เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 29: ราคาจิ๊บ ๆ เอง! จริง ๆ นะ!

บทที่ 29: ราคาจิ๊บ ๆ เอง! จริง ๆ นะ!

บทที่ 29: ราคาจิ๊บ ๆ เอง! จริง ๆ นะ!


“เอาปลาพวกนี้ไปเทลงบ่อปะ!” ฉินหลินสั่งเฉินต้าเป่ยที่เดินนำลูกทีมมา

เดิมทีบ้านไร่ก่อนหน้าเองก็มีโครงการตกปลาโดยให้นักท่องเที่ยวเช่าเบ็ดตกปลาได้  เมื่อตกได้แล้วหากอยากจะกินให้เอาปลามาชั่งกิโลก่อน  แล้วนักท่องเที่ยวคนนั้นถึงจะสามารถทำปลากินเองได้  ซึ่งจะมีอุปกรณ์สำหรับนึ่งกับย่างให้

เป็นเรื่องบันเทิงสำหรับคนที่มาบ้านไร่เพื่อหาอะไรน่าตื่นเต้นทำ

ทว่าตอนที่ฉินหลินได้บ้านไร่นี้มาปลาในบ่อก็เป็นศูนย์ไปแล้ว  เขาเลยต้องหาปลามาเติมเอง  ซึ่งน่าจะต้องเอามาเติมอีกซักสองสามรอบ  และเขาก็กะจะเอาปลาป่าเหล่านี้มาเป็นอีกหนึ่งจุดขายด้วยเหมือนกัน

นอกจากการตกปลาเอาเองแล้วนักท่องเที่ยวยังสามารถไปหาซื้อปลาได้โดยตรงที่ห้องโถง  จากนั้นถ้าจะทำเองก็จะมีโซนที่จัดแยกไว้ให้แล้ว

ที่มีการวางขายให้คนไปซื้อเอานั้นก็เพราะว่าเผื่อพวกที่มาเล่นแล้วเช่าเบ็ดเพราะอยากจะสัมผัสกับประสบการณ์เย่อปลา  แต่ว่าตกไม่เป็น  หรือตกเป็นแต่ดวงไม่ดีวันนี้ไม่ได้ซักตัวอย่างน้อย ๆ ก็สามารถซื้อกินเพื่อระบายอารมณ์ได้อยู่

เฉินต้าเป่ยขึ้นหลังกระบะทันทีโดยไม่ปริปากพูดแล้วสั่งให้ลูกทีมทั้งสองขึ้นมาช่วยยกด้วย

“โอ้โห~  ปลาไรเนี่ยตัวบักเอ้กเล้ย!” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอุทานเพราะเห็นเจ้าตัวไซส์บิ๊กในระยะประชิด

“น่าจะสามสิบจินได้มั้งหนิ  แถมไม่ใช่ตัวเดียวด้วย!” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีกคนก็ตาโตไปกับเขาด้วย

อาจารย์หลินในคอสตูมพ่อครัวได้ยินก็ถูกดึงความสนใจจนต้องเดินมาดูด้วย “โห  นี่ปลาป่าเหรอครับเถ้าแก่!”

“ตาแหลมสมกับเป็นอาจารย์หลิน” ฉินหลินพูดด้วยรอยยิ้ม

“สุดยอด!  สุดยอดเกินไปแล้ว!” อาจารย์หลินรู้จักเจ้าปลาพวกนี้ดีเลยอดอุทานออกมาไม่ไหว

“ปลาป่าเยอะขนาดนี้แถมแต่ละตัวยังไม่ใช่เล็ก ๆ โดยเฉพาะเจ้าพวกตัวใหญ่นี่  ผมว่าตัวนึงไม่ต่ำกว่าสองพันเลยมั้ง  แถมเป็นพวกที่ต่อให้มีเงินพร้อมก็ยังหาซื้อไม่ได้ด้วย!  เถ้าแก่หมดเงินกับพวกมันไปเท่าไหร่เนี่ย!”

