- หน้าแรก
- ปฐมกาล จ้าวอสรพิษ
- บทที่ 442 สำนักจับงู บทสรุปสุดท้าย
บทที่ 442 สำนักจับงู บทสรุปสุดท้าย
บทที่ 442 สำนักจับงู บทสรุปสุดท้าย
ความยึดติด ความยึดติด... แม้ความยึดติดที่แรงกล้าจะไม่อาจเปลี่ยนแปลงความเป็นความตาย ไม่อาจย้อนคืนวัฏสงสาร แต่ก็ทำให้ยังสามารถมองเห็นโลกใบนี้ได้อีกสักครั้ง
สวี่เฮยพลันนึกถึงชายชรากวาดพื้นในหอสยบมังกรขึ้นมา หรือว่าเขาเองก็เป็นความยึดติดที่ก่อตัวเป็นรูปร่าง?
สัตว์อสูรที่ถูกขังอยู่หลังเขา สวี่เฮยปล่อยพวกมันไปหมดแล้ว มีทั้งระดับจู้จี (สร้างรากฐาน) ทงหลิง (สื่อจิต) และส่วนน้อยที่เป็นระดับเจี๋ยตาน (สร้างแกน) ต่างส่งสายตาขอบคุณให้สวี่เฮย
ในจำนวนนั้น ยังมีสัตว์อสูรที่เคยร่วมรบกับสวี่เฮยในอดีต มีสิงโตสองตัว หมาป่าสามตัว แต่นอกจากพวกมันแล้ว เพื่อนเก่าส่วนใหญ่ต่างตายจากไปหมดแล้ว
หลังจากทำสิ่งเหล่านี้เสร็จ สวี่เฮยก็วางค่ายกลทำลายล้างไว้ที่นี่ รอให้เขาจากไป ค่ายกลจะทำงาน ระเบิดภูเขาด้านหลังนี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง
ที่นี่คือโรงฆ่าสัตว์อสูร เต็มไปด้วยความเคียดแค้น
สวี่เฮยตั้งใจจะทำลายที่นี่ ให้ความเคียดแค้นสลายไป ให้วิญญาณผู้ล่วงลับได้ไปสู่สุคติ
ออกจากภูเขาหลัง กลับมายังส่วนในของสำนักจับงู
สวี่เฮยมองไปที่หอสยบมังกรในระยะไกล แล้วถามขึ้นว่า "เจ้ามีความเห็นอย่างไรกับคนเฝ้าหอนั่น?"
แน่นอนว่าเขาถามติงวั่ง
ติงวั่งตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด "คนเฝ้าหอผู้นี้ลึกลับมาก ทำท่าเดิมๆ ซ้ำๆ ทุกวัน ว่ากันว่าเป็นแบบนี้มาตั้งแต่สมัยโบราณ แม้จะไม่มีพิษมีภัย แต่เจ้าสำนักทุกรุ่นก็ให้ความเคารพ สั่งห้ามไม่ให้ใครไปรบกวน ต้องหลีกทางให้เสมอ"
"ไม่มีพิษมีภัย?"
