เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 3 พ่อจะเล่นมายากลให้ดู

บทที่ 3 พ่อจะเล่นมายากลให้ดู

บทที่ 3 พ่อจะเล่นมายากลให้ดู


บทที่ 3 พ่อจะเล่นมายากลให้ดู

เสียงของระบบดังขึ้น

[ระบบ] : ระบบนี้ให้บริการเพียงการตกแต่งร้านอาหารเท่านั้น ไม่รวมถึงพื้นที่อื่นนอกเหนือจากร้านอาหาร

ม่ายเก๋อลูบคางด้วยมือขวาตามความเคยชิน พลางทอดสายตามองบันไดที่ผุพังเสียหายและชั้นสองที่มืดสนิท เมื่อนึกถึงเตียงนอนที่มีเพียงฟางปูรองบางๆ เมื่อครู่นี้ คืนนี้คงไม่สามารถนอนหลับลงได้แน่ เขาจะปล่อยให้ลูกสาวสุดที่รักต้องตกระกำลำบากอีกต่อไปไม่ได้ คืนนี้จำเป็นต้องยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

อีกทั้งเขาก็ไม่ได้สัมผัสถึงเจตนาร้ายจากระบบนี้มากนัก บทลงโทษที่ว่านั่นน่าจะมีไว้เพื่อควบคุมดูแลให้เขาตั้งใจเรียนทำอาหาร และบรรลุภารกิจเทพเจ้าอาหารให้เร็วที่สุดเสียมากกว่า

ในเมื่อเป็นเช่นนี้... ดวงตาของม่ายเก๋อกลอกกลิ้งไปมา เขาเอ่ยในใจด้วยน้ำเสียงที่ไม่ยี่หระว่า "ระบบ ฉันคิดว่าคำพูดของแกมันไม่ถูกต้องนะ ฉันจัดเตรียมอาคารหลังเล็กนี้ทั้งหลังเพื่อใช้เป็นพื้นที่สำหรับร้านอาหาร แกก็ควรจะต้องตกแต่งภายในทั้งหมดสิ ฉันไม่สามารถยอมรับการเปิดกิจการร้านอาหารที่สไตล์การตกแต่งไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกันได้หรอกนะ อีกอย่าง ถ้าไม่ปรับปรุงซ่อมแซมชั้นสองให้แข็งแรง เกิดมีก้อนอิฐร่วงลงมาใส่ลูกค้าจนตาย เรื่องมันจะยุ่งยากเอานะ หรือถ้าไม่ตาย มันก็จะยิ่งยุ่งยากเข้าไปใหญ่ ดีไม่ดีฉันอาจจะถูกไอ้คนที่ขนาดสว่านเจาะยังไม่เข้าทุบตีจนตายก็ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นจะเรียนทำอาหารไปทำไม จะเป็นเทพเจ้าอาหารไปเพื่ออะไร? แกก็ลองพิจารณาดูเองแล้วกัน"

ระบบตกอยู่ในความเงียบงัน ราวกับกำลังใช้ความคิด ผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงของระบบจึงดังขึ้นอีกครั้ง

[ระบบ] : เนื่องจากระดับความอันตรายของตัวอาคารสูงเกินไป ระบบวิเคราะห์แล้วตัดสินใจว่าจะทำการสร้างอาคารใหม่และตกแต่ง โปรดโฮสต์ระบุสไตล์การตกแต่ง

ม่ายเก๋อลอบยินดีอยู่ในใจ เป็นไปตามคาด ของอย่างระบบนี่ยังสามารถเจรจาต่อรองกันได้ หากยอมให้มันจูงจมูกเดินฝ่ายเดียวคงหมดสนุกแน่ ทว่าภายนอกเขาก็ยังคงแสดงท่าทีสงบนิ่งอย่างยิ่ง

สไตล์การตกแต่งของร้านอาหารได้ถูกกำหนดไว้แล้ว ส่วนสไตล์การตกแต่งของชั้นสองนั้น เขาเลือกสไตล์ที่คล้ายคลึงกับบ้านในชาติก่อนของเขา ซึ่งต้องประกอบไปด้วยความเรียบง่าย หรูหรา และสะดวกสบาย ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้ ชั้นสองมีห้องนอนสามห้อง ห้องสุขาหนึ่งห้อง และห้องอาบน้ำหนึ่งห้อง สำหรับห้องของอ้ายหมี่ เขาเลือกสไตล์การตกแต่งโทนสีชมพูอ่อน แล้วยืนยันกับระบบตามนั้นทันที

เสียงของระบบดังขึ้น

[ระบบ] : เวลาที่ใช้ในการสร้างและตกแต่งใหม่คือสามสิบวินาที โปรดโฮสต์ออกจากห้อง เริ่มนับถอยหลังหนึ่งนาที...

