เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 9: หมาเลียตีนของแท้! นี่ใช่สตรอว์เบอร์รี่จริง ๆ เหรอ?

บทที่ 9: หมาเลียตีนของแท้! นี่ใช่สตรอว์เบอร์รี่จริง ๆ เหรอ?

บทที่ 9: หมาเลียตีนของแท้! นี่ใช่สตรอว์เบอร์รี่จริง ๆ เหรอ?


หลังจากที่ฉินหลินส่งสตรอว์เบอร์รี่แดงให้ที่ห้างเสร็จแล้วฝนก็เทลงมา

เมื่อฝนซาลงเล็กน้อยก็เป็นเวลาเที่ยงแล้วและเขาก็กลับไปยังตลาด

พอเดินกลับไปถึงร้านก็เห็นเจ้าหมาดำมันซ่อนตัวอยู่ใต้ชายคาร้านเพื่อหลบฝน  แต่ก็โดนฝนสาดจนตัวเปียกโชกไปหมด  และตอนนี้มันกำลังนอนขดตัวเลียขนเพื่อเอาคราบน้ำฝนออก

‘ไอ้หมาดำนี่นับวันยิ่งแต่จะหน้าด้านนะเนี่ย’

ตลอดสิบกว่าวันมานี้เขาไม่เคยเอ่ยปากไล่ตะเพิดมันไปเลย  กลายเป็นว่ามันเลยกะจะลงหลักปักฐานที่นี่เข้าจริง ๆ

“แฮ็ฟ!” เมื่อเจ้าหมาดำมันเห็นหน้าเขามันก็ยืนขึ้นแล้วยิ้มให้

ฉินหลินแสร้งทำเป็นไม่สนใจมันและไปเปิดประตูเข้าร้าน  หลังจากยุ่ง ๆ อยู่นานท้องมันก็ร้อง  เขาเลยหยิบมือถือมาสั่งกับข้าว

น่องใหญ่สองน่องกับไข่ดาวสองฟอง  ตอนนี้เขามีเงินมากพอจะซื้อของดี ๆ กินอย่างไม่ต้องเสียดายเงินแล้ว

และพอกำลังจะกดจ่ายเงินเขาก็เหลือไปเห็นเจ้าหมาดำที่ตอนนี้ท่าทางจะอยู่ไม่เป็นสุขเท่าไหร่นัก  มันเดี๋ยวก็ชะเง้อมอง  เดี๋ยวก็ย่องเข้ามาแอบมองเขาในร้าน  และเมื่อมันเห็นเขาหันไปเจอมันก็ย่องออกไปคืนแล้วหมอบลงแต่ตามันไม่ได้หมอบด้วยและเหลือบมองเขาอย่างคาดหวัง

ฉินหลินเลยจิ้มมือถือเพิ่มไปเงียบ ๆ โดยเพิ่มน่องไก่ชิ้นใหญ่อีกหนึ่งชิ้นก่อนค่อยกดจ่ายเงิน

ไอ้หมาดำนี่มันมาเดินป้วนเปี้ยนรอบ ๆ ตัวเขาทุกวันทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ

มนุษย์น่าจะเป็นสัตว์ที่ซับซ้อนที่สุดแท้ ๆ

มันก็เหมือนกับตอนสาว ๆ ไปเจอหมานั่นแหล่ะ  แม้ตอนแรกจะขยะแขยง  แต่พอเจอมันเลียเข้าหน่อยนี่ชอบ  ติดใจ  แล้วพอมันเลียเบื่อแล้วเดินหนีนางก็จะหันมานั่งเสียดายว่าทำไมมันหยุดเลียล่ะ?

หลังจากนั้นไม่นาน

เดลิเวอรี่ก็มาถึง

ฉินหลินหยิบกล่องข้าวมาเปิดวางบนโต๊ะ  ไอ้เจ้าหมาดำที่เดิมหมอบอยู่ตอนนี้ลุกขึ้นยืนตั้งท่ารอโดยดวงตาของมันก็จ้องไปที่ข้าวกล่องบนโต๊ะ

เมื่อฉินหลินเห็นอย่างนั้นเขาก็เลยแกล้งมันซักหน่อยโดยหยิบน่องไก่ชิ้นใหญ่มากัดต่อหน้าต่อตามันด้วยสีหน้ามึนเมาในรสชาติ

ไอ้เจ้าหมาดำมันเห็นอย่างนั้นก็ลิ้นห้อยยื่นหน้าเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับจะบอกให้เขารีบ ๆ โยนกระดูกมาซักที