สวี่เฮยครุ่นคิด แล้วก็ไม่ถามต่อ เพียงโค้งคำนับไปทางหอสยบมังกรเล็กน้อย แล้วเดินจากมาไกลๆ
ความลับของคนเฝ้าหอ สวี่เฮยจะไม่ไปสืบเสาะอีก ไม่ว่าจะมีพิษมีภัยหรือไม่ ความยึดติดของอีกฝ่าย ก็เพียงพอให้สวี่เฮยเคารพยำเกรง
สำนักจับงู ใต้ดินลึก
นี่คือฐานเพาะเลี้ยงงูที่ใหญ่ที่สุดในจงถู่เสินโจว เลี้ยงงูไว้นับล้านตัว ส่วนใหญ่เป็นงูธรรมดา มีงูปีศาจประมาณหนึ่งในสิบ
นอกจากส่วนน้อยที่จับมาจากป่า ส่วนใหญ่มาจากการเพาะพันธุ์ ไว้สำหรับให้ศิษย์สำนักจับงูใช้ฝึกวิชาโดยเฉพาะ
ศิษย์ทั่วไปจะฝึกด้วยการฆ่างูเลี้ยง ส่วนงูป่ามีไว้สำหรับระดับสูงเท่านั้น
"งูพวกนี้จะเอายังไง?" ไห่เถิงถาม
สวี่เฮยเดินลงมาถึงชั้นลึกสุด ที่นี่เหมือนคุกใต้ดิน แบ่งเป็นห้องๆ แต่ละห้องมีสายพันธุ์ต่างกัน
ส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์ที่ผ่านการเพาะเลี้ยง แทบไม่มีสัญชาตญาณสัตว์ป่า บางตัวเขี้ยวและกล้ามเนื้อฝ่อลีบ หมดสัญชาตญาณนักล่า สายเลือดก็เสื่อมถอย อย่าว่าแต่เลือดมังกรเจียวเลย แม้แต่เลือดงูแท้ๆ ยังเจือจางจนน่าสมเพช
สวี่เฮยแผ่จิตสัมผัสออกไป แล้วเงียบกริบ
"จะปล่อยพวกมันไปไหม?" ไห่เถิงถามอีก
"ปล่อย? งูพวกนี้ล่าเหยื่อไม่เป็นแล้ว เหมือนหมูในเล้า ปล่อยไปก็ตายเปล่า!" ติงวั่งแค่นหัวเราะ
"แต่สำนักจับงูถูกทำลาย ไม่มีคนเลี้ยง อยู่ที่นี่ก็ตายเหมือนกัน"
พูดพลางเดินไปที่กรงหนึ่ง
งูในกรงเห็นคนเดินมา แทนที่จะระแวงหรือโกรธแค้น กลับเลื้อยเข้ามารุมล้อม แลบลิ้น แววตาตื่นเต้น
แค่มีคนมา หมายถึงจะมีอาหาร
มันกลายเป็นสัญชาตญาณไปแล้ว
งูปีศาจที่นี่ ไม่ขาดพวกที่มีสติปัญญา แต่เพราะเกิดและเติบโตที่นี่มาหลายชั่วอายุคน จึงหมดความระแวงต่อมนุษย์ไปนานแล้ว คิดว่าอาหารเป็นสิ่งที่ได้มาโดยชอบธรรม
งูบางตัวถึงกับวิวัฒนาการท่าทางออดอ้อนมนุษย์ เพราะจะทำให้ได้อาหารมากขึ้น ส่วนความสามารถอื่นๆ เช่น พิษ ความเร็ว พละกำลัง ที่ไม่จำเป็น ก็ถูกคัดทิ้งไป
นี่คือการคัดเลือกตามธรรมชาติ!
ติงวั่งหยิบยาเม็ดขึ้นมา เป็นยาเลี้ยงสัตว์ที่สำนักจับงูปรุงขึ้น ไว้สำหรับเลี้ยงสัตว์อสูรโดยเฉพาะ
เขาโปรยยาออกไป งูต่างแย่งกันกิน
สวี่เฮยยืนมองเงียบๆ
จู่ๆ เขาก็นึกถึงเผ่ามนุษย์กบในเหมืองโยวหมิง —— นอกจากขุดแร่แล้ว พวกเขาทำอะไรไม่เป็นเลย
แล้วงูปีศาจพวกนี้ล่ะ พวกมันทำอะไรได้บ้าง?
สัตว์อสูรในป่ามีแต่จะถูกจับน้อยลงเรื่อยๆ การเพาะเลี้ยงเป็นหนทางที่เลี่ยงไม่ได้ แต่พวกมันไม่ใช่ปีศาจอีกต่อไป กลายเป็นสิ่งมีชีวิตอีกสปีชีส์หนึ่ง
"แกรก แกรก..."