“ราคาจิ๊บ ๆ เองหน่า!” ฉินหลินพูดด้วยรอยยิ้ม

‘ก็ราคาจิ๊บ ๆ ไง  ใช่มะ?  ตกปลาในเกมเสียเวลา  ขนออกมาก็เสียเวลา  เหนมะ?  ราคาจิ๊บ ๆ จริง ๆ’

“ก็ว่าอยู่  ไม่มีใครได้ปลาป่าพวกนี้มาโดยไม่ต้องจ่ายอยู่แล้ว!” อาจารย์หลินเข้าใจไปนู่นเลยคนละเรื่อง

“เถ้าแก่ครับ  แบ่งปลาพวกนี้เป็นสองส่วน  หนึ่งเอาลงบ่อ  สองเอาไว้ที่โถง  ปลาป่าพวกนี้แค่คนเห็นก็ถูกดึงให้เข้ามามุงกันเพียบแล้วล่ะครับ” อาจารย์หลินแนะนำ

“โอเค!” ฉินหลินพยักหน้า  พวกตัวใหญ่ทั้งหมดเขาเอาลงบ่อไม่ไว้ในโถง  ส่วนพวกตัวเล็กก็แบ่ง ๆ ไปตามที่อาจารย์หลินแนะนำ

เขามีแผนว่าจะควบคุมจำนวนของพวกตัวใหญ่อย่างเข้มงวด

เพราะในตลาดแต่ละปีการที่จะมีพวกแบบเจ้าพวกนี้ไปวางขายได้นี่ช่างน้อยแสนน้อย  เพราะงั้นหากว่ามีแต่บ้านไร่ของเขาที่สามารถหามาได้อย่างมากมายนั่นจะเป็นพิรุธให้คนสงสัยเอาได้  นอกจากนี้ราคาของพวกมันก็ไม่ใช่อะไรที่คนธรรมดาจะแตะต้องได้

ดังนั้นปลาพวกนี้ถ้าไม่เอาไว้กินเองก็เอาไว้เลี้ยงต้อนรับในโอกาสพิเศษเพื่อเป็นการถนอมน้ำใจจะดีกว่า

หลังจากมอบภาระปลาป่าสองกะละมังใหญ่พวกให้เฉินต้าเป่ยและอาจารย์หลินแล้วเขาก็เรียกเกาเหยาเหยาะมาพบ

“มาแล้วค่าเถ้าแก่  มีอะไรให้รับใช้” เกาเหยาเหยาวิ่งเหยาะ ๆ ตะโกนมาแต่ไกล

“เด๋วพรุ่งนี้ฉันจะหาคนมาถ่ายวิดีโอโปรโมตทะเลเฟื่องฟ้า  เพราะงั้นแต่งตัวสวย ๆ ให้ความร่วมมือในการถ่ายทำ  แล้วเด๋วให้ค่าจ้างสองพัน” ฉินหลินสั่ง

หลังจากสร้างทะเลเฟื่องฟ้าแล้วงานต่อไปคือเผยแพร่ให้เป็นที่รู้กันเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว  ซึ่งการจะทำแบบนั้นได้จะต้องมีการถ่ายวิดีโอ   ถ่ายภาพ  ติดป้ายโฆษณา  แผ่นพับ  ใบปลิวโปรโมตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

และแน่นอนว่าจะขาดนางแบบไม่ได้ด้วย

เกาเหยาเหยาเป็นเด็กสาวใส ๆ หน้าตาพอไปวัดไปวาได้  มีเธออยู่ย่อมไม่ต้องเสียเวลาไปหาคนอื่น

“ขอบคุณค่ะเถ้าแก่!” เกาเหยาเหยาตอบตกลงทันทีที่ได้ยินข่าวดีนี้

จากนั้นฉินหลินก็เดินไปที่ทะเลเฟื่องฟ้า

มีทางเดินหินที่ทำขึ้นเป็นพิเศษจากห้องโถงทอดต่อไปยังทะเลเฟื่องฟ้า

ทางเข้าทะเลเฟื่องฟ้าเป็นตู้ขายตั๋ว  ตั๋วทะเลเฟื่องฟ้าที่อื่น ๆ นั้นจะอยู่ที่ใบละประมาณ 30 ถึง 70 หยวน  แต่ของฉินหลินเขาคิดที่ 100 หยวนไปเลย