ฉินหลินเห็นว่าไอ้หมานี่มันตลกดีแท้เลยหยิบน่องไก่ชิ้นหนึ่งที่ซื้อเพิ่มโยนให้มันไป

เจ้าหมามันก็อ้าปากงับกลางอากาศอย่างสวยด้วยความเร็วที่ตามองไม่ทันสมกับเป็นหมา

และมันที่กำลังรอกระดูกอยู่นั้นพอเจอเนื้อไก่เข้าไปเต็ม ๆ ปากก็ถึงกับตาเบิกโพล่งด้วยความตกใจ

ส่วนฉินหลินก็กินต่อโดยไม่ได้สนใจมันอีก  เพราะเขาหันไปโฟกัสกับหน้าจอเกมแทน

มีหนอนมากวนอีกแล้ว  แถมยังต้องรดน้ำด้วย

หลังจากเล่นเกมกับกินข้าวกล่องเสร็จแล้วเขาก็กำลังจะเอาขยะไปทิ้ง  แต่จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าที่เท้ามีอะไรแปลก ๆ มาโดน  กลายเป็นว่าเจ้าหมาดำมันเอาหัวมาถูอีกแล้ว

แต่เมื่อมันเห็นฉินหลินเมินมันก็เลยหดหัวลงแล้วไปนอนหมอบต่อที่ประตู

...................................................................................…

บ่ายแก่ ๆ

แตงโมและสตรอว์เบอร์รี่แดงในเกมสุกอีกรอบ  ชุดนี้ได้แตงโม 421 ลูกและสตรอว์เบอร์รี่แดง 301 จิน  ทั้งหมดนี้ถูกย้ายออกจากเกมส่งไปชั่งที่ห้าง  จากนั้นก็เปิดบิลให้ผู้จัดการเฉินเอาไปเบิกเงินจ่าย

แตงโม 421 ลูกได้เงิน 7,893 หยวน  สตรอว์เบอร์รี่ 606 ลูกได้เงิน 18,180 หยวน  และมีแตงโมที่ขายให้พวกหลิวต้าเชิ่งเมื่อเช้าอีก 6,341 หยวนทำให้วันนี้มีรายได้อยู่ที่ 32,414 หยวน

เมื่อเขาออกจาก RT-Mart ข้อความจากธนาคารก็เข้าพอดี

“บัญชีเลขท้าย…  เงินเข้า 26,073.00 หยวน  คงเหลือ 199,157.60 หยวน”

ตอนนี้เงินออมของเขาเกือบจะถึง 200,000 แล้ว!

ฉินหลินต้องมองตัวเลขในมือถืออีกสองสามรอบอย่างอดไม่ไหวกว่าจะวางมือถือลงได้  จากนั้นก็ขี่เจ้าบุโรทั่งไปจอดแล้วเอาสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าไปรับจ้าวโม่ชิงที่สำนักงานจัดเก็บภาษี

ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือยังไง  ทันทีที่ฉินหลินจอดรถเฉินฮ่าวมันก็เดินออกมาพอดีเลย

ชายหนุ่มทั้งสองสบตากับแว้บหนึ่ง  เฉินฮ่าวขมวดคิ้วเล็กน้อยให้กับเจ้าสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าของฉินหลินก่อนจะกดกุญแจไฟฟ้าให้รถออี้ของตนกระพริบไฟวิบ ๆ ตอบรับ

ดูก็รู้ว่ากำลังอวดเบ่ง

ผู้ชายเรามันก็เถื่อน ๆ แบบนี้แหล่ะ  ใช่มั้ย?  ไม่อวดอย่างอื่นหรอกนอกจากบ้าน  รถ  แล้วก็ผู้หญิง

แต่ผู้ชายที่ไม่เถื่อนมันก็มี  คือพวกคนที่ประสบกวามสำเร็จของแท้ที่ไม่ลดตัวลงมาทำเรื่องโง่ ๆ แบบนี้  กับพวกที่ไม่ประสบความสำเร็จอะไรเลยไม่มีอะไรให้อวด

เห็นได้ชัดว่าเฉินฮ่าวไม่ใช่ทั้งสองกรณีดังกล่าว  มันจึงทำตัวเถื่อน ๆ นั่นเอง  ในใจของมันคิดว่าตัวเองขับออดี้ส่วนไอ้นี่ขับสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า  ความรู้สึกเหนือกว่าอันยากจะอธิบายได้ปรากฏขึ้น

จากนั้น

ก็มีไอ้หนุ่มร่างอ้วนเดินออกมาทักทายมัน “อ้าวเฉินฮ่าวทำไมไม่รอจ้าวโม่ชิงลาะ?  นายไม่คิดจะพาเธอไปเลี้ยงข้าวแล้วสารภาพรักแล้วเหรอ?  นายมีคุณสมบัติพอจะจีบเธออยู่แล้วหนิ  ใช่ปะ?”

