- หน้าแรก
- นายน้อยจอมล้างผลาญ
- บทที่ 31 - ประกาศผลสอบ
บทที่ 31 - ประกาศผลสอบ
บทที่ 31 - ประกาศผลสอบ
บทที่ 31 - ประกาศผลสอบ
มองดูแผ่นหลังของขันทีที่หายลับไปอย่างรวดเร็ว เหล่าขุนนางฮันหลินถึงค่อยได้สติจากความตกตะลึงเมื่อครู่ เริ่มกระซิบกระซาบวิจารณ์กัน
เห็นได้ชัดว่า นี่เป็นเรื่องเหลือเชื่อจนยากจะหาคำอธิบาย คิดจนหัวแทบแตกก็ไม่เข้าใจ ว่าคนที่สอบได้อันดับสูง ทำไมถึงกลายเป็นซิ่วไฉสามคนที่ทุกคนต่างเวทนาสงสารไปได้?
เวลานี้ ฮ่องเต้หงจื้อนึกอะไรขึ้นได้ เบิกตากว้าง ตรัสว่า "ถ่ายทอดคำสั่ง ให้คนไปสอบถามที่สถานศึกษา ดูว่าผลการสอบย่วนซื่อ (ระดับต้น) ของสามคนนี้เป็นอย่างไร?"
ใช่แล้ว จะดูระดับความรู้ของสามคนนี้ก็ง่ายนิดเดียว แค่รู้ผลสอบครั้งก่อนก็พอ
ดังนั้นในวังจึงวุ่นวายกันยกใหญ่ ผู้เข้าสอบปีนี้ล้วนมีทะเบียนประวัติ ในทะเบียนย่อมบันทึกผลสอบย่วนซื่อเอาไว้ คนทั่วไปตรวจสอบยาก แต่สำหรับในวัง ง่ายเหมือนพลิกฝ่ามือ
ตามมาด้วยการรอคอยอันน่ากระวนกระวาย ครึ่งชั่วยามผ่านไป ขันทีก็วิ่งกระหืดกระหอบกลับมา กราบทูลว่า "กราบทูลฝ่าบาท บ่าวตรวจสอบแล้ว ในการสอบย่วนซื่อ ผลการเรียนของสามคนนี้ไม่โดดเด่น มีเพียงโอวหยางจื้อที่พอใช้ได้ แต่ในเป่าติ้ง ก็เป็นเพียงเจิงกวงเซิงหยวน (นักเรียนเสริม) ระดับสอง ส่วนอีกสองคน ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ โดยเฉพาะหลิวเหวินซานผู้นั้น เกือบจะสอบตกอยู่รอมร่อพะยะค่ะ"
ทุกคนสูดหายใจเฮือก นี่มันพวกหัวขี้เลื่อยชัดๆ
แต่ทว่า เจ้าหัวขี้เลื่อยสามคนนี้ กลับครองบังลังก์อันดับต้นๆ ได้ เพียงเพราะฟางจี้ฟานคนเดียว
"คนผู้นี้..." ฮ่องเต้หงจื้อชะงัก ทุกคนรู้ดีว่า 'คนผู้นี้' ที่ฮ่องเต้ตรัสถึงคือใคร แต่พอนึกถึงคนคนนี้ ก็ทำให้ทุกคนรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ คนคนนี้ ไม่ใช่เศษสวะสังคมหรอกหรือ?
เวลานี้ สายตาของฮ่องเต้หงจื้อกลับไปตกอยู่ที่ร่างของรัชทายาทจูโฮ่วเจ้า แววตามีความซับซ้อนยากจะอธิบาย แต่ครู่ต่อมา ฮ่องเต้เพียงตรัสเรียบๆ ว่า "ประกาศผลสอบเถอะ"
......