สำหรับทะเลเฟื่องฟ้าของเขาแล้วราคานี้คือถูก  แต่เพราะอยากดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มากันเยอะ ๆ เลยจะให้แพงกว่านี้ก็ไม่ได้  ตราบใดที่ยังมีคนมาเขาสามารถหาแผนอื่น ๆ มารองรับเพื่อทำกำไรในส่วนนั้นได้  เช่นพืชผลจากเกมที่มีคุณสมบัติ +2 อะไรงี้

ขอบรอบนอกของทะเลเฟื่องฟ้านั้นถูกจัดอย่างเรียบร้อย  โดยทำเป็นกำแพงดอกไม้ที่จากต้นเฟื่องฟ้าอัดกันหนาแน่นป้องกันไม่ให้ใครเข้ามาได้ (เพราะต้นเฟื่องฟ้านี่หนามยาวเฟื้อยเลยเน่อ) ดังนั้นการจะเข้าไปข้างในได้จึงจำเป็นต้องผ่านตู้ขายตั๋วเท่านั้น

จริง ๆ ทะเลเฟื่องฟ้า 30 หมู่ข้างในยิ่งงดงาม  อันที่จริงแค่รั้วดอกไม้จากต้นเฟื่องฟ้านั่นก็ทำให้การเดินทางมาเที่ยวในครั้งนี้คุ้มค่าแล้ว  และยิ่งใด้เข้าไปข้างในลึกขึ้นเท่าไหร่ก็จะยิ่งตื่นตาตื่นใจกับเฟื่องฟ้าจากเกมมากขึ้นเท่านั้น

ต้นเฟื่องฟ้าเจ็ดสีที่ปลูกจากแปลงปลูกเลเวล 3 นั้นมีโบนาคุณสมบัติ ในทางกลับกัน ต้นเฟื่องฟ้าประดับเจ็ดสีคุณภาพ 3 ชนิดที่ปลูกมีลักษณะพิเศษคือสวยงาม +2, เตะตา +2, ต้องใจ +2

และที่เด่นที่สุดคือเฟื่องฟ้าขั้นสุดเลเวล 3 ที่สูงกว่า 4 เมตร  สวยงาม +3, เตะตา +3, ต้องใจ +3, สบายตา +3, ขึ้นกล้อง +3, กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม +3

คนที่มาเห็นจะต้องตกตะลึงจนไม่มีผู้ใดสามารถละสายตาไปจากมันได้

ขนาดตัวฉินหลินเองที่เป็นคนสร้างทะเลเฟื่องฟ้านี่ขึ้นมาเองยังต้องมึนเมาเมื่อได้เห็นอยู่ทุก ๆ ครั้งไป  นับประสาอะไรกับนักท่องเที่ยวที่แต่ละคนนาน ๆ มาที

เมื่อเขาเดินลึกเข้ามาถึงโซนกลางฉินหลินก็หยุดเดินและดูผีเสื้อเต้นระบำรอบ ๆ ต้านเฟื่องฟ้าเลเวล 3 ที่บนคาคบไม้มีกระรอกวิ่งไล่จับกันอยู่

และกระรอกเหล่านี้ไม่กลัวคน  สาเหตุเพราะคุณสมบัติกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม +3

ฉินหลินเอื้อมมือไปหากระรอกที่เกาะอยู่บนคาคบไม้ซึ่งมันก็ไม่ได้วิ่งหนีไปไหน

จากนั้นเขาก็เอาลูกสนวางลงบนพื้น  แล้วเจ้ากระรอกพวกนั้นมันกระโดดลงพื้นมากอดลูกสนนั้นทันที

จากนั้นก็เอาลูกสนอีกลูกมาวางบนมือ  แต่กระรอกกลับมองที่มือเขานิ่ง ๆ อย่างกับมันรู้

ฉินหลินยิ้มและวางลูกสนอันสุกท้ายลงพื้น  จากนั้นเจ้ากระรอกตัวหนึ่งมันก็กระโดดกอดลูกสนแล้วเอากลับขึ้นไปซ่อนบนคาคมไม้ในทันที

ช่วงนี้เขาได้สั่งให้เกาเหยาเหยาไปหาลูกสนมาให้เจ้ากระรอกพวกนี้ทุกวัน  ดังนั้นมันจึงได้คุ้นชินกับการให้ลูกสน  ในตอนกลางคืนเจ้ากระรอกพวกนี้มันจะเอาลูกสนที่ได้มาในตอนกลางวันเข้าไปไว้ในป่าแล้วก็กลับมาแสดงตัวน่ารักเหมือนเดิมในตอนเช้า

พวกผีเสื้อ  กระรอก  รวมถึงเสียงนกที่ส่งเสียงร้องอันไพเราะจะกลายเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของทะเลเฟื่องฟ้าแห่งนี้

...................................

วันถัดไป

หลังฉินหลินส่งกระเจี๊ยบเขียวให้ RT-Mart แล้วเขาก็มุ่งหน้าตรงไปยังสตูดิโอวางแผนโฆษณาฉินเหริน

ฉินเหรินเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนของสตูดิโอนี้  และไม่ใช่แค่หุ้นส่วนที่เอาแต่ออกเงินเฉย ๆ แต่ยังเป็นช่างภาพด้วย  ซึ่งฝีมือการถ่ายภาพของเขาก็ไม่เลวเลยที่เดียว

ฉินหลินย่อมต้องการให้ฉินเหรินมาถายโฆษณาโปรโตบ้านไร้ให้ตัวเองแน่นอนอยู่แล้ว

หากจะจ้างใครซักคนล่ะก็มันก็ต้องเป็นคนกันเองนี่แหล่ะถึงจะดี

เมื่อฉินหลินเปิดเข้าไปในสตูดิโอเขาก็เห็นว่านอกจากฉินเหรินแล้วยังมีคนอื่น ๆ อีกหลายคนอยู่ด้วยโดยมีสองคนที่ฉินหลินเคยเจอ  คนหนึ่งคือเลี่ยวลี่คู่หมั้นของฉินเหรินนั่นเอง  อีกคนเป็นอีกหนึ่งสาวที่อยู่ด้วยกันกับเลี่ยวลี่ที่บ้านของฉินเหรินในวันนั้น

“อ้าวหลินจือ!  มาทำอะไรเหรอ?” เมื่อฉินเหรินเห็นฉินหลินเขาก็ทักทายอย่างกระตือรือร้น

“หวัดดีต้าเหริน  ฉันอยากให้นายมาช่วยถ่ายวิดีโอโฆษณาโปรโมตให้ซักชุดนึงน่ะ” ฉินหลินยิ้มพลางบอกความตั้งใจที่มา

“ไปดูสถานที่กันก่อนแล้วเด๋วเรื่องค่าจ้างค่อยว่ากันอีกทีได้ปะ?” ฉินหลินชวน

ทะเลเฟื่องฟ้าขนาด 30 หมู่ต้องถ่ายทั้งคลิปวิดีโอทั้งภาพนิ่งมากมายก่ายกองอย่างแน่นอน  ต้องมีทั้งถ่ายแบบภาคพื้นดิน  ถ่ายแบบเอาโดรนบิน  และยังต้องเอามาตัดต่ออีก  เพราะงั้นต้องไปกันทั้งทีมถึงจะทำได้

เขาเคยเสิร์จดูในเน็ตและเห็นว่างานถ่ายโฆษณาโปรโมตงานหนึ่งนี่มีค่าใช้จ่ายหลายหมื่นอยู่เหมือนกัน