สามสิบวินาทีก็เพียงพอแล้ว! ม่ายเก๋อชะงักไปเล็กน้อย แต่เมื่อได้ยินเสียงนับถอยหลังหกสิบวินาที เขาก็รีบขยับตัวค่อยๆ เดินไปทางประตูอย่างรวดเร็ว ก้าวข้ามธรณีประตูอย่างทุลักทุเล แล้วหันกลับมาปิดประตูใหญ่ ท้องฟ้าด้านนอกมืดสนิทแล้ว

"ท่านพ่อ ท่านมารับอ้ายหมี่หรือ?" น้ำเสียงนุ่มนวลน่ารักของอ้ายหมี่ดังขึ้นจากด้านหลัง

ม่ายเก๋อหันกลับไปมอง อ้ายหมี่กำลังถือขนมปังแผ่นใหญ่สีน้ำตาลอมเหลืองไว้ในมือทั้งสองข้างข้างละแผ่น นางแหงนหน้ามองเขา ขนตายาวงอนกะพริบไหว ใบหน้าเล็กๆ เปี่ยมไปด้วยความปีติยินดีและร่าเริง แต่ก่อนท่านพ่อไม่เคยเดินออกมาต้อนรับนางเลย แต่วันนี้ดูเหมือนท่านพ่อจะตั้งใจเดินลงมารับนางที่หน้าประตูเป็นพิเศษ

"ใช่แล้ว พ่อมารับเสี่ยวหมี่ แถมพ่อยังจะเล่นมายากลให้เสี่ยวหมี่ดูด้วยนะ" ม่ายเก๋อยิ้มพลางย่อตัวลง โอบกอดอ้ายหมี่เข้ามาในอ้อมอกอย่างแผ่วเบา

"เล่นมายากล?" อ้ายหมี่เงยหน้ามองม่ายเก๋อด้วยความสงสัย แต่เพียงไม่นานดวงตาก็ทอประกายวาววับพลางเอ่ยว่า "ใช่เวทมนตร์หรือเปล่า? ท่านพ่อสามารถเสกของอร่อยออกมาได้เยอะแยะเลยใช่ไหม?"

"อืม ใช่แล้ว พ่อจะเสกบ้านหลังใหญ่ที่สวยงามให้เสี่ยวหมี่ แล้วก็ร้านอาหารที่สวยงามอีกหนึ่งร้าน ต่อไปพ่อจะทำของอร่อยๆ ให้เจ้ากินเยอะแยะทุกวันเลย" ม่ายเก๋อเอ่ยเสียงเบา สมกับเป็นเด็กตะกละตัวน้อยจริงๆ

"จริงหรือ?" อ้ายหมี่อ้าปากค้างเล็กน้อย ราวกับไม่อยากจะเชื่อ

"หลับตาลงแล้วนับถอยหลังสามสิบครั้งนะ" ม่ายเก๋อยิ้มและพยักหน้า

"สามสิบ ยี่สิบเก้า..." อ้ายหมี่หลับตาลงอย่างว่าง่าย แล้วเริ่มนับเลข

ม่ายเก๋อมองอ้ายหมี่ด้วยสายตาอ่อนโยน ฟังเสียงนุ่มนวลของนางนับถอยหลัง พื้นดินสั่นสะเทือนเล็กน้อย ด้านหลังมีเสียงของหนักตกกระทบพื้นดังขึ้นเป็นระยะ แต่เขาก็ไม่ได้หันกลับไปมองแม้แต่แวบเดียว

