- หน้าแรก
- เกิดใหม่วันสิ้นโลก กักตุนในรถขยะ สยบชะตาทายาทลวง
- บทที่ 24 ฟังก์ชันใหม่ของมิติ
บทที่ 24 ฟังก์ชันใหม่ของมิติ
บทที่ 24 ฟังก์ชันใหม่ของมิติ
**หมายเหตุ ขออนุญาติแก้การแปลทับศัพท์ว่า “ทีมอี้” เป็นการแปลเป็นไทยว่า “ทีมปีกปักษ์”**
บางคนแสดงสีหน้าโลภจัด บางคนก็ดูหวาดเกรง
เจียงเนี่ยนไม่ได้ใส่ใจสายตาของพวกเขา เธอเคยลองแล้ว รถขยะไม่มีกุญแจ มีเพียงเมื่อเธออนุญาตเท่านั้น ลุงหลี่ถึงจะสตาร์ทรถได้ ถ้าเธอไม่อนุญาต ประตูรถขยะก็จะปิดตายราวกับถูกเชื่อมติดไว้ ใครก็เปิดไม่ได้
ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังเก็บรถขยะเข้าไปได้ คนอื่นอยากจะหาคนขโมยก็หาไม่เจอ
ดังนั้นเธอจึงไม่กลัวว่าใครจะมาหมายปองรถขยะ
เจียงเนี่ยนสังเกตทีมอื่นๆ เล็กน้อย ส่วนใหญ่จะเป็นทีมละสี่ถึงห้าคน ซึ่งรถหนึ่งคันสามารถนั่งได้พอดี ไม่วุ่นวายเพราะคนเยอะ และไม่รับมือไม่ไหวเพราะคนน้อย
ในทีมเหล่านี้น่าจะมีผู้ใช้พลังพิเศษอยู่ เพียงแต่เจียงเนี่ยนแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร
เจียงเนี่ยนใช้มือเท้าคาง ไม่ค่อยสนใจคนพวกนี้เท่าไหร่
ขณะที่เพิ่งออกจากเขตรักษาความปลอดภัย เจียงเนี่ยนก็เห็นทีมหนึ่งที่มีรถสามคันบรรทุกเสบียงมาจนเต็ม กำลังขับเข้าประตูเขตรักษาความปลอดภัยมา
ทีมเล็กๆ ด้านหน้าต่างก็แสดงสีหน้าอิจฉาและริษยาออกมา
เจียงเนี่ยนจำผู้ชายที่ขับรถคันแรกของทีมได้ เขาคือฟู่เหลย หัวหน้าทีมอัศนีที่เจียงถิงเข้าร่วมในเขตรักษาความปลอดภัยอวี๋ซื่อในชาติก่อน
ชาติก่อนเจียงถิงอยู่เป็นเพื่อนเธอที่เขตรักษาความปลอดภัยอวี๋ซื่อ เพราะเจียงถิงปลุกพลังพิเศษสายน้ำขึ้นมา จึงถูกฟู่เหลยชวนไปทำภารกิจด้วยกัน ฟู่เหลยเป็นผู้ใช้พลังพิเศษสายสายฟ้า เมื่อจับคู่กับพลังสายน้ำของเจียงถิง จะสามารถขยายขอบเขตความเสียหายของสายฟ้าผ่านน้ำได้ ซึ่งได้ผลดีมาก
ดูเหมือนว่าในชาตินี้แม้จะไม่มีเจียงถิง ทีมอัศนีก็ยังคงเป็นทีมที่แข็งแกร่งในเขตรักษาความปลอดภัยอวี๋ซื่อ
ฟู่เหลยสังเกตเห็นสายตาของเจียงเนี่ยนจึงหันมามอง เจียงเนี่ยนยิ้มและพยักหน้าให้เขา จากนั้นรถทั้งสองคันก็ขับสวนกันไป
ฟู่เหลยสังเกตรถขยะคันนี้ตั้งแต่ตอนอยู่นอกเขตรักษาความปลอดภัยแล้ว มันใหม่กริบจนไม่มีรอยขีดข่วนเลยสักนิด แถมบนรถยังมีเด็กสาวอายุไม่มากนักนั่งอยู่คนหนึ่งด้วย
เมื่อเห็นเจียงเนี่ยนยิ้มให้ เขาอึ้งไปครู่หนึ่งและอดไม่ได้ที่จะหันไปมองรถขยะที่ขับห่างออกไป
ลุงหลี่สังเกตเห็นสายตาของเจียงเนี่ยน “คุณหนูครับ คุณรู้จักคนในทีมนั้นเหรอ?”