สวี่เฮยส่งจิตสัมผัสกวาดออกไป ประตูรงทั้งหมดเปิดออก
จากนั้น เขาไม่ทำอะไรอีก หันหลังเดินจากไป ออกจากโลกใต้ดิน
เขาตัดสินใจเหมือนกับเจียงชง
…………
กลับมาที่ลานหน้าสำนักจับงู ผู้อาวุโสและศิษย์ที่นี่ถูกจิ่วโถวฉง (หนอนเก้าหัว) สังหารไปเกือบหมด เหลือเพียงตาแก่หนังเหนียวไม่กี่คนที่ยังดิ้นรนต่อสู้
ตาแก่พวกนี้แม้จะไม่เก่ง แต่ก็อาศัยค่ายกลป้องกันสำนักยื้อไว้ได้นาน
เห็นสวี่เฮยมาถึง พวกเขารู้ดีว่าคงต้านทานได้อีกไม่นาน จึงก่นด่าสาปแช่ง "ไอ้สัตว์นรก วันนี้เจ้าทำลายสำนักข้า วันหน้าต้องมีนักพรตปราบมารมาสังหารเจ้าแน่!"
"ฉึก!!"
สวี่เฮยซัดกระบี่บินออกไป ระเบิดหัวตาแก่นั่นในทีเดียว
"เจ้าปล่อยงูใต้ดินไปทั้งหมด คิดว่ากำลังช่วยพวกมันหรือ? ไม่ เจ้าฆ่าพวกมัน ชีวิตนับล้านต้องตายเพราะเจ้า เจ้ามันจอมมาร จอมมารที่ฆ่าพวกเดียวกัน!"
ชายชราอีกคนตะโกนด่า
"เปรี้ยง!"
ไห่เถิงพ่นสายฟ้า ใส่ชายชราคนนั้นจนร่างแหลกละเอียด
"มนุษย์คือสัตว์ประเสริฐ พวกเจ้าฆ่าคนจะต้องถูกสวรรค์ลงทัณฑ์!"
ยังมีคนตะโกนสาปแช่งก่อนตาย แต่ก็ถูกฆ่าทิ้งเช่นกัน
ผู้อาวุโสที่เหลือ ถูกสวี่เฮยลงมือสังหารทีละคน แม้แต่ค่ายกลป้องกันสำนักก็ถูกสวี่เฮยทำลายจนสิ้นซากด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว มนุษย์เหล่านี้ก่อนตาย บ้างก็สาปแช่ง บ้างก็ประณามด้วยศีลธรรม แต่ล้วนเป็นความโกรธแค้นที่ไร้ความหมาย
นับจากนี้ จะไม่มีสำนักจับงูอีกต่อไป
งูปีศาจบางตัวฉวยโอกาสหนีออกไปสู่ป่า
ตอนคนจับงูยังอยู่ พวกมันยังมีข้าวกิน แต่เมื่อความหิวโหยมาเยือน พวกมันจะทำอย่างไร?
ตั้งแต่วินาทีที่สวี่เฮยตัดสินใจทำลายสำนักจับงู ชะตากรรมของพวกมันก็ถูกกำหนดไว้แล้ว
แล้วสวี่เฮยเป็นคนฆ่าพวกมันหรือ?
แม้แต่ตัวสวี่เฮยเอง ก็ไม่มีคำตอบ
แต่ที่แน่ๆ งูเลี้ยงที่ถูกทำให้เชื่องเหล่านี้ คงไม่ขอบคุณสวี่เฮย ก่อนตายพวกมันอาจจะเคียดแค้น เกลียดคนที่ทำลายสำนักจับงู
"สวี่เฮย มาดูนี่สิ!"
ทันใดนั้น เสียงเรียกอย่างร้อนรนของจิ่วโถวฉง ดึงสติสวี่เฮยกลับมา
เห็นหัวงูหัวหนึ่งของจิ่วโถวฉง คาบตะเกียงดวงหนึ่งมาวางไว้ตรงหน้าสวี่เฮย
ใจกลางตะเกียง มีดวงไฟวิญญาณลุกไหม้เอื่อยๆ แผ่แสงสลัว
สวี่เฮยจ้องดวงไฟวิญญาณ แล้วมองหน้าจิ่วโถวฉงที่ดูตื่นตระหนก ลางสังหรณ์ไม่ดีผุดขึ้นในใจ รีบถาม "นี่คืออะไร?"
จิ่วโถวฉงสูดหายใจลึก เอ่ยเสียงขรึม "ตะเกียงวิญญาณ!"
"ตะเกียงวิญญาณของเจ้าสำนักจับงูคนปัจจุบัน สวี่ชิ่งจือ!"
แววตาของจิ่วโถวฉงเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "สวี่ชิ่งจือ ยังไม่ตาย!"
สวี่ชิ่งจือ ยังไม่ตาย!
สวี่เฮยคว้าตะเกียงวิญญาณมาทันที ลากคอติงวั่งที่รอดชีวิตเพียงคนเดียวมาถาม "นี่คือตะเกียงวิญญาณของสวี่ชิ่งจือจริงเหรอ?"
"ใช่แล้ว" ติงวั่งทำหน้างง "ตะเกียงวิญญาณของท่านเจ้าสำนัก ไม่เคยดับเลย"
สวี่เฮยมองติงวั่ง แล้วมองสำนักจับงูที่ถูกฆ่าล้างโคตร ความเย็นยะเยือกแล่นขึ้นจับขั้วหัวใจ
สวี่ชิ่งจือ ไม่ตาย แล้วสิ่งที่เขาฆ่าไปตอนนั้น คือตัวอะไร?
…………
สามวันต่อมา
เกิดไฟไหม้ใหญ่ที่สำนักจับงู ไฟลุกโชนต่อเนื่องเจ็ดวันเจ็ดคืน เผาผลาญทุกอย่างจนวอดวาย
ผู้บำเพ็ญที่ได้ข่าว ต่างพากันมามุงดู บางคนใจกล้าบุกเข้าไปในซากปรักหักพัง ค้นหาของมีค่าที่อาจหลงเหลือ
ในเวลาเดียวกัน เมืองและสาขาย่อยของสำนักจับงูภายนอก ล้วนถูกทำลายล้าง
เมืองงูหิน (เหยียนเสอ) เมืองงูเขียว (ชิงเสอ) เมืองงูเหลือมยักษ์ (จวี้หมั่ง) และเมืองอื่นๆ รวมเจ็ดแห่ง ถูกกลุ่มของสวี่เฮยทำลายจนราบคาบ ข่าวสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วแคว้น
สำนักจับงู ที่สืบทอดมาจากสำนักสยบมังกรยุคโบราณ ดำรงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน กลับถูกทำลายสิ้นซากภายในเวลาไม่กี่วัน
ข่าวเช่นนี้ จะไม่ให้ผู้คนตื่นตระหนกได้อย่างไร?
เสวียนหยางจื่อยืนอยู่บนเนินเขา มองดูเมืองที่ถูกเผาจนเป็นเถ้าถ่านในระยะไกล ความรู้สึกในใจสับสนปนเป
สามปี เขาเตรียมตัวมาสามปีเต็ม! เพื่อจะมอบความตายให้งูตัวนั้น แต่จู่ๆ ก็ได้ข่าวว่าสำนักจับงูถูกสวี่เฮยทำลาย
แล้วจะให้เขาแก้แค้นยังไง?
ความคิดที่จะแก้แค้น หายวับไปทันที เขาไม่กล้าแม้แต่จะคิด กลัวว่าจะถูกสวี่เฮยใช้วิชาลับตามเจอ
เขาหยิบยันต์สื่อสารที่ฮันเท่อทิ้งไว้ให้ พยายามติดต่อไป แต่ก็ไร้การตอบรับ
ติดต่อฮันเท่อไม่ได้แล้ว
เสวียนหยางจื่อหมดสิ้นความหวัง ได้แต่จากไปอย่างโดดเดี่ยว และไม่หวนกลับมาอีกตลอดกาล
…………
เทือกเขาอูซาน
เบื้องหน้าสวี่เฮย มีหยดเลือดหยดหนึ่งลอยอยู่ เขาวาดอักขระซับซ้อนใส่เข้าไปในหยดเลือด ในใจตะโกนก้อง "วิชาค้นหาต้นกำเนิดโลหิต!"