การนับถอยหลังสามสิบครั้ง ผ่านพ้นไปในชั่วพริบตา

อ้ายหมี่ลืมตาขึ้น ใบหน้าเล็กๆ เต็มไปด้วยสีหน้าคาดหวัง

"เอาล่ะ มาดูบ้านใหม่ของพวกเรากันเถอะ" ม่ายเก๋อรับขนมปังกรอบหวานสองชิ้นมาจากมือของอ้ายหมี่ จูงมือน้อยๆ ของนางแล้วลุกขึ้นยืน จากนั้นก็หันกลับไปมองทางอาคารหลังเล็กด้วยความคาดหวังเช่นกัน

แสงอุ่นๆ ลำหนึ่งสาดส่องออกมาจากตำแหน่งประตู ตกกระทบลงบนร่างของคนสองคน หนึ่งใหญ่หนึ่งเล็กที่ยืนอยู่หน้าประตูพอดิบพอดี

"ว้าว~~" อ้ายหมี่อ้าปากกว้างจนแทบจะหุบไม่ลง มองดูบ้านที่เปลี่ยนรูปลักษณ์ไปอย่างกะทันหัน บ้านที่ดูวิจิตรตระการตาราวกับพระราชวังภายใต้แสงไฟ นางตะลึงงันไปครู่ใหญ่ ก่อนจะหันมามองม่ายเก๋อที่อยู่ข้างกายแล้วร้องตะโกนด้วยความดีใจว่า "ท่านพ่อ นี่ท่านเสกออกมาจริงๆ หรือ? บ้านสวยเหมือนวังแก้วผลึกเลย! แถมยังมีก้อนหินเรืองแสงด้วย! ท่านพ่อเก่งที่สุดเลย!"

"อืม ต่อไปที่นี่ก็คือบ้านของพวกเรา และจะเป็นร้านอาหารด้วย" ม่ายเก๋อยิ้มและพยักหน้า ความรู้สึกที่ถูกลูกสาวตัวน้อยของตัวเองเทิดทูนบูชานี่มันรู้สึกดียิ่งกว่าอะไรเสียอีก

ยังคงเป็นอาคารสองชั้น ทว่าในยามนี้มันได้เปลี่ยนจากกระท่อมไม้สองชั้นที่โยกเยกจวนเจียนจะพังทลาย กลายเป็นวิลล่าสองชั้นสไตล์ยุโรป ด้านที่หันหน้าเข้าหาจัตุรัสเป็นหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ จากด้านนอกสามารถมองเห็นร้านอาหารภายใต้แสงส่องสว่างของโคมไฟระย้าคริสตัลสไตล์ยุโรป ดูสะดวกสบายและมีรสนิยม

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแรงสั่นสะเทือนเมื่อครู่ดูเหมือนจะก่อให้เกิดความโกลาหลเล็กน้อย ม่ายเก๋อจึงจูงมืออ้ายหมี่ผลักประตูเข้าไปด้านใน พลางเอ่ยว่า "พวกเราเข้าบ้านกันก่อนเถอะ เรื่องพวกนั้นเดี๋ยวพ่อค่อยๆ เล่าให้เจ้าฟังนะ"

"อื้มๆ ท่านพ่อเก่งที่สุดเลย!" อ้ายหมี่ใช้ศีรษะถูไถมือของม่ายเก๋อ แล้วกระโดดโลดเต้นเข้าประตูไปอย่างมีความสุข

ม่ายเก๋อถือโอกาสปิดไฟด้านนอกประตู ในขณะที่ทั้งสองเดินเข้าประตูไปนั้นเอง คนแคระเคราดกก็เดินโซซัดโซเซออกมาจากบ้านหลังข้างๆ ด้วยท่าทางเมามาย เขาหันมองซ้ายมองขวาแล้วพึมพำว่า "ไอ้ยักษ์โทรลล์งี่เง่าตัวไหนวิ่งมาเต้นแถวนี้อีกแล้วเนี่ย! ไอ้ยักษ์บ้าพวกนี้ ไม่รู้จักหลับจักนอนกันหรือไง..." พูดจบเขาก็เดินโซเซกลับเข้าไป แล้วปิดประตูดังปัง

