- หน้าแรก
- ฮอกวอตส์: จากนักเรียนศิลปะตกอับ สู่นักสร้างการ์ดเวทมนตร์
- บทที่ 29 กักบริเวณเดี่ยว = ทัวร์กลางคืนแบบถูกกฎหมาย
บทที่ 29 กักบริเวณเดี่ยว = ทัวร์กลางคืนแบบถูกกฎหมาย
บทที่ 29 กักบริเวณเดี่ยว = ทัวร์กลางคืนแบบถูกกฎหมาย
ลูเซียสยกมุมปากขึ้นยิ้มทันทีที่เห็นอีธานกับมัลฟอย “คืนดีกัน”
แต่ในเวลาเดียวกัน ก็มีแววเจ็บแปลบในใจขึ้นมาเล็กน้อย
เจ็ดร้อยเกลเลียน ถึงจะไม่ถึงขั้นทำให้เดือดร้อน แต่ก็ไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขาทุ่มเงินไปมากมายกับเรื่องของจ้าวแห่งศาสตร์มืด ทั้งการสร้างเส้นสายและซื้อใจผู้คน
แม้จะมีช่องทางลับในการหาซื้อไม้กวาด แต่เจ็ดร้อยเกลเลียนพร้อมถุงหนังวัวที่ลงคาถาขยายไม่ตรวจจับ ที่ไม่มีขายตามท้องตลาด มันก็เป็นการสูญเสียที่จับต้องได้
ไม่เคยเลยที่เขาจะทุ่มเงินให้กับเด็กที่ไม่ใช่ครอบครัวหรือคนสนิทขนาดนี้
แต่ด้วยประสบการณ์การลงทุนมานาน ลูเซียสมองเห็น “ศักยภาพมหาศาล” ในตัวอีธาน
ในอนาคตอีธานอาจจะกลายเป็นบุคคลสำคัญในกระทรวงเวทมนตร์!
ชื่อของเขาจะดังก้องไปทั่วโลกเวทมนตร์ ได้รับการยกย่องจากทุกคน
ตระกูลมัลฟอยเคยพลาดครั้งใหญ่แล้วที่ไปตามจ้าวแห่งศาสตร์มืด
ครั้งนี้จะไม่มีการผิดพลาดซ้ำอีก!
คิดถึงตรงนี้ลูเซียสก็รู้สึกอีกครั้งว่าลูกชายตัวเองมันช่างไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ
แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับ อีธาน วินเซนต์
สองคนที่เขาอยากให้มัลฟอยสร้างมิตรด้วย…ลูกชายกลับไปหาเรื่องทั้งคู่
“มัลฟอย ยังไม่รีบขอโทษคุณวินเซนต์อีก?”
ลูเซียสเหลือบตามองลูกชาย พูดเสียงเย็น
“ขะ…ขอโทษ…”
มัลฟอยก้มหน้า พึมพำเบา ๆ จนแทบไม่ได้ยิน
ลูเซียสเลิกคิ้ว กำลังจะดุเพิ่มแต่อีธานก็พูดแทรกขึ้นมา
“อย่าเข้มงวดกับเดรโกนักเลยครับ พวกเราเป็นเพื่อนกัน จะต้องเคร่งขนาดนั้นไปทำไม”
อีธานยิ้ม ดวงตาโค้งเป็นเสี้ยวพระจันทร์ พลางตบไหล่มัลฟอยแรงจนเจ้าตัวสั่นเหมือนงูเล็ก ๆ ที่กำลังถูกเหยี่ยวจ้องเขมือบ
“เอาล่ะ งั้นเราขอตัวก่อน”
ลูเซียสพยักหน้าให้กับอีธาน ก่อนปรายตามองลูกชายอย่างเย็นชา พลางฮึดฮัด
“ฉันต้องพาลูกชายกลับบ้านไปคิดทบทวนสักสองวัน เห็นได้ชัดว่าเขายังไม่ปรับตัวกับชีวิตที่ฮอกวอตส์ และมัวแต่ไปสุงสิงกับพวก…ไม่พึงประสงค์”
ในหัวเขาผุดภาพเด็กสาวหน้าตาไม่น่ามองอย่างแพนซี่ พาร์คินสันขึ้นมา
ถึงจะเป็นเลือดบริสุทธิ์ แต่สมองกลวงเกินไป
เขาได้ยินมาว่าเด็กคนนั้นก็ถูกส่งกลับบ้านไปคิดทบทวนเช่นกัน
หึ สมควรแล้ว
แต่พวกเขายังไม่ทันได้ไปไกลนัก ก็มีร่างหนึ่งโผล่มา
ศาสตราจารย์ควีเรลล์
เขายังสวมผ้าโพกศีรษะสีม่วงอันใหญ่โตเชย ๆ หลังงอ พูดตะกุกตะกัก แถมยังส่งกลิ่นกระเทียมแรงจัด
ลูเซียสหยุดก้าว หน้าหดหนีด้วยความรังเกียจ คิ้วขมวดแน่น
“ค.ค.คุณมัลฟอย!”
