 ม่ายเก๋อกำลังใช้ตะหลิวตักข้าวผัดในกระทะใส่จานอย่างคล่องแคล่ว วางกระทะลงพร้อมกับปิดไฟ บนใบหน้าเผยรอยยิ้มเปี่ยมความมั่นใจ "ระบบ ครั้งนี้น่าจะใช้ได้แล้วใช่ไหม?"
ข้าวผัดทรงเครื่องที่เพิ่งออกจากเตาร้อนๆ เม็ดข้าวร่วนซุยเรียงเม็ดสวยงาม แต่ละเม็ดถูกห่อหุ้มด้วยไข่สีทองอร่ามอย่างสมบูรณ์แบบ ถั่วลันเตาสีเขียว กุ้งใหญ่สีขาว เห็ดต้นไม้สีเทา แฮมสีแดง... วัตถุดิบหลากสีสันผสมผสานกันอย่างลงตัวในจานเดียว สีสันไม่ดูยุ่งเหยิงเลยแม้แต่น้อย แต่กลับให้ความรู้สึกสดใสและกลมกลืน
ด้านบนโรยด้วยต้นหอมซอยสีเขียวสดเล็กน้อยเพื่อเพิ่มสีสัน กลิ่นหอมของวัตถุดิบนานาชนิดที่ผสมผสานกันลอยอบอวลแตะจมูก ทำให้ลูกกระเดือกของม่ายเก๋ออดที่จะขยับขึ้นลงไม่ได้
ระบบเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งเสียงออกมา
[ระบบ] : อ้างอิงจากมาตรฐานที่โฮสต์เคยตั้งไว้ :
เม็ดข้าวร่วนซุยเรียงเม็ดสวยงาม ทุกเม็ดต้องถูกห่อหุ้มด้วยไข่ไก่อย่างสมบูรณ์แบบ... ผ่าน!
สีสันสดใส กลมกลืน และกระตุ้นความอยากอาหาร... ผ่าน!
รสสัมผัสละเอียดอ่อน รสชาติกลมกล่อม ความนุ่มแข็งกำลังดี หอม ชุ่มชื้น และสดชื่น... ผ่าน!
กลิ่นหอมเย้ายวนใจ และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว... ผ่าน!
มาตรฐานทั้งสี่ข้อบรรลุผลพร้อมกัน ยินดีด้วยที่โฮสต์เรียนรู้วิธีทำข้าวผัดทรงเครื่องสูตรต้นตำรับได้สำเร็จ ภารกิจเสร็จสมบูรณ์ ได้รับรางวัลสมรรถภาพร่างกาย +0.5 พร้อมปลดล็อกสิทธิ์ในการซื้อวัตถุดิบสำหรับข้าวผัดทรงเครื่อง และสิทธิ์ในการใช้เครื่องครัวที่เกี่ยวข้อง
ม่ายเก๋อกำหมัดแน่นด้วยความสะใจ ความรู้สึกประสบความสำเร็จพวยพุ่งขึ้นมาในอก มองดูข้าวผัดทรงเครื่องตรงหน้า จู่ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหล
ความรู้สึกที่ได้พยายามทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้สำเร็จอย่างเต็มที่แบบนี้ ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ การได้พิชิตเป้าหมายช่างเป็นความรู้สึกที่สบายใจและปลอดโปร่งที่สุดจริงๆ
แน่นอนว่า สิ่งที่ทำให้เขาตื่นเต้นที่สุดก็คือ ในที่สุดเขาก็สามารถทำข้าวผัดทรงเครื่องที่ครบเครื่องทั้งสี กลิ่น และรสชาติให้อ้ายหมี่กินกับมือตัวเองได้เสียที พอคิดถึงท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูของเจ้าตัวเล็กตอนกินของอร่อย ในใจก็เต็มไปด้วยความคาดหวัง
"ระบบ ฉันขอชิมรสชาติของข้าวผัดทรงเครื่องจานนี้ได้ไหม?" เมื่อมองดูข้าวผัดทรงเครื่องจานนั้น ม่ายเก๋อที่ไม่รู้สึกหิวเลยนับตั้งแต่เข้ามาในสนามทดสอบเชฟเทพอาหาร จู่ๆ ก็รู้สึกหิวขึ้นมาตงิดๆ
[ระบบ] : โฮสต์จะถูกส่งออกจากสนามทดสอบเชฟเทพอาหารโดยอัตโนมัติในอีกห้านาที
"ห้านาที ก็พอแล้ว!" ม่ายเก๋อรีบหยิบช้อนออกมาจากตู้เก็บของด้านข้าง ตักข้าวผัดจากจานขึ้นมาหนึ่งคำ ส่งเข้าปาก เพียงแค่เคี้ยวไปไม่กี่คำ ดวงตาก็เบิกกว้างสว่างวาบขึ้นมาทันที
กลิ่นหอมสดชื่นของต้นหอมและกลิ่นหอมของไข่ไก่ลอยคลุ้งขึ้นจมูก เนื้อสัมผัสของเนื้อกุ้งและแฮมที่หั่นเป็นขนาดเท่าเม็ดข้าวนั้นช่างละเอียดอ่อน ข้าวสวยที่ถูกห่อหุ้มด้วยไข่ไก่เมื่อเคี้ยวอย่างละเอียดกลับเต็มไปด้วยรสชาติหวานล้ำ รสชาติของวัตถุดิบนานาชนิดละลายในปาก กระแทกกระทั้นต่อมรับรสอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งกลืนลงคอไปแล้ว ความหอมก็ยังคงอบอวลอยู่ในช่องปาก
รสชาตินี้ มันสุดยอดไปเลย!
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาค้นพบว่า ข้าวผัดทรงเครื่องสามารถอร่อยได้ถึงเพียงนี้!
คำเดียวจะไปพออะไร ม่ายเก๋อจัดการกวาดข้าวผัดทั้งจานลงท้องไปราวกับพายุหมุน ถึงขนาดเลียเม็ดข้าวที่หุ้มไข่เม็ดสุดท้ายที่ติดอยู่ริมฝีปากกลับเข้าไปด้วย นอกจากความอิ่มเอมใจแล้ว เขากลับยังมีความรู้สึกอยากจะเบิ้ลอีกสักชาม มันช่างยั่วน้ำย่อยเสียเหลือเกิน
"ข้าวผัดทรงเครื่องแบบนี้ เสี่ยวหมี่จะต้องชอบกินแน่ๆ ส่วนพวกนักกินแห่งมหาทวีปนั่วหลาน ก็คงไม่มีใครต้านทานรสชาตินี้ไหวเช่นกัน" ม่ายเก๋อวางช้อนลง พลางหวนรำลึกถึงประสบการณ์อันยอดเยี่ยมที่ได้รับจากข้าวผัดทรงเครื่องชามนี้ ความรู้สึกอัดอั้นตันใจจากการทำสิ่งเดิมซ้ำๆ มาตลอดหนึ่งร้อยวันพลันมลายหายไป กลับกลายเป็นความสดชื่นแจ่มใสขึ้นมาทันตา
เวลาห้านาทีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ม่ายเก๋อรู้สึกเพียงว่ามีแสงสีขาววาบผ่านหน้า เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเขาก็นอนอยู่บนเตียงนอนขนาดใหญ่แล้ว เขาเด้งตัวลุกขึ้นนั่งทันที หันไปมองอ้ายหมี่ที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงสีชมพูเล็กๆ ด้านข้าง ความรู้สึกเหมือนฝันไปเมื่อครู่ถึงค่อยๆ สงบลง
จากนั้นเขาก็มองดูมือทั้งสองข้างของตนเองด้วยความประหลาดใจ ลองกำหมัดแน่นๆ ความรู้สึกเหมือนกับตอนที่อยู่ในสนามทดสอบเชฟเทพอาหารไม่มีผิด ร่างกายที่เดิมทีแม้แต่กำหมัดยังทำไม่ได้ ตอนนี้ได้รับการปรับปรุงขึ้นอย่างมาก การเคลื่อนไหวตามปกติและการทำอาหารไม่มีปัญหาอีกต่อไป
"ระบบนี่พึ่งพาได้จริงๆ ด้วยแฮะ" ม่ายเก๋อปีนลงจากเตียง ขยับแขนขาเล็กน้อย เหลือบมองนาฬิกาปลุกบนหัวเตียง เวลาเพิ่งจะตีห้า ก้มลงมองเสื้อผ้าสกปรกมอมแมมบนร่างกาย เขาเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าแล้วเปิดออก ทว่าภายในนั้นมีเพียงชุดเชฟหนึ่งชุดและชุดกระโปรงสไตล์โลลิต้าสีดำหนึ่งชุด ชุดเชฟทำจากผ้าเชิ้ตสีขาวมีกระดุมสีดำประณีตสองแถว กางเกงลำลองสีดำ และยังมีผ้ากันเปื้อนลายทางแนวตั้งสีขาวดำ ถุงเท้าสีขาว รองเท้าส้นแบนสีดำ และรองเท้าคู่เล็กสีขาว สะอาดสะอ้านและเรียบง่าย
ม่ายเก๋อหยิบเสื้อผ้าเดินเข้าห้องน้ำ อาบน้ำชำระร่างกายอย่างละเอียด จากนั้นก็ใช้กรรไกรตัดผมยาวหยิกหยักศกที่ดูป่าเถื่อนทิ้งไปจนกลายเป็นผมทรงสั้นที่ดูทะมัดทะแมง หนวดเคราเฟิ้มก็ใช้กรรไกรเล็มออก ก่อนจะใช้มีดโกนหนวดโกนจนเกลี้ยงเกลา เหลือไว้เพียงหนวดเหนือริมฝีปากบนบางๆ สองแฉก
"แบบนี้สิถึงจะถูกต้อง" ม่ายเก๋อลูบใบหน้าที่เริ่มมีโครงหน้าชัดเจน มองดูตัวเองในกระจกที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย พอจัดการตัวเองเสร็จ ก็เปลี่ยนจากคนจรจัดซอมซ่อ กลายเป็นคุณลุงมาดเท่ที่มีราศีจับขึ้นมาทันที
คราวนี้หน้าตาดูคล้ายกับเขาในชาติก่อนถึงแปดส่วน สิ่งที่ต่างกันก็คือรูปร่าง สภาพหนังหุ้มกระดูกในตอนนี้ดูบอบบางเกินไปหน่อย ต่อจากนี้คงต้องกินให้อิ่ม แล้วออกกำลังกายเพิ่มกล้ามเนื้อให้มากหน่อยแล้ว
เมื่อหลงตัวเองเสร็จ ม่ายเก๋อก็เปลี่ยนมาสวมชุดเชฟชุดนั้น หลังจัดการตัวเองจนเรียบร้อย รูปลักษณ์ในกระจกก็ดูมีกลิ่นอายของหัวหน้าเชฟขึ้นมาจริงๆ
"สวัสดี เถ้าแก่ม่ายเก๋อ" ม่ายเก๋อเอ่ยทักทายตัวเองในกระจกอย่างจริงจัง แต่พอเปลี่ยนความคิด เขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา "หรือควรจะเรียกว่า เถ้าแก่ย่าลี่เค่อซือ ดีนะ?"