"ท่านพ่อ... นี่คือบ้านของเราจริงๆ หรือ?" อ้ายหมี่หยุดยืนอยู่ที่หน้าประตู มองดูร้านอาหารที่หรูหราอลังการ แล้วเงยหน้ามองม่ายเก๋อ ยังคงรู้สึกไม่กล้าเชื่อสายตา

นางไม่เคยเห็นบ้านที่สวยงามขนาดนี้มาก่อน พื้นที่เรียบเนียนเป็นมันวาว โคมไฟระย้าที่สวยงามระยิบระยับราวกับคริสตัล โต๊ะเก้าอี้ใหม่เอี่ยมที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบ บนโต๊ะยังมีกล่องใส่อุปกรณ์ทานอาหารที่ประณีตวางอยู่ ถัดเข้าไปด้านในเป็นเคาน์เตอร์ยาวที่สูงกว่าตัวนางเสียอีก และด้านในเคาน์เตอร์ยังมีห้องอีกห้องหนึ่ง แต่นางมองไม่เห็นว่าข้างในมีอะไร

"แน่นอน" ม่ายเก๋อยิ้มและพยักหน้า เขาผายมือออกแล้วเอ่ยว่า "นี่คือบ้านใหม่ของพวกเรา ชั้นหนึ่งสามารถเปิดเป็นร้านอาหาร ส่วนชั้นสองเป็นที่พักของพวกเรา..."

"ดีจังเลย!" ยังไม่ทันที่ม่ายเก๋อจะพูดจบ อ้ายหมี่ก็วิ่งออกไปแล้ว นางกางแขนออกวิ่งวนรอบร้านอาหารหนึ่งรอบ จากนั้นก็ไปนั่งลงที่โต๊ะตัวในสุด แล้วกวักมือเรียกม่ายเก๋อ "ท่านพ่อ พวกเรามานั่งกินขนมปังกรอบหวานตรงนี้เถอะ เสี่ยวหมี่หิวแล้ว"

"ได้สิ" ม่ายเก๋อยิ้มอย่างปลอดโปร่ง สมแล้วที่เรื่องกินสำคัญที่สุด

[ระบบ] : ภารกิจเป็นเจ้าของร้านอาหารเสร็จสมบูรณ์ เนื่องจากโฮสต์ร้องขอให้ปรับปรุงพื้นที่นอกเหนือจากร้านอาหารเป็นกรณีพิเศษ รางวัลภารกิจในครั้งนี้จึงถือเป็นโมฆะ

[ระบบ] : ประกาศภารกิจใหม่ : เรียนรู้เมนูแรก - ข้าวผัดทรงเครื่อง ระยะเวลาภารกิจสามวัน หลังจากโฮสต์เตรียมตัวพร้อมแล้ว สามารถคลิกเพื่อเข้าสู่สนามทดสอบเชฟเทพอาหารได้ รางวัลภารกิจครั้งนี้คือสมรรถภาพร่างกาย +0.5 บทลงโทษหากล้มเหลวคือสมรรถภาพร่างกาย -0.5

เสียงของระบบดังขึ้นอีกครั้ง

ม่ายเก๋อหยุดชะงักฝีเท้าทันที ในหัวพลันปรากฏภาพประตูบานหนึ่ง บนประตูมีตัวอักษรสีทองอร่ามสี่ตัวเขียนว่า : ข้าวผัดทรงเครื่อง น่าจะเป็นสิ่งที่เรียกว่าสนามทดสอบเชฟเทพอาหารสินะ

แน่นอนว่า สิ่งที่ม่ายเก๋อสนใจยิ่งกว่าคือรางวัลความสำเร็จที่ระบบกล่าวถึง สิ่งที่เขาต้องการปรับปรุงอย่างเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้คือร่างกาย สภาพตอนนี้อย่าว่าแต่ทำอาหารเลย แม้แต่มีดทำครัวก็ยังถือไม่มั่น นึกไม่ถึงว่าระบบจะจัดเตรียมรางวัลภารกิจเพื่อเสริมสร้างร่างกายให้เขาเร็วขนาดนี้ อารมณ์ของเขาพลันตื่นเต้นขึ้นมาทันที

