- หน้าแรก
- พลิกโชคชะตาชาติ เริ่มต้นต่อโลงศพสู่การสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินทลายโลก
- บทที่ 12 : ฉันก็แค่อยากให้นายซ่อมเรือ
บทที่ 12 : ฉันก็แค่อยากให้นายซ่อมเรือ
บทที่ 12 : ฉันก็แค่อยากให้นายซ่อมเรือ
"หมายความว่านายซ่อมแซมสิ่งของที่ทำจากไม้ได้สินะ?"
หร่านอี้หมุนแท่งแมกนีเซียมจุดไฟที่ฉกมาจากกระเป๋าของเคลาส์เล่นไปมา พลางเอ่ยถามเพื่อความแน่ใจ
เคลาส์ที่เริ่มได้สติจากอาการช็อก กลับเข้าสู่โหมดมืออาชีพและเริ่มสำรวจ 'เรือ' ที่ตนนั่งทับอยู่อย่างละเอียด
"ใช่ ลำดับ 'ช่างตีเหล็ก' เลเวล0 สามารถตรวจสอบและซ่อมแซมโครงสร้างไม้พื้นฐานได้ ตราบใดที่มีไม้แปรรูปเพียงพอ"
"แต่เรือลำนี้..."
เขาลูบคลำฝาโลงใต้ร่าง ก่อนจะเคาะราวกันตกที่บิดเบี้ยว
"นี่มัน... กระดูก? กระดูกคนเหรอ?"
"ถูกต้อง"
หร่านอี้ยัดแท่งจุดไฟลงกระเป๋าหน้าตาเฉย—
เขาพบว่าเฉพาะสิ่งของที่ได้จากการ 'ย่อยสลาย' เท่านั้นที่จะสามารถเก็บเข้าคลังระบบได้
"วัตถุดิบพวกนี้มาจากอดีตเพื่อนร่วมทีมของฉันเอง..."
ดวงตาสีเทาของเคลาส์เบิกกว้าง เขากระถดตัวถอยหลังหนีโดยสัญชาตญาณ "อะ... อดีตเพื่อนร่วมทีม?!"
หร่านอี้พยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง
"อืม เป็นคู่หูที่พึ่งพาได้มาก เขาเป็นคนพูดน้อยแต่ทรหดอดทน แถมยังเคยช่วยชีวิตฉันจากผู้เล่นฝั่งญี่ปุ่นด้วย"
เคลาส์แยกไม่ออกเลยว่าคนตรงหน้ากำลังล้อเล่น หรือกำลังเล่าเรื่องสยองขวัญด้วยท่าทีสบายๆ กันแน่
แต่ดูจากพฤติกรรมแล้ว... หมอนี่ทำเรื่องพรรค์นั้นได้จริงๆ แน่!
"นาย... นายย่อยสลายเขา..." เขาอยากจะพูดคำว่าย่อยสลาย
"ช่วยไม่ได้ เพื่อความอยู่รอด" สีหน้าของหร่านอี้ดูอาลัยอาวรณ์ยิ่งขึ้น น้ำเสียงเจือความเศร้าสร้อย
"อีกอย่าง นี่เป็นคำสั่งเสียสุดท้ายของเขาด้วย..."
"เขาบอกว่า แทนที่จะจมดิ่งสู่ก้นทะเลอันหนาวเหน็บ เขายอมหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเรือลำน้อย แล้วกลายเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินเพื่อพิชิตมหาสมุทรไปพร้อมกับฉันดีกว่า"
คำบรรยายของหร่านอี้ ฉายภาพภาพยนตร์อาชญากรรมขึ้นในหัวของเคลาส์ทันที—
ฆาตกรต่อเนื่องในหนังมักจะมีรูปร่างหน้าตาดูดี พูดจาไพเราะ และมีอาชีพที่น่าเคารพ
คนพวกนี้มักจะเอากระดูกเหยื่อมาทำเป็นงานศิลปะ
และเลาะหนังมาทำโคมไฟหรือผืนผ้าใบ!
ในฐานะ 'เพื่อนร่วมทีม' คนปัจจุบัน... หร่านอี้คงไม่คิดจะเลาะหนังเขามาทำใบเรือ แล้วเอากระดูกเขาไปเสริมความแข็งแกร่งให้โลงศพนี่หรอกนะ?
เคลาส์รู้สึกเย็นวาบไปทั้งไขสันหลัง กลัวว่าถ้าขยับตัวสุ่มสี่สุ่มห้า อีกฝ่ายจะตีความว่านั่นคือ 'คำสั่งเสียสุดท้าย'
ช่องแชทถ่ายทอดสดฝั่งแคว้นมังกรฮากันจนท้องคัดท้องแข็ง
【ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ดูสิ หน้าซีดเป็นไก่ต้มแล้ว!】
【ฮึฮึ เขาเชื่อว่ะ! เขาเชื่อจริงๆ ด้วย!】
【เคลาส์ : ได้โปรด ให้ฉันตายไวๆ เถอะ】
【ฉันรู้สึกว่าเคลาส์กำลังคิดอยู่แน่ๆ ว่าอวัยวะส่วนไหนของตัวเองเหมาะจะเอาไปทำไม้พาย】
หร่านอี้ไม่ได้รับรู้ถึงเสียงในใจอันฟุ้งซ่านของเคลาส์ เพียงแต่รู้สึกว่าสีหน้าของฝรั่งร่างโตคนนี้ดูแปลกๆ ชอบกล
"จะว่าไป..."
"มีเรื่องด่วนมากเรื่องหนึ่งที่ต้องให้นายจัดการ"
เคลาส์ตัวสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง
ทว่า ฉากนองเลือดที่หร่านอี้ควักอาวุธออกมาไล่ฆ่าอย่างที่จินตนาการไว้กลับไม่เกิดขึ้น
เขาเห็นเพียงหร่านอี้โบกมือ แสงสีฟ้าสว่างวาบ กองไม้แปรรูปและเชือกป่านก็ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า
【ไม้แปรรูป5, เชือกป่าน2】
"ซ่อมเรือซะ" หร่านอี้ชี้ไปที่ราวกันตกอันยุ่งเหยิงและหัวเรือที่แตกเป็นรอยร้าว
"..."
ซ่อมเรือ?
แค่นี้อ่ะนะ?
ไม่รู้ทำไม เคลาส์กลับรู้สึกดีใจราวกับรอดตายจากหายนะ
เมื่อเทียบกับการต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรือแล้ว การเป็นช่างซ่อมเรือดูจะมีอนาคตสดใสกว่าเห็นๆ
เขาสูดหายใจลึก แล้วก้มลงหยิบกองวัสดุขึ้นมาอย่างจำยอม
ทำไมเจ้าหนุ่มฮันส์แคทนี่จู่ๆ ก็ว่านอนสอนง่ายจัง?
หร่านอี้งุนงงเล็กน้อย หรือว่าเขาไปขู่ให้อีกฝ่ายกลัว?
ก็ไม่นี่นา
เมื่อกี้เขาก็แสดงออกอย่างเป็นมิตรดีไม่ใช่หรือ? แถมยังพยายามเล่าเรื่องตลกเพื่อผ่อนคลายบรรยากาศด้วยซ้ำ
เคลาส์ไม่ต้องการคำปลอบโยนใดๆ อีก เมื่อเข้าสู่โหมดการทำงาน บุคลิกของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน
หลังจากตรวจสอบแพโลงศพลำน้อย เคลาส์ก็ได้ข้อสรุป
"ไม่ได้ ฉันซ่อมมันให้สมบูรณ์ไม่ได้"
"ลำดับ 'ช่างตีเหล็ก' เลเวล 0 ซ่อมแซมและเสริมแกร่งได้เฉพาะโครงสร้างไม้ล้วนๆ เท่านั้น"
นิ้วของเขาลูบไล้รอยแตกที่หัวเรือ
"กระดูกและไม้ของเรือลำนี้ ไม่ได้แค่ถูกนำมาประกอบกันเฉยๆ แต่มัน... เชื่อมประสานกัน"
"สิ่งที่ฉันทำได้คือปะผุส่วนที่เสียหายชั่วคราว แต่มันจะไม่ฟื้นฟูค่าความทนทานให้กลับมาเต็มร้อย"
เคลาส์เลือกใช้คำเปรียบเปรยให้อีกฝ่ายเห็นภาพ
"เหมือนกับเปลี่ยนกันชนรถยนต์ แต่ฉันทำอะไรกับเครื่องยนต์ที่พังเสียหายไม่ได้"
"ถ้าจะซ่อมแซม 'โครงสร้างผสมผสาน' ลำดับของฉันต้องอย่างน้อยเลเวล 1"
หร่านอี้ไม่ได้ผิดหวัง
มูลค่าของเคลาส์สูงกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้มากโข
"เงื่อนไขในการอัปเกรดลำดับคืออะไร?"
"ความชำนาญ และ... แต้มวิวัฒนาการ 10 แต้ม"
แต้มวิวัฒนาการ 10 แต้มสินะ
ปลาฟันแหลมหนึ่งตัวเท่ากับ 1 แต้มวิวัฒนาการ แต่ปัญหาคือปลาพวกนั้นไม่ได้หากันง่ายๆ... ครั้งก่อนที่ฆ่าได้เยอะขนาดนั้นก็เพราะ 'การอุทิศตน' ของผู้เล่นญี่ปุ่นคนนั้นแท้ๆ
ตอนนี้จะไปหาแต้มวิวัฒนาการเยอะแยะขนาดนั้นมาจากไหน?
สายตาของหร่านอี้เผลอมองไปยังท้องทะเลปั่นป่วนในระยะไกล ซึ่งเมื่อครู่ยังมีการเคลื่อนไหวรุนแรง
งูประหลาดที่ถูกพวกเขาสองคนรุมเล่นงานจนบาดเจ็บสาหัส น่าจะยังวนเวียนอยู่แถวนี้
เจ้านั่น... น่าจะมีแต้มวิวัฒนาการมหาศาลเลยไม่ใช่เหรอ?
ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมา หร่านอี้ก็รีบปัดมันทิ้งไป
เรือผุๆ ที่เหลือความทนทานแค่ 15 ถ้าไปบวกกับเจ้ายักษ์นั่นตอนนี้ ก็เท่ากับรนหาที่ตายชัดๆ
งานเร่งด่วนที่สุดคือต้องแก้ปัญหาที่ใกล้ตัวกว่านั้น—
น้ำจืด
โชคร้ายที่ขนนกซึ่งเขาเพิ่งวางดักน้ำค้างไว้ หายเกลี้ยงไปตอนเรือชนกันเมื่อกี้
"ก่อนหน้านี้... นายจัดการเรื่องอาหารและน้ำจืดยังไง?"
พอได้ยินหร่านอี้ถามแบบนี้ เคลาส์ก็ทำหน้าโล่งอก
"ได้จากกล่องเสบียงน่ะ เป็นกล่องวัสดุพื้นฐานที่เกมสุ่มดรอป ฉันโชคดีเจอกล่องเสบียงอาหาร ข้างในมีน้ำบริสุทธิ์กับบิสกิตอัดแท่ง"
จากนั้นเขาก็ถอนหายใจ
"แต่เมื่อกี้ฉันนึกว่าจะตายแล้ว ตอนเผาเรือเลยไม่ได้สนใจเสบียงพวกนั้น ป่านนี้คงไหม้ไม่ก็จมทะเลไปหมดแล้ว"
หร่านอี้ : "..."
ดีใจเก้อสินะ
"ช่างเถอะ ทำเท่าที่ทำได้ไปก่อน"
หร่านอี้ยัดตะปูเหล็กที่ได้จากการย่อยสลายใส่มือเคลาส์
"ดัดมันซะ"
"เบ็ดตกปลา?" เคลาส์เข้าใจเจตนาของหร่านอี้ทันที เขาขมวดคิ้ว "แต่มันสนิมเขรอะขนาดนี้..."
"มันจะส่งผลต่อคุณภาพงาน..."
เขาบ่นอุบอิบ พลางหยิบฆ้อนขนาดเล็กออกมาจากกล่องเครื่องมือ
เขามีความภาคภูมิใจในวิชาชีพจนเกือบจะเข้าขั้นหมกมุ่น แม้จะเป็นวัสดุเหลือใช้ แต่เขาก็ต้องทำให้ได้มาตรฐานที่สุด
หร่านอี้มีเรื่องสำคัญกว่าต้องทำ
เขาหยิบไม้แห้ง ไขมัน และเศษผ้าออกมาจากคลังเก็บของ
เขาใช้จงอยปากนกที่แหลมคมขูดเนื้อไม้จนเป็นฝอยอย่างชำนาญ กองรวมกันเป็นเนินเล็กๆ ในร่องไม้ จากนั้นผสมเศษผ้าฉีกฝอยคลุกเคล้ากับไขมันลงไป
เมื่อเตรียมพร้อม เขาใช้มือข้างหนึ่งกดแท่งจุดไฟแนบกับกองเชื้อเพลิง ส่วนอีกมือใช้ปลายจงอยปากขูดลงไปแรงๆ
"พรึ่บ—"
แสงสีขาวสว่างวาบ ประกายไฟร่วงหล่นลงบนกองเศษไม้ฝอยอย่างแม่นยำ
ควันสีฟ้าจางๆ ลอยกรุ่นขึ้นมา
ตามด้วยเปลวไฟสีส้มเหลืองที่ลุกโชน
หร่านอี้รีบวางเศษไม้แห้งที่เตรียมไว้ลงไป แล้วใช้ร่างกายบังลมอย่างระมัดระวังจนกระทั่งเปลวไฟเริ่มเสถียร
แสงไฟอันอบอุ่นช่วยขับไล่ความมืดมิดและความหนาวเหน็บโดยรอบออกไปจนสิ้น