- หน้าแรก
- บรรพชน เลิกซ่อนตัวได้แล้ว จักรวาลจะแตกอยู่แล้วเนี่ย
- ตอนที่ 7 ข้าคือกายศักดิ์สิทธิ์ จักกวาดล้างศัตรูทั่วหล้า
ตอนที่ 7 ข้าคือกายศักดิ์สิทธิ์ จักกวาดล้างศัตรูทั่วหล้า
ตอนที่ 7 ข้าคือกายศักดิ์สิทธิ์ จักกวาดล้างศัตรูทั่วหล้า
ตอนที่ 7 ข้าคือกายศักดิ์สิทธิ์ จักกวาดล้างศัตรูทั่วหล้า
อาวุโสหวังในฐานะอาวุโสสำนักเซียนเต้าอี มีระดับพลังวิญญาณแรกกำเนิด
ในสถานการณ์ปกติ ต่อให้ยืนเฉย ๆ ให้เย่ปู้ฝานตีสามวันสามคืนก็ไม่ระคายผิว เผลอ ๆ จะสะท้อนกลับจนเย่ปู้ฝานเจ็บตัวเอง
แต่ทว่า พลังหนึ่งหมัดที่ฮวาอวิ๋นเฟยมอบให้เย่ปู้ฝาน กลับบดขยี้ร่างของอาวุโสหวังได้อย่างง่ายดาย แม้แต่ดวงจิตก็ถูกทำลาย หนีไม่รอด
ศิษย์ที่เหลือรอดเพียงคนเดียวเห็นภาพนี้ คอพับ หน้าเขียว ช็อกตายคาที่ทันที!
...
วินาทีที่ดวงจิตของอาวุโสหวังดับสูญ
ลึกลงไปในสำนักเซียนเต้าอี ณ หอวิญญาณ มีป้ายวิญญาณวางอยู่หลายสิบป้าย ทันใดนั้น ป้ายหนึ่งก็แตกดังโพละ
"หือ?"
หอวิญญาณมีความสำคัญอย่างยิ่ง มีจอมยุทธ์ของสำนักเฝ้าดูแลตลอดเวลา
เมื่อพบว่ามีป้ายวิญญาณแตก คนเฝ้าหรี่ตาลง นัยน์ตาฉายแววอำมหิต!
ผู้อาวุโสคือรากฐานของสำนัก การตายของแต่ละคนย่อมส่งผลกระทบใหญ่หลวง
เขาแจ้งผู้นำระดับสูงของสำนักทันที
เมื่อเจ้าสำนักเซียนเต้าอีทราบข่าว ก็โกรธเกรี้ยวดั่งฟ้าผ่า
"ทุกท่านใจเย็นก่อน ข้าจะไปเชิญบรรพชนให้ช่วยทำนายดูสักหน่อย!"
เจ้าสำนักเซียนเต้าอีแปลงร่างเป็นสายรุ้ง พุ่งเข้าไปในเขตหวงห้าม
...
หลังจากฆ่าอาวุโสหวัง เย่ปู้ฝานก็ฝืนทนไม่ไหวอีกต่อไป ล้มฟุบลงกับพื้น เปลือกตาหนักอึ้งดั่งขุนเขา พลังชีวิตในกายลดฮวบอย่างรวดเร็ว!
ถ้าเขาไม่ใช่กายศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล บาดเจ็บหนักขนาดนี้คงตายไปนานแล้ว!
ฮวาอวิ๋นเฟยดีดนิ้วส่งพลังชีวิตสายหนึ่งเข้าสู่ร่างเย่ปู้ฝาน ยื้อลมหายใจเฮือกสุดท้ายไว้ แล้วนำยาเม็ดหนึ่งออกมาใส่ปากเย่ปู้ฝาน ช่วยให้เขากลืนลงไป
"อือ..."
เย่ปู้ฝานครางต่ำ ร่างกายเปล่งแสงสีทองทันที กลิ่นหอมแห่งเต๋าจาง ๆ แผ่ออกมา
ยานี้คือโอสถระดับนักบุญ ไม่ได้มีค่าอะไรมาก
แต่โอสถระดับนี้ ต่อให้นักบุญใกล้ตายกินเข้าไป ก็ฟื้นคืนชีพได้ทันที!
เย่ปู้ฝานยังไม่ถึงขั้นเปิดชีพจรด้วยซ้ำ พอกินโอสถนักบุญเข้าไป บาดแผลบนร่าง อวัยวะภายใน และเส้นชีพจร ก็หายสนิทในพริบตา
"ข้า... บาดแผลหายสนิทแล้ว!"
เย่ปู้ฝานลืมตา อุทานด้วยความตกใจ รีบลุกขึ้น โค้งคำนับ: "ขอบคุณท่านผู้อาวุโสที่ช่วยชีวิต!"
"ลุกขึ้นเถอะ!"
ฮวาอวิ๋นเฟยยิ้มบาง ๆ เด็กคนนี้เย่ปู้ฝาน จิตใจใช้ได้ เขาชอบ
[ชื่อ: เย่ปู้ฝาน]
[อายุ: สิบเก้าปี]
[ระดับพลัง: ไม่มี]
[สถานะ: ศิษย์กรณีพิเศษสำนักเซียนเต้าอี (เนื่องจากกายพิเศษ)]
[พรสวรรค์การบ่มเพาะ: ระดับนักบุญ]
[พรสวรรค์อื่น ๆ: พรสวรรค์หมัดระดับจักรพรรดิ, พรสวรรค์ดาบระดับนักบุญขั้นสุดยอด, พรสวรรค์กระบี่ระดับนักบุญขั้นสุดยอด, พรสวรรค์หอกระดับนักบุญขั้นสุดยอด...]
[กายพิเศษ: กายศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล]
[วิชาที่ฝึก: ไม่มี]
[อิทธิฤทธิ์: ไม่มี]
[อาวุธ: ไม่มี]
[วาสนา: สีทอง]
ข้อมูลของเย่ปู้ฝานปรากฏชัดเจนด้วยเนตรหยั่งรู้
ต้องบอกว่า พรสวรรค์ของเย่ปู้ฝานน่ากลัวมาก
ถ้าไม่ใช่เพราะกายศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลไม่สามารถเป็นจักรพรรดิได้ ฮวาอวิ๋นเฟยกล้าพูดเลยว่า พรสวรรค์การบ่มเพาะของเขาต้องเป็นระดับจักรพรรดิแน่นอน!
พรสวรรค์ของเขาแทบจะรอบด้าน พรสวรรค์ทุกวิถีล้วนไม่ต่ำ ฝึกอะไรก็ได้ และความสำเร็จจะไม่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินแน่นอน!
แม้แต่วาสนายังเป็นสีทอง นี่มันบุตรแห่งโชคชะตา ลูกรักสวรรค์ชัด ๆ!
ตัวเอกแห่งยุคสมัย!
"เต็มใจกราบข้าเป็นอาจารย์หรือไม่?"
ฮวาอวิ๋นเฟยมองเย่ปู้ฝาน
ศิษย์ระดับนี้ พรสวรรค์ไม่ด้อยไปกว่าเขาเท่าไหร่ ผ่านเกณฑ์ของเขาแล้ว!
เย่ปู้ฝานบีบนิ้วลังเล "ท่านผู้อาวุโส ข้าเป็นกายศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล... ในยุคสมัยนี้ ข้า..."
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจและไม่ยินยอม
ครอบครองร่างกายที่เคยทัดเทียมจักรพรรดิเผ่ามนุษย์ แต่กลับบ่มเพาะไม่ได้
เหมือนถูกรางวัลที่หนึ่งร้อยล้าน แต่บัญชีถูกอายัดถอนเงินไม่ได้
มันน่าอึดอัดใจสุด ๆ
ฮวาอวิ๋นเฟยหัวเราะ "เจ้าแค่บอกข้ามาว่า เต็มใจ หรือ ไม่เต็มใจ"
เย่ปู้ฝานกำหมัด สีหน้าจริงจัง: "ข้าเต็มใจกราบท่านผู้อาวุโสเป็นอาจารย์ขอรับ! หากวันหน้า ข้ายังบ่มเพาะไม่ได้ ข้าจะจากไปเอง ไม่สร้างภาระให้ท่านอาจารย์!"
ฮวาอวิ๋นเฟยทำหน้าดุ "เป็นถึงกายศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล พูดจาไม่มีความมั่นใจแบบนี้ได้ยังไง! ตั้งแต่วันนี้ไป ลืมเรื่องที่กายศักดิ์สิทธิ์บ่มเพาะไม่ได้ไปซะ ตั้งใจฝึกกับข้า มีข้าอยู่ทั้งคน!"
"ขอรับ! ท่านอาจารย์!"
เย่ปู้ฝานคุกเข่ากราบอาจารย์ สีหน้าตื่นเต้น
"ลุกขึ้น!"
"ข้าถามเจ้า กายศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลสะกดข่มฟ้าดิน ปณิธานของพวกเขาคืออะไร?"
เย่ปู้ฝานตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด: "ข้าคือกายศักดิ์สิทธิ์ จักกวาดล้างศัตรูทั่วหล้า!"
ประโยคเดียวสื่อความหมายเดียว
กายศักดิ์สิทธิ์ดำรงอยู่ จักต้องไร้เทียมทานในใต้หล้า!
"ตะโกนออกมาให้มีพลัง งัดความมั่นใจของเจ้าออกมา งัดความหยิ่งทระนงของกายศักดิ์สิทธิ์ที่สู้จักรพรรดิได้ออกมา!"
เย่ปู้ฝานสีหน้าเคร่งขรึม ปณิธานไร้เทียมทานที่เป้นของกายศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลพวยพุ่ง เสียงดังกังวานปานระฆังทอง สะเทือนถึงชั้นฟ้า
"ข้าคือกายศักดิ์สิทธิ์ จักกวาดล้างศัตรูทั่วหล้า!"
ชั่วพริบตา ท้องฟ้าเปลี่ยนสี เมฆดำปกคลุม สายฟ้าคำราม
คำพูดของกายศักดิ์สิทธิ์ดูเหมือนจะยั่วยุกฎเกณฑ์ลึกลับ สวรรค์พิโรธ ส่งสายฟ้าลงมา หมายจะทำลายเย่ปู้ฝาน
"สลาย!"
ฮวาอวิ๋นเฟยตวาดเบา ๆ เสียงดั่งอัสนีบาต คำเดียวหลุดปาก วิถีแห่งเต๋าก่อเกิด
เมฆดำบนท้องฟ้าแตกกระเจิงในพริบตา แสงแดดสีทองสาดส่องลงมา ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เย่ปู้ฝานมองฮวาอวิ๋นเฟย ในใจเลื่อมใส ระดับพลังของอาจารย์คนนี้ ดูเหมือนจะสุดยอดมาก ๆ!
"อาจารย์คือเจ้ายอดเขาเต้าหยวนแห่งสำนักเค่าซาน ต่อไปเจ้าคือศิษย์เอกของข้า"
"ขอรับ ท่านอาจารย์!"
เย่ปู้ฝานสีหน้าจริงจัง คารวะอย่างนอบน้อม
"ไป กลับสำนักกับอาจารย์!"
...
เขตหวงห้ามสำนักเซียนเต้าอี
ชายชราผู้หนึ่ง ใบหน้าเหี่ยวย่น แก่ชราจนเหมือนจะตายได้ทุกเมื่อ
ตรงหน้าชายชรามีกระดองเต่าวางอยู่หลายชิ้น เปล่งแสงจาง ๆ
ชายชราจ้องมองกระดองเต่าอย่างพินิจพิเคราะห์ ส่ายหน้าพึมพำ: "ไม่น่าใช่! ไม่น่าเป็นไปได้!"
เจ้าสำนักเซียนเต้าอีพยีนอยู่อย่างนอบน้อมเบื้องหน้าชายชรา ถามด้วยความคาดหวัง: "ท่านอาจารย์ ทำนายได้ไหมขอรับ? ใครคือฆาตกร?"
"แปลกมาก ข้าคำนวณไม่ได้ ในแคว้นรกร้างนี้ยังมีบุคคลระดับนี้ที่หลุดรอดการทำนายของข้าได้อีกรึ?"
ชายชราส่ายหน้า "ข้าไม่เชื่อ ลองอีกครั้ง!"
พูดจบ ชายชรากระอักเลือดคำโต พ่นใส่กระดองเต่า ร่ายคาถา
ทันใดนั้น เส้นใยปรากฏขึ้นกลางฟ้าดิน มากขึ้นเรื่อย ๆ จิตวิญญาณของชายชราท่องไปตามเส้นใยเหล่านั้น ในที่สุดก็เจอเส้นของอาวุโสหวัง!
จากนั้นไล่ตามเส้นกรรมของอาวุโสหวังไปเรื่อย ๆ จนมาถึงหุบเขาแห่งนั้น และเห็นใบหน้าคนคนหนึ่ง
ใบหน้านั้นเลือนรางมาก มองไม่เห็น ไม่ว่าชายชราจะเร่งพลังแค่ไหน เพิ่มกำลังการทำนายเท่าไหร่ก็ไร้ผล
นั่นแสดงว่า ระดับพลังของอีกฝ่ายสูงกว่าเขามาก ไม่ใช่ตัวตนที่เขาจะแอบดูได้!
ทันใดนั้น ใบหน้านั้นกลับหันมามอง สายตาคมกริบดั่งสายฟ้า ได้ยินเพียงเขาตวาดเบา ๆ ว่า"ดับ!"
ผัวะ!
ร่างชายชราพองตัวเหมือนแตงโม แล้วระเบิดตูม เลือดสาดเต็มหน้าเจ้าสำนักเซียนเต้าอี
"ท่านอาจารย์..."
เขาเอ๋อไปเลย
...
"ท่านอาจารย์ ท่านดูอะไรอยู่หรือขอรับ?"
เย่ปู้ฝานเห็นอาจารย์หยุดกลางอากาศกะทันหัน หันไปมองทางทิศสำนักเซียนเต้าอีด้วยสีหน้าเรียบเฉย
"ไม่มีอะไร มีคนไม่เจียมตัวกำลังเล่นกับไฟ อาจารย์เลยช่วยดับไฟให้เขาหน่อย"
ฮวาอวิ๋นเฟยพูดอย่างไม่ใส่ใจ
ชายชรายังไม่ตาย เมื่อกี้ถือว่าฮวาอวิ๋นเฟยสั่งสอนเขา
สำนักเซียนเต้าอีกับสำนักเค่าซานไม่มีความแค้นต่อกัน ถ้าฆ่าเขาตาย เกิดสำนักเซียนเต้าอีไปเชิญยอดฝีมือมาทำนายได้ว่าเป็นฝีมือเขา จะเป็นการหาเรื่องให้สำนักเค่าซานเปล่า ๆ
เขาไม่ได้กลัวสำนักเซียนเต้าอี
แต่ในฐานะสำนักสายซุ่ม สำนักเค่าซานถือคติ 'เลี่ยงได้เลี่ยง'
ถ้าเจ้าไม่ทำเกินไป ข้าก็จะไม่ซ้อมเจ้า
ฮวาอวิ๋นเฟยที่โตมาในสำนักเค่าซานก็เหมือนกัน ชายชราแค่ทำนายหาเขา ยังทำไม่สำเร็จ ให้บทเรียนไปก็พอ
แถมผลลัพธ์แบบนี้ ดีกว่าฆ่าทิ้งซะอีก
เจอความสยองแบบนี้เข้าไป อีกฝ่ายต้องเลิกสืบหาสาเหตุการตายของอาวุโสหวังแน่นอน เพื่อเลี่ยงไม่ให้ล่วงเกินเขา