เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 6 เจ้าคนแก่กะโหลก ข่มเหงผู้เยาว์ใช่ไหม?

ตอนที่ 6 เจ้าคนแก่กะโหลก ข่มเหงผู้เยาว์ใช่ไหม?

ตอนที่ 6 เจ้าคนแก่กะโหลก ข่มเหงผู้เยาว์ใช่ไหม?  


ตอนที่ 6 เจ้าคนแก่กะโหลก ข่มเหงผู้เยาว์ใช่ไหม?

เย่ปู้ฝานแย่งกระบี่วิเศษมาจากเด็กหนุ่มคนหนึ่ง แล้วฟันฉับจนร่างขาดเป็นสองท่อน ลำไส้และเครื่องในไหลทะลัก เลือดสาดกระเซ็น

"ข้าจะฆ่าเจ้า! ไอ้ขยะ!"

เด็กหนุ่มหัวโล้นตะโกนลั่นพุ่งเข้ามา อาวุธวิเศษในมือคือขวานยักษ์ เงื้อขึ้นสูงเหนือหัว ฟันลงมาเต็มแรง

ยังคงเป็นกลยุทธ์เดิม เย่ปู้ฝานใช้แขนอีกข้างรับการโจมตี แล้วตวัดกระบี่ตัดหัวเด็กหนุ่มหัวโล้นกระเด็น

การต่อสู้หยุดชะงักกะทันหัน

เด็กหนุ่มที่เหลืออีกห้าคนเริ่มลนลาน ขาสั่นพับ ๆ แทบจะเยี่ยวราด ถอยหลังกรูดไม่หยุด ตัวสั่นหน้าซีด มือไม้สั่นจนจับอาวุธวิเศษไม่มั่นคง

เย่ปู้ฝานบาดเจ็บสาหัส เลือดสีทองแดงผสมปนเปกันไป มีทั้งเลือดของเขา แต่ส่วนใหญ่เป็นของศัตรู

เขาดูราวกับราชันย์เซียนเปื้อนเลือด กลิ่นอายน่าเกรงขาม แม้บาดเจ็บหนักเจียนตาย ก็จะสู้จนวาระสุดท้าย!

การต่อสู้เริ่มอีกครั้ง เด็กหนุ่มระดับเปิดชีพจรทั้งห้าหนีไม่ได้ หลบไม่ได้ ต้องตะโกนปลุกใจตัวเอง แล้วพุ่งเข้ามาด้วยสีหน้าหวาดกลัว

ทั้งห้าคนรุมล้อมเย่ปู้ฝาน โจมตีพร้อมกัน

ฉึก!

กระบี่วิเศษของคนหนึ่งแทงเข้าที่หลังเย่ปู้ฝาน ลึกเข้าไปแค่สามนิ้วก็ติดแน่นขยับไม่ได้ พอจะดึงกลับ เย่ปู้ฝานก็หมุนตัวมาซัดหมัดใส่

ปัง!

ผัวะ!

หัวระเบิดทันที มันสมองปนเลือดสาดกระจายไปทั่ว

ฉึก!

ในวินาทีนั้น การโจมตีของอีกสี่คนก็แทงเข้าใส่ร่างเย่ปู้ฝาน

"อึก..."

เย่ปู้ฝานเจ็บปวด มุมปากมีเลือดไหล ดวงตาแดงก่ำ จ้องไปที่เด็กหนุ่มคนหนึ่ง กระโจนเข้าใส่ กอดหัวไว้แน่น แล้วใช้หัวตัวเองโขกเข้าไปเต็มแรง!

ผัวะ!

กายศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล ร่างกายแข็งแกร่งดั่งเหล็กไหล เด็กหนุ่มหรือจะสู้ได้ กะโหลกยุบ เศษกระดูกแทงทะลุ ตายคาที่ในพริบตา

เย่ปู้ฝานคำรามลั่น เหวี่ยงศพเด็กหนุ่มคนนั้นฟาดใส่สามคนที่เหลือ!

พริบตาเดียว เด็กหนุ่มอีกคนก็โดนฟาดจนตัวแตก!

อีกสองคนกระเด็นออกไป พอลุกขึ้นมาได้ เย่ปู้ฝานก็พุ่งประชิดตัว จับกดลงกับพื้น แล้วหักคอจากด้านหลัง

เหลือคนสุดท้ายแล้ว!

เย่ปู้ฝานที่บาดเจ็บสาหัสดูเหมือนจะไม่รู้สึกเจ็บปวด สีหน้าเย็นชา จ้องมองคนสุดท้ายที่อยู่ไม่ไกล

เขาหยิบดาบวิเศษที่ตกอยู่ข้าง ๆ เดินย่างสามขุมเข้าไปหาอย่างช้า ๆ

"มะ... อย่าฆ่าข้า... ข้าผิดไปแล้ว... ข้าผิดไปแล้วจริง ๆ!"

เด็กหนุ่มนั่งถัดถอยหลังไปกับพื้น ส่ายหน้าราวกับกลองป๋องแป๋ง ภาพตรงหน้าเหมือนเห็นวิญญาณร้ายกำลังพุ่งเข้ามาหา

ตึง!

เย่ปู้ฝานเดินมาหยุดตรงหน้า ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย เงื้อดาบเตรียมฟัน

ทันใดนั้น พลังมหาศาลก็พุ่งกระแทกมาจากอากาศ ซัดเย่ปู้ฝานกระเด็นออกไปทันที

อั่ก!

เย่ปู้ฝานสู้มานานขนาดนี้ ยังกลั้นใจไม่กระอักเลือด แต่ตอนนี้ เขาถูกพลังที่มาอย่างกะทันหันซัดจนกระอักเลือดคำโต

กร๊อบ!

กระดูกหน้าอกแตกละเอียด เครื่องในฉีกขาดเสียหาย เส้นชีพจรขาดสะบั้น

เขาตกลงพื้นไกลลิบ พยายามดิ้นรนจะลุกขึ้น แต่ขยับตัวไม่ได้

ชายชราผู้หนึ่ง สีหน้ามืดมน เหาะมาจากทิศทางสำนักเซียนเต้าอี ดวงตาสว่างวาบดั่งสายรุ้ง กลิ่นอายกดดันจนมิติร้องครวญคราง พลังปราณในอากาศม้วนตลบ

เพียงแค่แผ่กลิ่นอาย ก็เหมือนจะครอบคลุมฟ้าดิน พลังมหาศาลกดทับร่างเย่ปู้ฝาน หนักอึ้งดั่งขุนเขา

ชายชราใบหน้าตอบ ดวงตาลึก โจมูกงุ้ม ริมฝีปากบาง กวาดตามองเด็กหนุ่มที่เหลือรอดเพียงคนเดียว แววตาฉายเจตนาสังหาร

"เด็กเหลือขอ จิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต ถึงกับฆ่าศิษย์ร่วมสำนักไปถึงเก้าคน!"

ชายชรามมองดูศพเกลื่อนพื้น ด้วยความโกรธจัด จ้องเขม็งไปที่เย่ปู้ฝาน

เด็กคนนี้เขารู้จัก กายศักดิ์สิทธิ์บรรพกาล ชื่อเสียงโด่งดัง!

แต่... นั่นมันเรื่องเมื่อกี่หมื่นปีก่อนแล้ว!

นับตั้งแต่กายศักดิ์สิทธิ์ขั้นสมบูรณ์คนสุดท้ายตายในสนามรบขณะระงับความโกลาหล วาสนาของกายศักดิ์สิทธิ์ดูเหมือนจะหมดลง

กายศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลในยุคหลัง บ่มเพาะยากลำบาก ไม่มีความรุ่งโรจน์ดั่งในอดีตอีกต่อไป!

ตอนที่สำนักเซียนเต้าอีเปิดประตูรับศิษย์ การมาของเย่ปู้ฝานสร้างความฮือฮาไม่น้อย แต่หลังจากนั้นก็กลายเป็นตัวตลกของทั้งสำนัก

กายศักดิ์สิทธิ์ขั้นสมบูรณ์สะกดข่มสวรรค์ ต่อกรกับจักรพรรดิเผ่ามนุษย์ได้

แต่... แล้วไงล่ะ?

กายศักดิ์สิทธิ์ตอนนี้ก็แค่กายขยะที่บ่มเพาะไม่ได้!

โลกผู้บ่มเพาะก็เป็นแบบนี้

ยามเจ้ารุ่งโรจน์ มีคนเทิดทูน

ยามตกต่ำ ก็มีคนถ่มถุย

ทุกอย่างขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่ง!

"ฆ่ามัน ท่านอาวุโสหวัง รีบฆ่าไอ้บ้านี่เร็วเข้า!"

เด็กหนุ่มที่เหลือรอดตะเกียกตะกาย ตะโกนลั่นด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว

อาวุธโสหวังดูออกว่า สมองของเด็กคนนี้ได้รับความกระทบกระเทือน จิตใจเสียหาย ได้รับความตื่นตระหนกอย่างรุนแรง

อนาคตคงจบเห่แล้ว

อาวุโสหวังไพล่หลัง สีหน้ามืดมน มองเย่ปู้ฝาน: "วันนี้ ในนามอาวุโสแห่งสำนักเซียนเต้าอี ข้าตัดสินโทษตายให้เจ้า เจ้าจะยอมรับไหม?"

เย่ปู้ฝานปากอมเลือด ลุกไม่ขึ้น ห้านิ้วจิกดินแน่น จ้องอาวุโสหวังเขม็ง "ถ้า... ท่านอาวุโสหวังคิดว่า มีแต่พวกมันที่ฆ่าข้าได้ ส่วนข้าฆ่าพวกมันไม่ได้ งั้นท่านก็ลงมือเถอะ!"

"บังอาจ!"

เสียงตวาดลั่นสะเทือนฟ้า หูอื้ออึง เย่ปู้ฝานหูดับทันที สมองว่างเปล่า เกือบจะสิ้นสติ

อาวุโสหวังยกมือขึ้น "วันนี้ ตัดสินโทษตาย!"

มือของเขาแปรเปลี่ยนเป็นฝ่ามือยักษ์ค้ำฟ้า ตบลงมาที่เย่ปู้ฝาน

"ช้าก่อน!"

บนท้องฟ้า ชายหนุ่มชุดขาวไพล่หลังยืนตระหง่าน คำพูดเรียบง่าย แต่ดั่งประกาศิตสวรรค์ ทำลายฝ่ามือยักษ์ของอาวุโสหวังจนแตกละเอียดในพริบตา

"เจ้าเป็นใคร?"

อาวุโสหวังมองฮวาอวิ๋นเฟยอย่างระแวดระวัง กลิ่นอายรอบตัวพุ่งพล่าน กดดันขึ้นไปบนฟ้า

ฮวาอวิ๋นเฟยเดินลงมาอย่างช้า ๆ โดยไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ มาหยุดตรงหน้าเย่ปู้ฝาน มองอาวุโสหวัง "เย่ปู้ฝานผู้นี้ ข้าคุ้มครองเอง!"

อาวุโสหวังและเย่ปู้ฝานต่างมองไปที่ฮวาอวิ๋นเฟย

อาวุโสหวังสีหน้าไม่เป็นมิตร จ้องเขา: "ไอ้หนุ่ม ข้าขอเตือนว่าอย่าแส่เรื่องชาวบ้าน มีฝีมือหน่อยก็หัดเจียมตัว... ไม่งั้น..."

"ไม่งั้นจะทำไม?"

ฮวาอวิ๋นเฟยท่าทางสงบนิ่ง สบตาอาวุโสหวังอย่างไม่เกรงกลัว

"เหอะ!"

อาวุโสหวังแค่นเสียงเย็น "เลือดร้อนสมวัยจริง ๆ เจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นใคร?"

"แล้วเจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นใคร?"

ฮวาอวิ๋นเฟยย้อนถามพร้อมรอยยิ้ม

การโต้ตอบที่ยอกย้อนทำให้อาวุโสหวังหน้าตึงทันที ระเบิดพลังระดับวิญญาณแรกกำเนิดออกมา อัดแน่นเต็มฟ้าดิน ถาโถมใส่ฮวาอวิ๋นเฟย

ฮวาอวิ๋นเฟยมองเขา: "เจ้าคนแก่กะโหลก คิดจะใช้ความอาวุโสข่มเหงผู้เยาว์รึ?"

"ข้าคืออาวุโสแห่งสำนักเซียนเต้าอี ข่มเหงเจ้าแล้วจะทำไม?"

อาวุโสหวังแสยะยิ้ม ยกมือเรียกตะเกียงวิเศษออกมา เป่าเบา ๆ ไฟจากไส้ตะเกียงก็ลุกโชนเป็นไฟกรรมสีแดงฉาน ความร้อนแรงหลอมละลายมิติ

"หยุด!"

คำเดียวหลุดจากปาก ฟ้าดินเงียบสงัด เปลวไฟหยุดนิ่ง สรรพสิ่งหยุดเคลื่อนไหว อาวุโสหวังเสียการควบคุมร่างกาย เบิกตาโพลงด้วยความตื่นตระหนกจ้องมองฮวาอวิ๋นเฟย หน้าซีดเผือด

"หนึ่งคำสัจจะ!"

อาวุโสหวังนึกถึงอิทธิฤทธิ์ในตำนานที่สาบสูญ หนึ่งคำพลิกดวงดาว หนึ่งคำสะเทือนฟ้าดิน เล่าลือว่าเป็นวิชาต้องห้ามที่ยอดฝีมือลึกลับบัญญัติขึ้น

เขาปอดแหกแล้ว อยากจะอ้าปากพูด แต่กลับพบว่าไม่มีเสียงออกมา!

อีกฝ่ายปิดปากเขาด้วย ระดับความแข็งแกร่งห่างชั้นกันเกินไป

"ยังลุกไหวไหม?"

ฮวาอวิ๋นเฟยไม่สนใจอาวุโสหวัง ก้มลงมองเย่ปู้ฝาน

เย่ปู้ฝานพยักหน้า ลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เลือดสีทองบนร่างยังคงไหลริน

"ข้ามอบพลังหนึ่งหมัดให้เจ้า!"

ฮวาอวิ๋นเฟยใช้นิ้วจิ้มออกไป อักขระไหลเวียนที่ปลายนิ้ว

แสงทองสายหนึ่งพุ่งเข้าสู่ร่างเย่ปู้ฝาน เย่ปู้ฝานรู้สึกทันทีว่ามีพลังมหาศาลราวกับจะบดขยี้ดวงดาวได้ ก่อตัวขึ้นในร่าง แล้วไปรวมอยู่ที่กำปั้น

เย่ปู้ฝานเข้าใจเจตนาของฮวาอวิ๋นเฟย ไม่ลังเล เดินไปตรงหน้าอาวุโสหวัง แล้วชกหมัดเดียวจนร่างระเบิดกระจาย!

จบบทที่ ตอนที่ 6 เจ้าคนแก่กะโหลก ข่มเหงผู้เยาว์ใช่ไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว