เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 ข้าวผัดของเหล่าอัจฉริยะ

บทที่ 7 ข้าวผัดของเหล่าอัจฉริยะ

บทที่ 7 ข้าวผัดของเหล่าอัจฉริยะ


บทที่ 7 ข้าวผัดของเหล่าอัจฉริยะ

หลายคนนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็ก มองหน้ากันเลิ่กลั่ก บนโต๊ะมีแก้วน้ำร้อนที่ควันกรุ่นลอยฟุ้ง แอสต้ายังคงนั่งงงอยู่ข้างหลังเฮอร์ตา ยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเกิดอะไรขึ้น

ทำไมจู่ๆ สามอัจฉริยะถึงมาโผล่ที่นี่? แล้วอาจารย์เฮอร์ตาพูดเมื่อกี้หมายความว่ายังไง? เธอจะโดนตำหนิที่ไม่ได้รับข้อความทันเวลาหรือเปล่า?

พอมองดูน้ำร้อนที่ควันโขมง เฮอร์ตาพลันนึกเรื่องบางอย่างขึ้นได้ เธอตบโต๊ะดังปังแล้วลุกขึ้นยืน "เซียวฮุย เจ้าคนเสเพล! เพิ่งมาถึงก็คิดจะลักพาตัวหัวหน้าสถานีของฉันแล้วเหรอ? บอกไว้เลยนะว่าฝันไปเถอะ! แล้วฉันส่งข้อความหาตั้งเยอะแยะ ทำไมไม่ตอบ? อยากให้ฉันมาตามหาด้วยตัวเองนักใช่ไหม?"

บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลง ทุกคนต่างระลึกได้ว่าตัวเองมาที่นี่ด้วยเหตุผลบางอย่าง สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่เซียวฮุย

เซียวฮุยพูดไปพลางผัดข้าวไปพลาง "ก็เบอร์คุณไม่ได้เมมไว้ในเครื่องผม ผมก็นึกว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์เลยไม่ได้สนใจ อีกอย่างผมไม่เคยคิดจะลักพาตัวแอสต้าเลย แค่ชวนมากินข้าวเฉยๆ รอแป๊บนะ อาหารใกล้เสร็จแล้ว กินเสร็จค่อยคุยกัน เชิญนั่งก่อนครับ"

ไม่นานข้าวผัดทองคำก็เสร็จเรียบร้อย เนื่องจากจู่ๆ ก็มีแขกมาเพิ่มสามคน เซียวฮุยเลยต้องแบ่งข้าวออกเป็นห้าจานเล็กๆ แจกจ่ายให้ครบทุกคน ระหว่างที่ทุกคนกำลังมองหน้ากัน เซียวฮุยก็ตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่ เขาเกือบลืมไปเลยว่าสกรูลลัมเป็นหุ่นยนต์และเฮอร์ตาเป็นหุ่นเชิด คงไม่จำเป็นต้องกินข้าวหรอกมั้ง

แอสต้าน่าจะรู้ถึงปัญหานี้ดี จึงรีบลุกขึ้นแนะนำทุกคนให้เซียวฮุยรู้จัก "ท่านนี้คือราชาแห่งดาวสกรูลลัม จักรพรรดิแห่งชีวิตจักรกล และคุณหรวนเหมย" เฮอร์ตากวาดตามองเซียวฮุยแวบหนึ่ง ก่อนจะหยิบจานข้าวผัดที่ส่งกลิ่นหอมฉุยตรงหน้าขึ้นมาตักกิน

"คุณเป็นหุ่นเชิดไม่ใช่เหรอ? กินข้าวได้ด้วย?" เซียวฮุยแปลกใจมาก

"ทำไมหุ่นเชิดจะกินไม่ได้?" เฮอร์ตาเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างผู้ดี แม้จะกินเร็วมากก็ตาม หรวนเหมยก็เช่นกัน มีเพียงสกรูลลัมที่ไม่แตะต้องอาหารเลย เอาแต่มองเซียวฮุย

เซียวฮุยทำหน้าเจื่อน "ขอโทษครับคุณสกรูลลัม มันกะทันหันไปหน่อย ผมไม่ได้เตรียมน้ำมันเครื่องไว้เลย เอาน้ำมันเรพซีดแก้ขัดไปก่อนไหมครับ?" พูดจบเขาก็ทำท่าจะลุกไปหยิบ หุ่นยนต์กินน้ำมันก็น่าจะสมเหตุสมผลอยู่ใช่ไหม?