นี่คือวิชาลับที่เขาค้นเจอจากสำนักจับงู สามารถใช้เลือดติดตามหาญาติสนิทได้
เพียงแต่วิชานี้ กินพลังวิญญาณของผู้ใช้มหาศาล
ครู่ต่อมา หยดเลือดหายไป สวี่เฮยสัมผัสได้ถึงการเชื่อมโยงบางเบา ชี้ไปทางทิศหนึ่ง ลึกเข้าไปในเทือกเขาอูซาน
"ไป!"
เขามุ่งหน้าไปยังจุดหมาย
เลือดหยดนั้น คือเลือดของหมันจิน สวี่เฮยใช้วิชาลับ เพื่อตามหาทายาทของหมันจิน
โชคดีที่สวี่เฮยทำสำเร็จ เขาหาเจอแล้ว
แต่โชคร้าย คือเหลือแค่ตัวเดียว
…………
อูซานส่วนลึก ดินแดนรกร้างที่มนุษย์ไม่อาจย่างกราย
เต็มไปด้วยแมลงพิษและไอพิษ หมอกหนาทึบ บางครั้งยังมีค่ายกลธรรมชาติ ทำให้หลงทิศ แม้แต่ผู้บำเพ็ญระดับเจี๋ยตานก็ยังหลงทางได้
สำนักหุ่นเชิดสวรรค์ยึดครองแค่แถบเมืองไร้กังวล ยังไม่กล้าลุกล้ำเข้ามาในเขตอันตรายลึกขนาดนี้
สวี่เฮยแผ่จิตสัมผัสออกไป ตลอดทางเขาพบปีศาจดุร้ายมากมาย ระดับเจี๋ยตานถือเป็นเรื่องปกติ ยังมีระดับเจี๋ยตานขั้นปลายที่ใกล้เคียงระดับหยวนอิง ยึดครองพื้นที่ตั้งตัวเป็นเจ้าถิ่น
สวี่เฮยไม่ปิดบังกลิ่นอาย เดินหน้าเต็มกำลัง โดยมีผู้คุ้มกันสามคนติดตาม
ปีศาจที่พบเห็นต่างพากันหลบซ่อน กลัวว่าจะถูกพบตัว
เผ่าช้างมังกร (หลงเซี่ยง) คือหนึ่งในเผ่าราชวงศ์แห่งอูซานส่วนลึก
เผ่าปีศาจที่มีราชาปีศาจ (เยาหวง) ปกครองเท่านั้น ถึงจะมีสิทธิ์เรียกว่าเผ่าราชวงศ์ ว่ากันว่าพวกเขามีสายเลือดช้างมังกรบรรพกาล เกิดมาก็เป็นสัตว์อสูรระดับจู้จี (สร้างรากฐาน) อันสูงส่ง จึงสามารถเป็นใหญ่ในดินแดนรกร้างอันโหดร้ายนี้ได้
หมันชิง เป็นช้างป่าเพศเมียธรรมดาๆ สายเลือดไม่ได้วิเศษวิโส สาเหตุที่นางอาศัยอยู่ในเผ่าช้างมังกรได้ เพราะองค์หญิงน้อยแห่งเผ่าช้างมังกรช่วยชีวิตนางไว้ และพากลับมาเป็นคนรับใช้
องค์หญิงช้างมังกรช่วยนาง ไม่ได้มีเหตุผลซับซ้อน เพียงแค่เห็นว่าน่าสงสาร เกิดความเมตตา จึงพาหมันชิงที่บาดเจ็บสาหัสกลับมา
ในเผ่าช้างมังกร แม้สถานะของหมันชิงจะต่ำต้อย มักถูกกลั่นแกล้งรังแก แต่ก็ยังรอดชีวิตมาได้
พี่น้องของนาง ไม่มีใครรอดเลยสักตัว