แม้จะไม่รู้ว่าสมรรถภาพร่างกาย +0.5 นี้จะช่วยได้มากแค่ไหน แต่ระบบคงไม่หลอกเขาหรอกน่า ก็แค่ข้าวผัดทรงเครื่องไม่ใช่หรือ ข้าวผัดจานเดียวมันจะยากตรงไหนกันเชียว

ในอดีตเขาเคยตระเวนชิมข้าวผัดทรงเครื่องสูตรต้นตำรับมาหลายร้าน เพียงแต่ดูเหมือนร้านพวกนั้นจะถูกเขาวิจารณ์จนเละเทะไปหน่อย แต่พูดตามตรง รสชาติของข้าวผัดพวกนั้นก็ถือว่าดีมาก เพียงแต่ตอนนั้นเขามีนิสัยที่ว่าถ้าไม่จับผิดออกมาสักหน่อยก็จะรู้สึกอึดอัด ว่ากันว่ามีร้านเก่าแก่ร้านหนึ่งถึงกับปิดปรับปรุงไปช่วงหนึ่งหลังจากถูกเขาวิจารณ์ แต่เรื่องพรรค์นี้เกิดขึ้นบ่อยเกินไป เขาจึงไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก

"ท่านพ่อ?" อ้ายหมี่มองม่ายเก๋อที่ยืนเหม่อลอยอยู่ตรงนั้นด้วยความสงสัย

"มาแล้ว!" ม่ายเก๋อรีบระงับความอยากรู้อยากเห็นที่จะผลักประตูบานนั้นในใจลงไปก่อน เขาเดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามของอ้ายหมี่ ส่งขนมปังในมือให้หนึ่งชิ้น แล้วเอ่ยยิ้มๆ ว่า "มา ลองชิมขนมปังกรอบหวานของโปรดของเสี่ยวหมี่กันเถอะ"

ม่ายเก๋อพิจารณาขนมปังกรอบหวานชิ้นนี้อย่างละเอียด ขนาดประมาณฝ่ามือผู้ใหญ่ หนาหนึ่งเซนติเมตร น่าจะทำจากแป้งห่อข้าวโพด ถั่วเขียว มันฝรั่ง... ธัญพืชหยาบสะเปะสะปะกองหนึ่ง แล้วเอาไปอบในเตาถ่าน ถืออยู่ในมือเหมือนกับแผ่นกระเบื้องหยาบๆ แผ่นหนึ่ง

"อื้มๆ" อ้ายหมี่ใช้สองมือประคองขนมปังขึ้นมาจ่อที่ปาก อ้าปากเล็กจิ้มลิ้มกัดลงไปหนึ่งคำ เกิดเสียงดังกรุบกรับ แล้วเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างร่าเริงเหมือนหนูแฮมสเตอร์ กินอย่างเอร็ดอร่อย ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดูเป็นที่สุด

"มันอร่อยขนาดนั้นเลยหรือ?" ม่ายเก๋อรู้สึกสงสัยเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นท่าทางตอนกินของอ้ายหมี่แล้วมันช่างกระตุ้นความอยากอาหารเสียเหลือเกิน เขาจึงอดไม่ได้ที่จะยกขนมปังขึ้นมาแล้วออกแรงกัดลงไปหนึ่งคำ เคี้ยวไปสองสามที แล้วก็ต้องชะงักค้างไป

"นี่มันกระเบื้องย่างไฟชัดๆ... ที่หักไปนี่คือฟันของฉันหรือขนมปังกันแน่? พอกัดแตกแล้วก็บาดปาก จะกลืนลงไปก็ติดคอ นี่มันเอาไปใช้วางยาพิษได้เลยไม่ใช่หรือไง? แบบนี้ยังขายได้วันละหลายร้อยชิ้นอีกหรือ! โลกนี้วัฒนธรรมอาหารคงจะแห้งแล้งจนเป็นทะเลทรายไปแล้ว! ไม่ได้การแล้ว ติดคอ!" ม่ายเก๋อตาเหลือก เขาโยนขนมปังกรอบหวานในมือทิ้งลงบนโต๊ะ เอามือกุมลำคอแล้ววิ่งไปทางอ่างล้างจานในห้องครัว

จบบทที่ บทที่ 3 พ่อจะเล่นมายากลให้ดู

คัดลอกลิงก์แล้ว