"คำเตือน: ไม่จำเป็น ผมแค่ต้องการสังเกตการณ์ ขอบคุณสำหรับน้ำใจ" ได้ยินดังนั้น เซียวฮุยก็ไม่เซ้าซี้ เขาแบ่งข้าวจากจานของสกรูลลัมให้คนอื่น แล้วรีบกินส่วนของตัวเอง การกินให้อิ่มท้องคือเรื่องสำคัญที่สุด

เขาไม่ใช่ผู้หญิง จึงไม่ได้กินอย่างสำรวมเหมือนพวกเธอ โชคดีที่เขารองท้องมาบ้างแล้ว ปริมาณแค่นี้จึงกำลังดี

"อร่อยใช้ได้ รีบกินเข้า เดี๋ยวมีเรื่องจะคุยด้วย" เฮอร์ตาชมเซียวฮุยสั้นๆ แล้วหันไปเร่งแอสต้ากับหรวนเหมย

แอสต้าเป็นคนกินน้อยและกินมาบ้างแล้ว พอกินไปได้หน่อยก็เริ่มอิ่มจนยัดไม่ลง ได้แต่มองหน้าเซียวฮุยตาละห้อย

เซียวฮุยส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ หยิบชามและตะเกียบของแอสต้ามา แล้วโซ้บเข้าปากอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจแก้มแดงปลั่งของหญิงสาวเลยสักนิด

หลังจากทุกคนกินเสร็จ เซียวฮุยรีบล้างจานเก็บกวาดเรียบร้อย แล้วหันมามองสามอัจฉริยะที่โผล่มาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

"สรุปว่าพวกคุณมาหาผมทำไมครับ? ผมไม่น่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับพวกคุณได้เลยนะ?" เซียวฮุยไม่รู้เจตนาของพวกเขา แม้จะพอรู้จากในเกมว่าหรวนเหมยและสกรูลลัมไม่ใช่คนเลวร้าย แต่ก็ไม่ใช่คนปกติเหมือนกัน

"ได้ยินเฮอร์ตาพูดถึงคุณ ฉันเลยสนใจขึ้นมานิดหน่อย ฝีมือทำอาหารของคุณยอดเยี่ยมมากค่ะ" หรวนเหมยยิ้มบางๆ แล้วยื่นมือขาวผ่องออกมา เหมือนจะขอจับมือกับเซียวฮุย

เซียวฮุยรู้อยู่แล้วว่าหรวนเหมยสามารถรับรู้ข้อมูลผู้อื่นผ่านการสัมผัสได้ แต่เขาไม่แคร์ กลับหวังให้มีคนมาช่วยตรวจสอบด้วยซ้ำ เขาจึงยื่นมือออกไปจับตอบ

มือนุ่มนิ่มและอ่อนโยน สมเป็นหรวนเหมยจริงๆ ถ้าไม่รู้จักเธอมาก่อน เขาคงโดนท่าทางและรูปลักษณ์หลอกตาตั้งแต่แรกเห็น เหมือนกับสเตล... ภายนอกดูเป็นพี่สาวใจดีและอ่อนโยน แต่ความจริงคือนักวิทยาศาสตร์ผู้เย็นชาและไร้อารมณ์ ทุกสิ่งที่เธอแสดงออกมาเป็นแค่การแสดงเพื่อให้เข้าสังคมได้ง่ายขึ้น

เซียวฮุยสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นสายหนึ่งไหลผ่านร่างกาย ใบหน้าเปื้อนยิ้มของหรวนเหมยเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจ และเริ่มแฝงความหวาดหวั่น

หรวนเหมยรีบปล่อยมือ มองเซียวฮุยด้วยความตกตะลึง "คุณไม่ใช่มนุษย์?"

คนอื่นๆ หันขวับมามองทันที เซียวฮุยพูดไม่ออก "ถ้าผมไม่ใช่มนุษย์ แล้วผมเป็นตัวอะไรครับ? วันนี้ผมเพิ่งตรวจร่างกายมาไม่ใช่เหรอ? อวัยวะผมครบ 32 หรือเปล่า?"

หรวนเหมยส่ายหน้า สีหน้ากลับมาสงบนิ่งขณะครุ่นคิดบางอย่าง แล้วเอ่ยขึ้น "ร่างกายของคุณมีโครงสร้างมนุษย์ตามมาตรฐานทุกประการ แต่คุณขาด 'ตราประทับ' ที่เป็นเอกลักษณ์ของโลกใบนี้ ขาดตรรกะพื้นฐาน คุณไม่ได้รับอิทธิพลจาก Path แต่กลับสามารถใช้พลังจินตภาพและพลังของ Path ได้ มันแปลกมาก ฉันไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน จากการสันนิษฐานของฉัน มีคำอธิบายเดียวคือ... คุณคือเทพดาราองค์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน"

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านชีววิทยาศาสตร์ คำพูดของหรวนเหมยเปรียบเสมือนค้อนพิพากษาที่ระบุสถานะของเซียวฮุย เฮอร์ตาและสกรูลลัมต่างทำท่าครุ่นคิด พวกเขาเห็นผลตรวจร่างกายของเซียวฮุยแล้ว และย่อมเข้าใจความหมายนี้ดี

"สรุปผมเป็นเทพดาราเหรอ?" เซียวฮุยรู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาทันที

"คิดว่าเป็นงั้นเหรอ?" เฮอร์ตากลอกตามองบนใส่เซียวฮุย

เซียวฮุยเกาหัวแก้เขิน ก็เขาไม่รู้สถานะตัวเองนี่นา เขาเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง

"แล้วผมต้องทำไงต่อ?" ในเมื่อพวกเขามาหาถึงที่ คงต้องมีเรื่องสำคัญแน่ๆ คงไม่ได้มาเยี่ยมเฉยๆ หรอกมั้ง?

"แค่นี้แหละ อยู่เล่นที่นี่ไปตามสบาย มีข้อความก็หัดตอบซะบ้าง ฉันโน้ตไว้ให้แล้ว ลาก่อน" เฮอร์ตาที่ดูเหมือนจะบรรลุเป้าหมายแล้ว ก็เดินจากไปพร้อมกับหรวนเหมยและสกรูลลัมที่ยังคงครุ่นคิด

เซียวฮุยยืนงงเป็นไก่ตาแตก แค่นี้อะนะ? มาหลอกกินข้าวฟรี ไม่พูดเรื่องสำคัญอะไร แล้วก็จากไปดื้อๆ เหมือนนักเขียนนิยายห่วยๆ เลย

แอสต้าเดินตามหลังทั้งสามคนไป เธอหันมาชี้โทรศัพท์เงียบๆ ใส่เซียวฮุย แล้วรีบวิ่งตามไป ยังไงซะอาจารย์เธอก็กลับแล้ว เธอจะอยู่ต่อก็คงไม่เหมาะ ไว้ค่อยหาโอกาสทีหลังแล้วกัน

ทิ้งให้เซียวฮุยยืนเหม่ออยู่คนเดียว ราวกับเรื่องเมื่อกี้เป็นแค่ความฝัน คนพวกนี้แค่มา ทักทาย แล้วก็กลับ? อัจฉริยะเขาเป็นแบบนี้กันทุกคนเลยเหรอ?

อุตส่าห์หวังว่าจะได้สร้างคอนเนกชันและให้ช่วยแก้ปัญหา แต่ได้แค่นี้? เซียวฮุยตั้งตัวไม่ทัน

แม้บรรยากาศตอนนี้จะดูสงบ แต่แก๊งสามอัจฉริยะกลับไม่สงบเลย ทั้งสามเดินไปยังห้องทำงานของเฮอร์ตาด้วยความเงียบ แอสต้าเดินตามหลังมาโดยไม่ปริปากพูด

"เอาล่ะ แอสต้า เธอไปจัดการธุระของเธอเถอะ จำไว้ว่าอย่าให้เซียวฮุยลักพาตัวไปล่ะ ฉันยังต้องการผู้ช่วยอยู่ที่นี่นะ" เฮอร์ตาไล่แอสต้า

แอสต้าหน้าแดง โค้งคำนับ แล้วเดินไปยังโซนควบคุมหลัก เฮอร์ตาไม่ได้เอาเรื่องที่เธอไม่เช็กข้อความ เพียงแค่แซวความคิดเล็กๆ น้อยๆ ของเด็กสาว ซึ่งแอสต้าก็ไม่ได้ปฏิเสธ

"สรุปพวกเธอสองคนคิดว่าไง?"

"คำตอบ: เขาเป็นมนุษย์โดยกำเนิดแน่นอน มีความแข็งแกร่งค่อนข้างต่ำ ดูจากภายนอกไม่มีความพิเศษ ดูเหมือนจะคุ้นเคยกับพวกเรามาก แต่ไม่มีข้อมูลในฐานข้อมูลของผมเลย ยิ่งกว่านั้น เขาน่าสนใจและฉลาดมาก" สกรูลลัมวิเคราะห์สีหน้า ท่าทาง และสายตาของเซียวฮุยมาตลอด

ตอนที่พวกเขาเดินเข้าไป เซียวฮุยแค่แปลกใจเล็กน้อย เป็นความแปลกใจที่จู่ๆ มีคนโผล่มา ไม่ใช่แปลกใจที่เห็นคนแปลกหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาเป็นอัจฉริยะแห่งจักรวาล แถมเซียวฮุยก็ไม่ได้แสดงความกลัว ความเคารพ หรือความชื่นชมในฐานะอัจฉริยะ แต่กลับปฏิบัติกับพวกเขาด้วยท่าทีปกติ เขาเป็นคนที่น่าสนใจจริงๆ

หรวนเหมยและเฮอร์ตาก็มีความรู้สึกเดียวกัน มันแปลกมาก พวกเธอไม่รู้จักเขา แต่กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูก แม้แต่ระดับอัจฉริยะเองก็ยังอดสงสัยไม่ได้

จบบทที่ บทที่ 7 ข้าวผัดของเหล่าอัจฉริยะ

คัดลอกลิงก์แล้ว