คำพูดที่จู่ ๆ ไอ้อ้วนก็พ่นออกมาเหมือนมือที่ตบเข้าเบ้าหน้าของเฉินฮ่าวที่กำลังดื่มด่ำกับความรู้สึกเหนือกว่า  มันจนต้องขึ้นรถปิดประตูปึงปังโดยไม่พูดอะไรสักคำ

‘โคตรเวรเลยจริง ๆ จ้าวโม่ชิงนั่งซ้อนไอ้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าโตลมจนผมยุ่งไปทั้งหัว  ส่วนตัวกรูกลับไม่มีทางได้แดรกเนี่ยนะ?’

มันไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมตัวเองถึงยังโสดอยู่ทั้ง ๆ ที่ไอ้สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ามันได้ขี่เธอคนนั้น

นี่มันตรรกะบ้าบออะไรกันหนอ?

ไอ้หนุ่มอ้วนที่ตบหน้าเพื่อนโดยไม่รู้ตัวก็มองเฉินฮ่าวด้วยสีหน้างง ๆ ก่อนจะไปขึนรถเจ็ทต้าที่จอดอยู่ข้าง ๆ กันแล้วขับออกไป

“ฉินหลิน!” เมื่อจ้าวโม่ชิงออกจากประตูมาและเห็นฉินหลินเธอก็รีบวิ่งเข้ามาหาเขาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มและกระโดดขึ้นนั่งอย่างชำนิชำนาญ

เธอกอดเอวของเขาแล้วพูดว่า “ปะ!”

ฉินหลินขี่ขับออกไปตามถนนพลางถามว่า “ให้ไปส่งเธอที่บ้านเลยหรือไม่หาไรกินข้างนอกกันก่อนดี?”

จ้าวโม่ชิงคิด ๆ แล้วก็ตอบว่า “ไปซื้อผักก่อนแล้วไปที่บ้านเธอมะ?  ฉันไม่ได้เจอคุณป้ามานานละ”

“โอเค  เด๋วฉันค่อยโทรบอกแม่  แม่ต้องดีใจแน่ ๆ ที่รู้ว่าเธอจะไปเยี่ยม” ฉินหลินพูดพลางเปลี่ยนเส้นทางไปหาซื้อของที่ห้าง

ฉินหลินไม่ได้ชอบช้อปปิ้ง  แต่ชอบจูงมือจ้าวโม่ชิงเวลาช้อปปิ้งต่างหาก

ซื้อเสร็จทั้งสองก็อยู่ในสภาพหอบหิ้วถุงผักกับอาหารทะเลพะรุงพะรัง

เมื่อพวกเขากลับถึงบ้านหลินเฟินเห็นว่าจ้าวโม่ชิงมาหาจริง ๆ ก็ยิ้มหน้าบานเป็นกระด้งอย่างไม่ปิดบัง “โม่ชิง  มาแล้วเหรอลูก  มา ๆ เข้ามาข้างในก่อนเร้ว!”

หลินเฟินชอบจ้าวโม่ชิง 100% เธอคิดว่าการที่ลูกชายของเธอได้มาพบกับหญิงสาวที่อ่อนโยน  อ่อนหวาน  อารมณ์ดี  และน่าชื่นชมเช่นนี้ได้เจ้าลูกชายมันต้องขอบคุณบรรพบุรุษของแม่ให้ครบแปดรุ่น

ถ้าไม่ใช่เพราะสถานะทางบ้านยากจนเกินไปล่ะก็เด็กสองคนนี้คงได้แต่งงานให้เธอมาเป็นสะใภ้ให้แม่ยายได้ชื่นมื่นหัวใจไปนานแล้ว

“คุณป้าคะ!  หนูกับฉินหลินซื้อผักมาเยอะแยะเลย  ขอเอาไปล้างก่อนนะคะ” จ้าวโม่ชิงพูดอย่างไพเราะ  เธอไม่รังเกียจสภาพแวดล้อมที่คับแคบรก ๆ แบบนี้เลย

“จ้า  มา ๆ ป้าช่วยล้างนะ!” หลินเฟินรับผักจากฉินหลินและเข้าไปในครัวพร้อมกับจ้าวโม่ชิงอย่างสุขสม

ฉินหลินเลยดูเหมือนจะกลายเป็นคนนอกไปเลย

ทักษะการทำอาหารของจ้าวโม่ชิงนั้นไม่เลว  ดังนั้นหลินเฟินที่ช่วยเธอทำก็ทำอย่างมีความสุข  หลังจากเตรียมอาหารเสร็จแล้วความอยากอาหารของเธอก็ยังมากกว่าปกติด้วย  วันนี้แม่ยายเจริญอาหารมากจริง ๆ