“ค่าจ้งค่าจ้างไรก๊าน~” ฉินเหรินเอามือแตะไหล่ฉินหลินอย่างไม่มีความสุข

“แค่ถ่ายคลิปโฆษณาร้านขายผักเองหนิ  ทำอย่างกะเราไม่ใช้พี่น้องกันไปได้”

ด้วยเหตุนี้ฉินเหรินจึงหันไปบอกพวกที่เหลือว่า “เฮ่ยเพื่อน ๆ นี่ฉินหลินพี่น้องฉันเอง  เด๋ววันนี้ของไปเที่ยวกะพี่น้องเน่อ!”

ถือเป็นการชี้แจงให้หุ้นส่วนในทีมได้รู้ว่านี่ไม่ใช่การจ้างงาน  แต่ช่วยเหลือพี่น้องเป็นการส่วนตัว  ซึ่งเป็นเรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวของแต่ละคน

“ไปกันเถอะหลินจือ!” ฉินเหรินเรียก

ฉินหลินยิ้ม ๆ เขารู้ว่าฉินเหรินคิดไปเองและทำแบบนี้คือจะไม่คิดเงินกับเขาเพราะความปรารถนาดีเป็นนิสัย  ซึ่งเขาเคยช่วยฉินหลินถ่ายโฆษณาร้านขายผักให้ฟรี ๆ มาแล้วรอบหนึ่งด้วย  ทว่าคราวนี้มันไม่ใช่แบบนั้น  มันไม่ใช่อะไรที่ฉินเหรินคนเดียวจะรับมือไหว

เลี่ยวลี่กับลูกพี่ลูกน้องต่างก็เห็นฉากนี้  ทางด้านเลี่ยวลี่ไม่ได้คัดค้านเลย  เพราะนิสัยแบบนี้ของฉินเหรินนี่แหล่ะที่เธอหลงรัก

ส่วนฉู่น่าที่ไม่ใช่คู่หมั้นกลับมีข้อโต้แย้งมากมายซะอย่างนั้น “นี่เสี่ยวลี่  ฉินเหรินใจดีเกินไปแบบนั้นเธอจะไม่ว่าอะไรซักหน่อยเหรอ  เดี๋ยวคนอื่น ๆ ถูกช่วยบ่อย ๆ เข้าก็เคยตัวเอาหรอก  แล้วเจ้าหมอนั่นมันคนที่ชื่อฉินหลินที่ไปบ้านฉินเหรินเมื่อครั้งก่อนใช่มะ?  ตอนแรกก็คิดว่าเป็นคนดีซะอีก  ที่ไหนได้พอฉินเหรินบอกว่าจะไม่เอาเงินก็เห็นด้วยอย่างไม่มีข้อโต้แย้งเลย  คนอะไรแบบนี้?”

“ไปช้อปปิ้งกันเถอะ!” เห็นได้ชัดว่าเลี่ยวลี่ไม่ได้เห็นด้วยกับลูกพี่ลูกน้องของเธอ  แต่ก็ไม่อยากต่อปากต่อคำด้วยเลยเอาเรื่องช้อปปิ้งมาล่อให้อีกฝ่ายหุบปาก

ฉินหลินกับฉินเหรินเดินออกจากสตูดิโอและขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าโดยฉินเหรินไปนั่งซ้อนท้าย  และสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าก็สตาร์ทก่อนจะขับออกไป

และในไม่ช้าฉินเหรินก็รู้สึกตัวว่ามีอะไรแหม่ง ๆ “เอ่อ...  หลินจื่อ  นี่เราไม่ได้ไปร้านขายผักกันเหรอ?  ออกนอกเมืองไมอะ?  แล้วตกลงเราจะไปไหนนิ?”

“ถึงแล้วเด๋วก็รู้เองแหล่ะหน่า” ฉินหลินตอบยิ้ม ๆ

จบบทที่ บทที่ 29: ราคาจิ๊บ ๆ เอง! จริง ๆ นะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว