เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 688 - สรรเสริญทั่วราชสำนัก

บทที่ 688 - สรรเสริญทั่วราชสำนัก

บทที่ 688 - สรรเสริญทั่วราชสำนัก


บทที่ 688 - สรรเสริญทั่วราชสำนัก

ควันสัญญาณถูกจุดขึ้น

ควันไฟลอยม้วนตัวขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นสายยาว

คนงานเหมืองและเหล่าบัณฑิตจากสำนักศึกษาซีซานที่อยู่ละแวกใกล้เคียง พอได้เห็นเข้า ต่างก็นึกว่าเกิดเรื่องร้ายแรง หรือไม่ก็ถูกพวกต๋าต๋าบุกโจมตี โดยเฉพาะเจียงเฉิน เขาแทบจะตะบึงม้าข้ามภูเขา มุ่งหน้ากลับมายังค่ายพักแรมอย่างสุดชีวิต

"ดูสิ ดูนี่เร็วเข้า นี่มันอะไร นี่คือเกล็ดทอง เป็นเกล็ดทอง..."

สมองของเจียงเฉินส่งเสียงวิ้งๆ ดังอื้ออึง

เกล็ดทอง...

เขาจ้องมองเติ้งเจี้ยน เติ้งเจี้ยนทำหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง "ข้าเจอในทะเลสาบตอนไปตักน้ำ แค่พื้นที่เท่าฝ่ามือ ก็เจอตั้งสองเกล็ดแล้ว ในทะเลสาบนั่น ไม่รู้ว่าจะมีอีกมากแค่ไหน"

ทองคำ...

ดวงตาของทุกคนลุกวาว

แถมยังมีอีกเยอะ...

เจียงเฉินปลุกปลอบขวัญกำลังใจ "เดี๋ยวรอคนมากันครบแล้ว เราจะรีบไปดูกัน มา... เตรียมเครื่องมือให้พร้อม..."

เจียงเฉินอดตื่นเต้นไม่ได้ ทองคำเป็นของหายากและมีค่ามหาศาล หากค้นพบแหล่งทองคำจำนวนมาก นี่... มูลค่าของมันจะมากมายมหาศาลเพียงใด

ผู้คนเริ่มทยอยกลับมากันแล้ว พอรู้ข่าวว่าพบเกล็ดทองในทะเลสาบ แต่ละคนก็ตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่

เติ้งเจี้ยนยิ่งยืดอกภูมิใจ เล่าเหตุการณ์ตอนค้นพบเกล็ดทองซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่รู้จักเบื่อ

ทว่า... รอจนครบหนึ่งชั่วยาม ก็ยังมีคนงานเหมืองและบัณฑิตอีกคนหนึ่งยังไม่กลับมา

คราวนี้ เจียงเฉินเริ่มร้อนใจขึ้นมาบ้างแล้ว หรือว่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้น?

เขาถือแผนที่และเข็มทิศ เทือกเขาแถบนี้ถูกวาดลงในแผนที่แล้ว ก่อนออกเดินทางทุกครั้ง ทุกคนจะยืนยันเส้นทางของตัวเอง สองคนนั้นมุ่งหน้าไปทางหุบเขาลึกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตามหลักแล้ว พวกเขาเห็นควันสัญญาณ ผ่านไปนานขนาดนี้ ก็น่าจะกลับมาได้แล้ว

แต่ทว่า...

"ไม่อย่างนั้น พวกเราไปดูที่ทะเลสาบกันก่อนเถอะ"

"รออีกหน่อย" เจียงเฉินขมวดคิ้ว เขาอดเตือนไม่ได้ว่า "ต้องระวังตัว บางทีควันสัญญาณเมื่อครู่ อาจจะทำให้พวกต๋าต๋าแถวนี้รู้ตัว เด็กๆ เตรียมตัวให้พร้อม หยิบดาบและธนูออกมา ที่นี่หญ้าน้ำไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์ รองรับคนเลี้ยงสัตว์ต๋าต๋ากลุ่มใหญ่ไม่ได้ พวกมันคงมีจำนวนไม่มากนัก"

ทุกคนได้ฟัง ก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบไปหยิบอาวุธ

รอไปอีกครึ่งชั่วยาม จึงเห็นเงาร่างสองร่างรีบร้อนเดินมา สองคนนั้นแบกตะกร้าไม้ไผ่ หอบแฮกๆ พอเห็นเจียงเฉินและพรรคพวกแต่ไกล ก็ตะโกนลั่น "ดูนี่เร็ว ดูนี่สิ นี่มันอะไร..."

ทุกคนกรูเข้าไปมุงดู สองคนนั้นหยิบก้อนแร่ในตะกร้าออกมา "ดูสิ นี่คืออะไร..."

หินก้อนนี้ แตกต่างจากหินทั่วไป คนงานเหมืองเก่าแก่ที่มีประสบการณ์มองปราดเดียวก็รู้ว่ามีสิ่งผิดปกติ

แต่ทุกคนยังไม่กล้ายืนยัน คนงานเหมืองอาวุโสคนหนึ่งร้องบอก "เร็ว รีบเผาถ่านก่อไฟ หาหม้อเหล็กมา"

ทุกคนช่วยกันก่อกองไฟ หาหม้อเหล็กมา แล้วโยนก้อนแร่ลงไป ครู่ต่อมา น้ำโลหะสีเหลืองก็ค่อยๆ ไหลออกมา มีคนตะโกนก้อง "นี่มันทองแดง เป็นทองเหลือง ทองเหลืองชั้นดีเลย..."

ใบหน้าของเจียงเฉินเขียวคล้ำด้วยความตื่นเต้น

มีทองคำ มีทองแดง!

ของสองสิ่งนี้ ไม่ว่าจะขุดอย่างไหนออกมา พอขนเข้าด่าน ก็แลกเป็นเงินได้ทันที

ยิ่งไปกว่านั้น ท่านอาจารย์ยังเคยบอกว่า ที่นี่มีถ่านหิน มีแร่เงิน หรือกระทั่ง... แร่เหล็ก...

นี่... คือขุมทรัพย์ชัดๆ

ในภายภาคหน้า ณ ที่แห่งนี้ จะมีผู้คนมากมายมาขุดแร่ แล้วผู้คนก็จะขุดถ่านหิน ใช้ถ่านหินถลุงแร่นับไม่ถ้วน ท้ายที่สุด ทองแดง ทองคำ เงิน และเหล็กคุณภาพดีจำนวนมหาศาล ก็จะถูกขนส่งออกจากหุบเขาแห่งนี้

ในเทือกเขาสลับซับซ้อนนี้ ซุกซ่อนความมั่งคั่งไว้มากเพียงใด

"รีบ... เขียนจดหมายถึงท่านอาจารย์เดี๋ยวนี้ ต้องเร็วที่สุด!" น้ำเสียงของเจียงเฉินสั่นเครือด้วยความตื่นเต้น

"ส่วนคนอื่นๆ พรุ่งนี้เริ่มค้นหาสายแร่ต่อไป สายแร่ทั้งหมดต้องได้รับการยืนยัน แล้วทำเครื่องหมายไว้ ภูเขาใหญ่แถวนี้ ทุกแห่งหนต้องมีรอยเท้าของพวกเรา ต้องสำรวจภูมิประเทศและชัยภูมิที่นี่ให้ทะลุปรุโปร่ง ตอนนี้ต้องปิดข่าวให้เงียบที่สุด แม้แต่ตอนไปซื้อเสบียงที่หลานโจว ก็ห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด ทุกอย่างรอคำสั่งจากท่านอาจารย์"

ทุกคนจ้องมองเจียงเฉินด้วยความตื่นเต้น

เจียงเฉินกล่าวต่อ "พวกเจ้าวางใจเถอะ ที่นี่มีความมั่งคั่งเหลือเฟือ พวกเจ้าค้นหาสายแร่เพื่อท่านอาจารย์ ในวันหน้า ท่านอาจารย์ไม่มีทางปล่อยให้พวกเจ้าตกระกำลำบากแน่"

ความปิติยินดี แผ่ปกคลุมไปทั่วค่ายพักแรม

เติ้งเจี้ยนดีใจจนหน้าแดงก่ำ

เขาตระหนักแล้วว่า นายน้อยไม่ได้ต้องการเขี่ยเขาทิ้ง แต่ส่งเขามาทำภารกิจที่ยากลำบากและยิ่งใหญ่จริงๆ ดูท่า เขาคงไม่ได้เป็นที่รังเกียจสินะ เพียงแต่ไม่รู้ว่า ที่นายน้อยรับปากเรื่องเมีย จะนับเป็นจริงหรือไม่ ต่อให้ไม่ได้เจ็ดคน ได้สักสองคนก็ยังดี

...

สถานการณ์ในเจียวจื่อ เริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ การกบฏขนาดย่อมเริ่มปะทุขึ้น แม้ว่า... ฟางจิ่งหลงจะนั่งบัญชาการอยู่ที่เซิงหลง ทำให้การกบฏเหล่านี้ถูกปราบปรามลงได้อย่างง่ายดาย

แต่นั่นก็ยังทำให้ผู้คนกังวลใจอยู่ดี

ดังนั้น ฟางจี้ฟานและจูโฮ่วเจ้าจึงถูกเรียกตัวเข้าเฝ้าที่ตำหนักอุ่น

ภายในตำหนักอุ่น ขุนนางหลายคนกระซิบกระซาบกัน ฮ่องเต้หงจื้อประทับนั่ง เหล่าขุนนางถวายบังคม

ฮ่องเต้หงจื้อกวาดสายตามองเหล่าขุนนาง หยิบรายงานฉบับหนึ่งขึ้นมา "รายงานพวกนี้ พวกท่านคงได้ดูแล้ว เมื่อวันก่อน มีคนแอบอ้างว่าเป็นเชื้อพระวงศ์อันหนาน ซ่องสุมกำลังก่อกบฏ รวบรวมคนได้หลายร้อยคน เคราะห์ดีที่ถูกปราบปรามลงได้ทันท่วงที แต่ที่น่ารังเกียจที่สุดคือ ในบรรดาผู้เข้าร่วม กลับมีบัณฑิตเจียวจื่อถึงสามคน"

พอพูดถึงตรงนี้ สีหน้าของจางเซิงก็ดูไม่ได้เลย

หากเป็นแค่ชาวบ้านโง่เขลาก่อกบฏ ก็ยังพอว่า เพราะพวกเขายากจะรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนใหญ่โต แต่หากมีบัณฑิตเข้าร่วม บัณฑิตเหล่านี้มักมีรากฐานความสัมพันธ์ที่หยั่งรากลึกในท้องถิ่น อีกทั้งยังอ่านออกเขียนได้ มักมีสติปัญญาและแผนการ ทำให้กองกำลังกบฏเติบโตได้ง่าย

"เจียวจื่อเป็นเช่นนี้มาแต่ไหนแต่ไร ฝ่าบาท ไม่ต้องทรงกังวล เพียงกำชับให้ท่านผิงซีโหวระวังป้องกันให้มากก็พอพ่ะย่ะค่ะ"

ฮ่องเต้หงจื้อส่ายหน้า "ปัญหาพื้นฐานของเจียวจื่อ อยู่ที่ใจของเหล่าบัณฑิตที่ตีตัวออกห่าง หากพวกเขาไม่ยอมสวามิภักดิ์ด้วยใจจริง สักวันหนึ่ง... เฮ้อ..."

ฮ่องเต้หงจื้อถอนหายใจยาว

พระองค์ตรัสด้วยสีหน้าเย็นชาอีกว่า "ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ พวกกบฏเหล่านี้ ก่อนจะลงมือ ถึงกับบุกไปล้อมบ้านเดิมของ 'เหรวียนเหวิน' ขุนนางผู้ภักดีของต้าหมิง จับคนในครอบครัวของเหรวียนเหวิน สังหารบุตรชายของเหรวียนเหวินไปหนึ่งคน และอนุภรรยาอีกหนึ่งคน ประกาศว่าเหรวียนเหวินเป็นสุนัขรับใช้ของต้าหมิง เป็นคนขายชาติของอันหนาน แถมยังเผาจวนของเหรวียนเหวินจนวอดวาย เหล่าขุนนางทั้งหลาย เหรวียนเหวินวางแผนออกอุบายเพื่อต้าหมิง สร้างความชอบไว้มากมาย ราชสำนักจึงปูนบำเหน็จให้เขา เพื่อให้เขาได้เชิดหน้าชูตาที่บ้านเกิด แต่ทว่า... พวกกบฏสมควรตายเหล่านี้ กลับสังหารคนดีผู้ภักดีของต้าหมิง อู๋อ้ายชิง ตอนนี้เหรวียนเหวินเป็นอย่างไรบ้าง"

เหรวียนเหวินถูกยึดทรัพย์ทำลายบ้าน...

ฟางจี้ฟานทำหน้ามึนงง ให้ตายเถอะ เจ้าพวกกบฏบ้านี่ ช่างกำเริบเสิบสานจริงๆ

เหรวียนเหวินผู้นี้ เดิมทีเคยเป็นทูตของอาณาจักรอันหนาน หลังจากอันหนานสิ้นชาติ ฮ่องเต้หงจื้อเห็นว่าเขามีความดีความชอบต่อราชสำนัก จึงให้อยู่ที่เมืองหลวง รับราชการในตำแหน่งหนึ่ง แต่เขาเป็นคนต่างถิ่น ก่อนหน้านี้มาในฐานะทูต จึงพักอยู่ที่ลานรับรองของกรมพิธีการทูต (ศาลหงลู่) ตอนนี้ยังไม่มีที่อื่นให้ไป จึงยังพักอยู่ที่นั่นชั่วคราว

คนที่ฮ่องเต้หงจื้อตรัสถาม คืออู๋ซู่ชิง เจ้ากรมพิธีการทูต

อู๋ซู่ชิงรีบทูลว่า "กราบทูลฝ่าบาท เหรวียนเหวินก็เพิ่งทราบข่าวร้ายตอนที่กระหม่อมมาพ่ะย่ะค่ะ ได้ยินว่าพวกกบฏทำลายบ้านเกิดของเขา สังหารบุตรชายและอนุภรรยา ส่วนคนอื่นๆ ในครอบครัวยังไม่รู้ชะตากรรม เขาถึงกับกระอักเลือดออกมาครึ่งถ้วย แล้วหมดสติไป ตอนนี้เชิญหมอมาดูอาการแล้ว คิดว่าคงไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต"

ฮ่องเต้หงจื้ออดไม่ได้ที่จะสะเทือนใจ สายตาจับจ้องไปที่ฟางจี้ฟาน "จี้ฟาน เรื่องนี้ เจ้ามีความเห็นว่าอย่างไร?"

ฟางจี้ฟานอึกอักอยู่นาน ไม่รู้จะพูดอะไรดี

เหรวียนเหวินเสียสละเพื่อต้าหมิงอย่างใหญ่หลวงจริงๆ

พอลองคิดดู เจ้าพวกกบฏนั่นมองว่าเหรวียนเหวินเป็นคนขายชาติ เลยไปฆ่าล้างโคตรเขา... ดูเหมือนจะมีเหตุผลในมุมของพวกมันอยู่เหมือนกัน

ฟางจี้ฟานตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ "กระหม่อมโศกเศร้าเหลือเกินพ่ะย่ะค่ะ เจ็บปวดรวดร้าวไปถึงดวงใจ เหรวียนเหวินผู้ภักดี ตระกูลผู้เสียสละ นึกไม่ถึงเลยว่าพวกกบฏจะบ้าคลั่งไร้สติถึงเพียงนี้ กระหม่อม... เจ็บปวดหัวใจ เจ็บ... เจ็บจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ เหมือนมีมีดมากรีดหัวใจ กระหม่อมเห็นว่า ควรจะจัดตั้งป้ายวิญญาณและหลุมศพจำลองให้ครอบครัวของเหรวียนเหวินที่เมืองหลวงทันที ให้คนไปเซ่นไหว้ พร้อมกันนั้น ฝ่าบาทควรมีราชโองการ สดุดีเกียรติคุณครอบครัวของเหรวียนเหวิน นี่คือตระกูลผู้ภักดีนะพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท... ต้าหมิงเราในเจียวจื่อ ยิ่งมีขุนนางภักดีเช่นนี้มากเท่าไหร่ จะต้องไปกลัวกบฏกระจอกงอกง่อยพวกนั้นทำไม?"

"..."

ภายในตำหนักอุ่น เงียบกริบผิดปกติ

อันที่จริง เรื่องนี้เป็นมาอย่างไร หลายคนรู้อยู่เต็มอก

พูดกันตามตรง ฟางจี้ฟาน... ช่างใจดำอำมหิตเหลือเกิน

แต่ดูเหมือนว่า คนที่เขาเล่นงานจะเป็นชาวเจียวจื่อ จะไปว่าอะไรได้?

ฟางจี้ฟานกล่าวต่อ "กระหม่อมยังได้ยินมาว่า เหรวียนเหวินเป็นตระกูลใหญ่ในเจียวจื่อ ตระกูลของเขาแผ่กิ่งก้านสาขาไปทั่วเจียวจื่อ ครานี้ตระกูลเหรวียนแห่งเจียวจื่อประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้ ฝ่าบาทสมควรส่งเหรวียนเหวินกลับไปเจียวจื่อ ให้เขาได้รับใช้ต้าหมิง ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน และลงไปดูแลราษฎรเจียวจื่อ เปิดโปงพวกกบฏ คนที่ภักดีถึงเพียงนี้ หากต้าหมิงไม่ใช้ แล้วจะไปใช้ใคร?"

ฮ่องเต้หงจื้อพยักพระพักตร์เห็นด้วย

ทรัพย์สมบัติที่สั่งสมมาสิบกว่ารุ่น ถูกพวกกบฏเผาจนวอดวาย ได้ยินว่าแม้แต่บรรพบุรุษของเขาก็ยังถูกพวกกบฏขุดศพขึ้นมาประจาน ลูกชายถูกฆ่า เมียรักก็ตาย ยังต้องกลัวว่าเขาจะไม่ภักดีต่อต้าหมิงอีกหรือ?

และคนผู้นี้รู้ตื้นลึกหนาบางของเจียวจื่อเป็นอย่างดี ในเจียวจื่อเขากว้างขวางมาก อย่างไรเสียก็มาจากตระกูลใหญ่ ส่งเขาไปเจียวจื่อ บางที... อาจจะมีประโยชน์จริงๆ ก็ได้

"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ โอวหยางอ้ายชิง เจ้ารับหน้าที่ร่างราชโองการ" ฮ่องเต้หงจื้อหันไปทางโอวหยางจื้อ

โอวหยางจื้อเงียบไปครู่หนึ่ง ทูลถาม "ฝ่าบาทจะให้ร่างราชโองการว่าอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ"

"สดุดีความภักดีของเหรวียนเหวิน และความจงรักของคนในตระกูลเหรวียน ต้องให้ทหารและราษฎรทั่วหล้ารับรู้ถึงวีรกรรมของตระกูลเขา นอกจากนี้ เราขอแต่งตั้งเหรวียนเหวินเป็นผู้ตรวจการฝ่ายตุลาการมณฑลเจียวจื่อ (เจียวจื่อถีสิงซื่อ) รอให้ร่างกายเขาหายดี ให้รีบเดินทางไปรับตำแหน่งที่เจียวจื่อทันที ดูแลเรื่องคดีความและการลงทัณฑ์ พร้อมทั้งจับกุมพวกกบฏ"

"กระหม่อม... รับราชโองการ"

ฟางจี้ฟานอดถอนหายใจไม่ได้ "เหรวียนเหวินช่างไม่ง่ายเลยจริงๆ ความภักดีที่เขามีต่อต้าหมิง เกรงว่าในใต้หล้านี้ คงมีไม่กี่คนที่ทำได้"

เหล่าขุนนางกลั้นขำ ในที่สุดก็มีคนพยักหน้า เออออห่อหมก "ใช่แล้ว ใช่แล้ว ความภักดีเช่นนี้ หาได้ยากยิ่งในโลกหล้า"

"คนดีจริงๆ!" จูโฮ่วเจ้าหลุดขำออกมา พอเห็นหลายคนหันมามอง พระองค์ก็รีบปั้นหน้าเคร่งขรึม แสร้งทำเป็นถอนหายใจด้วยความซาบซึ้ง

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 688 - สรรเสริญทั่วราชสำนัก

คัดลอกลิงก์แล้ว