หลังอาหาร

ฉินหลินเข้าไปในห้องและนำถุงออกมาใบหนึ่งซึ่งข้างในมีสตรอว์เบอร์รี่แดงเลเวลสองที่เก็บเกี่ยวได้ในวันนี้  โดยเอาออกมาหนึ่งส่วนสี่จิน

“เสี่ยวหลินถืออะไรอยู่น่ะลูก?” หลินเฟินถามด้วยความสงสัย

“สตรอว์เบอร์รี่แดงครับแม่  ผมเก็บไว้ให้แม่เป็นพิเศษเลยนา  มา ๆ แม่กับโม่ชิงลองกินดูซิ” ฉินหลินวางสตรอว์เบอร์รี่แดงเลเวลสองลงบนโต๊ะ

เมื่อหลินเฟินเห็นสิ่งนี้เธอก็รีบเอาสตรอว์เบอร์รี่ตรงหน้ายื่นให้จ้าวโม่ชิงทันที “โม่ชิงจ๊ะ  สตรอว์เบอร์รี่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและยังทำให้หนูสวยได้อีก  อะกิน ๆ”

“ค่ะคุณป้า” จ้าวโม่ชิงที่ชื่นชอบผลไม้ย่อมไม่ปฏิเสธ  เธอหยิบมันขึ้นมาชิม  และต้องอุทานเสียงดังลั่น “ฉินหลิน!  ทำไมสตรอว์เบอร์รี่ถึงอร่อยขนาดนี้ได้ล่ะ!”

“สตรอว์เบอร์รี่คุณภาพสูงพิเศษหาซื้อที่ไหนไม่ได้  ต่อให้อยากซื้อขนาดไหนหรือมีเงินเท่าไหร่ก็ซื้อไม่ได้  เป็นไง  อร่อยมะ?” ฉินหลินรู้สึกภูมิใจเล็กน้อย ‘ไงล่ะ? อร่อย +2, หวาน +2, รสสัมผัส +2 และติดปาก +2’

มีแค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่ทำสตรอว์เบอร์รี่แบบนี้ได้  ก็นะเล่นเอาออกมาจากเกมนี่นา

“อื้ม!” จ้าวโม่ชิงพยักหน้าหงึก ๆ “สตรอว์เบอร์รี่ที่ฉันกินก่อนหน้านี้เทียบไม่ติดเลย  เป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่ได้กินสตรอว์เบอร์รี่ที่อร่อยขยาดนี้”

“หืม~  ก็แค่สตรอว์เบอร์รี่แดงเอง  จะไปอร่อยขนาดนั้นได้ยังไงเล่า  หนุ่ม ๆ สาว ๆ นี่น้าไม่ไหว ๆ” หลินเฟินคิดว่าที่ทั้งสองพูดนั้นจงใจพูดเวอร์ ๆ เพื่ออวยกันเองซึ่งเป็นการจีบกันอย่างหนึ่ง

เพราะประสบการณ์การเป็นแม่ค้าขายผักตลอดชีวิตทำให้เธอรู้เรื่องสตรอว์เบอร์รี่แดงเป็นอย่างดี  ซึ่งโดยทั่วไปแล้วรสชาติมันจะคล้าย ๆ กันไม่ค่อยมีอะไรต่างมากนัก

และด้วยความหมั่นใส้เธอก็หยิบขึ้นมากินลูกหนึ่ง  และ...

ตะลึง!!!

รสชาติของสตรอว์เบอร์รี่ลูกนี้มันเกินความคาดหมายของเธอไปไกลโข!  เมื่อกลืนลงคอไปแล้วยังคงมีกลิ่นหอมและรสชาติที่ไม่เลี่ยนติดอยู่ตั้งแต่ปากลงไปยังลำคอส่วนลึกจนยากนักที่จะลืมเลือน!

เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าที่ตัวเองกินไปเมื่อกี๊คือสตรอว์เบอร์รี่จริง ๆ

ไม่ต้องพูดถึงจ้าวโม่ชิงหรอก  ตัวเธอเองนั่นแหล่ะที่ทำงานอย่างหนักกับผักผลไม้มาทั้งชีวิตได้กินได้ชิมสตรอว์เบอร์รี่ปีนึง ๆ ก็ไม่ใช่น้อย ๆ แต่ทั้งหมดทั้งมวลเหล่านั้นกลับด้อยกว่าเมื่ออยู่ตรงหน้าของที่ลูกชายเธอเอามาให้กินวันนี้เสมือนว่าอยู่กันคนละโลกเลย!

จบบทที่ บทที่ 9: หมาเลียตีนของแท้! นี่ใช่สตรอว์เบอร์รี่จริง ๆ เหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว