- หน้าแรก
- ปฐมกาล จ้าวอสรพิษ
- บทที่ 439 บุกรัง รากฐานของสำนักจับงู
บทที่ 439 บุกรัง รากฐานของสำนักจับงู
บทที่ 439 บุกรัง รากฐานของสำนักจับงู
ผู้มาเยือนทั้งสี่ ชายสามหญิงหนึ่ง ได้แก่ สวี่เฮย, สวี่ไป๋, ไห่เถิง และจิ่วโถวฉง (หนอนเก้าหัว)
พวกเขาทั้งหมดอยู่ในร่างกึ่งมนุษย์ ยังคงลักษณะของสัตว์อสูรไว้ชัดเจน เกล็ดมังกร หางงู และกลิ่นอายอสูรที่ดุร้ายแผ่ซ่านออกมา ให้ผู้คนรับรู้ได้ทันที
"จอมอสูรระดับหยวนอิง!"
"แถมยังเป็นปีศาจงู!"
คนของสำนักจับงูหน้าซีดเผือด การที่สัตว์อสูรสามารถแปลงร่างเป็นกึ่งมนุษย์ได้ อย่างน้อยต้องมีระดับหยวนอิง (ทารกวิญญาณ) ขึ้นไป
และการที่ทำลายค่ายกลได้ภายในสองลมหายใจ แสดงให้เห็นว่าพวกเขาแข็งแกร่งเพียงใด
ปัจจุบัน เจ้าสำนักจับงูออกเดินทางยังไม่กลับมา ผู้ดูแลสำนักคือผู้อาวุโสสูงสุด บรรพชนรุ่นที่สิบสอง 'เย่หัว'
นางเป็นหญิงชราที่แก่หง่อม แต่พลังบำเพ็ญไม่ธรรมดา บรรลุระดับหยวนอิงเช่นกัน แต่ด้วยอายุขัยที่ใกล้หมด จึงไม่สามารถออกไปไหนได้ ทำได้เพียงอยู่ในขอบเขตค่ายกลของสำนักจับงูเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น ทุกๆ เดือนนางต้องกลืนงูยักษ์ระดับเจี๋ยตานทั้งตัวเพื่อต่ออายุขัย
เพราะมีเย่หัวอยู่ สำนักจับงูจึงรอดพ้นวิกฤตมาได้ ไม่ถูกทำลาย สวี่ชิ่งจือถึงกล้าออกไปไล่ล่าสวี่เฮยอย่างไม่เกรงกลัว
"สหายอสูรทั้งหลาย ไม่ทราบว่าสำนักของข้าไปล่วงเกินท่านที่ใด?"
เย่หัวก้าวออกมาจากฝูงชน ประสานมือถาม
ท่าทีของนางยังถือว่าสุภาพ เพราะดูออกว่าอีกฝ่ายมีระดับหยวนอิงถึงสองคน ไม่น่าตอแยด้วย แต่สำนักจับงูก็ไม่ใช่ลูกพลับนิ่มให้ใครมาบีบเล่น
ตั้งแต่ก่อตั้งสำนักมา การถูกปีศาจงูบุกถึงหน้าประตูไม่ใช่ครั้งแรก วิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดเกือบทำสำนักพังพินาศ บาดเจ็บล้มตายไปเกินครึ่ง จนเกือบต้องย้ายสำนัก
แต่พวกเขาก็รอดมาได้ แสดงให้เห็นถึงรากฐานที่มั่นคง
สวี่เฮยคร้านจะพูดพร่ำทำเพลง ส่งจิตสัมผัสกวาดต้อนเข้าไปอย่างไม่เกรงใจ เพื่อสำรวจสำนักจับงูให้ทั่ว ดูว่าพวกหมันจินอยู่ที่นี่หรือไม่
เห็นอีกฝ่ายเสียมารยาท เย่หัวหรี่ตาลง คว้าจับกลางอากาศ แส้อัสนีบาตปรากฏขึ้น ฟาดใส่จิตสัมผัสของสวี่เฮย
แส้นี้มีผลโจมตีจิตวิญญาณโดยเฉพาะ
ขณะที่แส้อัสนีบาตกำลังจะฟาดใส่สวี่เฮย จิ่วโถวฉงก็คว้าจับกลางอากาศ หัวที่สามร่ายคาถาสายฟ้า ควบคุมแส้อัสนีบาตไว้ได้ แทนที่จะโจมตีสวี่เฮย กลับฟาดกลับไปหาเย่หัวแทน
เย่หัวหน้าเปลี่ยนสี สะบัดแขนเสื้อ เสียง "เพียะ" ดังขึ้น สายฟ้าสลายไป แต่นางก็ต้องถอยหลังไปหลายก้าว
ในเวลาสั้นๆ สวี่เฮยสำรวจเสร็จสิ้น
เขาไม่พบหมันจิน เหลยเหมิง หรือเอ้อร์โก่ว แต่กลับพบว่าใต้ดินของสำนักจับงู เลี้ยงงูไว้หลายล้านตัว! ในจำนวนนั้นเป็นงูปีศาจกว่าแสนตัว!
