- หน้าแรก
- ฮอกวอตส์: จากนักเรียนศิลปะตกอับ สู่นักสร้างการ์ดเวทมนตร์
- บทที่ 6 ใครปล่อยของประหลาดนี่เข้ามาในนิตยสารกันเนี่ย?!
บทที่ 6 ใครปล่อยของประหลาดนี่เข้ามาในนิตยสารกันเนี่ย?!
บทที่ 6 ใครปล่อยของประหลาดนี่เข้ามาในนิตยสารกันเนี่ย?!
“ฟู่…”
อีธานผ่อนลมหายใจยาว เหงื่อที่หน้าผากถูกเช็ดออก เขารู้สึกเหมือนร่างกายถูกดูดพลังจนกลวงโบ๋
แต่เหนือกว่าความเหนื่อยล้าทางกาย คือความอิ่มเอมใจที่ได้วาดภาพพิเศษนี้จนเสร็จสิ้น
สีแดงสดไหลพรั่งพรูลงบนกระดาษ อีธานสูดกลิ่นสีเข้าไปลึก ๆ กลิ่นคาวสนิมแทรกอยู่ในนั้น
อาจเพราะมันทำจากสัตว์จริง ๆ เลยทำให้ภาพดูสมจริงยิ่งขึ้นไปอีก
“แทบรอไม่ไหวแล้ว ที่จะเห็นเดอะควิบเบลอร์ ฉบับหน้า” อีธานพึมพำ พร้อมกับม้วนภาพวาดอย่างระมัดระวัง ผูกมันเข้ากับกรงเล็บนกฮูกพร้อมจดหมายตอบกลับ
“ขอบคุณมากนะ เจ้านกฮูกน้อย”
เขาลูบหัวกลม ๆ ของมันเบา ๆ
นกฮูกส่งเสียงครางพอใจ ก่อนกางปีกสีเทาฟ้าออก บินทะยานสู่ท้องฟ้า
อีธานยืนมองมันจนกลายเป็นจุดดำเล็ก ๆ แล้วลับหายไป
เขาจึงละสายตากลับมามองซับไตเติลที่ระบบฉายขึ้น
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ภาพวาดที่มี “เอฟเฟกต์พิเศษ”
“เมื่อใช้ภาพนี้ จะทำให้คู่ต่อสู้มีผื่นแดงเล็กน้อยบนจุดที่สัมผัส…”
“ถึงจะไม่ดูทรงพลังเท่าไร แต่ระบบบอกว่า ถ้าใช้ร่วมกับคาถาที่เหมาะสม มันสามารถอัปเกรดได้อีก”
อีธานคิด พลางดวงตาเป็นประกายสนใจ
การผสมเวทมนตร์เข้ากับภาพวาด...มันเหมือนการเล่นแร่แปรธาตุ หรือไม่ก็คล้ายภาพวาดที่มีชีวิตในฮอกวอตส์!
เพราะการวาดภาพธรรมดา ๆ ไม่มีทางทำให้เกิดผลลัพธ์สมจริงขนาดนี้ได้
มันเหมือนมีเศษเสี้ยวของวิญญาณคนฝังอยู่ในนั้นจริง ๆ
ตอนนี้อีธานยังไม่เข้าใจทั้งหมด
แต่เขาตั้งใจจะเริ่มจากการอ่านล่วงหน้าตำราที่ซื้อมา
ในเรื่องต้นฉบับ เฮอร์ไมโอนี่เด็กสาวเลือดผสมยังเรียนรู้คาถาพื้นฐานได้แค่จากการอ่านตำรา
แล้วเขาจะทำไม่ได้เหรอ? ไม่มีเหตุผลเลย!
“การวิจัยเชิงลึก เอาไว้ตอนเข้าเรียนฮอกวอตส์ก็แล้วกัน”
พอดีกับที่ตำราที่เขาซื้อก็ถูกนกฮูกนำมาส่งเรียบร้อยแล้ว
อีธานหยิบ “คู่มือคาถามาตรฐาน เล่ม 1” มานั่งทรุดตัวลงบนโซฟาเก่า ๆ ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดทันที จากนั้นก็เปิดอ่านอย่างเพลิดเพลิน ราวกับถูกดูดเข้าไปในโลกของหนังสือเล่มนั้น
เขาไม่เข้าใจจริง ๆ ว่า ทำไมพ่อมดแม่มดวัยรุ่นหลายคนถึงต้านทานความรู้มหัศจรรย์เหล่านี้ได้
ไฟแห่ง “นักเรียนตัวจริง” กำลังลุกโชนอยู่ในจิตวิญญาณของเขา
ไม่นานหลังจากนั้น
สำนักงานใหญ่เดลี่พรอเฟ็ต
ริต้า สกีตเตอร์เดินอาด ๆ เข้ามาในตึก สวมเสื้อแจ็กเก็ตสีเขียวมันวาวรัดรูปจนสะท้อนแสง
ผมบลอนด์สั้นหยิก ๆ เปิดหน้าผากกว้าง และริมฝีปากแดงสดราวจะกลืนเด็กเข้าไปทั้งตัว
คิ้วบางเชิดขึ้นตลอดเวลา ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์กวาดไปมาไม่หยุด ราวกับกำลังหาข่าวฉาวตลอดเวลา
วันนี้เป็นวันที่เดอะควิบเบลอร์ ฉบับใหม่วางแผง
แต่ริต้าไม่สนใจหรอก
เฮอะจะไปสนใจอะไรกับ “ขยะ” อย่างนั้น?
