- หน้าแรก
- บรรพชน เลิกซ่อนตัวได้แล้ว จักรวาลจะแตกอยู่แล้วเนี่ย
- ตอนที่ 8 ลงชื่อได้เลือดบริสุทธิ์จักรพรรดิสามหยด!
ตอนที่ 8 ลงชื่อได้เลือดบริสุทธิ์จักรพรรดิสามหยด!
ตอนที่ 8 ลงชื่อได้เลือดบริสุทธิ์จักรพรรดิสามหยด!
ตอนที่ 8 ลงชื่อได้เลือดบริสุทธิ์จักรพรรดิสามหยด!
เขตหวงห้ามสำนักเซียนเต้าอี
เศษเนื้อของชายชราค่อย ๆ รวมตัวกัน กลับคืนร่างมนุษย์ แต่พลังเลือดลมเสียหายหนัก อายุขัยลดฮวบ แก่ชราลงไปอีก
"เป็นยอดฝีมือลึกลับที่น่ากลัวมาก น่าจะไม่ใช่คนของสามสำนัก!"
สามสำนักย่อมหมายถึง สำนักเซียนเต้าอี สำนักเค่าซาน และตำหนักภูตพราย
ทั้งสามฝ่ายคบค้าสมาคมกันมานาน ย่อมรู้ไส้รู้พุงกันดี
ยอดฝีมือระดับนี้ ไม่ใช่สิ่งที่สามสำนักจะปั้นขึ้นมาได้
น่าจะมาจากขุมกำลังระดับดินแดนศักดิ์สิทธิ์!
พวกเขาแตะต้องไม่ได้!
ชีวิตผู้อาวุโสแค่คนเดียว ไม่คุ้มที่จะเอาไปแลกกับการแตกหักกับขุมกำลังระดับดินแดนศักดิ์สิทธิ์!
เจ้าสำนักเซียนเต้าอีสีหน้าเคร่งเครียด เมื่อกี้เขาตกใจแทบแย่ พยักหน้าว่า: "จริงขอรับท่านอาจารย์ ข้าว่าเรื่องนี้ปล่อยไปเถอะ! ต่อให้สืบรู้ ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี!"
ชายชราพยักหน้า "ยอดฝีมือระดับดินแดนศักดิ์สิทธิ์สังหารอาวุโสหวังย่อมมีเหตุผล ถ้าเราผิดจริง ก็คงต้องกลืนเลือดลงคอไป"
"ท่านอาจารย์ ท่านช่วยทำนายสาเหตุการตายของอาวุโสหวังหน่อยขอรับ และนอกจากท่านผู้อาวุโสท่านนั้นแล้ว ยังมีคนอื่นอยู่ในที่เกิดเหตุอีกไหม"
"เรื่องนี้ทำนายง่าย เมื่อกี้ข้าคำนวณในใจเสร็จแล้ว"
"ศิษย์ไม่กี่คนเกิดขัดแย้งกัน ลงไม้ลงมือจนมีคนตาย อาวุโสหวังผ่านมาพอดีจะลงโทษศิษย์ที่ฆ่าคน จากนั้นผู้อาวุโสท่านนั้นก็ปรากฏตัว จะปกป้องศิษย์คนนั้น"
"อาวุโสหวังพูดจาล่วงเกินอีกฝ่าย แถมยังจะยืมชื่อสำนักเซียนเต้าอีไปกดดันฆ่าอีกฝ่ายด้วย!"
ได้ยินดังนั้น เจ้าสำนักเซียนเต้าอีโกรธจนตัวสั่น "ไอ้โง่นี่ ไม่มีตาดูรึไง? เกือบทำสำนักเซียนเต้าอีฉิบหายแล้ว สมควรตายจริง ๆ!"
...
ฮวาอวิ๋นเฟยพาเย่ปู้ฝานเหาะเหินเดินอากาศ ทะลุผ่านชั้นเมฆ
เดิมทีฮวาอวิ๋นเฟยอยากจะทะลวงมิติไปเลย จะได้ประหยัดเวลา
แต่เย่ปู้ฝานบอกว่า อยากลองสัมผัสความรู้สึกของการบินดูสักครั้ง
ฮวาอวิ๋นเฟยก็ตามใจศิษย์ พาเขาบินขึ้นฟ้า สัมผัสการขี่เมฆชมหมอก
"จริงสิ เดือนนี้ข้ายังไม่ได้ลงชื่อเลย มัวแต่ยุ่งเรื่องรับศิษย์จนลืมไปซะสนิท!"
"ระบบ เริ่มลงชื่อ!"
[ติ๊ง! ลงชื่อสำเร็จ ระยะเวลาลงชื่อสะสม: หนึ่งร้อยปีกับอีกหนึ่งเดือน]
[รางวัลการลงชื่อ: เลือดบริสุทธิ์จักรพรรดิสามหยด]
"ของรางวัลระดับยอดอีกแล้วเหรอเนี่ย!"
ฮวาอวิ๋นเฟยสูดลมหายใจเฮือก ไม่มีเวลาอธิบาย เขาสะบัดแขนเสื้อใช้วิชา 'แขนเสื้อเก็บฟ้าดิน' เก็บเย่ปู้ฝานเข้าไปในแขนเสื้อทันที
เลือดจักรพรรดิปรากฏออกมา จะบดขยี้เขาแหลกในพริบตา!
ครืนนน!
เลือดสีทองสามหยดเพิ่งปรากฏ กฎแห่งจักรพรรดิก็อัดแน่นเต็มฟ้าดิน มหาเต๋าสั่นสะเทือน หมื่นวิถีศิโรราบ แสงธรรมสีทองสาดส่องลงมาจากฟ้า
นี่คือเลือดจักรพรรดิ!
หยดเดียว สังหารกึ่งจักรพรรดิได้ในพริบตา!
หยดเดียว บดขยี้ดาราจักรได้!
"ต้าฮว่าเฉียนคุน!"
ฮวาอวิ๋นเฟยสีหน้าเรียบเฉย อยู่ใกล้ขนาดนี้ แม้แต่เขาก็ยากจะต้านทานแรงกดดันจากกฎจักรพรรดิของเลือดจักรพรรดิ!
ถ้าเป็นคนอื่น ระยะใกล้แค่นี้ คงโดนบดเป็นผุยผงไปแล้ว!
เขาพยายามใช้วิชามิติ เก็บเลือดจักรพรรดิเข้าถ้ำสวรรค์จื่อฝู่
แต่ทำไม่ได้เลย!
เลือดจักรพรรดิ คือเลือดของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ มีความเป็นเทพเจ้า กฎจักรพรรดิร่ายรำ ไม่มีใครเก็บมันเข้าถ้ำสวรรค์จื่อฝู่ได้
"เตรียมขวดไว้ให้ข้าหน่อยไม่ได้รึไง?"
ฮวาอวิ๋นเฟยบ่นอุบ
[จัดไป]
ขวดหยกโบราณปรากฏขึ้น ดูดเลือดจักรพรรดิสามหยดเข้าไป ฟ้าดินกลับสู่ความสงบทันที
ฮวาอวิ๋นเฟยเก็บกลิ่นอาย นำขวดหยกโบราณเก็บเข้าถ้ำสวรรค์จื่อฝู่
"คราวหน้าหัดรู้เรื่องหน่อย อย่าให้ข้าต้องด่า!"
[.........]
"จริงสิ ข้ารับศิษย์แล้ว รางวัลล่ะ? ไหนบอกมีภารกิจรับศิษย์ไง? ข้าทำเสร็จแล้ว รางวัลล่ะ?"
[โฮสต์ปฏิเสธไปแล้วไม่ใช่รึ? ไม่อยากทำภารกิจรับศิษย์]
"ปฏิเสธมันเรื่องของข้า ตอนนี้รับศิษย์แล้ว รางวัลที่ควรให้ก็ต้องให้ เป็นคนต้องมีเหตุผลนะ"
[แน่ใจนะว่ากำลังใช้เหตุผล?]
[โฮสต์ พูดตรง ๆ นะ ถ้าข้าเป็นคน ข้าคงกระทืบท่านไปแล้ว]
"แต่เจ้าไม่ใช่ไง"
[ติ๊ง! ภารกิจรับศิษย์สำเร็จ มอบรางวัลรับศิษย์ ณ บัดนี้]
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับ: <<คัมภีร์เทียนตี้>> และเคล็ดกระบี่ไท่อี้หนึ่งชุด]
"คัมภีร์เทียนตี้?"
ฮวาอวิ๋นเฟยเลิกคิ้ว แปลกใจมาก
เทียนตี้ไม่ใช่ระดับพลังพิเศษ อยู่ในระดับเดียวกับจักรพรรดิเผ่ามนุษย์
แต่ผู้ที่ถูกขนานนามว่า 'เทียนตี้’(จักรพรรดิสวรรค์) ตั้งแต่อดีตมามีไม่กี่คน!
ล้วนเป็นฉายาที่ได้มาจากการต่อสู้!
ในบรรดาระดับจักรพรรดิ ถือเป็นตัวตนระดับยอดพีระมิด!
คัมภีร์เทียนตี้และเคล็ดกระบี่ไท่อี้ปรากฏในมือ
ฮวาอวิ๋นเฟยเก็บเคล็ดกระบี่ไท่อี้ไป วิชาและอิทธิฤทธิ์ที่เขาฝึกตอนนี้พอใช้แล้ว ไม่ได้สนใจจะฝึกอย่างอื่น
"ถึงกับเป็นวิชาเฉพาะของกายศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล! คัมภีร์เทียนตี้เล่มนี้เขียนโดยกายศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลที่กลายเป็นจักรพรรดิ!"
ฮวาอวิ๋นเฟยรู้สึกเหลือเชื่อ ในประวัติศาสตร์ดาวเป่ยโต่ว มีกายศักดิ์สิทธิ์เป็นจักรพรรดิด้วยเหรอ?
ทันใดนั้น ก็รู้สึกว่าพล็อตเรื่องคุ้น ๆ!
กายศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลเป็นจักรพรรดิ?
เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนแฮะ!
"เอาคัมภีร์เทียนตี้ให้เย่ปู้ฝานฝึกได้ นี่น่าจะเป็นวิชาที่เหมาะกับเขาที่สุดแล้ว!"
ฮวาอวิ๋นเฟยปล่อยเย่ปู้ฝานออกมา
เย่ปู้ฝานหน้ามึนงง มองฮวาอวิ๋นเฟยอย่างไม่เข้าใจ: "ท่านอาจารย์ เกิดอะไรขึ้นขอรับ?"
"ไม่มีอะไร กลับสำนักกัน"
ฮวาอวิ๋นเฟยไม่พูดมาก พาเย่ปู้ฝานบินต่อ มุ่งหน้าสู่สำนักเค่าซาน
โครกคราก...
เย่ปู้ฝานยังไงก็ยังเป็นปุถุชน บินมาทั้งวัน ท้องเริ่มหิว ร้องประท้วง
"กินผลไม้รองท้องไปก่อน"
ฮวาอวิ๋นเฟยหยิบผลโสมออกมา ยื่นให้เย่ปู้ฝาน
"ท่านอาจารย์ ท่านพาข้าไปกินบะหมี่สักชามเถอะขอรับ ผลไม้ข้าไม่กินหรอก"
เย่ปู้ฝานดูออกว่าผลโสมล้ำค่ามาก เขาตอนนี้ยังเป็นแค่คนธรรมดา ไม่อยากทำของดีเสียของ
"ได้ อาจารย์ก็ไม่ได้กินบะหมี่มานานแล้ว ครั้งนี้ขอเกาะชายเสื้อเจ้าไปหาความสุขใส่ปากท้องหน่อยละกัน"
พูดจบ ฮวาอวิ๋นเฟยสะบัดมือ ห่อหุ้มตัวเย่ปู้ฝาน เร่งความเร็วพุ่งไปยังเมืองโบราณที่ใกล้ที่สุด
เมืองลั่วหยาง
ที่นี่ถือเป็นเมืองโบราณที่ตั้งค่อนข้างห่างไกลในแคว้นรกร้าง กินพื้นที่หลายหมื่นลี้ ประชากรมีแค่ไม่กี่ร้อยล้าน
ทั้งสองสั่งบะหมี่หมูเส้นผักกาดดองมา 4 ชาม
ฮวาอวิ๋นเฟย 1 ชาม เย่ปู้ฝาน 3 ชาม
กินกันอย่างเอร็ดอร่อย
มาอยู่โลกนี้ร้อยปี ฮวาอวิ๋นเฟยไม่ได้กินอาหารคนธรรมดามานานมากแล้ว
ระดับอย่างเขา อิ่มทิพย์ไปนานแล้ว ไม่จำเป็นต้องกินอะไร
แต่... นาน ๆ กินที ก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ
...
"เจี๊ยกกๆๆ..."
เสียงสะเทือนเลื่อนลั่นดังมาจากท้องฟ้า ดังก้องไปทั่วเมืองลั่วหยางในพริบตา
"ตัวข้าต้องการของบำรุงเพื่อเลื่อนระดับ พวกเจ้าพวกมดปลวกจงมาเป็นอาหารเลือดของข้าซะดี ๆ!"
ปีศาจร้ายขนาดตัวมหึมานับพันลี้ปรากฏตัวเหนือเมืองลั่วหยาง
ปีศาจตัวแดงฉาน รูปร่างเหมือนสิงโต แต่มีหัววัวแปดหัว เมื่อกี้หัวหนึ่งในนั้นเป็นคนพูด
"เกิดอะไรขึ้น?"
"ปีศาจ! มีปีศาจ!"
"เมืองลั่วหยางมีปีศาจได้ยังไง? ทุกคนหนีเร็ว!"
"มียอดฝีมือท่านไหนพักอยู่ในเมืองลั่วหยางไหม? รีบเชิญมาปราบปีศาจเร็วเข้า!"
ผู้คนมองดูปีศาจบนฟ้าอย่างไม่เชื่อสายตา สีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก จากนั้นก็โกลาหลด้วยความหวาดกลัว!
ไม่ว่าคนธรรมดาหรือผู้บ่มเพาะต่างทิ้งงานในมือ แตกตื่นหนีตาย หวังจะพุ่งออกจากเมืองลั่วหยางเอาชีวิตรอด!
"รีบออกจากเมือง!"
ในเมืองลั่วหยาง ตระกูลผู้บ่มเพาะเล็ก ๆ หลายตระกูลรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้ รีบหอบสมบัติหนีออกจากเมืองลั่วหยางให้เร็วที่สุด
แม้แต่คนของจวนเจ้าเมืองลั่วหยางก็หนี!
ในความโกลาหล มีคนถูกเหยียบตายด้วยซ้ำ!
"เจี๊ยกกๆๆ!"
ปีศาจแดงหัวเราะเสียงประหลาด บ้าคลั่งยิ่งนัก จ้องมองฉากผู้คนหนีตายเบื้องล่างด้วยความชื่นชม
"สั่นกลัวเข้าไป หวาดผวาเข้าไป ต่อหน้าพลังของข้า จงยอมถูกกลืนกินเป็นอาหารเลือดซะดี ๆ!"
หัววัวทั้งแปดของปีศาจเลือดคำรามพร้อมกัน ฟ้าดินสั่นสะเทือน คลื่นเสียงดั่งสายฟ้า ผู้บ่มเพาะที่อ่อนแอเลือดไหลออกเจ็ดทวารทันที ล้มฟุบลงกับพื้นด้วยความสิ้นหวัง
ในขณะที่ทั้งเมืองลั่วหยางตกอยู่ในความสิ้นหวัง คิดว่าต้องกลายเป็นอาหารเลือดของปีศาจแน่แล้ว เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมากลางเวหา
"แมลงที่ไหนมาส่งเสียงหนวกหู?"
เสียงนั้นดังขึ้นที่ข้างหูปีศาจแดง
ปีศาจแดงหันมามองด้วยความแปลกใจ แสยะยิ้ม: "มีพวกอยากลองดีเป็นผู้กล้าด้วยแฮะ!"