- หน้าแรก
- พลิกโชคชะตาชาติ เริ่มต้นต่อโลงศพสู่การสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินทลายโลก
- บทที่ 15 : เคลาส์ : น้องสาวบอกว่าฝีมือทำอาหารของฉันอร่อยที่สุดในโลก
บทที่ 15 : เคลาส์ : น้องสาวบอกว่าฝีมือทำอาหารของฉันอร่อยที่สุดในโลก
บทที่ 15 : เคลาส์ : น้องสาวบอกว่าฝีมือทำอาหารของฉันอร่อยที่สุดในโลก
"นายทำอาหารเป็นไหม?"
หร่านอี้ลากซากปลาดาบกลายพันธุ์มาไว้ข้างกองไฟ
เคลาส์เผยสีหน้าภาคภูมิใจออกมาแวบหนึ่ง ซึ่งหาดูได้ยาก
"แน่นอน"
"เลน่าบอกเสมอว่ารสมือฉันอร่อยที่สุดในโลก"
"เลน่า?" หร่านอี้เลิกคิ้ว
"อื้ม" เคลาส์ตอบเสียงอ่อนลง "น้องสาวฉันเอง"
"ยัยนั่น... เมื่อก่อนเป็นเด็กเลือกกินจะตาย แต่ถ้าเป็นกับข้าวที่ฉันทำ เธอฟาดเรียบไม่เหลือสักจาน"
【เดี๋ยว... ทำไมฉันสังหรณ์ใจไม่ดีชอบกล...】
【เมนูของแคว้นฮันส์แคทเนี่ยนะ... อืม】
【คอมเมนต์บน นายหมายถึงไส้กรอกกับมันฝรั่ง มันฝรั่งกับไส้กรอก หรือไส้กรอกกับมันบดล่ะ?】
【กะหล่ำปลีดองไง! อย่าลืมกะหล่ำปลีดองสิ!】
หร่านอี้ผู้ไม่รู้อีโหน่อีเหน่พยักหน้ารับ
"งั้นฝากนายด้วยแล้วกัน"
เคลาส์รับปลาไปอย่างเคร่งขรึม เขาเริ่มจากการแล่เนื้อปลาเป็นชิ้นพอดีคำอย่างบรรจง แล้วเสียบไม้ปลายแหลมเตรียมย่าง
"เสียดายไม่มีแตงกวาดอง" เขาบ่นพึมพำขณะเสียบไม้
"ถ้ามีกินแกล้มกับมันฝรั่งคงเพอร์เฟกต์"
หร่านอี้ชะงักไปครู่หนึ่ง
แตงกวาดอง?
"แล้วก็เกล็ดขนมปัง" เคลาส์ร่ายยาวต่อ "เสิร์ฟคู่กับซาวครีม หรือไม่ก็ซอสมัสตาร์ด..."
ซาวครีม?
ซอสมัสตาร์ด?
"เราอยู่กลางทะเลนะ" หร่านอี้อดเตือนสติไม่ได้
"ฉันรู้"
เคลาส์ชะงักมือ ขมวดคิ้วด้วยความกลัดกลุ้ม
"เกลือไม่มี พริกไทยไม่มี น้ำเลมอนก็ไม่มี"
"แล้วจะดับคาวปลายังไง?"
หร่านอี้เงียบไปสองวินาที
"...ย่างมันทั้งอย่างนั้นแหละ"
เคลาส์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะนำไม้เสียบปลาไปอังไฟ "น่าเสียดายจริงๆ"
【ฮ่าฮ่าฮ่า ขำจนท้องแข็ง!】
【เคลาส์ : ชีวิตที่ขาดแตงกวาดอง คือชีวิตที่ไม่สมบูรณ์!】
【ฉันบอกแล้ว คนแคว้นฮันส์แคทถ้าขาดวัตถุดิบพวกนั้นไป ก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน!】
【หร่านอี้ : ฉันเริ่มกังวลแล้วสิ】
หร่านอี้นั่งมองอย่างระแวงอยู่พักใหญ่ รู้สึกทะแม่งๆ ชอบกล
เทคนิคการจัดการปลาของหมอนี่ถือว่าประณีตมาก
ติดอยู่ตรงที่ท่าทีอันเคร่งขรึมและสายตาที่มองชิ้นปลา... มันเหมือนกำลังมองชิ้นส่วนเครื่องจักรที่รอการประกอบมากกว่า นี่มันทำอาหารแน่เหรอ?
"ปกติอยู่บ้านนายทำเมนูอะไร?"
"สตูเนื้อตุ๋นมันฝรั่ง, ไส้กรอกกับมันฝรั่ง, ขาหมูเยอรมันกับกะหล่ำปลีดอง, ปลาค็อด..."
เคลาส์ตอบพลางพลิกไม้ปลาไปมา
"ของโปรดเลน่าคือมันบด ใส่หอมใหญ่กับแตงกวาดองเยอะๆ..."
หร่านอี้พยักหน้า เขาเข้าใจแล้ว
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ฝีมือ แต่เป็นปัญหาที่ 'ตำราอาหาร' ของชาตินี้ต่างหาก
"นายกินปลานึ่งไหม?"
"นึ่ง?" เคลาส์ขมวดคิ้ว "ปลานึ่งมันไม่คาวแย่เหรอ?"
"ใช้ต้นหอมกับขิงดับกลิ่นคาวได้"
เคลาส์ส่ายหน้า "ฉันรู้แค่ว่าต้องใช้เลมอน"
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเสริมว่า "แล้วก็แตงกวาดอง"
หร่านอี้ : "..."
ช่องแชทฝั่งแคว้นมังกรฮากันกระจาย
【สีหน้าพี่แกคือที่สุด!】
【นี่เขากำลังตั้งคำถามกับชีวิตอยู่ใช่ไหม ฮ่าฮ่าฮ่า!】
【เคลาส์ : แตงกวาดองเยียวยาทุกสิ่ง!】
【อะไรๆ ก็ต้องแตงกวาดองสินะ】
ในศูนย์บัญชาการ จางกวงเหว่ยหัวเราะจนตัวงอ
"ก็ยังดีกว่าอดตายนะ" ศาสตราจารย์หลี่ซูเองก็กลั้นขำไม่อยู่
ไม่นาน เนื้อปลาก็ส่งเสียงฉูฉ่า น้ำมันหยดลงบนกองไฟจนเกิดประกายไฟแตกเปรี๊ยะเป็นระยะ
ผิวปลาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง ส่งกลิ่นหอมแบบดิบเถื่อนโชยแตะจมูก
เคลาส์ใช้ไม้จิ้มเนื้อปลาเพื่อเช็คความสุก เมื่อแน่ใจแล้วจึงส่งให้หร่านอี้หนึ่งไม้
แม้จะไร้เครื่องปรุงรส
แถมยังมีกลิ่นควันไฟและรสขมไหม้นิดๆ
แต่ปลาทะเลที่เพิ่งจับขึ้นมาสดๆ นั้นมีความหวานฉ่ำตามธรรมชาติ เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนลิ้นแทบละลายในปาก สำหรับหร่านอี้ที่ทนกินเนื้อตากแห้งดิบๆ มาทั้งวัน นี่คืออาหารรสเลิศระดับสวรรค์
เคลาส์เองก็กัดกินอย่างมูมมาม
เขาไม่ได้กินของร้อนๆ มาหลายวันแล้ว การกินแต่บิสกิตอัดแท่งทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังเคี้ยวท่อนไม้ไม่มีผิด
【┭┮﹏┭┮ พี่โลงศพได้กินของร้อนๆ แล้ว!】
【ถึงจะดูเรียบง่ายแต่น่ากินชะมัด!】
【เคลาส์เองก็กินอย่างเอร็ดอร่อย เวลาหิวอะไรก็อร่อยไปหมดแหละ】
【คนข้างบน นี่มันปลาดาบกลายพันธุ์นะ วัตถุดิบระดับแรร์ไอเทมที่หาไม่ได้บนดาวสีน้ำเงินเชียวนะ!】
ทั้งสองจัดการปลาเกือบหมดในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนก้างและหนังที่เหลือ หร่านอี้เก็บกวาดลงโลงศพตามระเบียบ
หร่านอี้ปัดมือ แล้วหยิบเนื้อนกนางนวลสี่ชิ้นออกจากคลังเก็บของ นำไปแขวนตากลมไว้ที่ราวกันตก
จากนั้นเขาก็หยิบเบ็ดตกปลา เกี่ยวชิ้นเนื้อสดเล็กๆ แล้วเหวี่ยงลงทะเลอีกครั้ง
"ยังจะตกปลาอีกเหรอ?"
เคลาส์เช็ดปาก เอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
"อื้ม เนื้อสดใช้ล่อปลากลายพันธุ์ได้ดี"
หร่านอี้อธิบาย "คลังเก็บของฉันรักษาสภาพความสดไม่ได้ เนื้อนกนางนวลอยู่ได้แค่สองวัน"
"นาย... ไม่เหนื่อยบ้างเหรอ?" เคลาส์มองอีกฝ่ายด้วยสายตาซับซ้อน
ตั้งแต่เจอหน้ากัน... ทั้งเสี่ยงตาย ช่วยคน ตกปลา... หมอนี่ไม่หยุดพักเลยสักวินาที
"ไม่เป็นไร ชินแล้ว"
【จู่ๆ ก็รู้สึกสงสารท่านเทพขึ้นมาตะหงิดๆ...】
【ชีวิตเขาผ่านอะไรมาบ้างเนี่ย?】
【เขาเป็นหมอไม่ใช่เหรอ? บางทีหมอเขาก็เข้าเวรกันข้ามวันข้ามคืน ความอึดระดับนี้อาจจะเป็นเรื่องปกติสำหรับเขาก็ได้?】
"สลับกันพัก นายงีบก่อนเลย"
เห็นหร่านอี้เริ่มจดจ่อกับการตกปลา เคลาส์จึงหันหลังให้กองไฟ รับไออุ่นที่ยังหลงเหลือ แล้วล้มตัวลงนอนเงียบๆ
"งั้นเดี๋ยวค่อยปลุกฉันนะ"
ดึกสงัด หร่านอี้ถือเชือกเบ็ดไว้ในมือ แต่ความคิดเริ่มล่องลอย
เขาเพิ่งจะถอนหายใจเบาๆ เชือกในมือก็จมวูบ—
ปลากินเบ็ด!
หร่านอี้รีบสาวเชือกกลับ แต่แปลกที่น้ำหนักคราวนี้หนักอึ้งกว่าครั้งก่อนมาก ทว่ากลับไม่มีแรงดิ้นรนขัดขืนเท่าไหร่
เขาลุกขึ้นยืน เหยียบราวกันตก ออกแรงดึงจนสิ่งนั้นพ้นน้ำ—
ปูยักษ์ตัวหนึ่ง
"..."
【ฮ่าฮ่าฮ่า ขำจนจะขิต!】
【เล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์ ที่แท้ก็ได้เจ้านี่?】
【ท่านเทพ : หมดกันความขลัง】
หร่านอี้ทุบปูตายด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ แล้วโยนลงโลงศพ
【คุณได้สังหารปูยักษ์】
ดูเหมือนไม่ใช่สิ่งมีชีวิตทุกตัวจะให้แต้มวิวัฒนาการ
ผู้ชมไม่ได้ผิดหวัง กลับหัวเราะกันอย่างบ้าคลั่ง
【ปู : ฉันทำผิดอะไร?】
【น่าสงสารจัง ตายฟรีแถมไม่ได้แต้มวิวัฒนาการด้วย】
【ไม่มีเกียรติเอาซะเลย】
หร่านอี้เกี่ยวเหยื่อใหม่แล้วเหวี่ยงเบ็ดลงไปอีกครั้ง พลันหนังตาเริ่มหนักอึ้ง ก็มีความเคลื่อนไหวที่ปลายสาย
คราวนี้แรงดึงเบาหวิว แต่สัมผัสไม่เหมือนเบ็ดหลุด—
ขวดแก้วปริศนา (Message in a Bottle)
หร่านอี้จ้องมองขวดแก้วที่จุกไม้ก๊อกเกี่ยวติดเบ็ดขึ้นมา แล้วนิ่งเงียบไป
【เชี่ย! ตกไอ้นี่ขึ้นมาได้ด้วยเรอะ?!】
【ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ไหวแล้ว สีหน้าท่านเทพคือตลกมาก!】
【วิถีนักตกปลา ไม่เคยกลับบ้านมือเปล่า!】
เขาหยิบมันขึ้นมาเขย่า ดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างอยู่ข้างใน
แต่กองไฟใกล้มอดดับ เหลือเพียงถ่านแดงระเรื่อ ท่ามกลางความมืดมิด เขาจึงมองเห็นไม่ชัดนัก
"ช่างเถอะ..."
หร่านอี้ยัดขวดแก้วลงโลงศพ เก็บไว้ศึกษาวันพรุ่งนี้
เขาเก็บอุปกรณ์ตกปลา
【อ้าว? ทำไมท่านเทพเลิกตกแล้วล่ะ?】
【คงคิดว่าโชคของวันนี้หมดแล้วมั้ง】
【อย่าล้อเล่นน่า นี่แหละชีวิตประจำวันของนักตกปลา คิดว่าจะตกได้ปลาเต็มถังทุกวันหรือไง?】
หร่านอี้ขยับตัวหามุมสบาย แล้วหลับตาลง
เพียงชั่วอึดใจ ลมหายใจของเขาก็เข้าสู่จังหวะสม่ำเสมอและยาวนาน