เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10: จินละสองร้อยสู้จินละยี่สิบไม่ได้!

บทที่ 10: จินละสองร้อยสู้จินละยี่สิบไม่ได้!

บทที่ 10: จินละสองร้อยสู้จินละยี่สิบไม่ได้!


ฉินหลินมองจ้าวโม่ชิงกับแม่ของตนที่กำลังล้างจานกันอยู่ในครัวอย่างมีความสุข

พอโม่ชิงมาบ้าน  แม่ของเขาก็มีแต่รอยยิ้มอารมณ์ดีไม่เอาแต่ถอนหายใจเฮือก ๆ ๆ เหมือนที่เคยเป็น

การยิ้มบ่อย ๆ ช่วยให้สภาพจิตใจดีขึ้นและส่งผลให้ร่างกายดีขึ้นด้วย

เห็น ๆ อยู่ว่าแม่อยากช่วยเขาแต่งโม่ชิงเข้าบ้าน  ทว่าสภาพการณ์ของครอบครัวมันช่างยากแค้นเหลือเกิน  อยากช่วยแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เลย

ดังนั้นเขาจึงคิดที่จะเก็บเงินดาวน์บ้านให้ได้โดยเร็วที่สุด  จากนั้นค่อยเอาทะเบียนสมรสออกมาให้แม่ดูและพาโม่ชิงเข้าบ้านซักที

นี่คงเป็นสิ่งที่เขาอยากทำมากที่สุดในตอนนี้แล้ว  หรือจะบอกว่าเขาไม่ได้มีความทะเยอทะยานอะไรมากมายก็ไม่ผิดนัก

เพราะบางอย่างในชีวิตมันก็มีค่าและสำคัญกว่าความทะเยอทะยานนั่นเอง

พอคิดได้แบบนี้ก็รีบเช็คหน้าจอเกม  ในใจก็อยากจะใส่สูตรโกงอัดเงินอัดเลเวลให้ตัวละคร  จะได้ปลูกสตรอว์เบอร์รี่แดงให้แน่นขนัดแล้วเอาทั้งหมดไปขายเพื่อเอาเงินทีละเป็นล้าน ๆ มา

เมื่อฉินหลินกำลังจะพาโม่ชิงไปส่งบ้าน  หลินเฟินผู้เป็นแม่ก็เดินตามลงมาเตือนว่า “เสี่ยวหลิน  ลูกไปส่งโม่ชิงให้ถึงบ้านอย่างปลอดภัยนะ  ขับช้า ๆ ไม่ต้องรีบ...”

“ครับแม่  ขับช้า ๆ อยู่แล้วครับ” ฉินหลินตอบด้วยรอยยิ้มและขับไปส่งจ้าวโม่ชิง

บ้านของจ้าวโม่ชิงอยู่ที่เมืองตงในเขตหยวนเสี่ยว

ฉินหลินเข้าไปจอดในหมู่บ้าน  สภาพแวดล้อมโดยรอบบอกได้เลยว่าแตกต่างจากเขตเมืองเก่าที่เขาอยู่โดยสิ้นเชิง

ที่นี่เรียกได้ว่าเป็นย่านที่เจริญที่สุดในอำเภอโหยวเฉิงแล้ว  ราคาค่าห้องสูงถึงตารางเมตรละหมื่นสี่  บ้านขนาดร้อยยี่สิบตารางเมตรรวมค่าตกแต่งก็ปาไปสองล้านกว่า!

ที่พูดแบบนั้นก็เพราะว่าที่เมืองในตัวจังหวัดยังมีบ้านที่ราคาถูกกว่านั้นอีกมากมายนัก  เห็นได้ชัดเลยว่าบ้านในอำเภอโหยวเฉิงนี่แพงเกินจริงขนาดไหน

ถ้าจะย้ายมาอยู่ที่นี่ต้องพกสมองมาด้วยเยอะ ๆ เลยเชียวล่ะ  หากอยากซื้อบ้านที่นี่ล่ะก็นอกจากจะต้องเก็บเงินซักสี่ซ้าห้าปีแล้วยังต้องใช้หนี้นอกระบบให้หมดก่อนด้วย  ไม่งั้นไม่ไหว

หากช่วงนี้ยังไม่อาจหาเงินมาทำให้ตัวเองหลุดออกจากสภาพความเป็นอยู่อันแร้นแค้นได้ล่ะก็  กว่าจะได้เงินดาวน์ก้อนหนึ่งนี่มีเกินห้าปีชัวร์ ๆ

ซึ่งนี้แค่สมมุติว่าราคาบ้านมันจะไม่เพิ่มขึ้นในอนาคตนะ

ก่อนหน้านี้ทุก ๆ ครั้งที่เขามาที่นี่ก็มักจะมาด้วยความประหม่าหน่อย ๆ เพราะกลัวว่าจะทำให้จ้าวโม่ชิงผิดหวัง

โชคดีที่เกมในหัวของเขาสามารถช่วยดึงเขาออกจากหล่มอันแสนจะไร้พลังนี้ได้

จ้าวโม่ชิงดูเหมือนจะรู้ใจเขา  แทนทีจะลงรถไปกลับกอดเขาแน่นและเอาหน้าซุกที่หลังเขาแทน “นี่ฉินหลิน  ทำไมเราไม่สารภาพกับครอบครัวเราซะล่ะ  ฉันอยากอยู่เคียงข้างเธออย่างเปิดเผยจะตายอยู่แล้วนะ”

ฉินหลินเองก็รู้ว่าที่โม่ชิงพูดนั้นออกมาจากใจจริง ๆ และเธอได้เอ่ยถึงเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้วด้วย

เขาจับมือของเธอแน่นและให้สัญญาว่า “เธอบอกจะเชื่อและให้เวลาฉันอีกหน่อยไม่ใช่เหรอ  ไม่ต้องห่วงหรอก  เมื่อไม่นานมานี้ฉันเริ่มธุรกิจขายส่งจนมีเงินเยอะขึ้นแล้ว  อีกไม่นานฉันจะพาเธอเข้าบ้านอย่างแน่นอน”

“จริงเหรอ?”

“อื้ม!”

“ได้  ฉันเชื่อเธอ!”

คำง่าย ๆ แค่ไม่กี่คำได้แสดงถึงความไว้เนื้อเชื่อใจที่คนทั้งสองมีให้แก่กัน

ทั้งสองอบอุ่นหัวใจกันอยู่พักหนึ่งก่อนฉินหลินจะยื่นส่งสตรอว์เบอร์รี่แดงเลเวลสองอีกชุดที่เตรียมมาให้เธอ

“ยังมีอีกเหรอเนี่ย?” จ่าวโม่ชิงประหลาดใจ

เพราะตอนนี้สตรอว์เบอร์รี่นี้มันอร่อยมากจนเธอกับแม่ยายกินเกลี้ยงไม่มีเหลือ

ฉินหลินพยักหน้า “อืม  เธออยากกินเท่าไหร่ก็ได้ตามใจชอบเลย”

จ้าวโม่ชิงจูบเขาอย่างอ่อนโยนด้วยความดีใจก่อนจะเดินขึ้นห้องพักไปอย่างอาลัยอาวรณ์

เมื่อเปิดประตูห้องมาก็พบว่าแม่ของตนเฉินเซียวและพี่สะใภ้หลี่เจียเหวินกำลังนั่งดูทีวีอยู่ที่ห้องโถง

“กลับมาแล้วเหรอโม่ชิง!” หลี่เจียเหวินกับจ้าวโม่ชิงอายุเท่ากัน  เธอเป็นผู้หญิงแต่งตัวดูดีมีสไตล์  เมื่อเห็นน้องผัวกลับมาก็ร้องทักด้วยรอยยิ้ม “โม่ชิงมา ๆ มาลองกินนี่ดู  ฉันฝากให้คนซื้อมาให้น่ะ  สตรอว์เบอร์รี่นำเข้าจินละสองร้อยหยวน  หากินยากมากเลยน้า~”

เธอพูดพลางหยิบขึ้นมายื่นป้อนให้จ้าวโม่ชิงลูกหนึ่ง

จ้าวโม่ชิงเองก็อ้าปากรับอย่างเชื่อฟัง

หลี่เจียเหวินก็ยัดสตรอว์เบอร์รี่ลูกนั้นเข้าปากเธอไปและถามว่า “เปนงาย~  อร่อยใช้มั้ยล่า~”

จ้าวโม่ชิงเคี้ยว ๆ แล้วก็กลืน  จากนั้นก็มองพี่สะใภ้ของตนด้วยสีหน้าแปลก ๆ “เจียเหวิน  เอาจริง ๆ นะ  สตรอว์เบอร์รี่นี่จินละสองร้อยแน่นะ?  ไม่โดนต้มแน่นะ?”

“จะเป็นไปได้ไงเล่า  ก็เพื่อนรักสมัยเรียนมหาลัยซื้อมาฝากเลยเชียวนา  ไม่อร่อยเหรอ?”

จ้าวโม่ชิงไม่พูดอะไรมากหยิบสตรอว์เบอร์รี่ของตนยื่นป้อนอีกฝ่ายบ้าง “อ้าปากซิ”

หลี่เจียเหวินเห็นสตรอว์เบอร์รี่แดงก็อ้าปากกินและเป็นต้องอึ้ง  เพราะรสชาติต่างกันคนละเรื่องกับที่เธอนั่งกินอยู่เลย! “โม่ชิงเธอไปหามาจากไหนเนี่ย  ราคาเท่าไหร่?  น่าจะแพงมากเลยใช่มั้ย”

“ไม่น่าแพงมั้ง!”

จ้าวโม่ชิงไม่ได้ถามราคาสตรอว์เบอร์รี่จากฉินหลินเลยตอบไปอย่างลังเลว่า “ฉินหลินเอามาให้น่ะ  น่าจะเป็นของที่ร้านคงประมาณจินละยี่สิบล่ะมั้ง?”

“จินละยี่สิบ?” หลี่เจียเหวินได้ยินราคาก็เศร้าเลย “เรื่องบ้าอะไรกัน  สตรอว์เบอร์รี่จินละสองร้อยอร่อยไม่เท่าจินละยี่สิบ  ดูท่าฉันจะโดนโกงจริง ๆ ด้วยล่ะโม่ชิง  ไม่น่าเลย”

ปากก็พล่ามไปมือก็ล้วงลงในกระเป๋าของโม่ชิงไป

สตรอว์เบอร์รี่ที่ตัวเองซื้อมาไม่มีกลิ่นเหลือแล้วแท้ ๆ แต่ของที่น้องผัวเอามาให้กลับหอมไม่จางหาย

เฉินเซียวที่นั่งอยู่ด้วยกันได้ยินชื่อฉินหลินก็ขมวดคิ้วถาม “ช่วงนี้ฉินหลินเป็นไงบ้าง?”

“ช่วงนี้ฉินหลินทำธุรกิจค้าส่งอยู่ค่ะแม่  เร็ว ๆ นี้คงดีขึ้นกว่าเดิม” จริง ๆ แล้วจ้าวโม่ชิงเองก็ไม่รู้หรอกว่าฉินหลินขายส่งอะไรอยู่  รู้แค่ว่าเขากำลังไปได้สวยและไม่ได้อยากจะเล่าให้ฟังตอนนี้

“แม่คะ  จริง ๆ ฉินหลินเองก็เป็นคนดี  ตั้งใจทำงาน  แถมยังดีกับโม่ชิงของเรามากด้วย” หลี่เจียเหวินบอก

เฉินเซียวถอนหายใจและพูดว่า “ก็รู้ว่าเด็กนั่นดี  แต่ครอบครัวน่ะซี่  เฮ่อ~  แม่แค่กลัวว่าถ้าโม่ชิงแต่งงานด้วยแล้วจะไปลำบากต่างหากเล่า”

เรื่องนี้หลี่เจียเหวินเองก็ไม่เถียง

…...............................................................................

วันรุ่งขึ้น

ฉินหลินตื่นแต่เช้าเก็บเกี่ยวแตงโมกับสตรอว์เบอร์รี่ทั้งหมดแล้วปลูกชุดใหม่

หลังจากล้างหน้าล้างตาและกินข้าวเช้าเสร็จแล้วก็ไปยังโกดังเช่าแล้วเอาผลไม้จากในเกมออกมาและไปส่งให้พวกหลิวต้าเชิ่ง

“เสี่ยวฉิน  เอ่อ  ฉันมีเรื่องจะบอกน่ะ”

หลิวต้าเชิ่งคิด ๆ ดูแล้วก็ตัดสินใจบอกอย่างเขิน ๆ “คือราคาแตงโมมันตกแล้วน่ะ  ราคาส่งช่วยลดซักสองเหมาได้มั้ย?”

ฉินหลินได้ยินเรื่องนี้ก็อึ้ง ๆ ไป ‘แตงโมราคาตกแล้วเหรอเนี่ย?’

แต่ก็นึกไว้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้  เพราะโดยปกติแตงโมจะราคาสูงช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคมแล้วเมื่อถึงกันยามันก็จะราคาตก  เป็นอย่างนี้ทุกปี

ช่วงต้นปีนี้ราคาของแตงโมในตลาดขายส่งอำเภอโหยวเฉิงลดลงมากเลยเหรอ?

แต่พอวิเคราะห์ดูก็พอจะรู้สาเหตุ  เพราะการที่ราคาตกมันก็น่าจะเป็นเพราะตัวเขาเองนี่แหล่ะ  แต่ละวันเขาขายส่งแตงโมวันละแปดร้อยลูก  น้ำหนักรวม ๆ วันละเก้าพันกว่าจิน  ดังนั้นตลาดในเมืองเล็ก ๆ แบบนี้ย่อมต้องได้รับผลกระทบไปด้วยอยู่แล้ว

ในเมื่อแตงโมจะราคาตกลงเรื่อย ๆ จนสุดท้านคงเหลือจินละไม่ถึงหนึ่งหยวนแบบนี้กำไรคงไม่อาจตอบสนองต่อความอยากของเขาได้อีกต่อไปแล้ว  เขาจำเป็นต้องพิจารณาหาผลผลิตชนิดอื่น

ตามคาด  คือตอนเอาของไปส่งที่ RT-Mart ในตอนเย็น  ตอนกำลังจะเปิดบิลแจ้งหนี้ผู้จัดการเฉินเองก็ขอลดราคาด้วยจริง ๆ

มันยิ่งทำให้เขาตัดสินใจหยุดปลูกแตงโมอย่างจริงจัง

ทันทีที่เขาออกจาก RT-Mart เขาส่งวีแชทเข้ากลุ่มเถ้าแก่ร้านผักผลไม้คร่าว ๆ ว่า “แตงโมที่ลูกชายของลุงของหลานคนที่สองของปู่ขายหมดแล้วนะครับ  พรุ่งนี้ทุกคนต้องไปหาซื้อที่ตลาดแล้วนะครับ”

เขาไม่รู้สึกผิดเลยที่หยุดจู่ ๆ ก็ส่ง  เพราะนี่แค่ซื้อขายกันธรรมดา ๆ ไม่ได้เซ็นสัญญาระยะยาวอยู่แล้ว

เสร็จแล้วเขาก็กลับไปโฟกัสในจอเกมสั่งให้ตัวละครไปยังร้านขายเมล็ดพันธุ์ในเมืองแร่ดิบเพื่อหาของที่แพงกว่าแตงโมมาปลูก

และเขาก็ตรวจสอบราคาของพวกมันในเน็ตไปพร้อม ๆ กันด้วย  ต้องเลือกอันเหมาะ ๆ ปลอดภัย  และราคาแพง

หลังจากตรวจสอบอยู่นานในที่สุดก็เจอของที่เหมาะเหม็งที่สุดเข้าให้

กระเจี๊ยบเขียว!

กระเจี๊ยบเขียวเป็นพืชที่มีราคาแพงที่สุดในบรรดาพืชบกทั้งหลาย  เวลาสุกของมันก็พอ ๆ กับแตงโมด้วย

ที่สำคัญเลยคือกระเจี๊ยบเขียวเป็นพืชที่เพาะเมล็ดไม่ใช่เพาะกล้าเหมือน ๆ กับแตงโม  และยังเป็นพืชที่มีความลับอยู่อีกเยอะซึ่งไม่เป็นปัญหาเลย

ตอนนี้ราคาส่งที่นี่อยู่ที่จินละหกหยวน

ต้นทุนคือเงินที่เอาไปซื้อเมล็ดพันธุ์  ซึ่งเขาก็ไม่เอาอะไรเยอะ  เอาแค่จินละหกหยวนเดิม ๆ นั่นแหล่ะพอแล้ว

พอตัดสินใจได้แล้วก็ไปหาซื่อเมล็ดพันธุ์จากร้านขายเมล็ดพันธุ์มาถุงหนึ่ง

พอกลับถึงบ้านเขาก็เข้าเกมแล้วเอาเมล็ดกระเจี๊ยบเขียวทั้งถุงใส่ในช่องเก็บเมล็ด  จากนั้นก็ออกเกมแล้วสั่งตัวละครให้ถางต้นแตงโมที่ปลูกไว้ก่อนหน้านี้แล้วปลูกเมล็ดกระเจี๊ยบเขียวลงแปลงทั้งยี่สิบสี่แปลง

จบบทที่ บทที่ 10: จินละสองร้อยสู้จินละยี่สิบไม่ได้!

คัดลอกลิงก์แล้ว