นี่เป็นตัวเลขที่น่าตกใจมาก แม้สวี่เฮยจะเคยเห็นเมืองงูหินมาแล้ว ก็ยังอดตื่นตะลึงกับภาพที่เห็นไม่ได้
ลองนึกดูว่า ถ้าสำนักสัตว์อสูรเลี้ยงมนุษย์ไว้เป็นล้านคนอยู่ใต้ดิน จะโหดร้ายทารุณขนาดไหน ต่างอะไรกับผู้บำเพ็ญมาร?
จอมมารเหลียนหุน เลี้ยงเตาหลอมมนุษย์ไว้ไม่กี่ร้อยคนบนเกาะ ก็ถือว่าชั่วช้าสามานย์แล้ว แล้วสำนักจับงูล่ะ จะหาคำไหนมาเปรียบ?
แน่นอน สวี่เฮยในตอนนี้ ไม่ใช่คนใจร้อนวู่วามเหมือนเมื่อก่อน
เห็นภาพนี้แล้ว เขาไม่ได้โกรธเกรี้ยวอะไร นอกจากความแปลกใจเล็กน้อย ก็ไม่มีอารมณ์อื่นอีก เพราะโลกใบนี้ มันก็เป็นเช่นนี้เอง
เขาไม่ใช่สวี่เฮยคนเดิมอีกแล้ว!
"งู... เยอะมาก!"
ไห่เถิงเหมือนโดนฟ้าผ่า ยืนตัวแข็งทื่อ
สวี่เฮยใจเย็นได้ ไม่ได้แปลว่าคนอื่นจะใจเย็นได้ อย่างเช่นไห่เถิง หน้าแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด อุณหภูมิร่างกายพุ่งสูงปรี๊ด
สวี่เฮยสูดหายใจลึก เอ่ยเสียงขรึม "ให้โอกาสพวกเจ้าหนึ่งครั้ง ยุบสำนักจับงูเดี๋ยวนี้ ให้ศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเข้าร่วมไสหัวไปซะ!"
"จำไว้ โอกาสมีแค่ครั้งเดียว อย่าหาว่าไม่เตือน!"
เสียงของสวี่เฮยดังกึกก้องราวกับสายฟ้าฟาด แพร่กระจายไปทั่วสำนักจับงู ดังเข้าหูทุกคน
ที่ทำแบบนี้ เขาแค่ไว้หน้าหวงฝู่ต้วนหลง เพราะหวงฝู่ต้วนหลงเป็นบรรพชนของสำนักสยบมังกร เขาจึงให้เกียรติพอสมควร
ไม่ฆ่าล้างโคตร ให้ศิษย์ใหม่ไสหัวไป นี่คือความเมตตาสูงสุดของสวี่เฮยแล้ว ถ้าใช้วิธีเดียวกับที่พวกเขาทำกับงูปีศาจมาใช้กับพวกเขา คงไม่เหลือรอดแม้แต่คนเดียว ฆ่าล้างสำนักแน่นอน
ศิษย์บางคนที่เพิ่งเข้าสำนักไม่ถึงปี ยังไม่มีความผูกพัน เห็นท่าไม่ดีก็รีบหนีไปทันที
สำหรับคนเหล่านี้ที่ถือว่าไม่รู้อีโหน่อีเหน่ สวี่เฮยไม่คิดจะเอาเรื่อง
แต่คนแบบนั้นมีน้อยมาก
ส่วนใหญ่ต่างมองไปที่ผู้อาวุโส รอคำสั่งทางสายตา อีกส่วนหนึ่งมองกลุ่มสวี่เฮยด้วยความเป็นศัตรู แสยะยิ้มในใจ คิดว่าสำนักจับงูจะจัดการผู้บุกรุกได้
รากฐานของสำนักจับงู มั่นคงแน่นอน! ยิ่งกว่านั้น ยังมีกองทัพตระกูลเซี่ยงอยู่ที่นี่ แม้จะเป็นแขก แต่เมื่อเกิดเรื่อง พวกเขาคงไม่นิ่งดูดาย
"ทุกท่าน มีเรื่องเข้าใจผิดอะไรกันหรือเปล่า?"