เต็มไปด้วยเรื่องแต่งเพ้อเจ้อ คนเขียนก็พวกบ้า ๆ บอ ๆ ทั้งนั้น
บทความของเดอะควิบเบลอร์ ต่อให้รวมทั้งเล่ม...ก็ไม่สู้เส้นผมเส้นเดียวของเธอ ริต้า สกีตเตอร์!
เพราะการ “แต่งเรื่อง” น่ะ มันต้องมีศิลปะ เข้าใจไหม?!
เมื่อความคิดผุดขึ้นมา ริต้ายกมุมปากยิ้มอย่างภาคภูมิ ก่อนจะนั่งครุ่นคิดว่าคราวนี้จะปั้นข่าวเรื่องไหนดี
กะเวลาคร่าว ๆ แล้ว เด็กชายผู้รอดชีวิตคงกำลังจะเข้าโรงเรียนพอดี...
งั้นเขียนเรื่องโศกนาฏกรรมการตายของพ่อแม่เขาดีไหมนะ?
พาดหัวก็คงประมาณว่า..
“เบื้องหลังเด็กชายผู้รอดชีวิต! ความจริงที่ถูกปิดบังในวันนั้นคืออะไรกันแน่…”
หรือว่า…เขียนข่าวใส่ร้ายเด็กเวรที่เอาภาพวาดไปขายคนนั้นก็คงไม่เลวเหมือนกันนะ?
ก็จับโยงพฤติกรรมบ้า ๆ ของหมอนั่นเข้ากับสภาพแวดล้อมแย่ ๆ ที่สปินเนอร์สเอนด์ แล้วแอบพาดพิงถึงสเนป อดีตผู้เสพความตายที่ปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์ฮอกวอตส์…
หึม! เรื่องนี้ต้องสร้างกระแสได้ชัวร์!
แววตาของริต้าเป็นประกาย ลิ้นเลียริมฝีปากแดงสด ขนนกจดข่าวอัตโนมัติแกว่งไปมาข้างตัว ราวกับพร้อมจะลงมือทันที
ทันใดนั้นเอง
ริต้าเห็นเพื่อนร่วมงานยืนรวมกลุ่มกัน สีหน้าเคร่งเครียดกำลังคุยอะไรบางอย่าง
เธอกลอกตา แล้วรีบเดินเข้าไปพิงตัวกับโต๊ะอย่างยั่วยวน แทรกเสียงเข้ามาอย่างไม่เกรงใจว่า
“มีอะไรเหรอ? เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”
“…”
เพื่อนร่วมงานเหล่านั้นมองหน้ากันไปมา
สุดท้ายคนหนึ่งยื่นนิตยสารมาให้แล้วพูดว่า
“ลองดูเดอะควิบเบลอร์ฉบับนี้สิ…”
“เดอะควิบเบลอร์?” ริต้าเลิกคิ้ว หัวเราะเยาะ “มันจะมีเรื่องไร้สาระอะไรอีกล่ะ? ทำไมถึงตื่นเต้นกันจัง?”
เธอรับนิตยสารมาอย่างไม่ใส่ใจ แต่ทันทีที่สายตาเหลือบไปเห็นหน้านั้น…
วินาทีถัดมา กลิ่นคาวเลือดก็พุ่งเข้าจมูก!
สีแดงเข้มหนืดไหลราวของจริงบนหน้ากระดาษ ผิวหนังสีซีดเหมือนเนื้อหมูเต็มไปด้วยตุ่มหนองสีแดง บางเม็ดแตกมีหนองกับเลือดไหลซึมออกมา
เส้นสายที่บิดเบี้ยวเหมือนกำลังถ่ายทอดความเจ็บปวดสาหัสของคนในภาพวาด
【…การขี่ไม้กวาดเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่โรคที่เรียกว่า ผื่นก้นไม้กวาด เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียที่ค่อย ๆ ลามขึ้นมาจากก้น…】
“กรี๊ดดดดดด!!!”
จนถูกเขย่าตัวแรง ๆ นั่นแหละ ริต้าถึงรู้ว่ากรีดร้องน่าขนลุกเมื่อกี้…มาจากปากตัวเอง!
แถมยังพบว่า ตัวเองกำลังเกาหลังและก้นตัวเองต่อหน้าทุกคน!