เจียงเนี่ยนส่ายหน้า “ไม่รู้จักค่ะ แต่ยิ้มให้ไว้ก็ไม่เสียหาย เผื่อเจอข้างนอกอาจจะมีภาพลักษณ์ที่ดีต่อกัน ในยามคับขันอาจจะช่วยกันได้”
ชาติก่อนฟู่เหลยกับเจียงถิงร่วมมือกันช่วยเธอออกมาจากเงื้อมมือของอวี๋เฉินซวี่ นิสัยใจคอเขาไม่เลวเลย
แต่ในชาตินี้ไม่มีเจียงถิงอยู่ เธอไม่สามารถข้องเกี่ยวกับฟู่เหลยได้โดยตรง แต่ถ้ามีโอกาสเธอก็จะพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเขาไว้ เผื่อเหลือเผื่อขาด มีเพื่อนย่อมดีกว่ามีศัตรู
เสิ่นอี้นำขบวนเปิดทางอยู่ด้านหน้า เจียงเนี่ยนมองเส้นทางเปรียบเทียบกับแผนที่ออฟไลน์ที่ดาวน์โหลดไว้ล่วงหน้าในมือถือ แล้วหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาถามเสิ่นอี้ “เสิ่นอี้ คนที่คุณจะไปรับอยู่ทางทิศไหนคะ?”
เสิ่นอี้ยังไม่ทันพูด หลวี่สือก็ตอบกลับมา “อยู่ในห้างสรรพสินค้าใกล้ใจกลางเมืองครับ”
เจียงเนี่ยน “ทำไมอยู่ในห้างล่ะคะ ไม่ได้อยู่ที่บ้านเหรอ?”
หลวี่สือหัวเราะเย็น “เพราะพวกเขาโง่ไงครับ”
เจียงเนี่ยน “......”
เจียงเนี่ยนรู้ว่าเสิ่นอี้จะไปช่วยคนตระกูลเสิ่น เธอจึงพาลุงหลี่ตามมาด้วย โดยคิดว่าการตามทีมออกมาจะทำให้เธอรวบรวมของแบรนด์เนมและเสบียงอื่นๆ ได้บ้าง ไม่นึกเลยว่าคนตระกูลเสิ่นจะอยู่ในห้างสรรพสินค้าพอดี นับว่า "สะดวก" มากจริงๆ
ในระหว่างที่ขบวนรถกำลังเคลื่อนที่ เจียงเนี่ยนเข้าไปสำรวจในมิติอยู่นาน ทันใดนั้นเธอก็พบเรื่องแปลกอย่างหนึ่ง
เธอมีของกองอยู่ในมิติอยู่ไม่น้อย และมีของบางอย่างวางไว้ใกล้กับน้ำพุวิญญาณด้วย ชุดนอนที่ใส่แล้วถูกแขวนไว้บนราววางอยู่ข้างๆ น้ำพุวิญญาณ
ก่อนหน้านี้ของทุกอย่างในมิติจะหยุดนิ่ง นอกจากตัวเธอที่เข้าไปหายใจได้แล้ว สิ่งของอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่หรือเวลาก็หยุดนิ่งทั้งหมด เข้าไปในสภาพไหน ออกมาก็เป็นสภาพนั้น
แต่ชุดนอนข้างน้ำพุวิญญาณนั่น เมื่อเช้าตอนที่เธอล้างหน้าเธอเผลอทำปลายแขนเสื้อเปียกนิดหน่อย แต่ตอนนี้แขนเสื้อกลับแห้งแล้ว
เพื่อความแน่ใจ เจียงเนี่ยนจึงนำชุดนอนออกมาจากมิติเพื่อลองสัมผัสดู มันแห้งแล้วจริงๆ
หัวใจของเจียงเนี่ยนกระตุกวูบ หรือว่าฟังก์ชันหยุดนิ่งในมิติของเธอจะหายไปแล้ว?
เธอรีบนำโจ๊กปลากระพงหม้อดินที่ยังร้อนระอุซึ่งเก็บไว้ก่อนหน้านี้ออกมาวางบนเบาะ พอเอามือไปแตะหม้อดิน ความร้อนก็ทำให้เธอต้องร้อง "ซี๊ด" และรีบหดมือกลับมาเป่าที่ปากแรงๆ
ลุงหลี่ไม่เข้าใจ “คุณหนู เป็นอะไรไปครับ?”
“มิติของฉันมีบางอย่างเปลี่ยนไปนิดหน่อยค่ะ” เจียงเนี่ยนเก็บหม้อดินกลับเข้าที่เดิมในมิติ “ลุงไม่ต้องสนใจฉันหรอกค่ะ ฉันกำลังศึกษามันอยู่”
ลุงหลี่ขานรับ “ครับ” แล้วขับรถต่อ
เจียงเนี่ยนไม่ได้บอกเสิ่นอี้เรื่องที่เธอเข้าไปในมิติได้ เธอไม่อยากให้ใครเห็นว่าเธอหายไปจากห้องคนขับรถขยะ จึงเข้าไปในมิติเองไม่ได้ ทำได้เพียงใช้วิธีนำของออกมาและใส่เข้าไปใหม่เพื่อยืนยันสถานการณ์การอัปเกรดของมิติ
เธอนึกดู ชุดนอนแห้งได้ แสดงว่าพื้นที่รอบๆ น้ำพุวิญญาณมีอากาศถ่ายเท เธอจึงนำเสื้อขนเป็ดออกมาตัวหนึ่ง แล้วดึงปอยขนเป็ดเบาๆ ออกมาไม่กี่ชิ้นจากรอยตะเข็บซับใน แล้วใช้ความคิดวางมันไว้ข้างๆ น้ำพุวิญญาณ
ผ่านไปครู่หนึ่งก็เข้าไปดูใหม่ ขนเป็ดปลิวกระจายไปทั่ว ชิ้นที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างจากน้ำพุวิญญาณประมาณหนึ่งเมตร ชิ้นที่ไกลที่สุดเจียงเนี่ยนหาตั้งนานจึงพบที่ระยะห่างออกไปกว่าห้าเมตร
มันมีอากาศถ่ายเทจริงๆ ด้วย!
แต่สำหรับขอบเขตที่แน่นอนระหว่างพื้นที่หยุดนิ่งและพื้นที่ถ่ายเทอากาศนั้น เจียงเนี่ยนต้องหาตอนที่ไม่มีคนสังเกตเพื่อเข้าไปในมิติและยืนยันให้แน่ชัด
นี่เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะมันเกี่ยวข้องกับการวางแผนและการใช้ประโยชน์จากมิติของเธอในอนาคต!
ถ้ามิติมีพื้นที่ที่อากาศถ่ายเทเพิ่มขึ้นมา พื้นที่ตรงนั้นก็สามารถนำมาใช้ทำอะไรได้หลายอย่าง! อย่างเช่น การเลี้ยงสัตว์และการปลูกพืช และยังมีเรื่องอื่นๆ อีกมากมายที่ทำได้
เจียงเนี่ยนตัดสินใจว่า เดี๋ยวตอนที่ไปหาเสบียง นอกจากจะรวบรวมของแบรนด์เนมเพื่อดูว่าพื้นที่มิติจะอัปเกรดได้อีกไหมแล้ว เธอยังต้องหาของที่มีชีวิตมาทดลองในพื้นที่มิติใหม่ด้วย
ขบวนรถมุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางเมือง ซอมบี้ที่เร่ร่อนอยู่ริมถนนถูกทีมจัดการไปทั้งหมด ไม่มีตลาดขนาดใหญ่เป็นพิเศษเหมือนเมื่อวาน จึงไม่เจอกับสถานการณ์ซอมบี้รวมตัวกันหนาแน่น
ก่อนเที่ยง ขบวนรถก็มาจอดอยู่ที่ด้านนอกห้างสรรพสินค้าขนาดกลางแห่งหนึ่ง
เจียงเนี่ยนมองไปที่ด้านนอกห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ ที่ด้านนอกห้างมีป้ายโฆษณาสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำติดอยู่เต็มไปหมด มีหลายแบรนด์เลยทีเดียว ด้านในต้องมีร้านค้าแบรนด์เหล่านี้แน่นอน เธอจะได้รวบรวมของแบรนด์เนมเสียที!
ตอนที่ไวรัสซอมบี้แพร่ระบาดมาถึงเมืองอวี๋ซื่อนั้นเป็นเวลาทำงาน ในห้างมีคนไม่มากนักและไม่มีกิจกรรมรวมตัวกัน ที่นี่จึงไม่น่าจะเกิดคลื่นซอมบี้ขนาดใหญ่ได้ง่ายๆ
“จัดทีมแยกกันปฏิบัติหน้าที่”
เสิ่นอี้สั่งการ ทีมปีกปักษ์แบ่งออกเป็นสามทีมอย่างรวดเร็ว และมุ่งหน้าไปในทิศทางต่างๆ เพื่อจัดการซอมบี้และตามหาคนตระกูลเสิ่น
เจียงเนี่ยนและลุงหลี่ถือปืนไรเฟิลจู่โจมลงจากรถ ซอมบี้รอบๆ รถถูกทีมปีกปักษ์จัดการไปหมดแล้ว เสิ่นอี้เดินมาหาพร้อมกับหู่จื่อ
“พวกคุณมาหัดใช้อาวุธปืนหน่อย”
หู่จื่อสอนวิธีใส่และถอดแม็กกาซีน วิธีการเล็ง วิธีการยิง วิธีการลดแรงรีคอยล์ และวิธีการใช้งานเบื้องต้นอื่นๆ ให้เจียงเนี่ยนและลุงหลี่อย่างรวดเร็ว
ลุงหลี่เดิมทีเป็นทหารผ่านศึก เคยผ่านการใช้ปืนจริงมาแล้ว จึงทำความเข้าใจได้เร็วมาก
เจียงเนี่ยนได้แต่บีบนวดแขนเงียบๆ หลังจากลองยิงไปไม่กี่นัด เธอถูกแรงรีคอยล์จนทำให้รู้สึกชาที่แขน และยังยิงไม่แม่นอีกด้วย
หู่จื่อสอนไปสอนมาก็เริ่มคุยรายละเอียดเรื่องปืนกับลุงหลี่มากขึ้น จนไม่ได้สนใจทางเจียงเนี่ยนอีก
เจียงเนี่ยนกำลังจะเรียกหู่จื่อ ทันใดนั้นวงแขนที่แข็งแกร่งคู่หนึ่งก็โอบมาจากด้านหลังของเธอมายังด้านหน้า นิ้วเรียวยาววางทับลงบนมือที่เธอกำลังกุมด้ามปืนอยู่ และประคองมือทั้งสองข้างของเธอไว้ได้อย่างมั่นคง
(จบตอน)