ผู้อาวุโสฝ่ายในคนหนึ่งประสานมือถาม
"เข้าใจผิด? ไม่มีเข้าใจผิด ทำลายค่ายกลข้า ทำร้ายข้าบาดเจ็บ ไม่ว่าพวกเจ้าจะเป็นปีศาจมาจากไหน วันนี้อย่าหวังจะได้ออกไปจากที่นี่!"
เย่หัวหน้าถมึงทึง จุดธูปในกระถางทันที
ผมสีเงินของนางปลิวไสว ดวงตากลายเป็นสีขาวโพลน กลิ่นอายพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ราวกับสัตว์ร้ายบรรพกาลตื่นขึ้น ไม่อาจต้านทาน
หยวนอิงในร่างนางขยายตัว ร่างกายที่เหี่ยวย่นกลับมาเต่งตึง เจตจำนงสังหารมังกรที่หว่างคิ้วกำลังฟื้นคืน นั่นคือพลังที่ไม่ใช่ของนาง
เย่หัวมีระดับพลังแค่หยวนอิงขั้นต้น แต่เพียงชั่วพริบตา ก็พุ่งขึ้นเป็นหยวนอิงขั้นกลาง
"คิดว่ามีหยวนอิงขั้นต้นมาช่วยสองคน แล้วจะมาทำกร่างในสำนักจับงูได้ เจ้าคิดตื้นเกินไปแล้ว!" เย่หัวตวาดลั่น
"พลังวิญญาณบรรพชน?" เซี่ยงเฟยแปลกใจ
"ใช่แล้ว นี่คือพลังวิญญาณบรรพชน อาศัยพลังของบรรพบุรุษมาสิงสู่ ทำให้ระดับพลังเพิ่มขึ้นหนึ่งขั้น!" ผู้อาวุโสคนหนึ่งอธิบายให้เซี่ยงเฟยฟังด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
ต่อหน้ากองทัพตระกูลเซี่ยง การแสดงรากฐานของสำนักจับงูเป็นเรื่องจำเป็น
แน่นอน เขายังมีอีกประโยคที่ไม่ได้พูด พลังวิญญาณบรรพชนใช้ได้เฉพาะในเขตสำนักจับงูเท่านั้น หากออกนอกเขตค่ายกล พลังจะหายไป
วิธีที่ดีที่สุดสำหรับสี่คนนั้น คือถอยออกไปนอกเขตสำนัก แล้วค่อยโจมตีแบบยื้อเยื้อ หรือแยกกันตีแบบกองโจร
นอกจากสำนักจับงูสาขาหลักแล้ว พวกเขายังมีเมืองอีกห้าแห่ง และสาขาย่อยอีกหลายแห่ง แค่ส่งระดับหยวนอิงไปสักคนก็กวาดล้างได้สบาย ซึ่งพวกเขาไม่มีทางป้องกันได้
แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่คิดทำแบบนั้น
"หยวนอิงขั้นกลาง เก่งนักเหรอ?"
ไห่เถิงเยาะเย้ย ไม่คิดจะทนอีกต่อไป พุ่งตัวออกไปดั่งสายฟ้าฟาด แปลงร่างเป็นงูทะเลกลางอากาศ เปิดใช้นิมิตสวรรค์ 'ราชันมังกรท่องสมุทร' ทันที!
