เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 437 หนึ่งปีให้หลัง สองงูคืนถิ่น

บทที่ 437 หนึ่งปีให้หลัง สองงูคืนถิ่น

บทที่ 437 หนึ่งปีให้หลัง สองงูคืนถิ่น


วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

เผลอแป๊บเดียว สวี่เฮยก็เก็บตัวอยู่ในเหมืองโยวหมิงมาปีกว่าแล้ว

ตลอดหนึ่งปีมานี้ พายุพลังวิญญาณไม่เคยหยุดหมุน

อัจฉริยะอีกสามคนได้รับอานิสงส์ไปด้วย จิ่วโถวฉง (หนอนเก้าหัว) บรรลุถึงขั้นสมบูรณ์ เตรียมทะลวงสู่ระดับหยวนอิง (ทารกวิญญาณ)

สยงต้าเป่าก็ถึงขั้นสมบูรณ์เช่นกัน แต่รู้สึกว่าเจตจำนงของตัวเองยังขาดอะไรไปนิดหน่อย เขาจึงเลือกออกเดินทางท่องโลก เพื่อหาจุดเปลี่ยนในการทะลวงระดับ

สวี่ไป๋บรรลุเจตจำนงมานานแล้ว แต่การสั่งสมพลังบำเพ็ญของนางเป็นไปอย่างเชื่องช้า จนป่านนี้ยังไม่ถึงระดับเจี๋ยตาน (สร้างแกน) ขั้นสมบูรณ์

ในที่สุด หนึ่งปีกับอีกสามเดือนผ่านไป พลังวิญญาณในเหมืองโยวหมิงก็ค่อยๆ ลดน้อยลง จนกระทั่งหายไปอย่างสมบูรณ์

หินวิญญาณหมดเกลี้ยงแล้ว

เหมืองแร่ที่ขุดเจาะมาห้าร้อยปี สร้างประโยชน์มหาศาลให้กับน่านน้ำเกาะเผิงไหล ก็ถึงคราวอวสาน

เผ่ามนุษย์กบหมดความจำเป็นในการดำรงอยู่ พวกเขาเตร็ดเตร่อยู่ที่เดิม กินอาหารที่ส่งมาตรงเวลาทุกวัน แต่ไม่มีงานทำ ทำให้พวกเขารู้สึกหวาดระแวง

รอยแยกของค่ายกลซ่อมแซมตัวเองไปตั้งแต่เมื่อปีก่อน พวกเขาไม่รู้ชะตากรรมของกลุ่มที่ออกไปข้างนอก

และยิ่งไม่รู้ว่า สิ่งที่รอพวกเขาอยู่คืออะไร

"ฟู่ว!"

สวี่เฮยลืมตาขึ้น พ่นลมหายใจยาว

นี่เป็นครั้งแรกที่เขาลืมตาขึ้นหลังจากเก็บตัวมาหนึ่งปีสามเดือน

ขณะนี้ จินตาน (แกนทองคำ) ในร่างของเขาเต็มเปี่ยม พลังวิญญาณเอ่อล้น หม้ออสูรเทพก็กักเก็บไว้ไม่น้อยจนกลายเป็นทะเลสาบ นี่คือสัญลักษณ์ของระดับเจี๋ยตานขั้นสมบูรณ์

"พลังวิญญาณข้าดูดซับมาพอแล้ว จะทะลวงระดับหยวนอิงเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ข้ารู้สึกว่า... ยังขาดอะไรไปบางอย่าง" สวี่เฮยพึมพำกับตัวเอง

เขาบรรลุเจตจำนงหลายชนิด การบำเพ็ญเพียรก็ไร้คอขวด ขอแค่เขาต้องการ เก็บตัวอีกครึ่งเดือน ก็สามารถก้าวสู่ระดับหยวนอิงได้

แต่เขารู้สึกเหมือนขาดไปก้าวหนึ่ง!

สวี่เฮยรู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร

——ชีพจรมังกร!

ชีพจรมังกรของเขา มีห้าสายที่สมบูรณ์แล้ว ส่วนอีกสี่สายที่เหลือ แม้จะมีสัญญาณการหยั่งรากแตกหน่อ แต่ก็ยังไม่ยอมเติบโต

หยวนอิงแบบนี้ ไม่ใช่หยวนอิงที่สมบูรณ์แบบ

เหมือนตอนที่สวี่เฮยสร้างรากฐาน (จู้จี) แล้วเกล็ดมังกรขาดไปหนึ่งชิ้น นั่นไม่ใช่การสร้างรากฐานที่สมบูรณ์แบบ

ช่วงเวลานี้ สวี่เฮยคาดเดาความเป็นไปได้ต่างๆ นานา แต่ก็ยังหาคำตอบไม่ได้

เรื่องนี้ไม่มีผู้อาวุโสท่านไหนให้คำแนะนำได้ เขาต้องค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง

"บางที ข้าอาจยังมีห่วงที่ยังไม่ได้รับการสะสาง" สวี่เฮยคิดในใจ

พูดถึงห่วงที่ยังค้างคาใจ สวี่เฮยมีอยู่ไม่น้อย การล้างบางสำนักจับงู คือเรื่องสำคัญอันดับแรก

ในอดีต เขาถูกสำนักจับงูบีบให้ต้องระเห็จออกจากบ้านเกิด หนีไปทะเลตงไห่ แถมยังถูกสวี่ชิ่งจือไล่ฆ่าจนหัวซุกหัวซุนเหมือนสุนัขจรจัด ตอนนี้ ถึงเวลาที่จะฆ่ากลับไปแล้ว ด้วยความแข็งแกร่งและวิชาที่เขามีในตอนนี้ เขามีคุณสมบัติเพียงพอแน่นอน!

"ท่านผู้อาวุโส ข้าจะกลับบ้านสักหน่อยขอรับ" สวี่เฮยกล่าว

"ไปเถอะ"

อวี้เจี้ยนชิวไม่ซักถาม เพียงพยักหน้าเรียบๆ

เมื่อเทียบกับปีก่อน ร่างของเขาดูโปร่งแสงขึ้น จนเกือบจะมองทะลุได้ แต่เจตจำนงแห่งกระบี่ที่หว่างคิ้ว ยังคงคมกล้าเหมือนเดิม

ขอเพียงมีศัตรูบุกรุก กระบี่ของเขาก็ยังพร้อมจะออกจากฝัก!

สวี่ไป๋ลืมตาขึ้น นางไม่พูดอะไร เพียงแต่ขยับมาอยู่ข้างกายสวี่เฮยเงียบๆ

"สวี่ไป๋ เรากลับบ้านกัน"

"อืม!"

สองงูพุ่งตัวออกจากถ้ำหินปูน ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว

เพียงพริบตาเดียว เขาก็พุ่งทะลุค่ายกลเหมืองโยวหมิง ออกสู่โลกภายนอก

ไม่ได้เห็นดวงอาทิตย์มานาน แสงแดดในตอนนี้จึงดูเจิดจ้าไปบ้าง

"สหายสวี่ เจ้าจะกลับไปรึ?"

ตอนนั้นเอง มีเสียงดังขึ้น จิ่วโถวฉงตามออกมา

จิ่วโถวฉงดูแตกต่างจากปีก่อนอย่างสิ้นเชิง งูเก้าหัวบนศีรษะพลิ้วไหวตามสายลม เสื้อผ้าปลิวไสว แววตาเคร่งขรึมดูน่าเกรงขาม มีสง่าราศีของราชาผู้ปกครองใต้หล้า

เขาบรรลุระดับหยวนอิงแล้ว

สิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยน คือชุดคลุมยาวสีขาวสะอาดไร้ฝุ่น และท่วงท่าที่สมมาตรซ้ายขวาอย่างสมบูรณ์แบบ

"ใช่"

"ข้าเพิ่งทะลวงระดับ ไม่มีอะไรทำ พอดีเลย ขอติดสอยห้อยตามไปด้วยคน"

จิ่วโถวฉงกล่าว เขาพอมองออกว่าสวี่เฮยกลับไปเพื่อฆ่าคน มีเขาไปด้วย ก็เหมือนมีผู้ช่วยเพิ่มอีกแรง

"ขอบคุณมาก" สวี่เฮยตอบรับด้วยความยินดี

เขาจะกลับบ้านไปเพื่อสะสางความแค้น ล้างบางสำนักจับงู มีคนช่วยเพิ่ม ย่อมมั่นใจขึ้น

"หึ ผ่านไปหนึ่งปี เจ้ายังอยู่แค่ระดับเจี๋ยตาน น่าผิดหวังจริงๆ"

ทันใดนั้น เสียงเยาะเย้ยก็ดังขึ้นใต้น้ำ

เห็นเพียงงูใหญ่เกล็ดสีคราม พุ่งขึ้นมาจากน้ำ ราวกับเคลื่อนย้ายพริบตา มาโผล่อยู่เหนือศีรษะสวี่เฮย ก้มลงมองสวี่เฮยด้วยท่าทางวางอำนาจ

สวี่เฮยต้องเงยหน้าขึ้นมอง

งูทะเลตัวนี้ ที่หน้าอกมีกรงเล็บงอกออกมาหนึ่งคู่ บนหัวทั้งสองข้างก็มีเขาเล็กๆ งอกออกมา กลายเป็นมังกรเจียววัยเยาว์ไปแล้ว

ไม่ใช่ไห่เถิง แล้วจะเป็นใครได้?

"เจ้ามาทำอะไรที่นี่?" สวี่เฮยแปลกใจ

"หึ แค่ผ่านมาพอดี"

ไห่เถิงเชิดหน้าตอบอย่างภูมิใจ

เขาไม่มีทางบอกหรอกว่ามารออยู่ที่นี่มาปีหนึ่งแล้ว

เขาตั้งใจจะรอให้สวี่เฮยทะลวงระดับ แล้วค่อยสั่งสอนให้หลาบจำ แต่พอเห็นสวี่เฮยยังอยู่แค่ระดับเจี๋ยตาน ก็ผิดหวังอย่างแรง หมดอารมณ์จะประลองด้วยทันที

เขาไม่อยากใช้ระดับพลังข่มคน ชนะไปก็ไม่น่าภูมิใจ แพ้... เป็นไปไม่ได้ เขาจะแพ้ได้ยังไง?

ไห่เถิงนึกถึงตอนเจอสวี่เฮยครั้งแรก เขาใช้ระดับพลังข่ม แต่เกือบแพ้

"จริงสิ เมื่อกี้เจ้าบอกว่าจะกลับไป กลับไปไหน?" ไห่เถิงรีบถาม

"ไปที่ที่ไกลมาก ไปกลับน่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์" สวี่เฮยตอบ

"จงถู่เสินโจว (ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ภาคกลาง)" สวี่ไป๋เสริม

"จงถู่เสินโจว?" ไห่เถิงอึ้ง ก่อนจะแค่นหัวเราะ "หึ ช่างบังเอิญจริงๆ ข้าก็มีธุระต้องไปทำที่นั่นพอดี ไปเยี่ยมญาติห่างๆ น่ะ"

"......" สวี่เฮยพูดไม่ออก

หมอนี่เปลี่ยนไปชัดๆ แต่ก็เหมือนไม่เปลี่ยนเลยสักนิด

แต่สวี่เฮยไม่โง่พอจะไปฉีกหน้าเขา จึงเออออห่อหมกไป "งั้นไปด้วยกันไหม?"

"ไปด้วยกัน? เจ้าแค่ระดับเจี๋ยตาน เจอหน้าข้าต้องเรียกท่านผู้อาวุโสสิ"

ไห่เถิงเชิดหัวสูง กรงเล็บคู่ใหม่เท้าเอว ท่าทางกร่างสุดๆ

สวี่เฮยพูดไม่ออก

สวี่ไป๋ทนดูไม่ได้ รีบพูดว่า "ได้ๆๆ ท่านผู้อาวุโส พอใจหรือยัง? แล้วก็ เลิกใช้รูจมูกมองคนอื่นได้ไหม?"

ไห่เถิงได้ยินดังนั้น ก็ยิ้มแก้มปริ ลดตัวลงมา "หึๆ เห็นแก่ที่เจ้ารู้จักที่ต่ำที่สูง ข้าจะยอมไปด้วยก็ได้"

"ข้าชักรู้สึกว่าเจ้ามันน่าโดนตีนจริงๆ"

คนพูดไม่ใช่สวี่เฮย แต่เป็นจิ่วโถวฉงที่ปกตินิ่งเงียบ

"เจ้าว่าไงนะ?"

ไห่เถิงถลึงตาใส่ทันที

จิ่วโถวฉงไม่ชอบพูดมาก หัวงูทั้งเก้าพุ่งออกไปโจมตีไห่เถิงทันที ไห่เถิงก็ไม่ใช่พวกยอมคน ปลดปล่อยนิมิตสวรรค์ออกมาข่มขวัญ การต่อสู้ปะทุขึ้นในพริบตา

เหตุผลที่สองอัจฉริยะตีกันนั้นง่ายมาก พวกเขาเพิ่งบรรลุระดับหยวนอิง คันไม้คันมือ อยากหาคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อพอดี

แล้วก็ดันมาเจอกันพอดี

สวี่เฮยกับสวี่ไป๋อยู่กลางวงล้อม แต่เขาไม่ตื่นตระหนก ร่างกายมีรัศมีแสงสีเหลืองดินปกคลุม กันคลื่นพลังจากการต่อสู้ออกไป ร่างไม่ขยับถอยแม้แต่ครึ่งก้าว

หากมองให้ดี รัศมีแสงสีเหลืองดินเหล่านั้น คือพลังวิญญาณธาตุดินที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ ซึ่งสวี่เฮยควบคุมได้อย่างสมบูรณ์แบบ

การควบคุมพลังแห่งฟ้าดินมาต่อสู้ แม้แต่ระดับหยวนอิงทั่วไปยังทำได้ยาก

รัศมีแสงธาตุดินนี้ ไม่ใช่แค่เกราะป้องกันธรรมดา แต่ยังผสานกัน มีผลในการสลายการโจมตีทุกรูปแบบ เรียกว่าการป้องกันที่สมบูรณ์แบบได้เลย!

นี่เป็นแค่วิชาป้องกันพื้นฐานที่มั่วชางสอน ยังไม่ใช่วิชาอิทธิฤทธิ์ด้วยซ้ำ

สวี่เฮยยืนดูอยู่พักหนึ่ง เห็นทั้งสองยังไม่ยอมเลิกรา ทำท่าจะสู้กันข้ามวันข้ามคืน จึงเอ่ยอย่างจนใจว่า "เชิญพวกท่านสู้กันตามสบาย ข้าขอตัวก่อน!"

สวี่เฮยหายวับไปทันที

"เฮ้ย!"

"รอด้วย!"

จิ่วโถวฉงกับไห่เถิงรีบหยุดมือ แล้วไล่ตามสวี่เฮยไป

…………

หนทางยาวไกล

ในอดีต สวี่เฮยใช้เวลาครึ่งเดือน ล่องตามแม่น้ำเยี่ยนลั่วในแคว้นฉู่มุ่งสู่ทะเลตงไห่

ตอนนั้นเขาเพิ่งจะสร้างแกน (เจี๋ยตาน) ถูกไล่ล่าตลอดทาง ถ้าไม่หนีก็ตาย

แต่วันนี้ สวี่เฮยพร้อมจะก้าวสู่ระดับหยวนอิงได้ทุกเมื่อ ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว ความเร็วเร็วกว่าเดิมสิบเท่าตัว

