- หน้าแรก
- พลิกโชคชะตาชาติ เริ่มต้นต่อโลงศพสู่การสร้างเรือบรรทุกเครื่องบินทลายโลก
- บทที่ 13 : ตกปลาตอนกลางคืน ย่อมต้องได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาอยู่แล้ว
บทที่ 13 : ตกปลาตอนกลางคืน ย่อมต้องได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาอยู่แล้ว
บทที่ 13 : ตกปลาตอนกลางคืน ย่อมต้องได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาอยู่แล้ว
บรรยากาศในห้องถ่ายทอดสดของแคว้นมังกรผ่อนคลายลงทันตา
【ไฟ! นั่นมันไฟ! เปลวไฟแห่งอารยธรรม!】
【ฮือออ ในที่สุดท่านเทพก็ไม่ต้องทนแทะเนื้อแดดเดียวดิบๆ อีกแล้ว! สุดยอดไปเลย!】
【นี่แหละลูกผู้ชายตัวจริง! ถึงจะใช้แท่งจุดไฟแมกนีเซียม แต่ถ้าปัดเศษขึ้น มันก็คือการปั่นไม้จุดไฟดีๆ นี่เอง!】
【คนข้างบนนั่น บ้านนายปัดเศษกันแบบนี้เรอะ?】
จางกวงเหว่ยเองก็ถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก รอยยิ้มจริงใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"พอมีไฟ โอกาสรอดชีวิตก็เพิ่มขึ้นมหาศาล!"
ศาสตราจารย์หลี่ซูพยักหน้าเห็นด้วย
"ไฟเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงว่ามนุษย์เริ่มรู้จักใช้เครื่องมือเพื่อปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อม มันคือรากฐานสำคัญของอารยธรรมค่ะ"
นี่อาจจะเป็นความแตกต่างระหว่างสายศิลป์กับสายวิทย์กระมัง
ณ เวลานี้ สิ่งที่อยู่ในหัวของหร่านอี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับ 'อารยธรรม' หรือ 'รากฐาน' อะไรเลยสักนิด
ทุกอย่างล้วนมาจากมุมมองของการใช้ประโยชน์ได้จริงล้วนๆ
เยี่ยม
ไฟใช้กลั่นน้ำจืดได้
ฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียได้
ทำถ่านกัมมันต์เพื่อใช้กรองน้ำ หรือใช้รักษาบาดแผลได้
เขาเงียบขรึมพลางเติมไม้แห้งเข้าไปในกองไฟ
สักพัก เสียงเคาะโลหะก็เงียบลง
เคลาส์ชูผลงานชิ้นสำเร็จขึ้นมาราวกับจะอวด แล้วรายงานผลด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"สนิมกินเนื้อเหล็กไปพอสมควร ความเหนียวคงลดลง ถ้าตกได้ปลาตัวใหญ่เกินไป ตะขออาจจะหักได้"
หร่านอี้รับมาพิจารณา
แม้จะใช้วัสดุเหลือใช้ แต่ความโค้งงอและรูปทรงถือว่าได้มาตรฐานทีเดียว
"ฝีมือไม่เลวนี่"
เคลาส์ไม่พูดอะไร เขาหยิบผ้าออกมาจากกระเป๋าเครื่องมือ แล้วบรรจงเช็ดทำความสะอาดค้อนคู่ใจอย่างพิถีพิถัน
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหมอนี่ต้องเป็นโรครักความสะอาดขั้นรุนแรงแน่นอน
หร่านอี้มัด 'เบ็ดตกปลา' เข้ากับเชือกป่านอย่างแน่นหนา ฉีกชิ้นเนื้อดิบเล็กๆ เสียบเข้าที่ปลายตะขอ แล้วเหวี่ยงลงไปในทะเล
"สัตว์ประหลาดนั่น... มันยังไม่ตาย มันจะถูกล่อให้มาทางนี้หรือเปล่า?"
เคลาส์เริ่มมีอาการขวัญผวาเล็กน้อย
"ไม่น่าหรอก"
หร่านอี้อธิบายอย่างใจเย็น พลางเติมฟืนเข้ากองไฟอีกท่อน
"นายทิ่มตามันบอดไปตั้งหลายข้าง ช่วงนี้มันน่าจะกลัวแสงและไฟมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ"
พูดจบ เขาก็เปลี่ยนเรื่องด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
"แต่ก็นั่นแหละ ที่นี่ไม่ใช่ดาวเคราะห์สีน้ำเงิน จะเอาสามัญสำนึกมาตัดสินไม่ได้ ถ้ามันโผล่มาทักทายจริงๆ..."
"ตัวบะเริ่มเทิ้มขนาดนั้น น่าจะแลกแต้มวิวัฒนาการได้หลายแต้มเลยนะเนี่ย?"