วันประกาศผลสอบมักจะคึกคักเสมอ
ฟางจี้ฟานตื่นแต่เช้าตรู่ แต่งตัวเสร็จสรรพ ก็พาลูกศิษย์ทั้งสามนั่งรถม้าออกจากบ้านอย่างตื่นเต้น
อุตส่าห์ลำบากสั่งสอนลูกศิษย์ออกมาได้ตั้งสามคน นี่เป็นเรื่องใหญ่เชียวนะ ฟางจี้ฟานถึงกับรู้สึกว่าระบบศิษย์อาจารย์ของคนโบราณนี่มันดีจริงๆ รับศิษย์เข้ามาอยู่ในสังกัด วันหน้าขอแค่พวกเขาได้ดิบได้ดี นี่ก็เท่ากับตั๋วแลกข้าวระยะยาวที่เคลื่อนที่ได้สามใบ อาจารย์... อะแฮ่ม... ชาติหน้าอาจจะยังเกาะพวกเจ้ากินได้อีก
แน่นอน... ตอนนี้เรื่องนั้นยังไม่สำคัญ
ที่สำคัญคือ ฟางจี้ฟานต้องการตรวจสอบผลงานของตนเอง
ในสมองของเขามีเรื่องราวของยุคสมัยนี้บรรจุอยู่มากเกินไป เช่นไม้อูมู่ นโยบายไก๋ถู่กุยหลิว และข้อสอบ สรุปง่ายๆ คือ เหมือนขุมทรัพย์ขนาดมหึมา มีของให้ขุดค้นเยอะแยะไปหมด
หากเก็งข้อสอบครั้งนี้สำเร็จ ขั้นต่อไป ก็จะบุกตะลุยการสอบฮุ่ยซื่อ (ระดับประเทศ) ต่อไป
แต่ฟางจี้ฟานก็ยังตุ้มๆ ต่อมๆ อยู่บ้าง เจ้าสามคนนี้ หัวทึบเหลือเกิน คงไม่ใช่ไม้หลักปักเลนหรอกนะ ถ้าสอบไม่ผ่านล่ะก็ ขาดทุนยับเยินแน่ ครึ่งเดือนมานี้ ปากท้องสามปากแทบจะกินล้างผลาญฟางจี้ฟานจนจนกรอบ วันหน้าไม่แคล้วจะเป็นตัวถ่วง
เมื่อไปถึงหน้าสถานศึกษา ที่นั่นผู้คนขวักไขว่ราวกับตลาด เสียงดังจอแจ บัณฑิตสวมหมวกและชุดยาวรวมตัวกันกลายเป็นคลื่นมนุษย์
ฟางจี้ฟานคาดเข็มขัดทองคำ โบกพัดเซียงเฟยเดินนำหน้า เติ้งเจี้ยนคอยแหวกทางให้ด้านข้าง ส่วนโอวหยางจื้อทั้งสาม กลับดูลังเล พอพวกเขาปรากฏตัว ก็มีคนจำได้ทันที "พี่โอวหยาง พี่หลิว..."
พอได้ยินคำว่าพี่โอวหยางพี่หลิว หลายคนก็ชะเง้อคอมอง
"นั่นใช่... สามคนนั้นหรือเปล่า?"
"พวกเขานั่นแหละ!"
ดังนั้นสายตาของฝูงชนจึงพร้อมใจกันไปตกอยู่ที่ร่างของฟางจี้ฟาน ผู้คาดเข็มขัดทองคำ สวมชุดหรูหรา ประดับประดาด้วยอัญมณีจนแสบตา
โอวหยางจื้อทั้งสามได้รับสายตาเห็นอกเห็นใจอย่างล้นหลามทันที
แต่คนส่วนใหญ่มองฟางจี้ฟานด้วยสายตาดูถูก แม้บ้านข้าจะไม่รวยเท่าเจ้า ตระกูลไม่ใหญ่โตเท่าเจ้า แต่ข้าก็ดูถูกเจ้าได้
ฟางจี้ฟานทำตัวไม่ยี่หระ ข้อดีที่สุดของการเป็นตัวล้างผลาญคือ พอมีคนจำหน้าได้ ก็เหมือนมีไข่มุกแหวกน้ำ ไม่ต้องออกแรงเบียดเสียด ฝูงชนบัณฑิตที่แออัดยัดเยียดต่างพากันแหวกทางกว้างให้เองโดยอัตโนมัติ
เมื่อไปถึงใต้ป้ายประกาศ แน่นอนว่าตอนนี้กระดานยังว่างเปล่า เห็นชัดว่ายังไม่เริ่มติดประกาศ
ฟางจี้ฟานยืนนิ่ง โอวหยางจื้อทั้งสามก็รอคอยอย่างกระวนกระวาย
"พี่โอวหยาง พี่โอวหยาง..." เวลานั้น มีเสียงร้อนรนดังมาจากด้านหลัง
หันไปมอง ที่แท้ก็คือหวังเจี้ยนเหรินนั่นเอง หวังเจี้ยนเหรินพอเห็นโอวหยางจื้อ ก็พูดขึ้นว่า "แย่แล้ว คราวนี้แย่แล้ว"
โอวหยางจื้อชะงัก มองหวังเจี้ยนเหรินอย่างไม่เข้าใจ
หวังเจี้ยนเหรินทำท่าทางเสียดายสุดขีด พูดว่า "ข้ากลับไปแล้ว ลองมาคิดทบทวนดู เหมือนว่าตอนทำข้อสอบ ข้าจะเขียนผิดไปตัวหนึ่ง คราวนี้แย่แน่ เดิมทีคิดว่าที่หนึ่งคงอยู่ในกำมือ แต่เพราะอักษรตัวเดียวนี้ ไม่แน่อาจทำให้คนตรวจข้อสอบไม่พอใจ ดีไม่ดีอาจจะร่วงไปอยู่ที่สอง เฮ้อ... ถ้าได้แค่ที่สอง ข้าคงไม่มีหน้ากลับไปเจอพี่น้องบ้านเกิดแล้ว"
เขาทำท่าทางหงุดหงิดใจมาก
ฟางจี้ฟานฟังแล้วหนังตากระตุก อดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองหวังเจี้ยนเหรินที่กำลังตีอกชกตัว
"เฮ้อ... ช่างเถอะ ช่างเถอะ นี่คงเป็นชะตาฟ้าลิขิต ที่สองก็ที่สอง เพียงแต่ข้าสอบระดับอำเภอ ระดับเมือง ระดับมณฑล กวาดที่หนึ่งมาเรียบ (เสี่ยวซานหยวน) เป็นที่หนึ่งทุกสนาม แต่ดันมาสะดุดขาตัวเองที่การสอบเซียงซื่อ นับเป็นเรื่องน่าเสียดายที่สุดในชีวิต..."
หวังเจี้ยนเหรินทอดถอนใจอีก
โอวหยางจื้อเป็นคนซื่อ ไม่รู้จะปลอบใจเขายังไงดี
กลับเป็นหวังเจี้ยนเหรินที่หันมายิ้มให้โอวหยางจื้อ "แต่ว่าพี่โอวหยาง ข้าก็ขออวยพรให้ท่านสอบผ่านนะ ต่อให้ได้อันดับรั้งท้าย แต่ถ้าโชคดี ได้ชื่อเสียงจู่เหรินมาสักใบ ก็ถือเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูลแล้ว การสอบแบบนี้ ก็ใช่ว่าจะเกี่ยวกับความรู้ที่เรียนมาเสมอไป อาศัยดวงทั้งนั้น หากดวงมา บางทีอาจจะสอบติดก็ได้ ใครจะรู้"
คำพูดนี้... ฟังยังไง ก็ระคายหูชอบกล?
ฟางจี้ฟานรู้สึกหงุดหงิดไปทั้งตัว นี่มันดูถูกลูกศิษย์ข้าชัดๆ ตีสุนัขยังต้องดูหน้าเจ้าของ... เอ่อ เหมือนเรียกลูกศิษย์ตัวเองว่าสุนัขจะไม่ค่อยดี เอาเป็นว่า สุนัขมองคนด้วยหางตา (ดูถูกคน) ก็แล้วกัน
ฟางจี้ฟานกำลังจะเข้าไปถกเหตุผลกับหวังเจี้ยนเหรินสักหน่อย ก็ได้ยินคนตะโกนอย่างตื่นเต้นว่า "ประกาศผลแล้ว ประกาศผลแล้ว!"
ทันใดนั้น ผู้คนเบียดเสียด ทุกคนยืดคอเขย่งเท้า
ฟางจี้ฟานก็กลั้นหายใจ
หวังเจี้ยนเหรินที่เมื่อครู่ยังบ่นพึมพำ ก็หุบปากฉับ จ้องมองไปที่กระดานประกาศผลตาไม่กะพริบ
เขากวาดสายตาค้นหาอย่างบ้าคลั่ง รอจนปิดประกาศเสร็จ ก็รีบมองไปที่ตำแหน่งหัวตาราง
หัวตารางคือเจี้ยหยวน (จอหงวนระดับภูมิภาค) เจี้ยหยวนเชียวนะ นี่มันคนละเรื่องกับจู่เหรินทั่วไปเลย
เพียงแต่...
จู่ๆ หน้าเขาก็ซีดเผือด
ไม่ใช่ชื่อเขา!
ข้างบนนั้นไม่ใช่ชื่อหวังอัน แต่เป็น... โอวหยางจื้อ...
โอวหยางจื้อ?
เขารีบมองไล่ลงมา... เจียงเฉิน...
ที่สาม... หลิวเหวินซาน
พรืด...
เขารู้สึกคอแห้งผากขึ้นมากะทันหัน
ตัวเองไม่ได้ที่หนึ่ง ไม่ได้ที่สอง แม้แต่ที่สามก็ไม่ใช่
ความโกรธแล่นริ้วขึ้นหน้า กระอักเลือดออกมาคำโต เขายืนโงนเงน ยังไม่ทันได้คิดว่าใครคือโอวหยางจื้อ เพราะตอนนี้สมองกลายเป็นแป้งเปียกไปแล้ว ที่สี่... ไม่ใช่... ที่ห้า... ก็ยังไม่ใช่... จนกระทั่งที่หก เขาถึงได้เห็นชื่อตัวเอง...
ที่หก...
ลูกกระเดือกเขาขยับขึ้นลง จากนั้น ราวกับเรี่ยวแรงทั้งหมดถูกสูบออกไปจากร่าง รู้สึกโลกหมุนคว้าง จะเป็นลมล้มพับไป
แต่ในหูของเขา กลับได้ยินเสียงอุทานด้วยความตกตะลึงดังเซ็งแซ่ "โอวหยางจื้อ... เจียงเฉิน... หลิวเหวินซาน..."
เสียงคนนับไม่ถ้วนตะโกนพร้อมกัน ดังสะเทือนฟ้าดิน
โอวหยางจื้อตื่นเต้นจนคุมสติไม่อยู่ ตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง
ฟางจี้ฟานตื่นเต้นยิ่งกว่าโอวหยางจื้อทั้งสามเสียอีก ติดแล้ว สอบติดแล้ว ดีกว่าที่คาดไว้ด้วยซ้ำ ถึงกับเหมาเรียบสามอันดับแรก ไม่เปิดโอกาสให้ใครเลย
เฮ้อ...
จู่เหรินสามคนนี้เป็นลูกศิษย์ข้าเอง แถมคนหนึ่งยังเป็นเจี้ยหยวน!
จากนั้น เขาก็ได้ยินคนรอบข้างร้องอย่างบ้าคลั่ง "ข้าสอบติดแล้ว ข้าสอบติดแล้ว"
แต่คนส่วนใหญ่กลับหน้าถอดสี ร้องไห้โฮ (จบแล้ว)