ผิวที่โผล่พ้นออกมามีรอยแดงขึ้นเต็มไปหมด
“…”
บรรยากาศเงียบกริบชวนอึดอัด
ริต้ากับเพื่อนร่วมงานมองหน้ากัน หน้าแดงก่ำ
“นี่…นี่มันเรื่องอะไรกัน!” ริต้าตะโกนทั้งอายทั้งโกรธ “นิตยสารที่เป็นปกติไม่มีทางปล่อยเรื่องบ้า ๆ แบบนี้ออกสู่สาธารณะ”
แต่ยังพูดไม่ทันจบ เธอก็นึกขึ้นมาได้ว่า…
อ๋อ..นี่มันเดอะควิบเบลอร์
งั้นไม่เป็นไร
บรรยากาศก็เงียบกริบอีกครั้ง
สายตาเพื่อนร่วมงานที่มองมาเหมือนเป็นห่วง แต่จริง ๆ แล้วเต็มไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์สะใจ
แม่มดปากจัดคนนี้ เจอดีจนได้ ฮ่า ๆ
ริต้ากัดริมฝีปากแน่น
เสียกิริยาเพราะภาพวาดเนี่ยนะช่างเป็นความอับอายอย่างร้ายแรง!
เธอจ้องภาพวาดอีกครั้ง สั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะเห็นลายเซ็นมุมกระดาษ
“อีธาน วินเซนต์…? นี่มันเด็กคนนั้นที่ละเมิดกฎโลกเวทมนตร์ใช่ไหม?!”
ดวงตาริต้าเป็นประกาย ริมฝีปากแดงยกขึ้นเป็นรอยยิ้มร้าย
รายงานถัดไปจะต้องเป็นเรื่องร้าย ๆ ของเด็กคนนี้แน่
ยังไงเขาก็กำลังจะเข้าเรียนฮอกวอตส์อยู่แล้ว เธอจะแอบใส่ความว่า “น่าเป็นห่วง” สักเล็กน้อยก็พอ…
ไม่มีใครอยากมีชื่อเสียงชั่วร้ายก่อนเข้าโรงเรียนหรอก จริงไหม?
หึหึหึ.. ฉันนี่มันอัจฉริยะจริง ๆ เลย ริต้า สกีตเตอร์!
กระทรวงเวทมนตร์
“ยัยริต้า สกีตเตอร์นี่มันตัวซวยชัด ๆ!!”
คอร์นีเลียส ฟัดจ์ รัฐมนตรีเวทมนตร์ตบหนังสือพิมพ์ดังปังลงบนโต๊ะ
พาดหัวใหญ่เบ้อเริ่มคือ…
“ความยุติธรรมปะทะความชั่วร้าย? เด็กชายผู้รอดชีวิต กับ จิตรกรปีศาจ!”
บทความข้างล่างก็ลงภาพชั่วร้ายจากเดอะควิบเบลอร์ พร้อมบรรยายอย่างละเอียดทำให้ยอดขายฉบับนี้พุ่งกระฉูด
แถมยังมีทีท่าว่าจะไล่ทันเดลี่พรอเฟ็ต อีกด้วย
เพราะนิสัยมนุษย์ก็คืออยากรู้อยากเห็น อยากเสพความบันเทิง
อะไรนะ? มองภาพนี้แล้วสติแตก?
งั้นยิ่งต้องลองสิ!
ปีนี้ทั้งปีวุ่นวายอยู่แล้วเพราะเด็กชายผู้รอดชีวิตจะเข้าเรียน
ตอนนี้ยังมีเด็กอีกคน “อีธาน” ที่ถูกพูดถึงกันทั่ว
“นักข่าวตัวดีนี่มันชอบหาเรื่องจริง ๆ!”
ฟัดจ์พูดอย่างหัวเสีย รีบสั่งทันทีว่า
“เขียนจดหมายไปที่เดลี่พรอเฟ็ต! บอกให้ลงโทษข่าวเหลวไหลนี่!”
ลูกน้องรีบพยักหน้า หยิบปากกาขนนกขึ้นมาเขียน
ฟัดจ์หันกลับไปมองภาพวาดในหนังสือพิมพ์ ถึงจะเป็นแค่ภาพพิมพ์ แต่ก็ทำให้ขนลุกซู่
มันชั่วร้ายเกินไปจริง ๆ
ฮอกวอตส์ปีนี้นี่…ช่างมีพรสวรรค์แปลก ๆ กันเยอะจริง ๆ
แต่เพราะมันถูกตีพิมพ์ในนิตยสารที่ “ถูกกฎหมาย” สำหรับพ่อมดแม่มด ฟัดจ์เองก็เอาผิดกับอีธานไม่ได้
“…ช่างมันเถอะ จับตาดูเด็กคนนี้ไว้ก็พอ ที่เหลือปล่อยให้ฮอกวอตส์จัดการ”
สรุปแล้ว มันคงไม่เกิดเรื่องใหญ่โตอะไรหรอก…ใช่ไหม?
ใช่แน่ ๆ…
ฟัดจ์หันไปมองท้องฟ้าสีฟ้าใส สูดหายใจลึก ๆ อย่างปลอบใจตัวเอง
ไม่ว่าจะยังไง…ผู้ที่น่ากลัวที่สุดก็ล่มสลายไปแล้ว
จากนี้ไป โลกเวทมนตร์จะต้องสงบสุข…