หัวใจของพี่น้องชาวมังกรแทบจะวายตายเพราะคำพูดของหร่านอี้
【เมื่อกี้เพิ่งทำฉันกลัวแทบตาย ตอนนี้ท่านเทพเล็งแต้มวิวัฒนาการมันซะแล้วเรอะ?】
【อย่าพูดเล่นไป นอกจากแต้ม อาจจะมีทั้งหนัง ทั้งเนื้อ ทั้งกระดูกของมัน...】
【ฉันเริ่มตั้งตารอแล้วสิ เป็นบ้าอะไรไปเนี่ย! รีบกลับมาเร็วๆ เข้า แม่งูเขียว! มาให้พี่โลงศพของฉันต้อนรับหน่อย!】
ในขณะเดียวกัน ผู้บรรยายฝั่งญี่ปุ่นก็แค่นเสียงดูแคลน
"ขี้โม้โอ้อวด แค่โชคดีรอดมาได้ครั้งเดียว คิดว่าจะล่าสัตว์ประหลาดระดับนั้นได้หรือไง? ชาวมังกรผู้โง่เขลา"
เคลาส์มองดูหนุ่มชาวมังกรที่กำลังตกปลาอย่างใจเย็นด้วยสายตาซับซ้อน
ทุกการกระทำของชายคนนี้ หากมองแยกกัน มันดูเหมือนคนบ้าชัดๆ
แต่พอเอามารวมกัน มันกลับมีตรรกะที่แหวกแนวและความกล้าหาญที่น่าตกใจแฝงอยู่
ถ้าไม่ใช่เพราะหร่านอี้
ป่านนี้เขาคงไม่เหลือแม้แต่กระดูก
เลน่า... ถ้ายัยนั่นเห็นสภาพน่าสมเพชของพี่ชายตอนนี้ คงได้ล้อเลียนจนหูชาแน่ๆ
เคลาส์ลุกขึ้นยืนเงียบๆ หยิบไม้เปียกชื้นขึ้นมาสองสามท่อน แล้วเริ่มตรวจสอบความเสียหายรอบตัวเรือ
หร่านอี้ชำเลืองมองด้วยความพึงพอใจในไหวพริบของเจ้าหนุ่มฮันส์แคท... ค่ำคืนเริ่มดึกสงัด
เคลาส์เช็ดมือและตรวจตราเรือน้อยรอบสุดท้าย
"นี่คือดีที่สุดเท่าที่ฉันจะซ่อมได้แล้ว"
หร่านอี้เงยหน้าขึ้นมอง ราวกันตกที่ 'หักพัง' ถูกยึดกลับเข้าที่ รอยร้าวที่หัวเรือถูกอุดด้วยไม้จนดูเหมือนมีรอยปะอยู่หลายจุด
【โลงศพกระดูกไม้ขนาดย่อม (LV.1)】
【ความทนทาน : 35/50】
ความทนทานฟื้นฟูจาก 15 กลับมาเป็น 35
"เท่านี้ก็พอแล้ว" หร่านอี้พอใจกับผลลัพธ์นี้มาก
เคลาส์ขยับแผ่นไม้ที่วางกองไฟไปไว้กลางโลง แล้วผูกเบ็ดตกปลาเข้ากับเชือกอีกเส้นอย่างเงียบๆ ก่อนจะหย่อนลงทะเล
ทั้งสองคนนั่งถือสายเบ็ดคนละฝั่ง คนหนึ่งสีหน้าเรียบเฉย อีกคนหน้าตาอิดโรย
【ฉากนี้... ทำไมฉันถึงสัมผัสได้ถึงความรู้สึก 'สุขสงบ' แปลกๆ นะ?】
【ท่ามกลางความมืดมิด นั่งตกปลาบนโลงศพ... ก็ดู 'สงบ' ดีนะ】
【นี่มันฟีลฉันกับเพื่อนไปตกหมึกตอนกลางคืนชัดๆ】
【เคลาส์ : ตอนนั้นฉันกลัวจนฉี่จะราด แต่ไม่กล้าพูดต่างหาก】
ไม่นาน เชือกป่านในมือหร่านอี้ก็จมวูบลง
หลังจากยื้อยุดฉุดกระชากอยู่พักหนึ่ง พอรู้สึกว่าแรงดิ้นรนของปลายสายเริ่มแผ่วลง เขาก็รีบสาวเชือกกลับมาอย่างรวดเร็ว
ปลาประหลาดลำตัวแบนยาวเกือบเมตรถูกลากขึ้นพ้นน้ำ ร่างกายของมันสะบัดไปมาราวกับแส้สีเงิน ฟาดกระทบฝาโลงดังสนั่น
นอกจากฟันแหลมคมที่เรียงซ้อนกันอีกชั้นในปาก กับครีบหลังที่ตั้งชันเหมือนเม่นแล้ว รูปร่างแบบนี้มัน...
【เชี่ย! นี่มันปลาดาบชัดๆ!】
【คุณพระ ปลาดาบนี่กลายเป็นปีศาจไปแล้วเหรอ หน้าตาดุร้ายชะมัด】
【ท่านเทพ เร็วเข้า จัดการเลย! จะนึ่งมะนาวหรือต้มยำดี?】
"หน้าตามันดูคุ้นๆ นะ..."
หร่านอี้พึมพำ พลางหยิบไม้พายชั่วคราวขึ้นมาฟาดเปรี้ยงเข้าที่หัวปลาเต็มแรง
"ผัวะ!"
โลกกลับสู่ความเงียบสงบ
【คุณได้สังหารปลาดาบกลายพันธุ์ ได้รับแต้มวิวัฒนาการ *1】
【ประกาศทั่วโลก : ผู้เล่นหมายเลข 100 จากแคว้นมังกร ได้รับแต้มวิวัฒนาการ *1! กำลังคำนวณรางวัลโชคชะตาแห่งชาติ...】
【รางวัลสำหรับพลเมืองแคว้นมังกรทุกคน : ความว่องไว +0.01!】
หร่านอี้หิ้วหางปลาขึ้นมา เปิดช่องเล็กๆ บนฝาโลง แล้วโยนมันลงไปข้างใน
"ทำไมไม่ย่อยสลายไปเลยล่ะ?"
เคลาส์รู้ว่าหร่านอี้สามารถย่อยสลายและเก็บของเข้าคลังได้โดยตรง จึงอดถามไม่ได้
"เสียของน่ะ ใช้ประโยชน์ได้ไม่คุ้มค่า"
หร่านอี้ตอบราวกับเป็นเรื่องปกติ
ก้างปลาเอาไปต้มซุปได้ หนังปลาเอาไปเคี่ยวเป็นกาวได้ น้ำมันปลาก็สกัดออกมาได้... นี่แหละที่เขาเรียกว่า 'ใช้ทุกส่วนให้คุ้มค่า'
ขณะที่เขากำลังจะเกี่ยวเหยื่อใหม่ ก็ได้ยินเสียงร้องอุทานสั้นๆ ของเคลาส์
เชือกป่านในมือเคลาส์ถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะ สั่นไหวอย่างผิดปกติ เขากำเชือกแน่นแต่ไม่กล้าดึงแรง กลัวว่าเชือกจะขาด
"ได้ตัวใหญ่เหรอ?"
หร่านอี้วางเบ็ดลงแล้วคว้าไม้พายขึ้นมาแทน จ้องมองไปที่ผิวน้ำเขม็ง
"ไม่... มีบางอย่างผิดปกติ"
"มันกำลังแทะเชือกของฉัน!"
สิ้นเสียง เชือกป่านของเคลาส์ก็หย่อนวูบทันที แต่มันไม่ได้หลุดจากตะขอ... กลับมีบางสิ่งกำลังไต่ย้อนขึ้นมาตามเชือกอย่างรวดเร็ว!
แสงไฟส่องให้เห็นรูปร่างของมันชัดเจน—
ก้อนวุ้นกึ่งโปร่งแสงเกาะหนึบกับเชือกป่าน กำลังคืบคลานขึ้นมาด้วยความเร็วสูง
มันยาวประมาณ 1 เมตร ลักษณะเหมือนถุงน้ำแบนๆ ด้านข้างมีขาเรียวเล็กยื่นออกมาเหมือนสัตว์ขาปล้อง เทียบกับลำตัวที่บวมเป่งแล้ว ดูไม่ออกเลยว่าขาพวกนั้นมีไว้ทำไม
ส่วนหัวที่กำลังกัดกินเชือกอยู่นั้น เป็นอวัยวะปากทรงกลมที่เต็มไปด้วยฟันซี่เล็กถี่ยิบ
เพียงพริบตาเดียว เชือกในมือเคลาส์ก็ถูกกัดขาดกระจุย
"ปล่อยมือเร็ว!"
หร่านอี้คว้าแขนเคลาส์แล้วกระชากเข้าหาตัว
แต่เจ้าสิ่งนั้นดูเหมือนจะรู้ทัน มันดีดตัวพุ่งเข้ามา หมายจะกระโจนใส่หน้าเคลาส์เต็มๆ!
【เชี่ยเอ้ย! นั่นมันตัวบ้าอะไรวะ!】
【เคลาส์ หลบไป!】
【แม่จ๋า หนูไม่อยากกินเยลลี่อีกแล้ว...】
"ตุบ—"
หร่านอี้หวดไม้พายสวนออกไป แต่ภาพที่คาดว่าจะเห็นมันกระเด็นหรือแตกโพละกลับไม่เกิดขึ้น
ก้อนวุ้นนั้นบิดตัวกลางอากาศ แล้วเกาะหนึบติดกับไม้พายราวกับตังเมเหนียวหนืด ขาเล็กๆ ของมันสะบัดไปมาในอากาศ ปากกลมๆ ขยับอ้าหุบ พยายามจะไต่ตามไม้พายเข้ามาหาแขนของหร่านอี้อย่างเอาเป็นเอาตาย!