เขาใช้เวลาแค่วันเดียว ก็เดินทางจากเหมืองโยวหมิงมาถึงปากแม่น้ำ เมืองไห่หยา

นี่คือสถานที่ที่จอมมารฝันร้ายมาจับคนครั้งแรก เรือแปดลำจอดขวางแม่น้ำ สวี่เฮยจำได้แม่น

คราวนี้ สวี่เฮยไม่ได้มาในร่างงู แต่แปลงกายเป็นผู้บำเพ็ญชุดดำ

วิชามัจฉามังกรร้อยแปรของเขาเชี่ยวชาญขึ้น ไม่ต้องพึ่งยาแปลงร่าง ก็คงร่างกึ่งมนุษย์ได้ เพียงแต่เกล็ดตามตัวยังลบออกไม่ได้

ไห่เถิงกับสวี่ไป๋ต้องใช้ยาแปลงร่าง ส่วนจิ่วโถวฉง เดิมทีก็เป็นสัตว์อสูรในร่างมนุษย์อยู่แล้ว

"จงถู่เสินโจว ข้าเพิ่งเคยมาครั้งแรก" ไห่เถิงตื่นตาตื่นใจ

กาลเวลาเปลี่ยนไป เมืองไห่หยาตอนนี้ไม่มีธงแคว้นฉินแล้ว กองทัพเจ้าเมืองก็เปลี่ยนเป็นกองทัพตระกูลเซี่ยง

สวี่เฮยส่งจิตสัมผัสออกไปสำรวจ ก็รู้ข่าวว่าจิ๋นซีฮ่องเต้สวรรคตแล้ว ตอนนี้แคว้นฉินปกครองโดยฉินเอ๋อร์ซื่อ

"โอ๊ะ ข้างหน้าเหมือนจะมีสงครามนะ!"

ไห่เถิงลูบคาง มองไปทางหนึ่ง แล้วพูดว่า "อ้อ ลืมไป เจ้าแค่ระดับเจี๋ยตาน จิตสัมผัสคงไปไม่ถึงสินะ"

เขาเจตนาเยาะเย้ยสวี่เฮยว่าระดับพลังต่ำ

แต่หารู้ไม่ว่า สวี่เฮยรู้สถานการณ์ข้างหน้าแล้ว กองทัพตระกูลเซี่ยงกำลังโจมตีเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่ง

ไม่เพียงแค่นั้น ที่ไกลออกไปสวี่เฮยก็มองเห็น จิตสัมผัสของเขาครอบคลุมพื้นที่สามพันลี้โดยไม่รู้ตัว

ไกลกว่าระดับหยวนอิงทั่วไปเสียอีก

นั่นแสดงว่า สวี่เฮยได้ทะลวงขีดจำกัดด้านจิตสัมผัสไปนานแล้ว

"ใช่ มีสงครามจริง แต่จบแล้ว" สวี่เฮยกล่าว

คราวนี้ ไห่เถิงเป็นฝ่ายอึ้งบ้าง

ไห่เถิงไม่เชื่อ บินไปข้างหน้าสักพัก ถึงพบว่าสวี่เฮยพูดจริง

สวี่เฮยไม่มีอารมณ์จะมาแข่งอะไรไร้สาระ เขาเร่งความเร็วสูงสุด มุ่งหน้าไปทางสำนักจับงู

"ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!"

แสงสี่สายพาดผ่านท้องฟ้า นอกจากยอดฝีมือระดับเจี๋ยตานบางคนจะรู้สึกตัว คนอื่นแทบไม่สังเกตเห็น

พลังระดับหยวนอิงสี่คน ไม่ว่าจะไปที่ไหนในจงถู่เสินโจว ก็สามารถเดินยืดอกได้อย่างไร้กังวล!

จบบทที่ บทที่ 437 หนึ่งปีให้หลัง สองงูคืนถิ่น

คัดลอกลิงก์แล้ว