"ตูม!!"
พายุฝนกระหน่ำ สายฟ้าแลบแปลบปลาบ ท้องฟ้ากลายเป็นมหาสมุทร บนผิวน้ำ เงาราชันมังกรผุดขึ้นมา ดั่งเทพเจ้ามองดูสรรพชีวิต ควบคุมสรรพสิ่ง ท่องไปทั่วสี่คาบสมุทร
ราชันมังกรท่องสมุทร นิมิตสวรรค์เฉพาะตัวของไห่เถิง เพียงแค่ปล่อยออกมาก็สร้างความตื่นตะลึงให้ทุกคน
อยู่ในแผ่นดินใหญ่ พวกเขาเคยเห็นวิชาแบบนี้ที่ไหน?!
"เปรี้ยง!!"
เย่หัวได้รับแรงกดดันมหาศาลทันที กระดูกลั่นเปรี๊ยะ เลือดอาบทั่วตัว ภายใต้แรงกดดันดั่งเทพเจ้านี้ ผู้ที่มีระดับพลังต่ำบางคน ร่างกายระเบิดออกทันทีที่สัมผัส ทำให้ทุกคนแตกตื่นถอยหนี
เย่หัวสีหน้าไม่เปลี่ยน ควันเขียวจากกระถางธูปรวมตัวกันกลางอากาศ กลายเป็นดาบใหญ่ 'ดาบพิฆาตมังกร' นางคว้าหมับเข้าที่ด้ามดาบ
เมื่อมีดาบในมือ กลิ่นอายของนางก็แข็งแกร่งขึ้น ร่างที่งอคุ้มก็ยืดตรง!
"ดาบพิฆาตมังกร?" สวี่เฮยแค่นหัวเราะ
ดาบพิฆาตมังกรของจริง อยู่ในตัวเขาต่างหาก แต่ตอนนี้เขายังไม่มีคุณสมบัติจะควบคุมของวิเศษระดับนั้น และไม่จำเป็นต้องเอาออกมา
นั่นเป็นของวิเศษระดับห้าที่ใช้ได้เฉพาะระดับฮั่วเสิน (แปลงจิต) ของก๊อปเกรดเอตรงหน้าจะเทียบได้หรือ?
"ลองชิมนี่หน่อยเป็นไง!"
ไห่เถิงตะโกนก้อง กระบี่ยาวน้ำแข็งสีฟ้าครามพุ่งออกมาจากปาก
พอมองชัดๆ มันคือปลาแช่แข็งตัวหนึ่ง!
"ปลาของก้งเทียนเหอ?" สวี่เฮยอึ้งไป
ไห่เถิงยื่นกรงเล็บมังกรคว้าปลาแช่แข็งไว้ จับหางปลาแน่น แล้วฟาดใส่ดาบพิฆาตมังกรเต็มแรง
"เคร้ง!!"
ดาบพิฆาตมังกรที่เกิดจากควันเขียว แตกกระจายเมื่อปะทะ ส่วนปลาแช่แข็งของไห่เถิง แค่หนังถลอกไปนิดเดียว
แต่ทว่า ควันเหล่านั้นราวกับมีชีวิต กลายเป็นหมอกดำม้วนตัวพุ่งเข้ามา ทำให้นิมิตของไห่เถิงเริ่มเป็นสีดำ นั่นคือสัญญาณของพิษ ในการรับมือกับงูปีศาจ สำนักจับงูมีลูกเล่นแพรวพราว แค่นิดเดียวก็ถึงตายได้
"พรูด!"
ไห่เถิงพ่นน้ำออกมา เกลียวคลื่นน้ำตกลงมาจากฟากฟ้า ดับกระถางธูปจนสนิท หมอกดำหายไปไร้ร่องรอย พร้อมกับพัดพาเย่หัวไปด้วย ในกระแสน้ำ เย่หัวเหมือนโดนมีดกรีดนับพันเล่ม เลือดเนื้อแตกกระจาย กลิ่นอายที่เพิ่งพุ่งสูงขึ้นก็ไม่มั่นคง ลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว
"นังเฒ่าเจ้าเล่ห์ แค่เจ้าก็คิดจะมาเทียบรัศมีข้าไห่เถิง? เจ้าน่ะ มันตัวอะไร?"
ไห่เถิงพุ่งเข้าไปในเกลียวคลื่น กรงเล็บดั่งกรงเล็บผี ฟาดเข้าที่หน้าอกเย่หัวอย่างจัง ซัดนางกระเด็นไปกระแทกพื้น เลือดสาดกระเซ็น กระดูกหักสะบั้น
สามกระบวนท่า เพียงแค่สามกระบวนท่า! เย่หัวระดับหยวนอิงขั้นกลาง พ่ายแพ้ราบคาบ!
ทั่วทั้งบริเวณเงียบกริบ
น่ากลัวเกินไป! นี่คือช่องว่างระหว่างอัจฉริยะที่แท้จริง กับผู้บำเพ็ญทั่วไป!
ปกติอยู่ในน่านน้ำเกาะเผิงไหลที่เป็นมิติบรรพกาล ยังดูไม่ออก แต่พอมาอยู่จงถู่เสินโจว ความแตกต่างมันชัดเจนเกินไป!
มันคนละระดับกันเลย ทั้งวิชาอิทธิฤทธิ์ ทักษะการต่อสู้ ความเข้มข้นของลมปราณ อีกฝ่ายเหนือกว่าทุกด้าน! เทียบกันไม่ได้เลย! แน่นอน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเย่หัวฝืนเร่งพลังตัวเองด้วย
"หยุดมือ!"
เซี่ยงเฟยทนดูไม่ได้ ลุกขึ้นห้าม "สหายทั้งหลาย กองทัพตระกูลเซี่ยงของข้าเพิ่งจะเป็นพันธมิตรกับสำนักจับงู ขอให้เลิกรากันเพียงเท่านี้ ทุกอย่างคุยกันได้!"
"โอ้? เมื่อกี้ทำไมไม่พูดล่ะ?" สวี่เฮยแค่นหัวเราะ
เมื่อกี้ยังยืนดูอยู่เลย พอเห็นเย่หัวจะแพ้ ก็รีบออกมาเป็นกาวใจ ในโลกนี้มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยเหรอ?
ถ้าไม่เห็นแก่หน้าพันธมิตรฉู่เทียน เขาคร้านจะสนใจพวกนี้ด้วยซ้ำ
เซี่ยงเฟยหน้าเสียทันที เดิมทีเขาไม่อยากยุ่ง แต่ถ้าข่าวแพร่ออกไปว่า เขาเพิ่งผูกมิตรกับใคร แล้วปล่อยให้พันธมิตรถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตา โดยไม่ทำอะไรเลย
ชื่อเสียงของเซี่ยงเฟยจะป่นปี้ ไม่เป็นผลดีต่อการรวบรวมแผ่นดิน
เขาต้องทำอะไรสักอย่าง
"ข้าไม่สนว่าพวกเจ้าเป็นใคร หยุดเดี๋ยวนี้!"
เซี่ยงเฟยเรียกหม้อสีดำออกมา ขยายใหญ่กลางอากาศ ทันใดนั้น แรงโน้มถ่วงรอบด้านก็เพิ่มขึ้นมหาศาล แม้แต่นิมิตสวรรค์ยังบิดเบี้ยวเล็กน้อย
"หม้อจอมราชันย์ (ป้าหวังติ่ง) ของตระกูลเซี่ยง!"
คนของสำนักจับงูหน้าตาดีใจสุดขีด
"ไสหัว! กลับไปซะ!"
สวี่เฮยตะโกนลั่น มังกรพิฆาตคำราม
"ตูม!!"
ผิวหม้อสีดำเกิดรอยร้าวเต็มไปหมด ร่วงตกลงมาจากฟ้า กระแทกพื้นจมลึกลงไป ส่วนตัวเซี่ยงเฟยเองกระอักเลือด ร่วงลงมาเหมือนสุนัขตาย ฝังแน่นอยู่ในหลุมลึก