- หน้าแรก
- นายน้อยจอมล้างผลาญ
- บทที่ 687 - ค้นพบสายทองคำ
บทที่ 687 - ค้นพบสายทองคำ
บทที่ 687 - ค้นพบสายทองคำ
บทที่ 687 - ค้นพบสายทองคำ
"ท่านเจียง บนนั้นเขียนว่ากระไรหรือ?" เติ้งเจี้ยนชะโงกหน้าเข้ามา
การเดินทางรอนแรมมาทางตะวันตกช่างยากลำบากเหลือแสน
เติ้งเจี้ยนอยากจะร้องไห้
เมื่อก่อนตอนเป็นบ่าวในตระกูลฟาง แม้จะถูกนายน้อยรังเกียจเดียดฉันท์อยู่บ้าง แต่ก็ยังสุขสบาย พอมาอยู่ที่นี่ เติ้งเจี้ยนทั้งตัวดำเมี่ยม ทั้งผอมโซ
ตลอดทางที่ผ่านมา อยากร้องไห้ ก็ร้องออกมา แล้วก็อยากร้องอีก น้ำตาไหลอาบหน้า แต่พอน้ำตาเหือดแห้งถึงได้รู้ว่า มันไร้ความหมาย เพราะการเดินทางยังต้องดำเนินต่อไป ดังนั้น จึงปาดน้ำตา เดินหน้าฝ่าฝุ่นทราย ค่ำไหนนอนนั่น บนหัวมีแต่เกล็ดหิมะ ห่อตัวด้วยผ้าคลุม หนาวเหน็บจนแทบทนไม่ไหว แต่เขาก็รู้สึกว่า... เริ่มชินเสียแล้ว
เจียงเฉินยิ้มบางๆ "ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่จารึกบนแผ่นหิน เรื่องราวที่บันทึกไว้ ล้วนเป็นเรื่องเก่าเล่าขานในอดีต"
เติ้งเจี้ยนรำพึง "ข้าเห็นพวกเจ้านายใหญ่โต เวลาสร้างความดีความชอบ ก็มักจะสร้างซุ้มประตูหิน จารึกแผ่นหิน บันทึกคุณงามความดีของตัวเอง นายน้อยเองก็เป็นคนเก่งกาจเช่นนั้น นายน้อยมีซุ้มประตูตั้งสามแห่งแล้ว ข้าว่าชาตินี้นายน้อยคงมีสักเจ็ดแห่ง"
เจียงเฉินเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องนี้
เพราะจารึกเหล่านี้ บันทึกความดีความชอบไว้จริง แต่ความชอบเหล่านั้น ก็เปรียบเสมือนควันไฟในอดีต นอกจากตนเองที่ได้มาเห็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ ณ ที่แห่งนี้ ได้เห็นว่ากองทัพหมิงเคยประจำการและสร้างป้อมผิงหลู่ขึ้นที่นี่ นอกเหนือจากนั้นแล้ว ยังเหลืออะไรอีกเล่า? ก็เหลือเพียงทรายเหลืองที่ปกคลุมไปทั่วเท่านั้น
"พรุ่งนี้พวกเราจะเข้าป่ากัน"
"อ้อ" เติ้งเจี้ยนพยักหน้า
เจียงเฉินจ้องมองเติ้งเจี้ยน "มันจะลำบากมากนะ เจ้าต้องเตรียมใจไว้"
"อ้อ" เติ้งเจี้ยนพยักหน้าอีกครั้ง
คืนนั้น เติ้งเจี้ยนนอนร้องไห้ แอบซุกตัวอยู่ในกระโจม ใช้น้ำตาล้างหน้าอีกตามเคย
เขาไม่อยากมาที่นี่จริงๆ นายน้อยแม้จะร้ายกาจกับเขา แต่ชีวิตเขาก็สุขสบายดี กำลังจะได้แต่งเมีย มีลูกมีหลาน ทำไมต้องมาตกระกำลำบากที่นี่ด้วย ที่นี่หนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ ผู้คนก็ไม่มี สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าจะเจอกับพวกต๋าต๋าหรือไม่ เขาสะอื้นไห้ ตัวสั่นเทิ้ม นายน้อยคงไม่ต้องการเขาแล้ว แต่เขาดูแลใครไม่เป็นนอกจากดูแลนายน้อยนี่นา
เขานอนเศร้าใจ ร้องไห้ไปเรื่อยๆ จนหลับไปทั้งคราบน้ำตา ห่อตัวอยู่ในผ้าห่ม
เช้าวันรุ่งขึ้น เดินทางขึ้นเขา
ภูเขาที่นี่ต่างจากภูเขาในด่าน มันโล้นเลี่ยน หิมะหยุดตกแล้ว แต่พื้นดินก็เฉอะแฉะ เปียกลื่น บนเขานั้นแทบไม่มีต้นไม้ใหญ่ อย่างมากก็มีแค่พุ่มไม้เตี้ยๆ เทือกเขาที่สลับซับซ้อนนี้ ทอดยาวจนแทบหาที่สิ้นสุดไม่เจอ
ตำแหน่งที่ฟางจี้ฟานระบุไว้นั้นคลุมเครือมาก การจะค้นหาสายแร่ พูดน่ะง่ายแต่ทำยาก
คนงานเหมืองถ่านหินบางส่วนเป็นคนเปิดทาง พวกเขามีประสบการณ์ในการขุดเจาะหินผา เตรียมอีเตอร์มาพร้อมสรรพ เดินเหินบนภูเขาได้อย่างคล่องแคล่ว
บนเขานี้มีหินมาก บวกกับหิมะบนไหล่เขาที่เริ่มหนาขึ้น การค้นหาอย่างไร้จุดหมายเช่นนี้ เปรียบเสมือนงมเข็มในมหาสมุทร
แต่ในเมื่อผู้ตรวจการมีคำสั่ง ใครก็ไม่กล้าอยู่เฉย พวกเขาดั้นด้นเดินทางมาหลายพันลี้ ย่อมไม่มีเหตุผลที่จะกลับไปมือเปล่า ดังนั้น ทุกคนจึงแบ่งกลุ่มกันกลุ่มละสามถึงห้าคน กระจายกำลังกันออกไป ลองขุดค้นทีละยอดเขา
เจียงเฉินสั่งให้คนตั้งค่ายพักแรมง่ายๆ ในหุบเขา กลางวันทุกคนก็นำเสบียงแห้งติดตัว แยกย้ายกันออกไป แต่ละคนถือเข็มทิศ ระบุตำแหน่งของค่าย แล้วเก็บตัวอย่างหินในบริเวณใกล้เคียงกลับมา
ผ่านไปกว่าครึ่งเดือน แทบทุกคนต่างหมดเรี่ยวแรง
เสบียงแห้งที่นำมา แทบจะหมดเกลี้ยงแล้ว
แต่เจียงเฉินยังไม่ยอมแพ้ เขาออกเดินทางทุกเช้า กลับมาตอนค่ำ วันแล้ววันเล่า
สำหรับเขาแล้ว แม้การสำรวจจะน่าเบื่อหน่าย แต่ตราบใดที่ท่านอาจารย์บอกว่าที่นี่มีสายแร่ เขาก็ต้องหามันให้เจอ เพราะเขาคือลูกศิษย์ของฟางจี้ฟาน และลูกศิษย์ของฟางจี้ฟาน จะไม่มีวันกลับไปมือเปล่า
เขาสั่งให้คนลงเขาไปซื้อเสบียงที่เมืองหลานโจวซึ่งอยู่ห่างออกไปร้อยลี้ แต่คนที่ไป กลับไม่เคยได้กลับมา ดังนั้นเขาจึงจำต้องลงไปเอง ระหว่างทาง เขาพบคนที่ส่งออกไปก่อนหน้านี้ คนผู้นี้เป็นคนนำทางที่เขาจ้างมา แต่ตอนนี้ เสื้อผ้าบนร่างถูกลอกออกจนล่อนจ้อน ม้าและเงินทองเสบียงกรังหายไปจนเกลี้ยง ร่างของเขาถูกแขวนห้อยอยู่ใต้ต้นไม้แห้งๆ ตายทั้งเป็นเพราะความหนาวเหน็บ
มีพวกต๋าต๋า...
เจียงเฉินไม่ได้รู้สึกแปลกใจ ปลดศพลงจากต้นไม้ ขุดหลุมฝัง ทำเครื่องหมายไว้ เขาจ้องมองท่อนไม้ที่ปักอยู่บนหลุมศพนั้น ยืนนิ่งอยู่นาน จากนั้นก็พลิกตัวขึ้นม้า ควบตะบึงจากไป
ผ่านไปอีกเดือนกว่า คนในค่ายแทบจะใช้เรี่ยวแรงไปจนหมดสิ้น หิมะตกหนักขึ้นเรื่อยๆ เทือกเขาแถบนี้ ล้วนกลายเป็นภูเขาหิมะ ผู้คนเริ่มเงียบขรึมลงทุกที เมื่อวาน มีคนลื่นไถลตกลงไปในหุบเขา
น้ำตาของเติ้งเจี้ยนเหือดแห้งไปอีกรอบ อยากกลับเข้าด่านใจจะขาด ฝันถึงทุกค่ำคืน
และในวันนี้เอง ในที่สุดก็มีคนทนไม่ไหว คนงานเหมืองคนหนึ่งตะโกนลั่น "ที่นี่ไม่มีสายแร่อะไรทั้งนั้น! นี่มันเรื่องหลอกลวง! ถ้ามีจริง ทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่มีใครเจอ พวกเราเสียเวลาอยู่ที่นี่มาเดือนกว่าแล้ว ที่นี่มีพวกต๋าต๋า อีกไม่ช้าพวกมันต้องเจอตัวพวกเรา พวกมันต้องตามมาฆ่าเราแน่ ขืนอยู่ที่นี่ต่อไป ก็มีแต่ตายกับตาย พวกเรากลับกันเถอะ"
ทุกคนเริ่มคล้อยตาม
ทุกคนอยากกลับบ้าน
เติ้งเจี้ยนเองก็แทบจะหลุดปากตะโกนออกไปว่าพวกเราควรกลับ
มีเพียงเจียงเฉินที่ตีหน้าขรึม ตะโกนสวนกลับไปว่า "กลับไม่ได้!"
"ทำไม ที่นี่ไม่มีอะไรเลย ที่อัปยศพรรค์นี้" คนงานเหมืองโวยวายด้วยความไม่พอใจ
เจียงเฉินเลื่อนมือไปจับด้ามกระบี่ที่เอวอย่างเงียบเชียบ จากนั้นก็ตวาดเสียงกร้าว "เพราะท่านอาจารย์ได้กล่าวไว้!"
คำว่า 'ท่านอาจารย์' เจียงเฉินจงใจเน้นเสียงให้ดังขึ้น และมีเพียงคำว่า 'ท่านอาจารย์' นี้เท่านั้น ที่ช่วยเพิ่มความกล้าหาญให้เจียงเฉินขึ้นมาทันตา เขาเด็ดเดี่ยวยิ่งขึ้น "ในพวกเจ้า มีใครอยากจะทรยศต่อท่านอาจารย์ของข้าบ้าง? มีใครบ้าง?"
ทันใดนั้น คนที่กำลังฮึกเหิม ต่างพากันก้มหน้า
ในสายตาของคนงานเหมือง อาจารย์ของเจียงเฉิน ก็คือผู้มีพระคุณของพวกเขา หากไม่มีผู้มีพระคุณ ป่านนี้พวกเขาคงตายไปเก้าในสิบแล้ว
ในสายตาของนักเรียนจากสำนักศึกษาซีซานที่ติดตามมา อาจารย์ของเจียงเฉิน ก็คืออาจารย์ปู่ของพวกเขา ใครจะกล้าอกตัญญูลบหลู่ครูบาอาจารย์?
คนงานเหมืองที่ตะโกนโหวกเหวกเมื่อครู่ ใบหน้าซีดเผือด ทันใดนั้นก็ยกมือปิดหน้า ร้องไห้โฮ "ที่นี่ไม่มีสายแร่หรอก พวกเราหามาทุกยอดเขาแล้ว มีแต่หิน ไปทางไหนก็มีแต่หินไร้ค่า"
เจียงเฉินตวาดลั่น "งั้นก็หาต่อ ต่อให้อยู่ในซอกหิน เราก็ต้องหามันให้เจอ!"
...
เติ้งเจี้ยนนึกถึงนายน้อยของตน
ยิ่งห่างไกลนายน้อย เขาก็ยิ่งลืมความร้ายกาจของนายน้อยไปจนหมดสิ้น สิ่งที่เหลืออยู่ คือความรู้สึกอุ่นใจยามได้ติดตามอยู่ข้างกายนายน้อย
มองดูภูเขาสูงตระหง่าน... เขารู้สึกอยากตาย
แต่เขาก็ยังปลุกปลอบกำลังใจ ใช่... ต้องหาให้เจอ
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เขาถือถังน้ำตามปกติ จะไปตักน้ำที่ทะเลสาบใกล้ๆ
ทะเลสาบแห่งนี้อาจเกิดจากน้ำท่วมแม่น้ำฮวงโหในอดีตที่ไหลทะลักเข้ามาในหุบเขา หรืออาจจะเกิดจากสภาพภูมิประเทศ
เติ้งเจี้ยนเดินมาถึงริมทะเลสาบตามปกติ พับขากางเกงขึ้น ในใจคิดว่า ตนเองช่างนับถือเจียงเฉินจริงๆ ทำไมเขาถึงได้จงรักภักดีต่อนายน้อยขนาดนั้นนะ เขาก็ไม่ได้กินข้าวแดงแกงร้อนของตระกูลฟางมาตั้งแต่เกิดเสียหน่อย แต่ข้าเติ้งเจี้ยนไม่เหมือนกัน ปู่ของข้าก็กินข้าวตระกูลฟาง พ่อของข้าก็ด้วย ถึงตาข้า ต่อให้ในอนาคตข้ามีลูก ก็ยังต้องกินข้าวตระกูลฟาง
พอคิดได้ดังนี้ เติ้งเจี้ยนก็รู้สึกละอายใจ น่าขายหน้าจริงๆ ข้ายังสู้เขาไม่ได้เลย เอาล่ะ ครั้งหน้าถ้ามีใครกล้าบอกว่าจะกลับ ข้าก็จะจับกระบี่ถามดูเหมือนกันว่าใครจะกล้า
มาถึงริมทะเลสาบ เติ้งเจี้ยนถือถังน้ำ น้ำริมฝั่งค่อนข้างขุ่น เขาจำต้องถอดรองเท้า ค่อยๆ เดินลงไปในทะเลสาบ ถือถังน้ำ เดินเท้าเปล่าลุยน้ำทะเลสาบที่เย็นเฉียบ ก้าวเท้าจมลงไปในโคลนเลนทีละก้าว ค่อยๆ เดินไปข้างหน้า เดินไปได้หลายวา น้ำในทะเลสาบเกือบถึงหัวเข่าแล้ว เขาจึงเตรียมจะจ้วงถังตักน้ำ เขาหนาวจนตัวสั่น มองดูเงาสะท้อนของตัวเองในน้ำที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงมอมแมม ก็เผลอปล่อยถังน้ำให้ลอยเท้งเต้ง ก้มตัวลง กวักน้ำขึ้นมาล้างหน้า
แต่ในขณะที่เขาก้มลงนั่นเอง ทันใดนั้น ร่างกายของเขาก็สะท้านเฮือก
ใต้ท้องน้ำระดับเข่านี้ ปะปนอยู่ในโคลนเลน ดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่าง...
เหมือนทราย แต่ก็ไม่เชิง...
เติ้งเจี้ยนเผลอไผลม้วนแขนเสื้อ ยื่นแขนลงไป คว้าโคลนเลนจากก้นทะเลสาบขึ้นมาหนึ่งกำ
ในโคลนนั้นมีของขนาดเท่าเมล็ดข้าวอยู่ชิ้นหนึ่ง มันบาดมือเติ้งเจี้ยนจนเจ็บจี๊ด เติ้งเจี้ยนอดไม่ได้ที่จะแยกเขี้ยวยิงฟัน สบถด่าพึมพำ พอเขาค่อยๆ ปาดโคลนออกจากของแข็งชิ้นนั้น วัตถุสีเหลืองอร่ามขนาดเท่าเมล็ดข้าว ก็ปรากฏแก่สายตาของเติ้งเจี้ยน...
นี่มัน...
เติ้งเจี้ยนตะลึงงัน...
เขาไม่สนน้ำทะเลสาบที่เย็นยะเยือกอีกต่อไปแล้ว
เขาเพ่งพินิจวัตถุขนาดเท่าเมล็ดข้าวนั้นอย่างละเอียด ในที่สุด เขาก็มั่นใจ... นี่มัน... คือทองคำ
ทองคำ... เป็นเกล็ดทองคำ!
หัวสมองของเติ้งเจี้ยนแทบจะระเบิด ในทะเลสาบมีเกล็ดทองคำ
เขาคุ้ยเขี่ยในน้ำอย่างบ้าคลั่ง ครู่ต่อมา ก็พบอีกชิ้น ชิ้นนี้ใหญ่กว่าเดิม รูปทรงบิดเบี้ยว รูม่านตาเขาขยายกว้าง จากนั้น ก็ไม่สนใจถังน้ำอีกแล้ว ตะเกียกตะกายขึ้นฝั่งอย่างบ้าคลั่ง
เจอแล้ว... ทองคำ...
ที่นี่... มีทองคำจริงๆ ด้วย
ต้องรู้ก่อนว่า ในยุคนี้ เหมืองทองหรือแม่น้ำลำธารที่ร่อนทองได้ ส่วนใหญ่ถูกผู้คนร่อนหามาตั้งแต่โบราณกาลแล้ว ร่อนกันมาเนิ่นนาน ผลผลิตทองคำแทบจะไม่เหลือแล้ว
แต่ที่นี่... ที่นี่กลับมีเกล็ดทองคำมากมายขนาดนี้ ที่นี่ ผ่านมาหลายพันหลายหมื่นปี เกรงว่าคงไม่เคยมีใครค้นพบมูลค่ามหาศาลที่ซ่อนอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้มาก่อน
และนี่คือทะเลสาบ บางทีที่นี่อาจเคยเป็นแม่น้ำมาก่อน แต่สุดท้ายภูมิประเทศเปลี่ยนไปจนกลายเป็นทะเลสาบ ในเมื่อมีเกล็ดทองคำปะปนอยู่มากขนาดนี้ เป็นไปได้มากว่า ที่ต้นน้ำ ต้องมีสายแร่ทองคำแน่นอน
เติ้งเจี้ยนกำเกล็ดทองคำไว้แน่น วิ่งกลับค่ายอย่างบ้าคลั่ง ภายในค่าย นอกจากคนที่เฝ้ายามแล้ว คนอื่นหายหัวไปหมด
เติ้งเจี้ยนตะโกนลั่นอย่างบ้าคลั่ง "เร็วเข้า จุดควันสัญญาณเร็วเข้า! เรียกคนแถวนี้กลับมาให้หมด ข้าเจอแล้ว ข้าเจอทองคำแล้ว ฮ่าฮ่า... เป็นทองคำ!"
ทันใดนั้น คนที่ทำหน้าที่หุงหาอาหารไม่กี่คน ก็กรูเข้ามาหา ผู้คนรุมล้อมเติ้งเจี้ยน เติ้งเจี้ยนแบมือโชว์เกล็ดทองคำอย่างภาคภูมิใจ เกล็ดทองสองชิ้น ปรากฏแก่สายตาทุกคน
รวยเละแล้ว!
ผู้คนโห่ร้องด้วยความยินดี
ทองคำเชียวนะ เดี๋ยวนี้ในด่านจะไปหาเหมืองทองที่ไหนได้ ต่อให้มี ผ่านการขุดค้นมาอย่างยาวนาน ผลผลิตก็ต่ำจนน่าตกใจ
...
(จบแล้ว)