ศาสตราจารย์ควีเรลล์พูดติดอ่าง ดวงตาลึกลับวาบแววประหลาด
“ผะ…ผมอยากจะเชิญ…คุณไป..”
“ขอโทษนะ แต่ฉันไม่มีเวลามาเสียโดยเปล่าประโยชน์หรอก”
ลูเซียสขัดทันที ไม่แม้แต่สังเกตความผิดปกติเล็ก ๆ ในแววตาอีกฝ่าย
เขาโบกไม้เท้าหัวงูราวกับไล่แมลงวัน เดินตรงไปข้างหน้าไม่หันกลับ
“อ้อ อีกเรื่องหนึ่ง”
ลูเซียสหันหัวกลับมองไปที่ผ้าโพกศีรษะขนาดมหึมาของควีเรลล์
“ผ้าโพกของคุณมีกลิ่นเหม็นเน่า”
“ฉันทนไม่ได้หรอกที่ศาสตราจารย์ของลูกชายต้องปกปิดโรคร้ายของตัวเอง ฮึ บางทีอาจจะเป็นไข้ผื่นมังกรก็ได้นะ”
ไข้ผื่นมังกร โรคติดต่อร้ายแรงที่มักเกิดจากพฤติกรรมสุขอนามัยที่ย่ำแย่
“ฉันจะเสนอให้บรรดาผู้บริหารโรงเรียนหาที่ใหม่ให้คุณเอง”
พูดจบ ลูเซียสก็พาลูกชายเดินจากไป โดยไม่แม้แต่หันกลับมามองอีก
อืม…ทำไมแขนซ้ายมันคัน ๆ แปลก ๆ?
ศาสตราจารย์ควีเรลล์ยืนอยู่ลำพัง ยิ้มเกร็งแข็งทื่อ ร่างสั่นสะท้านไปทั้งตัว
ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าในดวงตา ยังมีแววหวาดกลัวแฝงอยู่ด้วย
ด้านข้างนั้นเอง…
อีธานเกือบจะระเบิดหัวเราะออกมา
เขากำมือบีบฝ่ามือแรง ๆ เพื่อกลั้นไม่ให้ตัวเองหลุดหัวเราะออกมาต่อหน้าคนอื่น
หัวเราะใส่หน้าจ้าวแห่งศาสตร์มืดโวลเดอมอร์ เรียกเขาว่า “คนเป็นไข้ผื่นมังกร” ที่ไม่กล้าเปิดหน้า!
ลูเซียสเอ๊ย คำประชดประชันของคุณนี่ไร้เทียมทานจริง ๆ!
เพื่อทำลายบรรยากาศอึดอัด ศาสตราจารย์ควีเรลล์จึงหันไปมองอีธาน ฝืนยิ้มพลางพูดว่า
“คะ..คุณ…วินเซนต์ ยินดีด้วยนะที่ได้…การสนับสนุนจากตระกูลมัลฟอย…”
พอได้ยิน อีธานก็เลิกคิ้วขึ้นทันที
“นี่จะเรียกว่าสนับสนุนได้ยังไงกัน นี่มันค่าชดเชยทางใจต่างหาก”
ศาสตราจารย์ควีเรลล์: “...ฮะ ฮะ”
เขาได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ
จริง ๆ แล้วเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครกันแน่ที่ควรได้รับ “ค่าชดเชยทางใจ”
อีธานกอดถุงเงินแน่น รู้สึกสุขใจสุด ๆ และแทบจะอดใจไม่ไหวที่จะไปซื้ออุปกรณ์ศิลปะชุดใหม่
เขาหันไป เห็นสีหน้าบิดเบี้ยวของไมเคิล
“อีธาน โอ้ อีธาน…”
ไมเคิลส่ายหัว พูดด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความเสียดายลึก ๆ
“นายไปรับเงินจากมัลฟอยได้ยังไง? นายถูกเงินสกปรกทำให้แปดเปื้อนแล้ว นายไม่ใช่อีธานผู้บริสุทธิ์คนเดิมอีกต่อไป!”
บ้าชะมัด เกลเลียนตั้งเจ็ดร้อยเชียวนะ!
ไมเคิลอิจฉาจนรู้สึกเหมือนผนังเซลล์ในร่างกายกำลังแตกออก
นายเคยพูดว่าจะนำพวกเราไปปราบศัตรูไม่ใช่เหรอ? แล้วนี่อะไรหันไปเข้าข้างศัตรูซะงั้น?!
เด็กชายผู้ต่อต้านความชั่วร้ายกลายเป็นอะไรไปแล้ว?!
พอได้ยิน อีธานก็หัวเราะเบา ๆ พลางส่ายหัว
เขามองไมเคิลด้วยสายตาเมตตา เหมือนผู้ใหญ่ที่มองเด็กซน พร้อมเอ่ยปลอบใจอย่างอ่อนโยนว่า
“เงินของมัลฟอยทั้งหมดมันก็ปล้นมาจากทุกคนทั้งนั้น ดังนั้นถ้าฉันเอาเงินพวกนั้นมา แล้วเอาไปใช้เพื่อประโยชน์ของทุกคน มันก็เท่ากับได้คืนให้ทุกคนไม่ใช่เหรอ?”
“ต้องมีใครสักคนรับความอับอายนี้ไว้ แล้วทำไมจะไม่เป็นฉันล่ะ? ฉันนี่แหละ จะรับมันไว้เอง!”
ไมเคิล: ?
ม.มันก็…ฟังดูมีเหตุผลอยู่นะ…?
เมื่อคิดตามแบบนี้ การเสียสละของอีธานก็ถือว่ายิ่งใหญ่จริง ๆ
เพราะสิ่งที่เขาได้มาก็แค่เงินเน่าที่ไม่น่าสนใจ แต่กลับต้องเผชิญกับความอิจฉา ริษยา และความเกลียดชังของคนอื่น ๆ
อีธานตบไหล่ไมเคิลอย่างพอใจ
เด็กหนุ่มที่สอนได้
เขาชอบสร้างมิตรกับคนฉลาดที่พอมีแววเข้าใจโลกเช่นนี้ ทิ้งไอ้เจ้าตัวโง่น้อยไว้ให้ยืนคิดทบทวนเองอยู่ตรงนั้น
อีธานหันศีรษะ ยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ที่แทบกลั้นไม่อยู่
แผนสำเร็จแล้ว
รายได้ไม่คาดฝันชัด ๆ
ไม่ต้องห่วงหรอกนะ เงินนี้ฉันจะเอาไปใช้เพื่อสาธารณะอย่างดีแน่นอน
อย่างเช่น…เตรียมงานแสดงภาพในวันฮาโลวีนสุดตื่นเต้น เอ๊ย ซึ้งกินใจต่างหาก
“เฮะ เฮะ เฮะ…”
อีธานหัวเราะค่อย ๆ ในขณะที่เหล่านักเรียนรอบ ๆ พากันถอยหลังด้วยสีหน้าหวาด ๆ ก่อนที่เขาจะเดินตรงไปยังหอส่งนกฮูกเพื่อเขียนใบฝากของ
อ้อ และในโอกาสนี้ เขาก็จะซื้อของแปลก ๆ ให้ลูน่าสักชิ้นสองชิ้น
เช่น กิโยตีนตัดโนมรุ่นใช้ซ้ำได้ขนาดเท่าฝ่ามือ พกพาสะดวก มีคุณค่าทางการศึกษา และเหมาะกับการเสริมสร้างพัฒนาการของเด็ก ๆ
เส้นทางช่างแจ่มชัด
…
ค่ำวันจันทร์
อีธานตามฟิลช์ไปยังห้องถ้วยรางวัลเพื่อทำโทษกักบริเวณ
แสงจันทร์ส่องลอดหน้าต่างเข้ามา ไล้ไปบนใบหน้าของอีธาน จนผิวขาวซีดดูราวกับงาช้าง
ระเบียงเงียบสงัด มีเพียงเสียงฝีเท้าของอีธานกับฟิลช์
คุณนายนอร์ริส แมวผอมโซขนหมองก้าวตามไปเงียบ ๆ
ดวงตาแนวตั้งสีส้มแดงสะท้อนแสงจันทร์ วาววับแบบสัตว์นักล่า
“แกร๊ก”
ฟิลช์ไขกุญแจ เปิดประตูห้องถ้วยรางวัล
กลิ่นฝุ่นอับพุ่งออกมา พอประตูแง้มก็มีกลุ่มฝุ่นฟุ้งกระจายขึ้นจากพื้น
“ห้องนี้เอาไว้สำหรับพวกตัวปัญหาที่ก่อเรื่อง”
ฟิลช์ยิ้มเยาะร้ายกาจ
“คืนนี้ แกต้องถูให้สะอาดทุกซอกทุกมุม ด้วยผ้าขี้ริ้วนี่! ห้ามใช้เวทมนตร์!”
แต่ตอนนั้นเอง อีธานแทบไม่ได้ยินอะไรเลย
ความสนใจของเขาจับจ้องไปที่วัตถุสูงใหญ่ใกล้หน้าต่าง
มันถูกคลุมแน่นด้วยผ้าใบสีหม่น ปิดกั้นแสงจันทร์ที่ส่องลอดเข้ามา
ใต้ผ้านั้น เห็นเป็นโครงฐานคล้ายกรงเล็บเล็กน้อย
ด้วยเหตุผลบางอย่าง…
เมื่ออีธานมองมัน เวทมนตร์ในกายก็พลันพลุ่งพล่าน เกิดเป็นระลอกคลื่นในใจ
ความอยากรู้อยากเห็นอยากจะเปิดมันพลันผุดขึ้นมาอย่างรุนแรง